• Globe
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : goodjai@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-10-24
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 26982
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
United World .. รักโลก .. รวมโลก
สวัสดีครับ ... บล็อกนี้มีไว้เพื่อถ่ายทอดความคิดที่ผมเห็นว่าสามารถเปลี่ยนแปลงโลกของเราให้ดีขึ้น ทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข .. อยู่คนเดียวก็มีความสุข ..
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/goodjai
วันอังคาร ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by Globe , ผู้อ่าน : 2238 , 12:38:55 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ช่วงนี้ได้รับฟังข่าวสารเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกเป็นประจำ  ฟังทีไรก็ให้รู้สึกอึดอัด ..  อึดอัดกับปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหา   …. 

เศรษฐกิจตกต่ำนั้นส่งผลอย่างไร  ส่งผลให้คนมีรายได้น้อยลง  มีเงินซื้อข้าวกินน้อยลง  อดอยากกันมากขึ้น  ตกงานกันมากขึ้น   ขโมยข้าวของกันมากขึ้น  เครียดกันมากขึ้น ฯลฯ

รัฐบาลประเทศต่างๆ มุ่งแก้ปัญหาโดยการกระตุ้นเศรษฐกิจ  ให้คนใช้จ่ายเงินมากขึ้น  แล้วคิดว่ามันจะแก้ปัญหาได้หรือ  ผมไม่คิดว่ามันจะแก้ได้หรอกนะ   ความผิดพลาดมันอยู่ที่ระบบสังคม ระบบเศรษฐกิจทุนนิยมที่หลายคนยังหลงระเริงกันอยู่ ... แก้ปัญหาวันนี้ได้ วันหน้าก็ต้องเกิดปัญหาเช่นนี้อีก

ยกตัวอย่าง .. การให้เงินพนักงานราชการแบบให้เปล่า คนละ 2,000 บาท    ผลจะเป็นอย่างไร  จริงที่ว่า คนจะเอาเงินไปใช้  แต่ จะใช้ทำอะไร  ใช้ซื้อข้าว  ใช้ซื้อมือถือ  ใช้ซื้อหวย  ใช้เที่ยวเตร่  ใช้หนี้ ฯลฯ  แล้วจะเป็นอย่างไร สุดท้ายเงินก็หมด แล้วก็อดอยากกันใหม่

หรืออย่างต่างประเทศ  ให้เงินอุ้มสถาบันการเงิน  เพื่อให้มีเงินให้คนกู้มากขึ้น  เพื่อให้คนเอาเงินไปใช้มากขึ้น  ทำธุรกิจอะไรกันมั่งก็ไม่รู้ เพื่อแข่งขันกับเจ้าอื่นๆ ซึ่งมันแน่อยู่แล้วว่าต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ  สุดท้ายคนแพ้ก็ต้องกลายเป็นคนจนและมีปัญหา

รถขายไม่ออก  รัฐบาลก็จะเน้นช่วยให้รถขายออก เพื่อให้เศรษฐกิจดี  โดยไม่คิดว่าทุกวันนี้คนมีรถกันพอแล้ว  ..   ข้าวขายราคาถูก รัฐบาลก็ไม่คิดว่าข้าวมันมีเหลือกิน (เพียงแต่ไปไม่ถึงคนที่อยากกิน)  คิดแต่จะต้องประกันราคา

ให้เงินน่ะ  ให้เท่าไหร่ก็ไม่พอ  แต่ถ้าให้ข้าวกิน  กินกันแค่อิ่มหรือแค่พุงกางก็ต้องพอกันแล้ว

ผมเคยบอก ว่าคนน่ะ ไม่ได้กินเงิน  แต่กินอาหาร .. เมื่อไหร่เราจะเลิกให้คนหาแต่เงิน แต่ทำลายแหล่งข้าวปลาอาหารกันเสียที

ระบบทุนนิยมที่มุ่งใช้แต่เงิน  ให้คนแข่งขันกันหาเงิน เพื่อให้เกิดการพัฒนา  แล้วผลมันเป็นอย่างไร  ดูผลที่เกิดขึ้นกับโลกทุกวันนี้สิ  อาชญากรรม  โสเภณี  ยาเสพติด  โลกร้อน   ความยากจน  ความเครียด  ความเกลียด  ความโกรธ

…. นี่คือบทพิสูจน์ถึงความผิดพลาดของระบบทุนนิยมสุดโต่ง ซึ่งต้องถึงวันล่มสลายในที่สุด ... ซึ่งเราไม่ควรรอให้มันล่มสลายโดยเกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง

จริงอยู่ ที่ว่าการแข่งขันนั้นช่วยกระตุ้นให้คนทำงานมากขึ้น สร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้า บ้านจัดสรร ฯลฯ สิ่งดีๆ มากมาย  แต่ .. ส่วนหนึ่งที่ดีนั้นมาจากจิตด้านดี  จิตที่มุ่งหวังให้สังคมดีขึ้น  ส่วนจิตด้านเห็นแก่ตัวก็คือ ให้ฉันมีเงินมากขึ้น  ให้ฉันได้มีคนรับใช้มากมาย

คนเรานั้นมีทั้งความคิดดีและคิดเห็นแก่ตัวในตัวเอง   ส่วนที่ดีนั้นก็ส่งผลให้เราทำอะไรเพื่อสังคม เพื่อคนอื่น เพื่อความสุขสงบ   ส่วนที่เห็นแก่ตัวก็คือการกระทำที่ทำไปด้วยความหลง  เพื่อความสุขชั่วคราว หรือเพื่อความชอบส่วนตัว

ระบบสังคมทุกวันนี้มันก็แฝงด้วยลักษณะของความเป็นทุนนิยมผสมกับสังคมนิยมอยู่แล้ว  เพียงแต่ ความเป็นสังคมนิยมมันน้อยไป  มีแค่รถเมล์ฟรี  ห้องสมุดประชาชนฟรี สวนสาธารณะฟรี  แต่ ยังไม่ค่อยมีอาหารฟรี  บ้านฟรี  รัฐบาลส่วนใหญ่ไม่กล้าให้ระบบสวัสดิการอย่างเต็มที่ เพราะกลัวว่าคนจะไม่ทำงาน  ... ต้องให้คนแข่งกันเพื่อหนีการอดตายเพื่อให้เร่งทำงานกันให้เต็มที่  ....  ผลก็คือ พวกที่เก่งก็รวยล้ำฟ้า  พวกที่ด้อยโอกาสหรือพลาดพลั้งก็แทบไม่มีอะไรกิน

หยุดเถอะ .. รัฐบาลทั้งหลาย  .. หยุดคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยวิธีเดิมๆ  ส่งเสริมระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคมแบบเดิมๆ  ที่พ่อแม่ต่างมุ่งสอนลูกให้เรียนสูงๆ เพื่อให้ได้เป็นเจ้านายคน เพื่อให้มีงานดีๆ มีเงินเดือนเยอะๆ  ให้รวยๆ กันเสียที

จะรวยกันไปทำไม  ต่อให้มีเป็น 100 ล้านก็ต้องป่วยตายอยู่ดี

มีรวยก็มีจน   มีเจ้านายก็มีข้าทาส  มีผู้ชนะก็มีผู้แพ้   แล้วโลกจะมันสุขสงบได้อย่างไร

หนทางแก้ปัญหาที่ถูกต้องคือ ส่งเสริมการหาปัจจัยสี่ให้มีเพียงพอกับทุกผู้คนกันก่อน  ให้ทุกคนมีข้าวกิน  มีบ้านอยู่  มีเสื้อผ้าใส่  เจ็บไข้มียารักษา ให้เพียงพอกันก่อน   วิธีการก็คือปลูกข้าวให้มากขึ้น  ทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  ปลูกสร้างบ้านฟรีให้คนมากขึ้น  กระจายคนให้ไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่มากขึ้น   ทำให้ทุกคนขยันทำงานที่ได้ประโยชน์จริงๆ   ไม่ใช่ขยันซื้อขายทอง  ไม่ใช่ขยันส่ง e-mail ขยะต้มตุ๋มมนุษย์    ไม่ใช่ขยันติดป้าย “เงินด่วน”   ไม่ใช่ปล่อยให้คนมีนิสัยขี้เกียจ อยากทำงานสบายๆ แต่อยากมีเงินมากๆ อย่างทุกวันนี้  ...

ช่วยดูแลปากท้องทุกคนฟรีๆ เถอะ ... ถึงแม้ว่าช่วงแรก คนที่ขี้เกียจอาจยังไม่ได้สำนึกและยังงอมืองอเท้าอยู่   อย่างน้อย คนที่มีความตั้งใจดี  สติปัญญาดี  และขยันทำงาน  ก็จะสามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น  จนสามารถดูแลคนทั้งโลกได้  หากไม่โดนระบบเศรษฐกิจแห่งการแก่งแย่งแข่งขันมาขัดขวาง

คิดดูกันหน่อยเถิด มนุษย์ ... เจ้าได้ชื่อว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชาญฉลาดที่สุดบนโลก  แต่เหตุใดชีวิตเจ้าจึงต้องยุ่งยากเหน็ดเหนื่อยกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มากมาย ... กวางมันยังเล็มหญ้าแค่วันละไม่กี่ชั่วโมงแล้วก็ได้นอนเล่นไปวันๆ .. เหตุไฉนเจ้าจึงต้องทำงานกันถึงวันละ 8 ชั่วโมงแล้วยังมีไม่พอกิน .....  เพราะเจ้ามัวแต่แข่งกันหากินจนเพื่อนเจ้าไม่มีอันจะกิน ... หากเพียงเจ้าสามัคคีกันแล้ว    ด้วยปัญญาอันเลอเลิศของพวกเจ้า   เจ้าอาจจะทำงานกันแค่วันละสี่ชั่วโมงแล้วก็มีกินมีใช้หายห่วงชั่วชีวิต

มนุษย์เราจับกลุ่มกัน  ปกครองร่วมกัน  ก็เพื่อที่จะช่วยเหลือกัน ให้อยู่กันได้ด้วยดีทุกคน   หากรวมกันแล้วเรายังต้องเจอภัยสังคม  เจอปัญหาความอดอยากอยู่เช่นนี้  ก็แยกกันอยู่  ตัวใครตัวมันไม่ดีกว่าหรือ  ไม่ต้องมีมันหรอก ประเทศโลกเนี่ย  มีเพื่อให้สบายกันแค่บางคนบางกลุ่มหรือเปล่า   มันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ  เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมย่อมกระทบต่อทุกคนในสังคมไม่มากก็น้อย     รัฐบาลโปรดพิจารณาด้วย   ช่วยให้ทุกคนอยู่ฟรีกินฟรีกันได้ก่อน  แล้วค่อยแข่งขันกันในส่วนที่มันเกินปัจจัยพื้นฐาน  ไม่ใช่มัวแต่แข่งกันหาความสุขเสียจนลืมทำมาหากิน  ไม่ใช่มัวแต่แข่งกันทำขนมเค้กจนไม่มีข้าวกิน  ไม่ใช่มัวแต่เล่นฟุตบอลจนไม่มีบ้านอยู่   ไม่ใช่มีสวนสาธารณะที่เลี้ยงเต่าเลี้ยงปลามากมาย แต่คนไม่มีปลาจะกิน ... จะห้ามจับปลาก็ช่วยหาปลาให้กินหน่อยเถอะ

กงจักร  ใจดี  10 กุมภาพันธ์ 2552




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
jaa วันที่ : 07/07/2011 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thai-people

ประชาธิปไตยไม่สมบูรณ์เพราะเหตุใด?

คาร์ล มาร์ก ได้วิพากย์ระบอบประชาธิปไตยภายใต้ทุนนิยมไว้อย่างชัดเจนว่า
เขาเห็นด้วยกับประชาธิปไตย คือ การให้สิทธิเสรีภาพที่สมบูรณ์แก่ประชาชน
แต่เขาไม่เห็นด้วยกับระบบเศรษฐกิจทุนนิยมซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนประชาธิปไตย
เนื่องจากระบบนี้ หนุนอำนาจให้กับนายทุน เปลี่ยนขั้วอำนาจจากชนชั้นขุนนาง
มาเป็นชนชั้นนายทุน ยังผลให้แรงงานต้องทำงานภายใต้กลไกลการแข่งขันซึ่ง
เป็นกลไกลสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบทุนนิยม สุดท้าย เสรีภาพจึงไม่มีจริง เมื่อแรง
งานต้องถูกใช้แรงงานอย่างหนัก ไม่มีเวลาส่วนตัว แล้วเสรีภาพที่แท้จริงจะเกิด
ขึ้นได้อย่างไร? ทั้งยังส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติถูกเผาผลาญทำลายเพราะ
ตัวเร่งอันได้แก่ กลไกลการแข่งขัน, ดอกเบี้ยเงินกู้ที่เป็นบวก และเครื่องมือ
ทางเศรษฐศาสตร์อีกหลายประการที่มุ่งเน้นไปทาง "ขาขึ้น" เพียงอย่างเดียว

ดังนั้น คาร์ล มาร์ก จึงมุ่งเน้นความสำคัญไปที่ "ภาคแรงงาน" แต่เขาก็ไม่ได้ให้
คำตอบที่ดีนัก กับคำถามที่เขาตั้งขึ้นเอง เพื่อโต้แย้งจุดบอดของระบบทุนนิยม และ
ส่งผลให้ "การปฏิวัติโดยชนชั้นแรงงาน" เกิดขึ้นเพื่อล้มล้างนายทุน และยังผล
ให้เกิดการเปลี่ยนขั้วอำนาจโดยกลุ่มผู้ปฏิวัติ แต่ไม่อาจนำประชาธิปไตยมาให้อย่าง
แท้จริง

ย้อนกลับไปสู่คำถามที่ คาร์ล มาร์ก ได้ตั้งไว้ แล้วลองทบทวนเพื่อตอบคำถามใหม่
เขาได้ตั้งกระทู้ไว้เพียงว่า "ระบอบประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดี แต่ระบบทุนนิยมที่ใช้
หนุนระบอบนี้ต่างหากที่มีปัญหาควรแก้ไข" ไม่ใช่ "กลุ่มบุคคลที่กุมอำนาจใน
ขณะหนึ่งๆ แต่อย่างใด นั่นหมายความว่า คำถามนี้ นายทุนเอง ไม่ใช่ผู้ผิด แต่ผู้
ผิดคือ "ระบบทุนนิยม" ต่างหาก ที่ไม่ขับดับระบอบประชาธิปไตย ให้ก้าวไปสู่
ประชาธิปไตยที่แท้จริง

นั่นหมายความว่า หากเราสามารถค้นหาระบบเศรษฐกิจที่เหมาะสมกับประชาธิปไตย
และหนุนประชาธิปไตยให้เกิดสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริง ตั้งแต่ระดับบนลงไปสู่ระดับ
รากหญ้า เช่น ชนชั้นแรงงานได้แล้วละก็ นั่นหมายความว่า "เราได้ค้นพบคำตอบ
ที่แม้แต่คาร์ล มาร์ก ยังค้นไม่พบนั่นเอง"

เศรษฐกิจพอเพียงเหมาะสมกับประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร?

ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม มุ่งเน้น "ผลกำไรสูงสุด" (Maximize profit)
เป็นสำคัญ โดยการเข้าสู่ภาวะจุดประหยัดต่อขนาดก่อน (Economic of scale)
และเมื่อเข้าสู่จุด "ผลกำไรสูงสุดแล้ว สิ่งที่ระบบเศรษฐกิจนี้ต้องเผชิญก็คือการลดลงของผลได้
ตามมา (Diminishing of return) ทำให้ต้องขยายฐานตลาดและหา
ตลาดใหม่ๆ ต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และนี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้ระบบทุนนิยมไม่สามารถ
นำประชาธิปไตยมาสู่ประชาชนได้อย่างแท้จริง เพราะการผลิตไม่สิ้นสุด และการแข่งขันที่ไม่
จบสิ้นนี้เอง ส่งผลให้แรงงานขาดอิสระเสรีภ่พที่แท้จริง ต้องถูกกดขี่จากนายทุนให้ทำงานหนัก

ระบบเศรษฐกิจพอเพียงนั้นต่างกัน ตรงที่ เมื่อการผลิตเข้าสู่จุดประหยัดต่อขนาดแล้ว แทนที่
จะมีความละโมบโลภมาก เร่งการผลิตให้ถึง "จุดกำไรสูงสุด" ทว่า กลับลดจำนวนการผลิต
ลงเพื่อควบคุมกลไกลราคาเสียเอง ทำให้ราคาไม่ตกตามการแข่งขัน และรักษาเสถียรภาพทาง
ราคาไว้ได้ ดังนั้น จึงขายในราคาที่ไม่สูงไม่ต่ำเกินไป และผลิตในอัตราที่น้อยกว่าแบบทุนนิยม
กลับหันไปทบทวนตนเองเพื่อลดต้นทุนการผลิต, เพิ่มความหลากหลายของสินค้า และมุ่งเน้น
การ "พึ่งพาอาศัยกัน" แทนกลไกลการแข่งขัน ดังนั้น ผลสุดท้าย เศรษฐกิจพอเพียงจึงมิได้
มุ่งเข้าสู่ "จุดกำไรสูงสุด" แต่กลับพุ่งเข้าสู่เส้น "สมดุลยั่งยืน" แทน ทำให้ผู้ประกอบการและ
แรงงาน สามารถปลดระวางตนเองออกจากระบบ ใช้ให้ระบบที่เข้าสู่สมดุลแล้วทำงานด้วยตัวมันเอง
ผลสุดท้าย ผู้ประกอบการและแรงงานจึงมีอิสระเสรีภาพจากการทำงาน ขับเคลื่อนให้สังคมไปสู่
ความมีอิสระเสรีภาพของชีวิตอย่างแท้จริง จึงกล่าวได้ว่าระบบเศรษฐกิจพอเพียงต่างหากที่จะ
สามารถทำให้ประชาธิปไตยเต็มใบได้อย่างแท้จริง หาใช่ระบบทุนนิยมไม่

ระบบเศรฐกิจแบบพอเพียงแตกต่างจากทุนนิยมอย่างไร?

1. ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงที่ว่าพรุ่งนี้จะ
ต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ทุนนิยมจึงใช้ได้เฉพาะเศรฐกิจ "ขาขึ้น" เท่านั้น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว
ระบบเศรษฐกิจมีวัฏจักรในการขึ้นและลง ในขณะที่เศรษฐกิจพอเพียง มีทั้งกลยุทธ์ในช่วงขาขึ้น
ที่เรียกว่า "วัฒนาการ" และช่วงขาลงที่เรียกว่า "วิวัฒนาการ"

2. ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ใช้กลไกลการแข่งขันเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และใช้กลไกล
ราคาเป็นเครื่องควบคุม ทำให้ผลสุดท้าย ธุรกิจต้องแข่งขันกันอย่างรุนแรง ภายใต้สภาวะราคาที่
ตกต่ำลง และส่งผลให้อาจต้องตายทั้งหมด จนในที่สุดต้องขยายฐานตลาดสู่ประเทศใหม่ๆ แต่ระบบ
เศรษฐกิจพอเพียง ใช้กลไกลการพึ่งพาอย่างสมดุล เพื่อลดต้นทุนและการแข่งขัน ทั้งมุ่งเน้นความ
หลากหลายและคุณภาพในการตรึงราคาสินค้าในตลาด ทำให้สามารถรักษาเสถียรภาพของตลาดได้
ส่งผลให้ท้ายที่สุด ทั้งผู้ซื้อ, คู่แข่งขัน, และผู้ผลิต ล้วนอยู่ร่วมกันได้อย่างสมดุล และสามารถ
ปลดแอกตนเองให้มีอิสระจากการทำงาน ให้ระบบเดินเองต่อไปได้อีกด้วย

3. ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม ทำลายทรัพยากรธรรมชาติอย่างหนัก เพราะกลไกลการแข่งขันด้านทุน
ทำให้บางประเทศที่ขาดแคลนทุนทางการเงิน นำทุนทางทรัพยากรธรรมชาติออกมาแข่งขันแทน เช่น
ประเทศที่มีป่าไม้, สินแร่ และน้ำมันมาก จำต้องเพิ่มปริมาณการผลิตสูงขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด จนกว่าจะหมด
ทรัพยากร ถึงตอนนั้น ก็ไม่อาจดำรงตนอยู่ได้ ในขณะที่เศรษฐกิจพอเพียง จะมีการปรับลดปริมาณการ
ผลิตลงก่อนถึงจุดกำไรสูงสุด เพื่อควบคุมกลไกลราคาด้วยการลดปริมาณสินค้า จึงช่วยในการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุลอีกด้วย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
jaa วันที่ : 07/07/2011 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thai-people

ต้องแยกออกเป็น ประเด็น ๆ ไป
ด้านการปกครอง คือ การดำรงชีพ การแสดงความคิดเห็น เป็นแบบ เสรีนิยม คือ ทำอะไรก็ได้ แต่ภายใต้ กฎหมาย
ด้านเศรษฐกิจ คือ การค้าขาย ลงทุน อันนี้ รัฐต้องใช้ กึ่งสังคมนิยม คือ ควบคุม ราคา ควบคุมนายทุน ไม่ให้เอาเปรียบ ไม่สามารถ กำหนดราคาเอง หรือ รัฐควรเข้ามาทำเอง เช่น เรื่องอาหาร ปัจจัย 4 ต่าง ๆ ปัจจัย 5 หรือ 6 ก็แล้วแต่ สถานนะการณ์
ด้านความมั่นคง ต้องใช้กึ่งคอมมิวนิสต์ คือ ให้ประชาชน แสดงเจตนา ทางการเมืองได้ แต่ต้องจัดการอย่างเด็ดขาดกับ คนบ่อนทำลาย ประเทศชาติ ห้ามใช้กระบวนการทางศาล ให้ใช้ กระบวนการ ทางใดทางหนึ่ง เช่น ทำผิดประหาร 7 ชั่วโคตร อย่าให้คนโกงชาติ มาเป็นใหญ่
เอาแค่นี้ก่อน ....มีอีก เยอะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28



[ Add to my favorite ] [ X ]