• GoJeab
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-05-21
  • จำนวนเรื่อง : 59
  • จำนวนผู้ชม : 119058
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
วันอาทิตย์ ที่ 26 มิถุนายน 2554
Posted by GoJeab , ผู้อ่าน : 1931 , 11:20:04 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน พันธุ์สังหยด , chailasalle และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

      ตั้งแต่นายกอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภา บรรดาโหราจารย์ยุคดิจิตอลตามสำนักศึกษา อีกทั้งเกจิของสื่อ ของพรรคการเมืองต่างๆ ได้ออกมาป่าวประกาศตัวเลขจำนวน สส. ว่าพรรคโน้นนำ พรรคนี้ชนะขาด พรรคนั้นถูกทิ้งไม่เห็นฝุ่น ฯลฯ แถมยังเกทับบลัฟแหลกกันอีกว่า โพลล์ของสำนักตนเองนั้น ถูกต้องตามระเบียบวิธีวิจัย น่าเชื่อถือกว่าของสำนักอื่นๆ เป็นอันมาก สารพัดโพลล์ออกมาประชันกันซ้ำๆ จนเอียนและเหม็นเบื่อ

 

 ดูไปแล้วช่างอนาถ น่าอ่อนเปลี้ยละเหี่ยใจกับความเพี้ยนอันไร้ขีดจำกัดของตัวเลข สส. ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อแบบผ่านน้ำร้อนเร็วๆ (ลวกๆ) จนคนที่เชียร์มวยรองเกิดอาการของขึ้น รมณ์เสีย ส่วนคนที่รักพรรคที่มาแรงแซงคนอื่นก็กระหยิ่มยิ้มย่อง ทำอย่างกับชนะเลือกตั้งไปแล้วยังไงยังงั้น ที่น่ากลัวที่สุดคือพวกที่ยังไม่ตัดสินใจ แต่ไม่อยากเป็นฝ่ายแพ้จะหลงเชื่อกระแสตัวเลขฉาบฉวยจนคล้อยตาม ยอมเลือกตามกระแสโพลล์สร้างภาพ สส.หรือพรรค ดีไม่ดีไม่ว่า ขอข้าเป็นคนเลือกฝ่ายชนะ ว่างั้นเหอะ

 

 โอกาสนี้ขอแสดงภูมิอันมีอยู่น้อยนิด วิเคราะห์เจาะลึกถึงความเพี้ยนของโพลล์ ตามที่เคยได้เรียนและทำมาบ้าง

 

 การทำโพลล์เป็นหนึ่งในงานวิจัยซึ่งมีหลักการทางสถิติ มีระเบียบวิธีวิจัยที่ใช้กันอยู่ทั่วโลก ไม่ว่าจะไปทำโพลล์ที่เลโซโท อียิปต์ อเมริกา ปาปัวนิวกีนี หรือแม้แต่ที่ประเทศไทย ก็ต้องใช้หลักการทางวิชาการอย่างเดียวกัน เช่น กลุ่มตัวอย่างจะต้องสุ่มมาใช้อย่างน้อยกี่คนถึงจะน่าเชื่อถือทางสถิติ ก็ต้องมีวิธีการคำนวณจากประชากรแต่ละกลุ่มอายุ แต่ละเศรษฐฐานะ แต่ละการศึกษาฯลฯ

 

 ขออธิบายให้เห็นภาพการทำโพลล์ด้วย แกงเขียวหวานไก่โมเดลจะได้เห็นภาพชัดๆ จะๆ

               เมื่อคุณแกงเขียวหวานไก่หม้อใหญ่เสร็จใหม่ๆ ภายในหม้อจะประกอบไปด้วยประชากรคือ  

. น้ำแกงเขียวหวาน (ปริมาณมากที่สุด)

 

. มะเขือพวง(มากพอควร)

 

. มะเขือเปราะ

 

. เนื้อไก่ ( .และ ง.สองอย่างนี้มากพอๆ กัน)

 

. ใบโหระพา (มีจำนวนน้อย)

 

. พริกชี้ฟ้าซอย (มีน้อยที่สุด)

            คราวนี้คุณจะเอาแกงเขียวหวานมาวิเคราะห์ว่า แกงนี้มีคุณค่าทางอาหารเท่าไหร่ มียาฆ่าแมลงปะปนมากน้อยแค่ไหน โดยที่คุณไม่อยากเปลืองเงินและเปลืองเวลาวิเคราะห์แกงทั้งหม้อ วิธีที่ง่ายคือ สุ่มตัวอย่างด้วยการใช้ทัพพีคนแกงให้เข้ากันดี แล้วตักแกงมาหนึ่งชาม ภายในชามประกอบไปด้วยน้ำแกง มะเขือ เนื้อไก่ ฯลฯ ครบถ้วนในอัตราส่วนเดียวกับแกงทั้งหม้อ อะไรที่ควรจะมากก็มาก อะไรที่ควรจะน้อยก็น้อย ทีนี้คุณจะไปวิเคราะห์วิจัยยังไงก็จะได้ผลที่น่าเชื่อถือและถูกต้องตามความเป็นจริง

 

          แล้วทำไม ผลการวิเคราะห์แกงเขียวหวานไก่ของเจ้าสำนักโพลล์ถึงได้เพี้ยนได้สุดกู่ล่ะ สาเหตุมันมีได้ร้อยแปดพันประการเชียวนะ ขอลองยกตัวอย่างมาเท่าที่นึกออกได้แล้วกัน 

1. ชามแกงเล็กเกินไป ใส่แกงได้นิดเดียว อัตราส่วนของประชากรแต่ละประเภทของแกงในหม้อกับในชามเลยไม่เท่ากัน

 

พวกที่ทำโพลล์ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างนิดเดียวแล้วออกมาป่าวประกาศผลโพลล์ด้วยความภาคภูมิใจ ไม่คิดหรือไงว่าคนอ่านที่เขาเจาะลึกข้อมูลจะส่ายหน้าระอา

 

ล่าสุดมีโพลล์ของสำนักศึกษาที่ทำการศึกษาในเขตเลือกตั้งภาคอีสาน 126 เขต ใช้จำนวนตัวอย่างเขตละ 100คน

 

100คน! จะเป็นตัวแทนของคนที่มีสิทธิ์เลือกตั้งเป็นแสนในแต่ละเขตได้ยังไง

 

2. วิธีการตักแกง ก่อนที่จะตัก คนตักต้องคนให้ส่วนผสมทุกอย่างเข้ากันดี ไม่ใช่ขี้เกียจคน ไปจ้วงเอาแต่ด้านบนของแกง ซึ่งก็จะได้แต่ใบโหระพา พริกชี้ฟ้าซอย กับน้ำแกงที่ข้นมันย่อง ซะเป็นส่วนใหญ่ ได้มะเขือพวงบ้าง ส่วนมะเขือเปราะกับเนื้อไก่น่ะเหรอ เฮอะหมดสิทธิ์ ต่อให้คุณใช้ชามแกงใหญ่เท่ากาละมัง แต่ถ้าวิธีตักแกงของคุณผิด มันก็ไม่สามารถเป็นตัวแทนแกงทั้งหม้อได้

 

สำนักโพลล์หลายสำนักมักจะจ้างเด็กนักศึกษา (ในที่นี้ขอเรียกว่า เด็กเดินโพลล์”) โทรศัพท์ไปตามบ้าน เพื่อถามคนมีสิทธิ์เลือกตั้ง วิธีนี้ประหยัด สะดวก ง่ายดี แต่ขอโทษ มักง่ายด้วย กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการศึกษาส่วนใหญ่ไม่อยู่บ้านในเวลากลางวันหรอก เพราะเขาออกไปทำงานกันหมด โทร.ไปก็ไม่มีคนรับ ถึงจะมีคนรับก็เป็นเด็กรับใช้ซึ่งมีสิทธิ์เลือกตั้งที่อื่น ดีไม่ดีเจอคนรับใช้ที่เป็นแรงงานต่างด้าวให้ข้อมูลแทนเจ้านายจนเข้ารกเข้าพงไปซะอีก บางคนที่รับสายก็ไม่สะดวก ไม่ว่างที่จะตอบ ปฏิเสธที่จะตอบเพราะไม่ชอบให้ใครละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ไม่ตอบเพราะไม่อยากตกเป็นเครื่องมือให้เจ้าสำนักโพลล์เอาไปหากินฟรีๆ ไม่อยากตอบเพราะเบื่อ รำคาญ ไม่กล้าตอบเพราะไม่รู้จะเอาข้อมูลของเราไปทำอะไร ไม่ตอบตามจริงเพราะกลัวคนถามมาเอาเรื่อง มาข่มขู่ โน้มน้าวให้เราทำตามที่เขาต้องการ ไหนๆ ก็รู้เบอร์โทร.ของเราแล้ว คงรู้ข้อมูลอื่นๆของเราด้วย สารพัดจะทำให้ข้อมูลบิดเบี้ยว

 

เด็กเดินโพลล์หลายคนใช้วิธีเดินไปถามตามบ้านแบบโจ่งแจ้ง ไม่ดูตาม้าตาเรือเลยว่าคนที่ถูกถามอยู่ในสภาพแวดล้อมยังไง คนถูกถามบางคนเป็นคนค้าขาย เขาจะกล้าตอบตามใจคิดได้ยังไงในเมื่อลูกค้าของเขายืนหัวโด่อยู่ในร้าน ถ้าตอบตรงกับที่ลูกค้าชอบก็ดีไป แต่ถ้าไม่ตรงล่ะ อย่างเบาะๆ ก็เตรียมตัวเสียลูกค้า อย่างหนักก็โดนดักทำร้ายหรือพังร้านได้เลย ช่วยไม่ได้ที่สมัยนี้ความรุนแรงมันมีเยอะ ไม่พอใจใครก็สั่งสอนมันให้เดี้ยงโดยไม่ต้องคำนึงถึงขื่อแป และอีกเช่นกันที่เด็กเดินโพลล์เข้าไปเคาะประตูบ้านแล้วไม่เจอเจ้าของบ้าน เจอแต่คนรับใช้ เอาวะ.. ไหนๆก็ตากแดด ตากฝน เหนื่อยจะตายได้เงินนิดเดียว เมคๆ ข้อมูลแล้วกัน ถามคนรับใช้แทน อาจารย์เจ้าสำนักจะไปรู้ได้ยังไง

 

เด็กเดินโพลล์บางคนก็ไปดักถามตามห้างสรรพสินค้า ตามสถานที่ราชการ มหาวิทยาลัย สวนสาธารณะที่มีคนเยอะๆจะได้มีข้อมูลครบถ้วน เสร็จเร็วๆ เคลมไวๆ ก็แหม อาจารย์ที่สอนวิชาการตลาดบางท่านเคยให้ไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภค เช่น ยาสีฟัน สบู่ ยาสระผม ฯลฯ ตามสถานที่ต่างๆเหล่านี้นี่นา ถ้าจะผิดก็ให้ไปโทษอาจารย์โน่น

 

3. คนตักลำเอียง เช่น คนตักอยากกินเนื้อไก่ กับมะเขือเปราะเยอะๆ ก็เลือกตักเอาแต่ของที่ตัวเองชอบ

 

พวกนี้มักจะเป็นผลโพลล์จากบรรดาพรรคการเมืองที่ต้องการสร้างกระแสให้พรรคของตัวเอง ขึ้นฟูดูดี ชนะคู่แข่งแบบขาดลอย เลยลองทำโพลล์ด้วยการไปสอบถามพรรคพวกเพื่อนฝูง แนวร่วมเดียวกัน อวยกันไปก็อวยกันมา ผลที่ได้ก็ได้อย่างที่ตัวเองอยากให้เป็น

           โพลล์ชี้นำก็ตกอยู่ในข่ายนี้อีกเช่นกัน ตามหลักวิชาการแล้ว คำถามที่ตั้งขึ้นต้องผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ หลายคน(จำนวนผู้เชี่ยวชาญหาได้จากการคำนวณทางสถิติอีกนั่นแหละ) ว่า คำถามนั้นจะต้องไม่อคติ ไม่ลำเอียง และ วัดในสิ่งที่ต้องการวัดไม่ใช่ต้องการสำรวจเรื่องช้าง แต่ไปตั้งคำถามเรื่องม้า แถมยังชี้นำให้ตอบแต่เรื่องม้าๆ อีกต่างหาก  นอกจากคำถามที่ชี้นำคำตอบแล้ว กิริยาท่าทางของเด็กเดินโพลล์ก็มีส่วนทำให้เกิดการชี้นำได้ด้วย ถ้าตอบไปแล้ว เด็กเดินโพลล์ไม่ถูกใจหน้าบึ้งหน้างอ ถามต่อด้วยน้ำเสียงกระโชกโฮกฮาก คนไทยเราบางคนก็ขี้เกรงใจเลยตอบแบบถนอมน้ำใจคนถาม ซึ่งพอเสร็จสิ้นการสำรวจ คนตอบจะเมื่อยไปทั้งตัว เพราะเกร็งกับการเก็งใจเด็กเดินโพลล์ 

อีกตัวอย่างที่ขำไม่ออกคือ ช่วงยุบสภาใหม่ๆ มีสื่อกระดาษยักษ์ใหญ่เจ้าหนึ่งลงผลการสำรวจทางอินเตอร์เน็ตในคอลัมน์หนึ่ง ผลการสำรวจพบว่า เมื่อให้คนโหวตผ่านกระทู้ในเว็บบอร์ด พบว่า มีคนโหวตพริกชี้ฟ้าแดงหลายร้อยคน ส่วนคนที่โหวตมะเขือเปราะมีไม่ถึงสิบคน คนเขียนคอลัมน์เลยเอาข้อมูลอื่นๆ ที่พยายามไปสรรหามาสนับสนุน บวกกับขัอมูลที่ว่าสรุปแบบฟันธงว่าคนไทยส่วนใหญ่เลือกพริกชี้ฟ้าสีแดง

 

เอ้าเอาเข้าไป กลุ่มตัวอย่างมีกระจิ๊ดเดียว แถมยังโหวตผ่านเว็บพริกชี้ฟ้าสีแดงแจ๋อีกต่างหาก มะเขือเปราะที่ไหนจะเข้ามาดู งานนี้นอกจากชามแกงจะเล็กเกินไปแล้ว ยังเลือกตักกินแต่พริกชี้ฟ้าสีแดงอีก

 

4. คนตักตักแกงใส่ชามสองสามทัพพีพอเป็นพิธี (จะได้มีแกงเหลือในหม้อไว้กินเยอะๆหรือไงไม่ทราบ) เสร็จแล้วจัดแจงเติมน้ำเปล่าลงไปแทนให้เต็มชาม คนตักบางคนยิ่งร้าย เติมน้ำโคลนลงไปผสมด้วย

 

เด็กเดินโพลล์หลายคน เก็บข้อมูลไปแล้วท้อใจ เจอคนไม่ให้ความร่วมมือเยอะมาก ทำให้เก็บข้อมูลไม่ครบ กลัวอดได้ตังค์จากเจ้าสำนัก บางคนก็ขี้เกียจเก็บข้อมูลเลยตัดสินใจเอาตัวรอดด้วยการ เมคข้อมูลสารพัดวิธี บางคนเชี่ยวชาญหน่อย ก็เอาปากกาหลากสีหลายแบบ ดัดแปลงลายมือเขียนลงไปในแบบสอบถามให้ดูเหมือนมีคนตอบจริงๆ บางคนก็เอาข้อมูลที่ทำมาก็อบปี้ทำซ้ำไปเลย สมมติหาข้อมูลมาได้ 30 คน แต่เจ้าสำนักบอกว่า ต้องหาให้ได้ 120 คน ก็เอาข้อมูลทั้ง 30 คนมาทำซ้ำแบบคูณ 4

 

แหล่งที่เด็กเดินโพลล์มักไปจับกลุ่มสุมหัวกันเมคข้อมูลนั้น มักเป็นตามศูนย์อาหารในห้าง นอกจากจะมีแอร์เย็นๆ ไม่ต้องไปออกสนามแล้ว ยังมีโต๊ะกินข้าวใช้นั่งทำงานกันโดยที่ไม่มีใครมาไล่ พวกนี้มักจะไปนั่งทำงานกันตั้งแต่บ่ายแก่ๆ จนเย็น เพราะในช่วงเวลานี้ไม่ค่อยมีลูกค้าของห้างมาใช้บริการเท่าไหร่ เลยไม่เป็นที่สังเกตของคนอื่น

 

5. ตักแกงที่คนอย่างดีได้เต็มชามแล้ว แต่ตักทิ้งไปแบบมั่วๆ หนึ่งหรือสองทัพพี แล้วเอาแกงที่เหลือในชามไปวิเคราะห์

 

สำนักโพลล์ที่ออกมาคุยเขื่องว่า โพลล์ของเขามีคนที่ยังไม่ตัดสินใจน้อยมาก ส่วนใหญ่ตัดสินใจเลือกแล้ว เพราะเขาง้างปากคนถูกถามได้ทุกคนให้ตอบตามจริง เกทับอีกว่าดีกว่าโพลล์ของสำนักอื่นที่มีคนยังไม่ตัดสินใจหลายสิบเปอร์เซนต์ ก็แน่ล่ะสิ ตอนที่สุ่มตัวอย่างนั้น สมมติคำนวณว่าต้องใช้กลุ่มตัวอย่าง100 คน พอไปถามคนทั้งหมดนี่ เกิดมีคนไม่ยอมตอบหรือตอบไม่ครบทุกคำถามที่เป็นหัวใจสำคัญสัก 30 คน ทั้ง 30 คนนี้จะถูกคัดออกก่อนเลย เพราะไม่มีข้อมูลเอาไปใช้ในการวิเคราะห์ เหลืออีก 70 คนที่เอาไปวิเคราะห์ได้ ผลก็เป็นอย่างที่เขาบอกนั่นแหละ …. คนที่ยังไม่ตัดสินใจมีน้อยมากกกกกก…….เจ๋งกว่าคนอื่นไหมล่ะ

 

6. ตักแกงมาสองสามทัพพี แล้วไปเอาแกงจากแกงกล่องสำเร็จรูปมาเติมให้เต็มชาม

 

พวกโพลล์ทาสมักเป็นเช่นนี้ หาข้อมูลมาสักหน่อยกันคนครหา จับมายำรวมกับโพลล์ที่นายทุนสั่งมา จนได้ผลตามที่นายทุนต้องการแล้วป่าวประกาศออกสื่อดังๆ ย้ำ! ต้องออกสื่อดังๆ ไหนๆนายทุนจะเสียเงินแล้ว ต้องเอาให้คุ้ม

 

7. ไม่ได้ตักแกงสักชาม แต่เอาหม้อแกงเก่าๆ มานั่งดู

 

วิธีนี้พวกเกจิตามสื่อนิยมใช้มาก เอาผลการเลือกตั้งเมื่อสี่ปี่ก่อนมาเป็นตัวตั้ง บวกลบคูณหารกับสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง เอากระแสต่างๆมานำทางมาผสมผสานจนได้โพลล์ออกมา สื่อบางคนก็เกิดจะมีหลักวิชาการขึ้นมาทันใด เอาผลการเลือกตั้งย้อนหลังหลายๆ ครั้งมายำใหญ่แล้วบอกว่านี่คือข้อมูลทางสถิติที่น่าเชื่อถือ

 

อยากจะหัวเราะเป็นภาษาเยอรมัน หม้อแกงเมื่อสี่ปี่ก่อนและก่อนหน้านั้นน่ะ มันบูดเน่าไปถึงไหนแล้ว จริงอยู่ที่บางครั้งการใช้วิธีเอาหม้อแกงเก่ามานั่งดูจะได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงความเป็นจริง ถ้าประชากรในหม้อแกงไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปมากนักทั้งปริมาณและความคิด ยึดติดและจงรักภักดีแบบไม่ลืมหูลืมตากับพรรคที่ตัวเองรัก ผลที่ได้ก็เซมๆ เดิม

 

แล้วถ้าหม้อแกงที่เพิ่งต้มสุกใหม่ๆ มีประชากรใหม่ๆ เกิดขึ้นหลายล้านคน ประชากรเก่าๆ ที่มีความคิดเปลี่ยนไปเพราะนโยบายที่ตอบโจทย์ตัวเอง ประชากรที่ ตาสว่าง รู้ตัวว่าถูกหลอก ประชากรที่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารเชิงลึกได้อย่างมากมายและรวดเร็วผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ค ประชากรที่ถูกล็อกผลด้วยนักการเมืองท้องถิ่นจนเกิดโมเดลใหม่เป็นที่ฮือฮาจากการเลือกตั้งซ่อมเมื่อครั้งที่แล้ว ประชากรที่ชอบอยู่แบบเงียบๆ เกิดพร้อมใจกันลุกออกมาแสดงพลัง ประชากรที่ไม่เคยจงรักภักดีพรรคไหนแต่อยากให้ชาติบ้านเมืองก้าวหน้าไปได้ ประชากรที่ไม่เคยจงรักภักดีพรรคไหนแต่เคารพเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ล่ะ 

 

ของจริงที่ไม่ใช่โพลล์จะยังเป็นเช่นนี้อีกไหม

 

อย่างไรก็ตาม โพลล์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ของการเลือกตั้ง แต่มีผลต่อการสร้างกระแส สร้างภาพ ดังนั้นการทำโพลล์ จึงต้องอาศัยหลักวิชาการ และดำเนินวิธีวิจัยตามหลักการจริงๆ ดำเนินการโดยมืออาชีพทุกลำดับชั้นในการทำโพลล์ ปราศจากอคติใดๆ การนำเสนอผลต้องเน้นในข้อเท็จจริง ผลของโพลล์บอกว่าคะแนนนำอันดับหนึ่งคือ ยังไม่ตัดสินใจ ก็ต้องบอกตามนั้น แม้มันจะไม่ตอบคำถามของชาวบ้านหรือผู้ออกทุนวิจัยที่ว่าพรรคไหนจะชนะพรรคไหนก็ตาม



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
chailasalle วันที่ : 10/10/2011 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ชอบครับ ที่แปล sampling survey ออกมาอย่างเข้าใจได้ง่ายๆ เยี่ยมครับโหวตๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 14.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


ขอบคุณที่ตั้งใจ และมุ่งมั่นที่จะบำเพ็ญประโยชน์ร่วมกัน

เชิญประมูลภาพการกุศล โดย Blogger ไอลี่ และ Blogger ฅนสยาม เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ (((เพิ่มพิเศษ ชุด Mai - ใหม่ เจริญปุระ พรีเมี่ยม คอลเลคชั่น)
http://www.oknation.net/blog/swongviggit/2011/10/03/entry-1


ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เคียงดิน วันที่ : 04/10/2011 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สวัสดีค่ะโกเจี๊ยบ

อาโกว์ไปเม้นท์ที่เอ็นทรี่นี้มันมาก ค่ะโกว์

http://www.oknation.net/blog/nard/2011/10/03/entry-2/comment#read

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
market วันที่ : 24/08/2011 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

แบบนี้ต้องโทษนิสัยประจำชาติแล้วละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลุงวอ วันที่ : 26/06/2011 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

ชัดเจนครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
tengpong วันที่ : 26/06/2011 เวลา : 12.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ประเทศไทย ไม่เหมาะที่จะมีโพลล์
โดยเฉพาะช่วงนี้

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ก่ำกาดำ วันที่ : 26/06/2011 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/psec

แจ๋ม ผมให้คุณผ่าน เชิญครับ 555

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน