• แก้มหอม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saiyae@thaimail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-29
  • จำนวนเรื่อง : 152
  • จำนวนผู้ชม : 162979
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
แก้มหอมหอม
ชีวิตใช่อื่นใด เป็นเพียงตัวละครที่ท่องไปในชะตากรรมอันโดดเดี่ยว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/gamhom
วันพฤหัสบดี ที่ 25 มีนาคม 2553
Posted by แก้มหอม , ผู้อ่าน : 1635 , 21:21:35 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สิ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจ

 

 

          เราพบกันอีกครั้ง  หลังจากกันไปนานหลายปี  ร่องรอยของความห่างเหินขีดเส้นสมมติในอากาศกั้นเราให้ห่างกัน   ผมทำได้เพียงแต่ยิ้มให้คุณ  ยิ้มที่จืดชืดและร้างไร้อารมณ์ใด ๆ  มันคงเป็นเพียงการขยับริมฝีปากเสียมากกว่า  คุณเองก็ไม่ต่างไปจากผมเท่าไรนัก  เราคงเหมือนมดที่ทักทายกันตามสัญชาตญาณ   “เอ้า !กระดิกหนวดมาแตะกันหน่อยเร้ว”  แค่นั้น   แค่นั้นจริง ๆ

          ลมหนาวพัดมาพร่างพรู  หมอกโอบคลุมเราไว้ริมทางหลวง   ทางสามแยกที่เรามาพบกันทางที่ตั้งต้นไปยังอำเภอเล็ก ๆแห่งหนึ่ง   มองไปข้างหน้าไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร   ไม่เห็นสิ่งใด   รถประจำทางยังไม่มา  เราห่อตัวของเราอยู่ในเสื้อกันหนาวราคาถูก  ถ้าผมม้วนตัวได้เหมือนกะหล่ำปลีบนดอยผมคงทำไปแล้ว   ห่อตัวอยู่ในกลีบใบที่มิดชิด  กั้นห่างจากคนอื่น ๆโดยเฉพาะคุณ  อบอุ่นและปลอดภัยอยู่ในกลีบใบนั้น  แล้วผมคงไม่ต้องมาอยู่ในภาวะที่ยากลำบากในการวางตัวอย่างนี้  

          แต่มันเลือกไม่ได้จริง ๆ  ทำไมผมต้องมาเจอคุณในวันที่อากาศเป็นอย่างนี้ด้วย  ทำไมผมต้องมาเจอคุณในตอนที่เราทั้งคู่ต่างรู้สึกเคืองกันอยู่ในใจ  บาดแผลที่ทำร้ายกันในอดีตมันเล่นงานผม  มันปริแยกและอักเสบเมื่อเจอหน้าคุณ   ผมว่าคุณเองก็ไม่ต่างกันจากผม  เราเสมองไปทางที่รถประจำทางจะมา  เราหยิบมือถือขึ้นมากดโน่นนี่ทั้งที่มันไม่มีคลื่น  สัญญาณในโทรศัพท์ไม่ขึ้นมาแม้แต่ขีดเดียว  เราแกล้งง่วนอยู่ในโลกของตัวเองตราบจนกระทั่งรถประจำทางมา

          คุณขึ้นทางประตูหน้า  แน่นอนว่าผมเลือกประตูหลัง  คุณนั่งอยู่ใกล้กับคนขับรถ  ผมนั่งด้านหลังสุดของรถประจำทาง   ผู้โดยสารมีในรถไม่เกินสิบคน  รถแล่นไปข้างหน้า  ป้าที่เก็บเงินเดินมาปิดประตูรถกันลมเข้า  แกสวมหมวกไหมพรมพร้อมเสื้อกันหนาวตัวใหญ่  สวมถุงมือผ้าหนานุ่ม  สวมถุงเท้า  ปกปิดร่างกายอย่างมิดชิด  ทั้งหมดนั่นทำให้ผมนึกถึงหมีแพนด้าในสวนสัตว์เชียงใหม่  ยิ่งเวลาแกยิ้ม  แก้มแดงยุ้ยทั้งสองข้าง  ผมนึกอยากยื่นกิ่งไผ่สด ๆให้แกนัก   แต่ที่ผมยื่นออกไปจริง ๆคือเงินหนึ่งร้อยบาท 

          ในกระเป๋าหน้าท้องที่แกพกไว้  อัดแน่นด้วยธนบัตรใบต่าง ๆ ทั้งใบยี่สิบใบร้อยแล้วก็เงินเหรียญ  ถามว่าผมจะไปที่ไหน ไอสีขาวลอยออกมาเป็นสาย   แกถูมือไปมา ผมตอบแกว่าจะขึ้นดอย  ยื่นเงินทอนให้ผมแล้วก็บอกอีกว่าตอนนี้บนดอยอากาศกำลังหนาวเย็น  เป็นป้าคงไม่ขึ้นไปให้ทรมานหรอก  ผมยิ้ม  อยากจะตอบแกไปว่า  “งานมันจำเป็นต้องขึ้นไปน่ะครับ”  แต่ผมก็ไม่พูดกลับใช้ความเงียบเป็นอาวุธแทน  ห่อตัวด้วยความหนาวสั่น  แกเดินไปเก็บเงินคุณข้างหน้า  ผมเสมองไปทางนอกหน้าต่าง  มือซุกแน่นในกระเป๋าเสื้อ   แล้วคิดไปเรื่อยเปื่อยว่าโลกที่เรากำลังเดินทางไปนั้นช่างเลือนรางเหมือนหมอกที่คลุมเราไว้   สายน้ำข้างทางหลวงยังไหลเอื่อย  ภูเขาเตี้ยข้างทางขึ้นไว้ด้วยดงไผ่  ผมนึกถึงหน่อไม้ที่ชาวเขาขายกันบนดอย  นึกถึงต้มผักกาด  แล้วก็นึกถึงหมีผ่อขึ้นมา

          เด็กหญิงหมีผ่อชาวอาข่าคนนั้น  เด็กนักเรียนชั้นประถมหกห้องเรียนของคุณ  วันที่เราสองคนเดินทางไปเยี่ยมบ้านของเธอ  ตอนเย็นไม่มีใครอยู่บ้าน  พ่อกับแม่ของเธอไปไร่  เธอกับน้องสองคนกำลังต้มผักใส่เกลือกินกัน  น้องชายอีกสองสามคนออกไปวิ่งเล่น  เมื่อเราไปถึงเธอทำท่าเอียงอาย  น้องคนเล็กของเธออายุได้สองขวบ  ควันไฟลอยอ้อยอิ่งจากหลังคาเรือน  กระต๊อบที่เธออาศัยอยู่นั้นมันอัดแน่นไปด้วยพี่น้องของเธอ  ห้าหรือหกคนกันแน่นะ  ผมจำไม่ได้  แต่ที่จำได้คือรสชาติของชาที่เธอนำมาให้เราจิบกิน  กว่าพ่อกับแม่ของเธอจะมา  เราก็ดื่มชาจนเกือบหมดกา  สิ่งที่พ่อแม่ของเธอต้องการจากเรามากที่สุดคือเรื่องทุนการศึกษา  คุณรับปากพวกเขาว่าจะหามาให้   เด็ก ๆ มารายล้อมพวกเราเต็มไปหมด  บางคนก็ชักชวนให้เราไปเที่ยวบ้านของพวกเขาบ้าง  ผมกะว่าหลังจากเสร็จบ้านหลังนี้แล้วจะกลับโรงเรียน  มันไม่ใช่หน้าที่ของผม  ผมเพียงแต่มาถ่ายรูปให้คุณก็เท่านั้น  บ้านหมีผ่อเราถ่ายไว้ตั้งหลายรูป  ก่อนจะลากลับ  เด็กหญิงหมีผ่อนำผักกาดมาให้พวกเรากำใหญ่  เธอบอกอีกว่าที่ไร่ของเธอนั้นมีผักกาดและผักอื่น ๆเยอะแยะ  มันเป็นผักที่ปลอดสารพิษและก็ปลอดภัย  พ่อกับแม่ของเธอบอกกับพวกเราว่า  วันหลังจะเอาหน่อไม้ฝากหมีผ่อไปให้กับเรา  ผมบอกกับพวกเขาว่า  ไม่ต้องลำบากถึงขนาดนั้นก็ได้  ถ้าครูอยากกินครูจะมาหาเอง  แม่ของหมีผ่อยิ้มจนเห็นฟันดำปี๋

          เย็นมากแล้วก่อนที่เราจะออกมาจากป๊อกบ้านนั้น  เราขับมอเตอร์ไซค์ช้า ๆ ออกมาด้วยความระมัดระวัง  หลังจากพ้นทางที่ยากลำบากตรงนั้นแล้ว  เราแวะกินเหล้ากันนิดหน่อย  (ตอนแรกเราคุยกันว่าอย่างนั้น)  ที่ร้านแห่งหนึ่งในหมู่บ้านใหญ่  อะไรมันก็ดูดีไปหมด  เราพูดกันเข้าหูและพูดจาประสาเดียวกัน  ตอนนั้นเรารู้จักและร่วมงานกันได้ไม่ถึงเดือน  คุณมาทีหลังผม  เราต่างเห่อเพื่อนร่วมงานใหม่  มีงานเลี้ยงที่โรงเรียนแทบจะทุกวัน  ผมยอมรับว่า  ผมชื่นชมคุณที่มีความตั้งใจทำงานและท่าทางน่าจะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย  คุณเป็นคนร่าเริงสนุกสนาน คุณคุยสนุก

          ผมเมา  อาจจะเป็นเพราะอากาศที่หนาวเย็น  หรือไม่ก็เป็นเพราะเชื้อแอลกอฮอล์ที่มันอยู่ในร่างกายของผมมันมีปริมาณที่เหมาะสม  แค่เติมลงไปอีกนิดหน่อยผมก็เมามายได้  คืนนั้นผมจำไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่ขับมอเตอร์ไซค์กลับโรงเรียน  ผมรู้ตัวอีกครั้ง  ผมก็นอนอยู่บนที่นอนในบ้านพักของผมแล้ว

          รถโดยสารประจำทางจอดที่อำเภอ  เราทั้งสองคนเดินลงจากรถ  คุณเดินลงทางประตูหน้า  ผมเดินลงจากประตูหลัง  ผมไม่ได้มองไปทางคุณอีก  เร่งฝีเท้าไปทางที่ว่าการอำเภอที่ผมจอดรถมอเตอร์ไซค์ทิ้งไว้  ยังมีเวลาในการเดินทางเหลือเฟือ  แต่ผมไม่อยากอยู่ที่นี่  หน้าอำเภอเล็ก ๆนี่อีก  โดยเฉพาะเมื่อรับรู้ว่าคุณอยู่ไม่ห่างจากผมนัก  ผมต้องรีบออกเดินทางไปให้ไกล ๆคุณ  ราวกับว่ากลัวติดเชื้อโรคร้ายจากคุณยังไงยังงั้นแหละ

 

          หมอกยังคงโรยตัว  ดวงตะวันยังไม่โผล่มาให้เห็น  คะเนเอาว่าเวลานี้ประมาณหกโมงครึ่ง  พ้นจากที่ว่าการอำเภอออกมาได้   ผมนึกถึงป้าคนเก็บเงินบนรถโดยสารคันนั้น  ผมน่าจะซื้อถุงมือสักคู่  มันคงจะช่วยกันความหนาวเย็นให้ผมได้บ้าง  แวะซื้อที่ร้านแถว ๆตีนดอย  ที่นั่นคงจะมีถุงมือขาย  ผมขับรถไปอย่างช้า ๆ  นาน ๆทีรถถึงจะสวนทางมาสักคัน 

          ชาวบ้านขับรถมอเตอร์ไซค์สวนทางกลับจากสวนหอมที่พวกเขาปลูก  พวกเขาตื่นเช้าเพื่อไปดูแลรดน้ำ   ลอมฟางที่อยู่ในนาข้างทางทำให้ผมนึกถึงบ้าน  พ่อกับแม่คงกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิต  หรือไม่อย่างนั้นก็คงกำลังเตรียมดินเพื่อลงกระเทียม  ผมไม่รู้เรื่องพวกนั้นอีกแล้ว  หลังจากมาเป็นครูได้สี่ห้าปี  ฤดูกาล  เดือนปีที่เกี่ยวกับงานเกษตรผมก็ไม่เคยรับรู้อีกเลย  ทั้ง ๆที่ผมเองก็ลูกชาวนาชาวไร่คนหนึ่ง  บอกตรง ๆว่าผมทำนาไม่เป็นอีกแล้ว  แน่นอนว่าคนอายุรุ่นผมคงไม่มีใครมาทำนากันอีก  ถ้าจะมีก็คงน้อยคน  แม้แต่น้องชายของผมที่ไปทำงานอยู่ที่เมืองหลวง 

          รถคิวสี่ล้อสีเหลืองคันที่จะขึ้นดอยแวะจอดที่ตลาด   ผู้โดยสารชาวเขาต่างลงจากรถเพื่อไปจับจ่ายซื้อหาสิ่งของ  กับข้าว เนื้อ ปลา ผักบางชนิด  เมื่อขึ้นไปถึงบนดอยแล้ว อาหารพวกนี้มันหายาก  อยากกินปลานิลก็ต้องซื้อไปจากที่ตลาดตีนดอยแห่งนี้เท่านั้น  ผมไม่รู้จะซื้ออะไร  ถ้าเย็นนี้ที่บนดอยมีงานเลี้ยงบางทีพวกเขาน่าจะทำหมูกระทะ  มันง่ายดีแล้วก็เข้ากับอากาศเย็น ๆของบนดอย  ก่อเตาไฟแล้วก็ย่างหมูบนกระทะร้อน ๆนั่น  ค่อย ๆคีบกินกัน  จิบเหล้าไปด้วย  มองลงมาจากบนยอดเนินที่เรานั่งอยู่  สามร้อยแปดสิบองศารอบตัวเราคือดอยลูกเล็ก ๆ  ลดหลั่นกันเป็นหลืบเป็นชั้น  ผมมาครั้งแรกยังตื่นเต้นกับภาพนั้น  ผมกับคุณแล้วก็เพื่อน ๆครูอีกสามสี่คนเรากางเต็นท์นอนอยู่บนยอดดอย  คุณเล่นกีตาร์เพลงเพื่อชีวิต  เสียงปรบมือและก็เสียงร้องเพลงอ้อแอ้ ๆของพวกเราดังก้องไปในหุบเขา  ผมชอบเพลงนั้น  เพลงของคาราวาน  “ตีเข้าไป  ตีเข้าไป...”  เพลงอะไรนะ  ถั่งโถมโหมแรงไฟ  คุณตอบผมว่าอย่างนั้น  เนื้อย่างยังไม่หมด  แต่เหล้าแดงหมดไปนานแล้ว  เพื่อนของเราคนหนึ่งอาสาลงไปซื้อเหล้าข้าวโพดที่หมู่บ้านอีก้อมากิน  นั่นเป็นครั้งแรกของคุณที่ได้ลิ้มลองเหล้าชาวเขารสชาติร้อนแรง  เราค่อย ๆจิบ  ท่ามกลางกองไฟที่เราก่อผิง  ผมสาดเหล้าข้าวโพดลงกองไฟแล้วคุณก็แปลกใจในดีกรีของมัน  ไฟติดพรึบตามเหล้าที่ผมสาดลงไป  “ท้องเราจะเหลือหรือนั่น”  คุณว่าอย่างนั้น  แค่คุณก็ดื่มมันจนหมด  ผมหนีเข้าซุกเต็นท์ตอนไหนก็จำไม่ได้  ตื่นมาอีกทีดวงตะวันก็โผล่ออกมาจากหลืบเขา  นั่นเป็นอีกภาพที่ประทับใจผมเป็นที่สุด  เรานั่งมองดวงตะวันเรียงกันเป็นแถวอย่างกับถูกมนต์สะกด

          แต่ดวงตะวันตอนนี้ยังไม่โผล่  ผมเดินไปที่ร้านค้าซื้อถุงมือคู่หนึ่ง  จัดแจงสวมเรียบร้อยแล้ว  รู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง  เดินเข้าตลาดกะว่าจะหาซื้ออะไรสักเล็กน้อย  เดินจนทั่วตลาดเล็ก ๆนั่นแล้ว  ผมก็ไม่ถูกใจอะไร  บางทีระหว่างทางอาจจะมีของป่าบางอย่างที่ชาวเขาเอามาขาย  นั่นก็คงจะเป็นลาภปากอย่างแน่นอน  ผมภาวนาว่าน่าจะเจอ  ออกเดินทางจากตลาด  ขึ้นเขาที่อยู่ข้างหน้า  หมอกยังปกคลุมอยู่ตลอด  ขึ้นไปถึงระยะหนึ่งกำลังเครื่องยนต์ของมอเตอร์ไซค์เกือบจะไม่ไหว  รถแก่คนขับก็แก่  ผมนึกในใจ  ทนอีกหน่อยเถอะเจ้าเพื่อนยาก  ขับรถขึ้นดอยแรกนั้นด้วยเกียร์หนึ่ง  รถเคลื่อนไปอย่างช้า  ๆ ผมยกเท้าขึ้นมาวางตรงเครื่อง  มันอุ่นขึ้นนิดหน่อย  ค่อยโยกรถไปมาช้า ๆ

          จนมาถึงยอดดอยแรกเท่านั้น  หมอกก็หายไป  มองลงไปข้างล่าง  อำเภอเล็ก ๆที่ผมเคยเห็นหายไปในทะเลหมอก  แม่น้ำสายเล็ก ๆที่ทอดยาวมาจากอ่างเก็บน้ำเห็นราง ๆเล็กนิดเดียว  บางทีผมอาจจะเจอชาวบ้านที่หาปลาสักคน  อาจจะมีปลาเพลี้ยขาย  คุณเคยบอกกับผมว่าชอบกินลาบปลาเพลี้ย  รสชาติมันขม ๆแม้ขั้นตอนการทำมันค่อนข้างจะพิถีพิถัน  ยุ่งยาก  ต้องช่วยกันทำหลาย ๆคน  แต่ก็นั่นแหละเป็นสิ่งที่พวกเราครูดอยชอบกันนัก  ตอนเย็นวันอาทิตย์หลังจากที่ขึ้นมาจากข้างล่าง  ไม่ใครก็ใครสักคนที่เจอกับชาวบ้านที่ตระเวนขายปลาเพลี้ย  เราซื้อมาลาบกินกันที่บ้านพักครูใหญ่  เหล้ายาดองในโหล  สาละวนช่วยกันทำ  บ้างหาผัก  บ้างตำน้ำพริกลาบ  บ้างก็ลาบปลา  แม้แต่เกล็ดของมันคุณยังให้นักการเอาไปทอดกรอบ  ผู้ชายสี่ห้าคนที่ล้อมวงลาบในเย็นนั้น  มันเป็นอีกภาพหนึ่งที่ประทับใจผม

          เราอยู่กันมาอย่างนั้น  โรงเรียนเล็ก ๆที่มีครูห้าคน  กับนักเรียนอีกแปดสิบกว่าคน   อยู่กันอย่างพี่อย่างน้อง  ชุดที่ใส่ทำงานส่วนใหญ่คือชุดกีฬา  รองเท้าผ้าใบเปื้อนโคลน  บางทีถ้าเป็นหน้าฝนเรามีรองเท้ายางกันฝน  ถนนลื่นเราค่อยจูงรถตามร่องที่น้ำไหล  บางครั้งไม่ใครก็ใครที่รถไถลล้มแล้วทั้งเสื้อผ้าเนื้อตัวก็มีแต่โคลน  แต่ไม่เป็นไรหรอก  เด็ก ๆยังรอเราอยู่ที่โรงเรียนเสมอ  เรานึกกันอย่างนั้น

          คืนหนึ่งฝนตก  เรานั่งมองสายฝนด้วยกัน  ท่ามกลางแสงเทียนส่องริบหรี่  ฝนตกลงมาไม่ขาดเม็ด  แต่เรายังนอนไม่หลับ  จิบเหล้ายาดองสักครึ่งโหลย้อมใจ  ท่ามกลางธรรมชาติที่สงบเงียบกับหัวใจที่เงียบเหงา  เสียงจิ้งหรีดร้องดังรอบโรงเรียน  คุณบอกกับผมว่า  พรุ่งนี้อาจจะให้นักเรียนขุดจิ้งหรีดมาแลกกับคะแนนเรียนก็ได้ ตัวละหนึ่งคะแนน  ผมหัวเราะให้กับความคิดนั้นแล้วยกจอกไม่ไผ่จอกเล็ก ๆนั่นจนหมด  กลิ่นไม้ไผ่หอมเข้าจมูกผสมกับกลิ่นฉุนของยาดองเหล้าป่าของชาวบ้าน  หนอนไม้ไผ่หรือที่เรียกกันว่ารถด่วนทอดยังไม่หมดจาน  ผมนึกถึงเรื่องเล่าขำ ๆอีกเรื่อง  เด็กนักเรียนถามผมว่า  “ครูจะกลับบ้านหรือ”  ผมตอบว่า  “เปล่า  พอดีคะแนนครูหมดต้องลงไปเอาคะแนนที่ข้างล่างมาให้เธอ”  เด็กหญิงคนนั้นบอกว่า  “ครูขี้จุ๊”  เด็กอีกคนว่า  “เอามาเยอะ ๆ นะครู”

          ผมยังมีความสุขกับโรงเรียนบนดอยของผม  โรงเรียนเล็ก ๆในป่าลึก ผมแต่งบทกลอนบทหนึ่งที่ขึ้นต้นว่า   “เขาสูง  ทางไกล  ไพรกว้าง”   คุณบอกว่าชอบมัน  บนนั้นไฟฟ้ายังไม่มีใช้  แต่วันหนึ่งทางราชการก็ส่งจานสัญญาณดาวเทียมมาให้  คุณบอกกับผมว่า

“พวกเราโชคดี” 

“โชคดีอะไร” 

“เรามีที่ตากปลา ตากเนื้ออีกอันหนึ่งแล้ว”

แล้วคุณก็ใช้มันตากปลาจริง ๆ  วันหนึ่งผมเมามาก  ผมยังเคยซักกางเกงในไปตากไว้ตรงนั้นเลย 

แต่คุณไม่ได้อยู่กับเราอีกแล้ว  แม้ว่าครั้งหนึ่งคุณจะเคยบอกกับผมว่า  คุณจะไม่ย้ายไปที่ไหน  คุณจะอยู่เพื่อเด็ก ๆที่นี่  เด็กต้องการครูที่เสียสละ  เด็กต้องการครูที่รักและเข้าใจพวกเขาอย่างจริงจัง คุณเองก็เคยพูดกับผมครั้งหนึ่งว่า   ครูบนดอยบางคนมาไม่ถึงเดือนสองเดือนก็ขอย้ายลงไปข้างล่างกันหมด  มีที่เป็นครูโดยอุดมการณ์จริง ๆ กี่คนกัน   คุณเองก็เห็นอยู่แล้วนี่  ปีหนึ่งโรงเรียนบนดอยของเรามีครูย้ายกี่คน   ใครๆที่ผมรู้จักต่างก็พยายามวิ่งเต้นเพื่อลงไปสอนข้างล่างกันทั้งนั้น  มีแต่คนดักดานอย่างคุณอย่างผมเท่านั้นแหละที่ไม่ได้เขียนย้าย   แล้วเราก็หัวเราะ  เด็ก ๆชอบคุณนะ  เขาชอบบทเพลงที่คุณร้อง  เขาชอบนิทานที่ผมเล่าให้พวกเขาฟัง  พวกเขาใสซื่อและบริสุทธิ์  พวกเขาไม่ดื้อไม่ซน  ว่านอนสอนง่าย  และพวกเขาก็มีน้ำใจมาให้กับครูของพวกเขาตลอดมา  หน่อไม้มีมาวางที่หน้าบ้านพักโดยไม่ทราบชื่อผู้ใจดีอยู่บ่อย ๆ  เคยได้ยินชาวบ้านบอกกับผมว่า  เมื่อก่อนนี้ครูไม่มีฟืนทำอาหาร  เด็กนักเรียนพากันขนฟืนมาจากที่บ้านคนละท่อนสองท่อน  ปีนั้นครูก็เลยไม่ลำบากเรื่องฟืนอีกเลย

ผมยังขับมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาลงเขาไปอีกหลายลูก  คิดอะไรไปเรื่อย ๆ  หลายเรื่องหลายราว  คิดถึงเรื่องของเรา  บางทีมันอาจจะเป็นความผิดของผมเองก็เป็นได้  เรื่องราวทั้งหมดนั่น       ผมคาดหวังกับคุณมากเกินไป    วันเวลามันเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างรวมทั้งความคิดของคนเรา  วันเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว   เราเคยเข้าใจกัน  เราเคยพูดคุยปรึกษาปัญหา  เราเคยเสนอความคิดที่ต้องการจะพัฒนาโรงเรียนเหมือน ๆ กัน   วันเวลาเหล่านั้นผ่านไปและคล้ายกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน          เรื่องเล็กๆน้อย ๆ  ที่กระทบกระทั่งกลับลุกลามกลายเป็นเรื่องใหญ่ในที่สุด   ผมไม่รู้นะว่ามันเกิดจากสาเหตุใด  แต่เราก็มองหน้ากันไม่สนิทใจเหมือนก่อน  ผมเองอาจจะผิด  แต่คุณเองก็ทำเกินกว่าเหตุ  ผมไม่รู้จะพูดยังไง  มันเป็นเรื่องศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายมากกว่า  ผมไม่นึกว่าคุณจะเป็นคนอย่างนั้น  ผมนึกมาตลอดเวลาว่าคุณเป็นลูกผู้ชายพอ  แต่คุณก็ไม่ใช่...

หลังจากที่เราเมาในคืนนั้น ครูใหญ่ก็บอกกับผมว่า  “ขั้นพิเศษในปีนี้ยกให้ผม”  เรานั่งมองตากันในแสงสลัวนั่น  ไม่รู้ในใจของคุณคิดอะไรอยู่   ผมรู้ว่าคุณอยากได้  ผมรู้ว่าคุณคาดหวังกับขั้นพิเศษ  มันไม่ผิดหรอก  ใคร ๆก็คาดหวังกันทั้งนั้น   แต่คุณก็ไม่น่าไปพูดลับหลังผมเรื่องที่ผมไม่ได้สอนในช่วงบ่ายวันหนึ่งให้ครูใหญ่ฟัง  คุณบอกว่าผมหนีเด็กไปร่วมงานเลี้ยงหอผีเจ้านายของชาวบ้าน  ความจริงที่คุณไม่รู้อีกอย่างก็คือ  งานนั้นครูใหญ่สั่งให้ผมไปเอง

ที่สำคัญที่สุด  เป็นเรื่องที่คุณก็คงไม่คาดคิดมาก่อน  นั่นคือครูใหญ่บอกกับผมเรื่องที่คุณมาฟ้องครูใหญ่  แกเล่าให้ผมฟังด้วยปากของแกเอง

วันที่คุณย้ายลงมาสอนโรงเรียนข้างล่าง  พวกเราจัดงานเลี้ยงส่งคุณ  ผมบอกกับคุณว่า  ผมลืมเรื่องราวทุกอย่างหมดแล้ว  อยากให้เรามีความรู้สึกที่ดี ๆเหมือนเก่า  ผมยังเป็นเพื่อนกับคุณ   แล้วเราก็สวมกอดกัน

ผมขับมอเตอร์ไซค์ไปเรื่อย ๆ   ในใจก็ครุ่นคิด  ถึงวันนี้ผมอยากให้คุณรู้ไว้อีกอย่างว่า    ที่ผมพูดออกไปในวันนั้น  มันช่างขัดแย้งกับความจริงในใจของผมเป็นอย่างยิ่ง

พิมพ์ครั้งแรก   รวมเรื่องสั้น  อาฉ่าผู้เคราะห์ร้าย  สนพ.แด่คนช่างฝัน  กันยายน  ๒๕๕๒





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภู_เชียงดาว วันที่ : 17/04/2010 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phuchiangdao

ยินดีเจ้า จาไดส่งข่าวมาหากั๋นเน้อ จะขึ้นไปเอา
ถ้าตังค์บ่ปอ ขอใจ๊แก้มหอมค้ำประกั๋นได้น่อ 555
ปล.เลิกของมึนเมาแล้วเน้อ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 14/04/2010 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

เมามายตั้งแต่เที่ยงเลยเร๊อะครับ
สงกรานต์ไม่เมาตั้งแต่ตะวันโผล่เลยรึ
คุณโจนัทพูดถึงบ่อยๆ
อ่านตัวตนผ่านชิ้นงานแล้วหลายชิ้น
คุณไม่ธรรมดา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ภู_เชียงดาว วันที่ : 06/04/2010 เวลา : 09.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phuchiangdao

ดอยวาวีฮ้อนก่อนิ...เจียงดาวตะวาฮ้อนง่าว 42 องศาเลย
ผมสั่งจองกล้าชาหน่อยเน้อ ถ้ากล้า 5 บาท จอง 400 กล้าเน้อ ทดลองปลูกผ่อก่อน แถวเจียงดาวมันฮ้อนในหน้าแล้ง กั๋วมันตายหนะ

แล้วยังไงส่งข่าวหากั๋นนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
จันทร์รำไร วันที่ : 02/04/2010 เวลา : 21.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/amnatpanpong

แก้มหอมที่รัก

ผมไม่ได้เจอและคุยกับคุณมานาน ยังบ่นๆ ถึงคุณอยู่ ก็แปลกนะเมื่อคืนผมยังหยิบเรื่องสั้นของคุณมาอ่านหมาดๆ ผมยังอิจฉาที่คุณเขียนเรื่องง่ายๆ ให้ดูน่าอ่าน แว่วๆ มาว่าคุณจะทำรวมเล่มอีกเล่ม ดีใจล่วงหน้า และจะรอ่านนะเพื่อน
ขอบคุณสำหรับความคิดถึง ส่งความคิดถึงเพื่อนเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เคียงดิน วันที่ : 30/03/2010 เวลา : 02.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

ทักทายน้องชายพี่กะลงอ่านพงศาวดารเขียนบทความจ๊ะ ว่างๆ โทรคุยกันเน้อ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ภู_เชียงดาว วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 22.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phuchiangdao

สบายดีนะครับแก้มหอม..
น่าจะสุขกว่าผมละ คนมีเมีย
เห็นเรื่องสั้นแก้มหอม แล้วอยากเขียนขึ้นมาบ้างละนิ
ไม่ได้เขียนมานานขนาด มัวแต่ยุ่งกับงานข่าว สารคดี จนเมาหัวเลย

มีเรื่องรบกวนหน่อยครับ...ปีนี้ผมสนใจอยากปลูกชา แทรกในสวนผีบ้า มะรู้ว่าทางโน้น เขาเพาะกล้าไว้ขายบ้างปะ ยังไงลองทาบทามให้หน่อยเน้อ แล้วก่อนฝนจะขึ้นไปหานะครับ

ติดต่อผ่านเมลได้เน้อ...
pu_chiangdao@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แก้มหอม วันที่ : 25/03/2010 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gamhom

คืนวันพฤหัสฯ
เมามายตั้งแต่เที่ยง
ผมกลับมานอนที่ห้องตอนบ่ายสาม
ตื่นมาห้าโมงกว่า
ไม่นึกอยากกินอะไร เย็นนี้ต้มบะหมี่ให้คนรักกิน
เธอบ่นเรื่องรสชาติของบะหมี่ น้ำปลาที่บ้านเราหมด
หลังนั้น เรานั่งดูหนังด้วยกัน ช่วงเวลาที่ดีของวันนี้
ช่อง ๔๑ หนังการ์ตูนญี่ปุ่น แล้วก็หนังไทย ดรีมทีม
สามทุ่มกว่า รีโมทอยู่ในมือเธอ กดโด่นกดนี่ ละครกลิ่นเน่าโชยตุๆ เสียงวิจารณ์ดังมาเป็นระยะ ผมพลอยผสมโรงกับเธอด้วย ....เราไม่ได้ติดยูบีซี เพื่อที่จะมาดูละครช่อง ๓ นะ....ทำไมมันต้องทำตาอย่างนั้นด้วย....
สี่ทุ่ม ผมยังนอนไม่หลับ
ยังไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนกี่โมง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน