• ย่าดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : suda57@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-22
  • จำนวนเรื่อง : 255
  • จำนวนผู้ชม : 752208
  • จำนวนผู้โหวต : 2883
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2883 คน
โกรกอีดก ตอนที่ 1

ทำสไลด์โชว์ของ โกรกอีดกตอนที่ 1 ไว้ จึงเอามาใส่ไว้หน้านี้ เนื่องจากหน้าเดิมของมันมีอับสไลด์ ภาพคุณแม่ไว้จ้า

View All
<< พฤศจิกายน 2011 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2554
Posted by ย่าดา , ผู้อ่าน : 13503 , 20:13:57 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน

จากกระแสข่าวของงู "กรีน แมมบ้า" งูพิษนำเข้าจากต่างประเทศ หลุดเข้ามากับข่าวน้ำท่วมกรุงขั้น
อภิมหาอมตะนิรันดรกาล เป็นแรงกระตุ้นให้ย่าอยากรู้เกี่ยวกับงูมากขึ้น เพราะตั้งแต่สมัยนักเรียน
มาแล้วเคยตั้งใจว่าอยากไปดูการรีดพิษงูสักครั้งหนึ่งในชีวิต และอาจจะได้เจอะตัวเป็นๆของเจ้า
กรีน แมมบ้า บ้าง พอสบช่องมีคนชวนไปดูก็เลยตอบตกลงไป (ทริบเดียวกับที่แวะดูการบริจาค
ช่วยเหลือน้ำท่วมที่สภากาชาดไทยนั่นแหละค่ะ

พวกเราเดินทางไปถึงสถานเสาวภา และเข้าทางด้านสวนงู
เวลาทำการตามป้ายนี้เลยค่ะ



เดินเข้าไปด้านในกันเลยค่ะ
วันที่พวกเราไปกันเป็นวันอาทิตย์ จึงการแสดงแค่รอบเดียว



โดมเวทีการแสดง ภายในมีงูอยู่ในกรงบ้างในบ่อบ้างโซนตรงกลาง

----------

สวนงู สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ได้จัดงานบริการสำหรับประชาชน นักท่องเที่ยว หน่วยงาน
ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงสถาบันการศึกษาต่างๆ โดยมุ่งเน้นการบริการทางด้านวิชา
การเกี่ยวกับงู เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสัตว์ชนิดนี้ และสามารถนำความรู้ไป
ประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้นั่นเอง

• งานบริการประชาชน และนักท่องเที่ยว

ในแต่ละปีมีประชาชนและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศให้ความสนใจเข้าชมสวนงูของสถานเสาวภา
สภากาชาดไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมสวนงูของสถานเสาวภา
ทั้งชาวไทย ชาวต่างประเทศ นักเรียน นักศึกษา และคณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเยี่ยมชมเพิ่มขึ้น

สถานที่แห่งนี้ให้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้เรื่องงูแก่ผู้เข้าชม นอกเหนือไปจากนิทรรศการและตู้จัดแสดงงู
ยังมีการแสดงการจับงู และการรีดพิษงูอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ให้ประชาชนได้ชม ทั้งยังสอดแทรกสาระ
เกี่ยวกับบทบาทของงูต่อระบบนิเวศวิทยา สวนงู สถานเสาวภาจึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ
ไทยแห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่รู้จักดีในระดับนานาชาติ ชาวต่างประเทศจำนวนไม่น้อยได้เข้าชมสวนงูแล้วกลับมาชม
ซ้ำอีกหลายครั้ง จากความพึงพอใจที่ได้รับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยให้การส่งเสริมสวนงูของสถานเสาวภา
เป็นจุดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งทั้งระดับชาติและนานาชาติ ผลงานของสวนงูแห่งนี้ได้ปรากฏใน National geographic
magazine ในนิตยสารการท่องเที่ยวต่างประเทศ และได้รับการนำเสนอในสารคดีความรู้ รวมทั้งการแนะนำเป็น
สถานที่ท่องเที่ยวทางโทรทัศน์อยู่เสมอ ในปีหนึ่งๆ มีผู้เข้าชมสวนงูประมาณ 40,000 คน 60% เป็นชาวต่างประเทศ
และ 20% เป็นนักเรียนและนักศึกษา

http://www.saovabha.com/th/snakefarm_service.asp



สำหรับราคาคนไทยก็คนละ 40 บาท



รอบการแสดง คือ 11.00น พวกเราจึงเดินสำรวจรอบๆก่อน ดูงูในบ่อ ซึ่งมีดูหลากหลายชนิด
ซึ่งที่จัดแสดงนี้ส่วนใหญ่เป็นงูไม่มีพิษ หรือมีพิษก็ไม่มาก ซึ่งก็แน่ละไม่มีเจ้ากรีนแมมบ้ารวม
อยู่ด้วย ดูยังไม่ได้ครบบ่อดี คนเริ่มทะยอยมามากขึ้น จึงรีบไปจองที่นั่งด้านหน้าสุด ส่วนตัว
อื่นๆไว้มาดูภายหลังเอาก็ได้ ตามบ่อและในกรงภายใต้โดม ย่าถ่ายรูปมาบ้างแต่เนื่องจากพวก
เรามาในเวลาที่งูส่วนใหญ่พักผ่อน มันจึงหลยเข้าไปอยู่ในโพรง หรือภายในกระถางคว่ำ สงสัย
ต้องลองมาเวลาเย็นดูบ้าง เผื่อเขาจะโชว์ตัว



ได้เวลาวิทยากร แนะนำสวนงูให้กับท่านผู้ชม ผู้ชมส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติที่รู้จักสวนงูแห่งนี้เป็นอย่างดี
และสนใจในมาชมกัน คนไทยส่วนใหญ่จะมาชมกันวัน เสาร์ อาทิตย์ แต่ก็มีจำนวนน้อยกว่าคนต่างชาติ
การกล่าวต้อนรับจึงเริ่มด้วยภาษาอังกฤษ เสร็จแล้วจึงตามด้วยภาษาไทย
แนะนำและบอกเล่าความเป็นมาของสวนแห่งนี้

-----

สภากาชาดไทยนั้น เป็นสวนงูแห่งที่สองของโลก (สวนงูแห่งแรกตั้งอยู่ในประเทศบราซิล อเมริกาใต้) มีวัตถุ
ประสงค์สร้างเพื่อใช้เลี้ยงงูพิษ สำหรับการเก็บพิษงูไว้ใช้ในการผลิตเซรุ่ม แก้พิษงู โดย นายแพทย์ เลโอโปลด์
โรแบรต์ ผู้อำนวยการคนแรกของกองวิทยาศาสตร์ ระดมทุนเรี่ยไรจากชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย
ในปี 2466 ดูเวบไซด์ได้จากลิงค์ด้านล่างค่ะ

http://www.saovabha.com/th/default.asp



งูที่เอามาโชว์นี้เป็นงูที่ มีพิษ และไม่มีพิษ ส่วนงูที่สามารถพ่นพิษได้ หรือที่มีพิษร้ายแรงเราจะไม่นำมาแสดง
เพราะอันตรายเกินไป

----

งูจงอาง : King Cobra [Ophiophagus hannah (Cantor, 1836)

ขนาด : 200 – 540 เซนติเมตร ความยาวเฉลี่ย 400 เซนติเมตร ขนาดยาวที่สุดที่เคยบันทึกไว้คือ 585 เซนติเมตร

ลักษณะ : ตัวโตเต็มวัยมีความผันแปรของขนาดและสีสันลำตัวที่เด่นชัด ซึ่งเกี่ยวข้องกับขอบเขตทางภูมิศาสตร์

งูจงอางภาคใต้มีขนาดใหญ่ที่สุด สีน้ำตาลอมเขียวหรือสีเขียวอมเทา ลวดลายตามลำตัวไม่ชัดเจน งูจงอางภาค
เหนือมีสีเข้มเกือบดำ นิสัยดุ งูจงอางภาคกลางและภาคอีสานมีลายขวางเป็นบั้งๆตลอดลำตัว เมื่อถูกรบกวนงู
จงอางจะแผ่แม่เบี้ยได้เช่นเดียวกับงูเห่า โดยยกตัวตั้งได้สูงถึง 1 ใน 3 ของความยาวลำตัว แต่แม่เบี้ยของงูจงอาง
จะแคบกว่าของงูเห่า ลักษณะเด่นอีกอย่างคือ งูจงอางมีเกล็ดท้ายทอยขนาดใหญ่ 1 คู่ (occipital scales)บนศีรษะ
ค่อนไปทางด้านหลังของเกล็ดกระหม่อม ลูกงูเกิดใหม่มีสีลำตัวที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัด กล่าวคือมีลายขวางเป็น
วงรอบตัวสีเหลืองอ่อนตั้งแต่ปลายจมูกไปจนตลอดความยาวของลำตัวที่มีพื้นเป็นสีดำ ลวดลายขวางสีเหลืองนี้จะ
หายไปเมื่องูมีอายูมากกว่า 6 เดือนหรือมีความยาว 1 เมตรขึ้นไป

การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม วางไข่ครั้งละ 12-51 ฟองช่วงเดือนมกราคมถึงเดือน
พฤษภาคม ในธรรมชาติ:-)ูจะใช้ลำตัวกวาดเศษใบไม้มากองสุมทำเป็นรังแล้ววางไข่ไว้ใต้กองใบไม้ :-)ูอยู่เฝ้ารังและ
กกไข่จนกระทั่งลูกฟักเป็นตัวภายในเวลา 60-70 วันระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกรกฎาคม ลูกงูจงอางแรกเกิด
มีน้ำหนัก 12.2 – 24.0 กรัม และความยาว 48 - 65 เซนติเมตร

อาหาร : งูชนิดอื่นๆ และ กิ้งก่า

แหล่งที่พบ : พบในป่าทึบโดยชอบอยู่ใกล้แหล่งน้ำลำธาร อาศัยอยู่ในระดับสูงกว่าน้ำทะเลได้ถึง 2,135 เมตร

การแพร่กระจาย : พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีรายงานพบในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย
สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ภูฏาน เนปาล อินเดีย บังคลาเทศ ปากีสถาน เกาะมาเก๊า และจีนตอนใต้


ตัวยาวไม่ใช่เล่น



วิธีจับ งูจงอาง King Cobra [Ophiophagus hannah (Cantor, 1836)



โชว์ให้เห็นใกล้ๆ



ต่อไปเป็นงูเห่าตัวนี้เป็นงูเห่าไทย

งูเห่า : Siamese / Monocellate Cobra [Naja kaouthia (Lesson, 1831)
ขนาด : 100 – 180 เซนติเมตร ขนาดยาวที่สุดที่วัดได้ของสถานเสาวภาคือ 225 เซนติเมตร
ลักษณะ : เป็นงูที่แผ่แม่เบี้ยได้โดยการตั้งส่วนหัวและคอขึ้น แล้วแผ่กางส่วนคอให้ขยายกว้างออกไป
มีลายตรงกลางแม่เบี้ยบนด้านหลังของส่วนคอเรียกว่า “ลายดอกจัน” ลักษณะส่วนใหญ่เป็นรูปวง
แหวนเดี่ยว สีลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม สีดำ หรือ สีเหลืองนวล

การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนสิงหาคมถึงมกราคม วางไข่ครั้งละ 15-37 ฟอง ช่วงเดือนตุลาคมถึง
มีนาคม ระยะฟักไข่นาน 51-69 วัน (เฉลี่ย 60 วัน) ลูกงูเห่าแรกเกิดมีน้ำหนัก 13.2 -18.8 กรัม และ
ความยาว 31.5 – 35.5 เซนติเมตร

อาหาร : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หนู นก กบ เขียด และบางครั้งกินงูชนิดอื่นเป็นอาหาร

แหล่งที่พบ : บริเวณที่ลุ่มค่อนข้างชื้น อาศัยอยู่ในจอมปลวก ทุ่งนา หรือพบบนภูเขาที่ระดับความสูง
900 เมตร ออกหากินในเวลาพลบค่ำโดยหากินตามพื้นดิน

การแพร่กระจาย : พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังพบในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม
มาเลเซีย อินเดีย บังคลาเทศ เนปาล และจีน



มีลายตรงกลางแม่เบี้ยบนด้านหลังของส่วนคอเรียกว่า “ลายดอกจัน” ลักษณะส่วนใหญ่เป็นรูปวงแหวนเดี่ยว
สีลำตัวมีสีน้ำตาลอ่อนถึงเข้ม สีดำ หรือ สีเหลืองนวล



งูเห่า เป็นงูที่สายตาไม่ดี มันจะหันหาเข้าหาเสียงที่เคลื่อนไหว และโจมตี หากเราค่อยๆเคลื่อนตัวอย่างเงีบบๆ
แบบนี้ก็สามารถเข้าใกล้เขาได้ แบบนี้ ตัวนี้ดูน่ากลัวมากขู่ฟ่อๆตลอดเวลา แค่วางลงกระเดี๋ยวนี้ก็แผ่แม่เบี้ยแล้ว



ส่วนเจ้าหน้าที่(เสื้อลายทางสีฟ้า) เคลื่อนไหวแบบธรรมดา มันก็จะรู้สึกได้ถึงความเคลื่อนไหวจะห้นหน้าเข้าหาและขู่


งูสามเหลี่ยม : Banded Krait [Bungarus fasciatus (Schneider, 1801)

ขนาด : 100 -180 เซนติเมตร อาจยาวได้ถึง 200 เซนติเมตร เพศเมียมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้

ลักษณะ : ลำตัวมีสีดำสลับเหลืองเป็นปล้องขนาดใกล้เคียงกันตลอดตัวทั้งส่วนบนและส่วนท้อง โดยส่วนท้องมี
สีจางกว่า ลักษณะเด่นคือ แนวของกระดูกสันหลังยกตัวสูงเด่น ทำให้เห็นเป็นรูปสามเหลี่ยมชัดเจน ปลายหางทู่มน
การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม วางไข่ครั้งละ 8-12 ฟองช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือน
พฤษภาคม และฟักเป็นตัวช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก 14.0 – 19.6 กรัม และความยาว
26.5 – 33.5 เซนติเมตร

อาหาร : งูชนิดอื่น กิ้งก่า ปลา เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน และเชื่องช้าในตอนกลางวัน

แหล่งที่พบ : พบทั่วไปตามที่ราบลุ่ม ป่าชายเลน ทุ่งนา และอาจพบได้ที่ระดับความสูงถึง 2,300 เมตร
การแพร่กระจาย : พบได้ทุกภาคของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีรายงานพบในพม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม
มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย (เกาะชวา กาลิมันตัน และสุมาตรา) เนปาล บรูไน อินเดีย บังคลาเทศ
เกาะมาเก๊า และจีนตอนใต้



ลำตัวจะเห็นเป็นสันสามเหลี่ยมชัดเจน เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน จึงเชื่องช้าในเวลากลางวัน
สามารถจับมาแสดงให้ดูได้ด้วยมือเปล่า



ส่วนหัวลักษณะเป็นสามเหลี่ยม เป็นงูมีพิษ



ซึ่งผิดจากงูปล้องทอง ดูภายนอกจะเห็นเป็นสีเหลืองสลับดำเหมือนกัน แต่แกบสีดำจะกว้างกว่าสีเหลือง
ตัวนี้ไม่มีพิษค่ะ เราจึงต้องเรียนรู้ในการดูลักษณะงู อย่างน้อยก็ขั้นพื้นฐาน



งูปล้องทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
งูปล้องทอง
Boiga dendrophila (Boie, 1827)
การจำแนกชั้นทางวิทยาศาสตร์
อันดับ Squamata
อันดับย่อย Serpentes
วงศ์ Colubridae
วงศ์ย่อย Colubrinae
งูปล้องทอง (อังกฤษ: mangrove snake, gold-ringed cat snake) เป็นงูขนาดกลางมีความยาวประมาณ 170
เซนติเมตร ลำตัวมีสีดำเป็นมันและมีสีเหลืองเป็นวงเล็ก ๆ เป็นระยะ แต่ไม่รอบตัว หัวดำ ปากลายเสือและท้อง
มีเขี้ยวพิษใต้ตา เมื่อถูกฉกกัดบริเวณปลายปากจะไม่เป็นอันตราย นอกเสียจากถูกฉกติดและงับไปจนถึงเขี้ยวพิษ
ผู้ถูกกัดไม่มีอันตรายมากนัก หากแต่เพียงมีอาการปวดบวม แต่ไม่ปรากฏเป็นรอยแผลเป็น งูปล้องทองมีนิสัยดุ
เมื่อเข้าใกล้จะงอพับตัวเตรียมฉก สามารถแผ่หนังคอทางตั้งแล้วอ้าปากเพื่อให้อีกฝ่ายกลัว งูปล้องทองชอบอาศัย
อยู่ตามป่าริมแม่น้ำและริมทะเลทางภาคใต้ ในเวลากลางวันจะขดตัวนอนตามพุ่มไม้ และออกหากินในเวลากลางคืน
งูปล้องทองกินอาหารได้หลายอย่างเช่น หนู นก ตุ๊กแก กิ้งก่า ปลา พบมากในจังหวัดระนอง ชุมพร สตูล ยะลา
ปัตตานี ตรัง และนราธิวาส นอกจากประเทศไทยแล้วยังพบในมาเลเซียจนถึงฟิลิปปินส์

ขอขอบคุณข้อมูลจากwikipediaคลิ๊กค่ะ



อีกภาพค่ะ



งูปล้องทอง นำมาให้ชมแบบชัดๆ ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างงูสามเหลี่ยมกับปล้องทอง



งูสิงหางลาย

งูสิง : Indochinese Rat Snake [Ptyas korros (Schlegel, 1837)

ขนาด : 100 – 256 เซนติเมตร

ลักษณะ : ลำตัวส่วนต้นมีสีเขียวมะกอกแล้วค่อยเป็นสีน้ำตาลไปทางส่วนท้ายจนถึงหาง เกล็ดลำตัวเรียบมีขอบสีดำ
ส่วนหัวเรียวยาวมีสีน้ำตาลอมเทา ตากลมโต

การสืบพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 4 – 12 ฟอง

อาหาร : หนู กบ กิ้งก่า จิ้งเหลน เป็นงูที่ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน

แหล่งที่พบ : ในพื้นที่เกษตรกรรมหรือในป่าที่ระดับความสูงถึง 3,000 เมตร

การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงมาเลเซีย สิงคโปร์ เกาะบาหลีของอินโดนีเซีย ไต้หวัน
และแคว้นอัสสัมของอินเดีย



งูทางมะพร้าว เจ้าตัวนี้ก็ใช่เล่นปล่อยลงพื้ปั้ป ขู่ทันที



งูทางมะพร้าว : Copperhead Rat Snake [Coelognathus radiatus (Boie, 1827)

ขนาด : 180 – 230 เซนติเมตร

ลักษณะ : ลำตัวมีสีน้ำตาลอมเหลืองหรือสีน้ำตาลอมเทา มีลายเป็นทางยาวสีดำ 4 เส้นพาดจากส่วนคอแล้วค่อยๆ
จางไปทางกึ่งกลางลำตัว ส่วนหัวมีสีน้ำตาลแดง มีเส้นสีดำ 3 เส้นพาดแผ่เป็นรัศมีออกจากมุมตาด้านหลัง ลักษณะ
เด่นคือมักแกล้งทำเป็นตายเพื่อหลีกเลี่ยงศัตรูเมื่อสู้ไม่ไหว หรือขู่ศัตรูโดยการทำคอแบนเข้าทางด้านข้างและขยาย
กว้างเป็นทางยาว พร้อมกับยกหัวและส่วนต้นประมาณหนึ่งในสี่ของความยาวลำตัวให้สูงขึ้นเป็นวงโค้งเหมือนสปริง
และพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างว่องไวเพื่อฉกกัด

การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนมกราคม หรือตลอดทั้งปี ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 5 – 12 ฟอง
ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกรกฎาคม และฟักเป็นตัวช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกันยายน ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก
11.0 – 12.4 กรัม และความยาว 44 – 46 เซนติเมตร

อาหาร : หนู นก ออกหากินทั้งกลางวันและกลางคืน

แหล่งที่พบ : เป็นงูที่ชอบอาศัยอยู่ตามพื้นดินแต่ขึ้นต้นไม้ได้สูง

การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
http://www.saovabha.com/th/snakefarm_nonvenom.asp


วิธีจับ
วิธีขู่ของมันตลกมาก ก๊อปมาให้อ่านกันชัดๆ

ขู่ศัตรูโดยการทำคอแบนเข้าทางด้านข้างและขยายกว้างเป็นทางยาว พร้อมกับยกหัวและส่วนต้น
ประมาณหนึ่งในสี่ของความยาวลำตัวให้สูงขึ้นเป็นวงโค้งเหมือนสปริง และพุ่งเข้าใส่ศัตรูอย่างว่องไว
เพื่อฉกกัด



ต่อไปเป็นงูแสงอาทิตย์ ซึ่งได้รับการเล่าขานมาว่า หากถูกงูแสงอาทิตย์กัด เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นผู้ถูกกัดจะตาย
ซึ่งไม่เป็นความจริง งูแสงอาทิตย์เป็นงูที่ไม่มีพิษ เมื่อนำตัวมาส่องกับแดดจะเห็นเกล็ดมันเลื่อยลายเป็นสีรุ้ง
----------

งูแสงอาทิตย์ : Sunbeam Snake [Xenopeltis unicolor (Boie, 1827)]

ขนาด : ความยาวประมาณ 120 เซนติเมตร
ลักษณะ : ลำตัวมีสีดำถึงสีน้ำตาลเข้ม ส่วนท้องสีขาว ส่วนหัวแบนเรียว ตาเล็ก ลักษณะเด่นคือ เกล็ดลำตัวเรียบ
เป็นเงาแวววาวสะดุดตาเมื่อสะท้อนแสงแดด และในลูกงูแรกเกิดมีรอบคอเป็นสีขาวแตกต่างจากงูโตเต็มวัย

การสืบพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 3 – 17 ฟอง :-)ูตั้งท้องนำมาเลี้ยงไว้ในงานเพาะเลี้ยงงูของสถานเสาวภา
วางไข่จำนวน 19 ฟอง ในเดือนมีนาคม และฟักเป็นตัวในเดือนพฤษภาคม รวมระยะฟักไข่ในห้องทดลอง 65
วัน ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก 8.2 – 8.6 กรัม และความยาว 25.0 – 29.5 เซนติเมตร
อาหาร : งูชนิดอื่น หนู กบเขียด และจิ้งเหลน เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน
แหล่งที่พบ : เป็นงูที่ชอบอาศัยอยู่ใต้ดินตามพื้นที่ชุ่มชื้น

การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย รวมถึงประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย
http://www.saovabha.com/th/snakefarm_nonvenom.asp


งูเขียวหางไหมท้องเหลือง ย่าจับสอบภาพมารวมกันเพื่อให้เห็นรายละเอียดของตัวมันชัดๆ ตัวนี้เป็นงูมีพิษ
เจ้าหน้าที่จำเอามานำเสนอโดยเกาะไว้กับกิ่งไผ่

----

งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง : White-lipped Pitviper [Cryptelytrops albolabris (Gray, 1842)
ขนาด : ความยาวโดยเฉลี่ย 70 เซนติเมตรในเพศผู้ และ 90 เซนติเมตรในเพศเมีย อาจยาวได้ถึง 100 เซนติเมตร
เพศเมียมักมีขนาดใหญ่กว่าเพศผู้

ลักษณะ : รูปร่างค่อนข้างอ้วนใหญ่ปกคลุมด้วยเกล็ดมีสันชัดเจน ลำตัวและหัวเป็นสีเขียวอ่อนส่วนหัวเป็นรูปสามเหลี่ยม
หลิมยาวปกคลุมด้วยเกล็ดขนาดเล็กๆผิวเรียบ และมีขนาดใหญ่กว่าลำคออย่างเด่นชัด ส่วนท้อง ริมฝีปาก และคางมีสีเหลือง
ขาว หรือสีเขียวอ่อนกว่าสีของลำตัว ในเพศผู้มักมีเส้นข้างตัวสีขาวพาดผ่านเกล็ดลำตัวแถวนอกสุดตั้งแต่คอถึงหาง
ซึ่งไม่พบในเพศเมีย หางสีน้ำตาลแดง

การสืบพันธุ์ : ผสมพันธุ์ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ออกลูกเป็นตัวครั้งละ 7-30 ตัวช่วงเดือนกุมภาพันธ์
ถึงเดือนพฤษภาคม ลูกงูแรกเกิดมีน้ำหนัก 3.6 – 5.2 กรัม และความยาวเฉลี่ย 20 เซนติเมตร

อาหาร : หนู นก กิ้งก่า กบ เขียด หรือ ปาด โดยออกหากินตอนกลางคืนตามพื้นดิน พุ่มไม้ หรือต้นไม้

แหล่งที่พบ : มักพบอยู่ในสวนใกล้บ้านคน หรือในพื้นที่ระดับความสูงต่ำกว่า 400 เมตร

การแพร่กระจาย : พบได้ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และมีการแพร่กระจายใน พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม

เกาะมาเก๊า ไต้หวัน จีนตอนใต้ บังคลาเทศ และอินเดีย


เมื่อจบโชว์ก็จะมีการถ่ายรูปกับงู งูที่เอามาถ่ายรูปด้วยเป็นงูหลามพม่า ตัวนี้ทางสวนงูเพาะเลี้ยงขึ้นมาจากไข่
และตลอดชีวิตของมันไม่เคยมีประวัติว่ากัดคนแต่อย่างใด แต่เห็นขนาดมันแล้วออกจะแหยงๆนะคะ ก็ตัวใหญ่ซะปานนั้น

----------

งูหลาม : Burmese Python or Javanese Python [Python molurus bivittatus (Kuhl, 1820)]

ขนาด : 600 – 700 เซนติเมตร

ลักษณะ : ลำตัวอ้วนหนามีสีน้ำตาลเหลืองถึงสีน้ำตาลอ่อนเป็นสีพื้น มีลวดลายเป็นวงแต้มขนาดใหญ่สีน้ำตาลเข้มขอบด้านนอก
สีดำตลอดทั้งตัว ส่วนหัวมีลักษณะเป็นทรงสามเหลี่ยมมีลวดลายทางด้านบนเป็นรูปหัวลูกศรสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเหลือง
ส่วนท้องสีขาว

การสืบพันธุ์ : ออกลูกเป็นไข่ครั้งละ 30 – 50 ฟอง

อาหาร : สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กถึงขนาดกลาง เป็นงูที่ออกหากินกลางคืน

แหล่งที่พบ : อาศัยอยู่ตามที่ราบลุ่มหรือในป่าที่ระดับความสูงถึง 900 เมตร

การแพร่กระจาย : พบทั่วทุกภาคของประเทศไทย ยกเว้นภาคใต้ นอกจากนี้ยังพบในประเทศอินโดนีเซีย
(เกาะกาลิมันตัน ชวา ซัมบาวา และสุลาเวสี)



เชิญครับใครจะถ่ายรูปก็ลงมาได้เลยครับ



เด็กสองคนนี้ลงไปก่อนเลยกล้ามาก คนเสื้อขาวชอบงูเป็นอย่างยิ่งเล่าให้ลูกกสาวย่าฟังว่ามาชมการแสดง
ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 6 แล้ว หนูว่างูมันน่ารักดี แล้วเธอก็สาธยายถึงงูตัวนั้นตัวนี้บอกหนูชอบมากลายมันสวยดี
เหอะๆเจอแควนงูตัวจริงรุ่นจิ๋วเข้าให้แล้ว



ไฮไลท์แบบนี้ I จะพลาดได้ยังไง ขอหน่อยเหอะ ว่าแล้วเธอก็ยื่นกล้องให้เจ้าหน้าที่ถ่ายให้
ย่าร่วมเนียนแจมถ่ายด้วย



ตอนหน้าเราจะไปดูที่ตึก ๔ มะเส็งกันค่ะ ทำไมถึงชื่อตึก ๔ มะเส็ง ตอนหน้าเรามาหาคำตอบกันค่ะ
สรุปว่าจะได้เห็นกรีนแมมบ้ากันเหรือไม่นั้น โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ



ขอขอบคุณข้อมูลเกี่ยวกับงูจากเวบสถานเสาวภา ย่านำมาประกอบภาพเพื่อให้ท่านได้ศึกษา
หากสนใจคลิ๊กเข้าไปชมได้ยังมีรายละเอียดอีกมากค่ะ
--------
งูพิษในประเทศไทยที่มีความสำคัญทางสาธารณสุข
http://www.saovabha.com/th/snakefarm.asp
งูไม่มีพิษในประเทศไทยที่สามารถพบได้บ่อยครั้ง
http://www.saovabha.com/th/snakefarm_nonvenom.asp



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16
ย่าดา วันที่ : 22/11/2011 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
สวัสดีค่ะ คุณหวานหวาน ลุงต้าลี่ และลุงชาติ ขอบคุณที่แวะมาชมและเม้นท์ค่ะ
วันนี้ย่าเพิ่งสังเกตุว่าข้อมูลที่ย่าเพิ่มเติมยังไม่ได้ถูกบรรจุลงไป ย่าจึงแวะเข้ามาเพิ่มเนื้อหา ตามที่คุณ มาคุโนอุจิ ให้มาค่ะ
ความคิดเห็นที่ 15
ลุงชาติ วันที่ : 17/11/2011 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongchat
http://www.facebook.com/lungchati

(0)
สวัสดีครับย่าดา เคยเข้าไปชมเหมือนกันครับ นานมาแล้ว สมัยนั้นหมองูมีแต่ผู้สูงอายุ สมัยนี้เปลี่ยนไปเยอะเลย
ความคิดเห็นที่ 14
ลุงต้าลี่ วันที่ : 16/11/2011 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

(0)
ได้เห็นภาพงูแต่ละชนิดชัดมาก และยังได้ความรู้ด้วยครับป้า
ความคิดเห็นที่ 13
หวานหวาน วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 21.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

(0)
สวัสดีค่ะคุณย่าดา

ขอปรบมือให้คุณย่าดาผู้กล้าหาญ
หวานหวานไม่ชอบงูเอาซะเลยค่ะ
ไม่ว่ามีชีวิตหรือไม่ ....แม้แต่งูปลอมก็ไม่ชอบ

ค่ำนี้ทำใจกล้าสุดๆ...มองงู
โหวตป้องกันฝันร้ายค่ะ
ความคิดเห็นที่ 12
ย่าดา วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
555 มีหลายคนบ่นไม่ชอบเอาซะเลย ตอนถ่ายยังนึกอยู่เลยว่าสงสัยต้องมีคนสยองบ้าง แต่เราเป็นฝ่ายดูที่เขาแสดงยังไงๆก็ปลอยภัยอยู่แล้ว ว่าแต่ลายของงูนี่มันช่างamazing เจงๆ ...ว่าไหมคะ
ความคิดเห็นที่ 11
TaTee วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 12.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

(0)
เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว เพิ่งช่วยกันจับงูเขียวหางไหม้ที่เข้าบ้าน แต่โชคดีที่เป็นลูกงูตัวเท่านิ้วชี้ (ยาวหนึ่งฟุต) กระนั้นก็ใช้เวลาเกือบชั่วโมงเลยครับ (ส่วนหนึ่งเพราะบ้านรก ของเยอะ)
ความคิดเห็นที่ 10
YingeXtreme วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yingextreme
ก่อเกิดชีวิตไทยขาดเหลือยังเกื้อกูลแบบอย่างที่สมบูรณ์พร้อมเพียงผูกพันด้วยเรายังเป็นคนไทยที่มีใจดวงเดียวกัน พ่อที่มีคือพระองค์ท่านรักกันไว้ไม่ไหวหวั่นก้าวเดินไปในหนทางพอเพียง We love The King We love Thailand

(0)
ขอบคุณค่ะคุณยาดาน่ารักจริงๆเลย ทำให้ได้รู้จักเจ้างูมีพิษและไม่มีพิษอย่างเจ้าหลามพม่าตัวมันใหญ่มากเลยนะคะ ไม่เคยไปเที่ยวที่นี่นานมากแล้วบรรยากาศยังคงเหมือนเดิมคืองูเยอะเหมือนเดิมเลยค่ะ จะรอติดตามชมตอนต่อไปนะคะ อากาศเปลี่ยนแปลงและน้ำท่วมคุณย่าดารักษาสุขภาพด้วยนะคะ^^
ความคิดเห็นที่ 9
BlueHill วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

(0)
งูจงอ่าง ตัวยาวมาก ๆ ครับ
ความคิดเห็นที่ 8
เบดูอิน วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somdej

(0)
ผมเป็นคนที่กลัวงูที่สุด อือๆๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 7
พี่โบเดีย วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/borderline

(0)
ไม่ชอบเอาซะเลย
ความคิดเห็นที่ 6
wansuk วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

(0)
น้ำท่วมแบบนี้น่าจะมีคนจับไปส่งที่สถานเสาวภาอยู่บ้างนะคะ
ความคิดเห็นที่ 5
hayyana วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 06.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

(0)
ฮว๊าก.........
รู้จักแต่สวนหัวงู
ความคิดเห็นที่ 4
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 15/11/2011 เวลา : 00.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

(0)
ว่าง ๆ หลังน้ำท่วมอยากพาเด็ก ๆ ไปดูบ้างครับ

ตอนเรียนป.ตรีแถวนั้น แต่ชวนเพื่อน ๆ ไม่มีใครไป เลยไม่ได้ไป จนถึงทุกวันนี้
ความคิดเห็นที่ 3
boondham วันที่ : 14/11/2011 เวลา : 23.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boondham

(0)
ภาพสวยมาก...
ดูดีทั้งพรีเซ็นเตอร์ และน้องงู

แต่ผมกลัวมากครับ...สวยจนผมหลอน ครับ..

ขอบคุณมากครับ.
ความคิดเห็นที่ 2
ย่าดา วันที่ : 14/11/2011 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

(0)
ดีจังที่คุณศุภฤกษ์ชอบมาที่นี่ แสดงว่านอกจากน้องนกแล้วสัตว์ชนิดอื่น คุณศุภฤกษ์ก็สนใจใช่ไหมคะ
ความคิดเห็นที่ 1
ศุภฤกษ์ วันที่ : 14/11/2011 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suparurk

(0)
เป็นสถานที่ที่ผมชอบไปมากเลยครับ
สมัยเรียนปริญญาตรี พอว่างต้องแว็บไปที่นี่
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน