• G.Freaks
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanesd@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-26
  • จำนวนเรื่อง : 89
  • จำนวนผู้ชม : 109584
  • ส่ง msg :
  • โหวต 12 คน
ชีวิตของข้าพเจ้าและโลกใบนี้
ชีวิตของข้าพเจ้าและโลกใบนี้ bloggla.com นักเขียนประจำ demo-crazy.com และ อดีตนักเขียนประจำคอลัมภ์ "เสียงเยาวชน" INN NEWS
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ginfreeces
วันอาทิตย์ ที่ 12 กรกฎาคม 2552
Posted by G.Freaks , ผู้อ่าน : 609 , 00:58:31 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรื่องของหวัด 2009

ชเนษฎ์ ศรีสุโข ณ ราชวิถี [GinFreeces@hotmail.com]

แต่งเมื่อ 6 กรกฎาคม 2552

                จากชื่อหวัดหมู สู่หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009

                ถึงวินาทีนี้ ถ้าวารสารเดโมเครซีไม่ได้กล่าวถึงหวัด 2009 ดูท่าว่าจะตกยุค จึงเป็นการบ้านที่ผมพยายามตอบคำถาม บก. และผู้อ่านทุกท่าน

หวัด 2009 นี้ เป็นโรคที่ติดกันง่ายครับ ง่ายกว่าหวัดทั่วไป(high transmission rate) ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นตอนนี้ คือ การชุมนุมคนหมู่มาก ในพื้นที่ไม่ปลอดโปร่งโล่งสบายเท่าไร ทำให้ติดเชื้อหวัดกันเยอะขึ้นครับ ในไทยตอนนี้เฉลี่ยคาดการว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน มากกว่า 100คน ต่อวัน

มีคอนเสิร์ตหลายงานใหญ่ระดับประเทศช่วงนี้ ที่บังคับให้นักเรียนไปร่วม และอีกคอนเสิร์ตที่บรรดาวัยรุ่นไปร่วมเองเพราะชื่นชอบดาราเกาหลี ปรากฏว่ากลับบ้านไปเป็นไข้กันหมดครับ และอย่างที่ทราบกันดีก่อนหน้านี้ คือ สถาบันกวดวิชา ก็เป็นแหล่งแพร่กระจายโรคเช่นกัน ตอนนี้หวัดไปชุกแถวภาคตะวันออกของประเทศ อาจเนื่องด้วยประชากรอยู่ร่วมกันมาก และทำงานด้วยกันเยอะ เช่น ทหารเรือ โรงงาน ตลาด ชุมชนต่างๆ

การป้องกันการติดหวัด อย่างหนึ่ง คือไม่ไปชุมนุมเสื้อแดง เอ้ย! ไม่ใช่ ไม่พยายามไปชุมนุมปะปนกับฝูงชนจำนวนมาก เพราะจะทำให้แพร่กระจายเชื้อกันไปใหญ่ (บางคนอาจบอก ดีดี จะได้ติดเชื้อกันให้หมด จริงๆไม่ดีครับ)

หวัด 2009 เป็นโรคที่มีความรุนแรงต่ำ(Low virulence) และต่ำกว่าหวัดนกมาก โอกาสตายประมาณ 3 ใน 1000 จึงรักษาได้ไม่ยาก ประกอบกับโรคนี้มีระยะฟักตัวสั้น(short incubation period) หมายถึงว่า นับจากช่วงได้รับเชื้อ ภายใน1-7วันจะเป็นไข้แล้วครับ ถ้าใครเป็นไข้ จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว คือภายใน 48 ชั่วโมงครับ

                ข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งคือ การตรวจยืนยันว่าเป็นหวัด 2009 จริงหรือไม่นั้น ต้องส่งเพาะเชื้อและใช้เวลานานกว่า 7 วัน รวมถึงชุดตรวจก็สิ้นเปลืองและขาดแคลน ดังนั้นแนวทางการรักษาของแพทย์สำหรับหวัด 2009 ในช่วงนี้ คือถ้าใครไข้สูงกว่า 38.5 องศา และมีอาการทางระบบทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไอ จาม มาก รวมถึงอาการอื่นๆ คลื่นไส้อาเจียน เมื่อยตัว ก็ดำเนินการรักษาไข้หวัด 2009 โดยใช้แนวทางการรักษาไข้หวัดใหญ่โดยทันที ไม่ต้องตรวจยืนยัน เพราะไม่ทัน แต่ในกรณีเป็นหนัก เช่นมีปอดบวมร่วมด้วย ก็ควรตรวจยืนยันเพื่อการรักษาที่เหมาะสม

                ดังนั้นจากที่กล่าวไปข้างต้น จริงๆสถิติผู้ป่วย หวัด 2009 ทุกวันนี้ จึงเป็นสถิติที่น้อยกว่าความเป็นจริงครับ ยังไม่นับความพยายามปกปิดสถิติการติดเชื้อจากหน่วยงานหลายหน่วยงาน เผอิญว่าคนตายปิดกันไม่ได้ จนอาจารย์แพทย์หลายท่านด่า “นี่แหละประเทศไทย” ถ้าคิดในแง่ดีแล้ว สมมติออกข่าวว่ามีผู้ป่วย 1000 คน มีคนตาย 3คน แต่จริงๆแล้วตาย 3คน จากผู้ป่วยจริงๆ 10000คน แสดงว่าผู้เสียชีวิตจากโรคนี้ ยังไม่มากเท่าไร (High infection rate but low death rate)

หลายคนที่มีอาการไม่มาก เป็นแล้วหายเองได้ โดยยังไม่ทันรู้ว่าตนเองเป็นหวัด 2009 เลยครับ

                จากหวัด 2009 ที่สื่อทุกแขนงขายได้ขายดีกับข่าวนี้มาเป็นเดือนๆแล้ว ท่านผู้อ่านจะป้องกันกันอย่างไร?

                โรคพวกไวรัสนี้ ไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสให้หายขาด จึงเป็นการรักษาแบบประคับประคอง และ การระมัดระวังสุขภาพ การป้องกันก่อนเกิดโรค เป็นเรื่องสำคัญ จึงขอเชิญชวนกันมาดูแลสุขภาพ รู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ดังนี้ครับ

                หากพูดถึงการรณรงค์ ล้างมือ ทำอาหารให้สุก ที่มีนโยบายออกมาตอนนี้ การล้างมือ การทำอาหารให้สุก ก็เป็นเรื่องที่สำคัญอยู่แล้วในการป้องกันโรคหลายชนิด แต่กับหวัด 2009 นั้น มันเป็นโรคที่แพร่ผ่านอากาศ การล้างมือ การทำอาหารให้สุก อาจช่วยได้ไม่มากครับ

หลายคนถามผมอีกว่า เขาพยายามใส่หน้ากากทั่วไป หรือที่เรียกกันว่า Mask ตลอดเวลา และสำคัญคือใส่ยามที่ออกจากบ้าน ช่วยได้มากน้อยเพียงไร จะขอชี้แจงแถลงไขว่า วิธีที่ว่านั้น คนสุขภาพดี และใส่ Mask ไป จริงๆแล้วไม่ได้ช่วยอะไรมากเท่าไรนัก เพราะอนุภาคไวรัส ที่ปนมากับอนุภาคอากาศ มีขนาดเล็กมากครับ และเล็กจนสามารถลอดเส้นใยหน้ากากทั่วไปได้อย่างสบาย ไม่ใช่แค่ไวรัสเท่านั้น แม้แต่วัณโรค ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่มีขนาดใหญ่กว่าไวรัสหลายเท่า  

                นอกจากนี้การใส่ Mask  จะช่วยได้ดีในกรณีใส่คนที่เป็นโรคครับ!

                กล่าวคือ ผู้ป่วยหวัด 2009 ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ หรือผู้ป่วยวัณโรค ถ้าใส่ Mask จะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อได้มาก ถ้าอธิบายก็เนื่องจากเวลาคนเราจามหรือไอ ตอนแรก จะออกมาเป็นน้ำลาย หรือน้ำปริมาณมากใช่ไหมครับ เมื่อออกสู่อาการจึงค่อยๆแตกสลาย กระจาย ทำให้เชื้อโรคปนกับอากาศ ดังนั้น การเอาหน้ากากคลุมหน้าผู้ป่วย ก็ลดการพ่นน้ำลายและของเหลวจากผู้ป่วยออกสู่โลกภายนอก ลดโอกาสติดเชื้อได้จริง

                จึงนำมาสู่วิธีการที่ดี ก็คือ การรณรงค์ใส่หน้ากาก กันทั้งประเทศนั่นเอง โดยจุดประสงค์หลักเพื่อให้คนที่ป่วยไม่แพร่เชื้อ ส่วนคนที่ปกติ ถือเป็นการป้องกันได้บ้าง และช่วยเหลือเยียวยาทางจิตใจนั่นเอง

สิ่งสุดท้ายที่ยังเป็นปริศนาสำหรับหลายคน ก็คือ จากสถิติ ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิต เช่นในประเทศแรกๆที่เสียชีวิตเยอะ เนื่องจากสาธารณสุขของเขารับมือไม่ทัน ไม่ดีพอ ส่วนใหญ่ผู้เสียชีวิตทั่วโลก จะเป็นเด็ก หรือคนแก่ ก็คือผู้ที่ภูมิคุ้นกันไม่ค่อยดีเท่าไร นั่นเองครับ

                แต่ในประเทศไทยของเรา ที่เสียชีวิต มีอายุรุ่นๆ 20-30ปี เสียชีวิตด้วยนั้น ยังเป็นปริศนาว่า เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น และต้องระมัดระวังการกลายพันธุ์ของโรค ที่จะทำให้วุ่นวายกันไปอีกครับ

                สุดท้ายนี้ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน การดูแลป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ อย่าดำรงชีวิตด้วยความประมาท ขาดสติ โดยสรุป

  1. ไม่ไปอยู่ในพื้นที่เสี่ยง พื้นที่คับแคบ แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก การชุมนุม คนหมู่มาก
  2. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทานอาหารดี พักผ่อนเพียงพอ ภูมิคุ้มกันจะได้ไม่ต่ำ
  3. หากมีอาการไข้สูง ไอ จาม ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนครับ

ฝนตกมากมาย หวัด2009กระจาย เป็นไข้รีบรักษาก็หาย คนไทยดูแลสุขภาพตนเอง ครับ สวัสดีครับ




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 12/07/2009 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ขอบคุณค่ะ มาอ่านตามคำแนะนำ

10 คำถามเกี่ยวกับไข้หวัด 2009
http://www.oknation.net/blog/pasalarksee/2009/07/12/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน