• คนแซ่ลิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 9
  • จำนวนผู้ชม : 80971
  • ส่ง msg :
  • โหวต 154 คน
greenblog
เรื่องราวของคน ชุมชนท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenblog
วันอาทิตย์ ที่ 15 กรกฎาคม 2550
Posted by คนแซ่ลิ้ม , ผู้อ่าน : 6104 , 21:07:47 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

คำอนุโมทนา

ในการเกิดมาและมีชีวิต เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเราหมู่มนุษย์ จะมีความหวั่นไหว หวาดกลัวต่อความตาย หาได้ยากนักที่ใครสักคนจะเดินเข้าไปสู่ความตายด้วยจิตใจที่ตั้งมั่น  เหตุการณ์ในชีวิตของบุรุษผู้หนึ่ง ได้เปลี่ยนหายนะให้เป็นโอกาสเข้าสู่ทางที่มั่นคง จนเห็นว่าน่าจะเป็นตัวอย่างแก่คนอื่นๆได้ หนังสือเล่มนี้เกิดจากความสนใจของหลายๆคน ที่ได้ยินอาตมาเล่าถึงประสบการณ์เกี่ยวกับคนไทยชื่อ จาตุรันต์ ศิริพงษ์ (เจ) ที่ถูกตัดสินประหารชีวิตในเรือนจำ ซาน เควนติน เมื่อ พ.ศ. 2542 ถึงแม้ว่าเขาต้องใช้เวลา 16 ปีสุดท้ายของชีวิตอยู่ในเรือนจำก็จริง แต่เขาก็สามารถพลิกตัวเองให้เป็นคนที่มีที่พึ่งที่แท้จริงได้ ขออนุโมทนากับทุกๆคน ที่มีส่วนร่วมในการจัดพิมพ์เล่มนี้ ขอให้ธรรมะจงนำพาแสงสว่าง ให้เกิดมีขึ้นในดวงตาแห่งปัญญาของทุกท่านทุกคน

ปสนฺโน ภิกขุ

----------------------

ความเป็นมา

จาตุรันต์ (เจ) ศิริพงษ์ ถูกจับที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปี พ.ศ. 2526 ด้วยข้อหาปล้นร้านการ์เด็น โกรฟ มาร์เก็ต (Garden Grove Market) และฆ่าเจ้าของร้าน และผู้ช่วย เจย์รับสารภาพว่าร่วมในการปล้นแต่ไม่ได้ฆ่า อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาไม่ยอมซัดทอดผู้อื่น ศาลจึงพิพากษาและตัดสินประหารชีวิตเมื่อ 16 ปีที่แล้ว ได้มีการอุทธรณ์ แต่ในที่สุดก็กำหนดประหารในวันจันทร์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542

ก่อนถึงวันประหาร 6 วัน เคนดัล โก๊ะ (Kendall Goh) เพื่อนซึ่งเป็นทนายความของเจย์ ได้ติดต่อขอความอนุเคราะห์ไปยังวัดป่าอภัยคีรี เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อให้เจย์มีโอกาสได้พบชาวพุทธที่สามารถจะเป็นที่พึ่งทางใจแก่เขาได้ สองวันต่อมา ท่านอาจารย์ปสนฺโน เจ้าอาวาสร่วมของวัดป่าอภัยคีรี ก็ได้เข้าเยี่ยมและอบรมกรรมฐานแก่เจย์ในเรือนจำซาน เควนติน (San Quentin Prison) นับว่าเป็นสามวันสุดท้ายที่พิเศษสุดในชีวิตของเจย์ ก่อนที่จะถูกประหารด้วยการฉีดยาพิษในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542

เมื่อครั้งยังอยู่ในบ้านเกิดเมืองนอน ช่วงหนึ่งที่ได้บวชเรียนตามประเพณีไทย เจย์ได้ฝึกสมาธิภาวนาด้วย เมื่อถูกคุมขังรอการประหารในอเมริกา เขาได้รื้อฟื้นประสบการณ์นั้นขึ้นมา ปฏิบัติอีกอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ หลายคนเล่าว่า เจย์เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งน่าจะเป็นผลจากการพัฒนาจิตระหว่างปฏิบัติอยู่ในเรือนจำ ผู้คุมและเพื่อนนักโทษได้เห็ฯว่า เจย์ใช้ชีวิตในเรือนจำซาน เควนติน อย่างสงบ หลายคนสนับสนุนการขอลดหย่อนผ่อนโทษประหารให้เจย์ และบางคนก็แสดงออกอย่างเปิดเผย รวมทั้งแดเนียล บี.วาสเควช (Daniel B. Vasquez) อดีตผู้คุมของซาน เควนติน ด้วย

เรื่องราวเกี่ยวกับเจย์ต่อไปนี้ เป็นการถอดความและเรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ที่แคธรีน กูตา ( Kathryn Guta) และเดนนิส ครีน (Dennis Crean) ได้สัมภาษณ์ท่านอาจารย์ปสนฺโน เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2542 และจากการบรรยายธรรมในหัวข้อ "เล่าเรื่องเจย์" ที่แสดง ณ วัดป่านานาชาติ เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2542

--------------------

ท่านอาจารย์ได้รับนิมนต์เข้าไปเป็นที่พึ่งทางใจให้เจได้อย่างไรครับ

ครั้งแรกที่เจจะถูกประหาร เมื่อวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๑ นั้น ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ เป็นผู้นำทางศาสนาคริสต์ ซึ่งเป็นสุภาพสตรีที่ได้เคยช่วยเหลือนักโทษประหารอื่นๆ ในเรือนจำ ซาน เควนติน มาแล้วหลายคน เจก็รู้จักกับท่านมาหลายปีและสนิทสนมกับท่าน แต่เมื่อถึงคราวของตัวเอง เจพบว่า แทนที่จะช่วยให้เจสงบ กลับทำให้เขารู้สึกวิตกกังวลยิ่งขึ้น เจเองรู้อยู่ว่าควรจะเตรียมตายอย่างไรในเดือนพฤศจิกายนนั้น แต่ก็ไม่เป็นไปตามแผน  ในนาทีสุดท้าย ศาลได้ตัดสินเลื่อนการประหารออกไปอีกสามเดือน  ซึ่งนับว่าเป็นโชคดีของเจอย่างยิ่ง  เขาอยากตายอย่างสงบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้  เจเองรู้ตัวว่าจะต้องเตรียมตัวเตรียมใจอย่างไร  พอมาถึงครั้งที่สอง  เจจึงตัดสินใจที่จะเผชิญกับความตายตามลำพัง  เพื่อให้เวลาตัวเองได้ทำจิตสงบในช่วงสุดท้าย คุณเคนดัล โก๊ะ เป็นห่วงว่าเจจะขาดที่พึ่งทางใจ  จึงรับอาสาจะหาที่ปรึกษาใหม่ที่เป็นชาวพุทธให้ แต่การขอเปลี่ยนแปลงในเรื่องนี้ไม่ใช่ง่าย มีอุปสรรคมากมายหลายด้าน ทั้งในและนอกเรือนจำ เจจึงต้องพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะสิ่งที่เขาต้องการที่สุดในเวลานั้น คือการอยู่อย่างสงบ อย่างไรก็ตามเมื่อเจได้ติดต่อกับอาตมาทางโทรศัพท์ อาตมาก็ถามว่า “จิตใจเป็นยังไง พร้อมหรือเปล่า”เขาก็ตอบว่า “พร้อมครับ ผมเตรียมตัวมาตั้งนานแล้ว ยอมรับว่าจะถูกประหาร ไม่รู้สึกกลัว ไม่หวั่นไหว แต่ยังมีข้อสงสัยบางอย่างที่อยากจะขอศึกษาจากท่านอาจารย์”เจบอกว่าไม่เสียดายหากจะถูกประหาร เพราะการอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น  บีบบังคับให้เขาแสวงหาสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ที่สุดต่อชีวิต เขาไม่แน่ใจว่าถ้าหากอยู่ธรรมดาๆ จะมีความเข้าใจขนาดนี้หรือไม่

เจเล่าให้ฟังว่า หลังจากถูกตัดสินประหารแล้ว ๖-๗ ปี  เขาอยู่ในเรือนจำ ก็เกิดความรู้สึกว่า เขาจะต้องรีบตัดสินใจ ว่าจะอยู่อย่างคนที่ผูกโกรธ มีความอาฆาตเศร้าหมอง มีอกุศลธรรมทั้งหลายครอบงำจิตใจ  หรือเขาจะพัฒนาจิต ให้เป็นจิตใจที่ดี จิตใจที่มีธรรมะ จิตใจที่สงบ   ตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าจะอยู่ได้อีกนานเท่าไร ไม่รู้ว่าจะถูกเรียกไปประหารเมื่อไร เขาเลยเกิดความตั้งใจว่า อย่างไรเสียจะต้องพยายามละสิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง และพยายามพัฒนาส่วนที่ดีในจิตใจให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้  สำหรับเวลาที่ยังเหลืออยู่แล้วเขาก็ได้พยายาม ได้หาหนังสือทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมาศึกษาพุทธศาสนา  เลยเป็นโอกาสให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษด้วย เพราะในคุกไม่มีคนพูดภาษาไทย ตัวเขาเองตอนติดคุกภาษาอังกฤษก็ยังไม่ดี เนื่องจากไปอมริกาได้ไม่กี่เดือนก็เกิดคดี และตอนนั้นญาติพี่น้องในอเมริกาก็ไม่มีสักคน เขาเลยฝึกภาษาอังกฤษจนกระทั่งเขียนอธิบายปรัชญาในศาสนาพุทธได้อย่างละเอียด เขียนกลอนก็ได้ เป็นคนมีศิลปะในชีวิต แล้วก็ฝึกวาดรูปในเรือนจำจนเก่ง มีความสามารถในงานศิลปะ  และเป็นคนที่ตั้งใจนำสันติสุขให้เกิดขึ้น ในที่ซึ่งเป็นที่รวมของผีของเปรตอย่างในคุก  เพราะนักโทษส่วนใหญ่ก็แย่มากๆ เจ้าหน้าที่ก็พอๆ กัน  เลยต้องทำให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับวันแรกที่อาตมาไปเรือนจำ  ทนายความก็ไปรับ อาตมาถาว่าเจเป็นยังไง ทนายก็บอกว่า เจน่ะเขาสบายแต่พวกเราซีแย่

ท่านอาจารย์รู้สึกอย่างไรที่ได้ช่วยเป็นที่พึ่งทางใจ แก่นักโทษประหาร

ตอนแรกอาตมาก็รู้สึกยินดี แต่พอมาคิดได้ว่า เอ... นี่เรากำลังจะเข้าไปแดนนรกนะ อาตมาก็ชักรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจขึ้นมานิดหน่อย ระบบรักษาความปลอดภัยของเรือนจำก็เข้มงวดกวดขันมาก กว่าจะผ่านเข้าไปถึงต้องผ่านประตูเหล็กหลายต่อหลายชั้น ผ่านเครื่องตรวจหาอาวุธสองครั้ง แล้วก็ยังมีผู้คุมมาตรวจอีกหลายคณะ ตรวจแล้วก็ประทับตราที่มือของอาตมา แล้วก็ต้องไปผ่านประตูเหล็กและผู้คุมอีก  หลายชั้นหลายขั้นตอนทีเดียว แต่มีสัญญาณบางอย่างที่แสดงให้เห็นความแตกต่าง อาตมาได้ยินผู้คุมทักทายเด็กบางคนอย่างสนิทสนมเหมือนรู้จักกันดี เขาให้เวลาเยี่ยมตอนเช้าถึงบ่ายสองโมง  หลังจากนั้นแล้วแขกต้องกลับหมดเมื่ออาตมาเห็นเจ เขาไม่เหมือนคนใกล้ตายคนอื่นๆ ที่อาตมาเคยพบ เจยังหนุ่ม แข็งแรง และดูมีสุขภาพจิตดี เขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม ประณีต ไม่น่าสงสัยเลยว่า เขาได้ใช้ชีวิตในช่วงสุดท้ายอย่างมีคุณค่า แม้จะถูกล่ามโซ่ที่เอว เจก็ยังดูภาคภูมิเป็นตัวของตัวเอง มารยาทงาม  และต้อนรับผู้มาเยือนอย่างอบอุ่น ทุกอย่างดูเป็นปกติ ไม่มีอะไรส่อเค้าเลยว่า เที่ยงคืนของวันมะรืนผู้ชายคนนี้จะถูกประหาร เขาจะต้องตาย

ท่านอาจารย์ได้พูดกับเจเกี่ยวกับทางเลือกที่ผิดของเขาบ้างหรือเปล่าครับ เกี่ยวกับอาชญากรรมของเขา

เปล่า  อาตมาไม่ได้เอ่ยถึงอดีตของเจเลย เราไม่มีเวลาพอด้วย อาตมามุ่งไปที่การช่วยให้เขามีสุขภาพจิตที่ดี พอที่จะเผชิญกับความตายได้อย่างสงบมากกว่า  เพราะอาตมาไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับเจในฐานะที่เขาฆ่าคนตาย แต่ในฐานะคนที่กำลังเผชิญกับความตาย

บรรยากาศในวันนั้นเครียดไหมครับ

ไม่นะ ไม่เครียด ไม่ซึมเศร้า ค่อนข้างผ่อนคลายทีเดียว  บางครั้งเราก็ถกกันเรื่องที่สุขุมลุ่มลึกเกี่ยวกับธรรมชาติของจิต แต่บางทีเราก็มีเรื่องเบาๆ ให้ได้หัวเราะกันบ้าง เจทำหน้าที่เจ้าของบ้านได้อย่างวิเศษ  โดยเฉพาะในวันแรก แม้ในสภาพอย่างนั้น เขาก็ยังได้จัดการต้อนรับพระด้วยความเคารพ และกำชับเพื่อน ๆ ให้ปฏิบัติต่อพระอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม เจเตรียมอาหารไว้ถวายไว้ถวายด้วย และบอกว่ารู้สึกเป็นสุขที่ได้มีโอกาสถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุ เป็นครั้งแรกในรอบยี่สิบปี นอกจากนี้ยังคอยสนับสนุนให้เพื่อนๆ ได้ซักถามข้อสงสัย ซึ่งอาตมาก็เทศน์ให้ฟังเกี่ยวกับความเชื่อในศาสนาพุทธ การเข้าถึงธรรมะโดยการเปรียบเทียบกับบัวสี่เหล่า นอกจากนี้ก็ได้อธิบายความหมายของคำว่า “ไตรสรณาคมน์” คือการถือเอาพระพุทธเป็นที่พึ่งในฐานะผู้รู้แจ้ง พระธรรมในฐานะที่เป็นสัจธรรม และพระสงฆ์ในฐานะพระสุปฏิปันโน ดูเจรู้สึกภูมิใจที่ได้เป็นผู้ให้โอกาสแก่เพื่อนๆ ได้ศึกษาพระพุทธศาสนา อย่างไรก็ตาม  อาตมาได้กำชับเจให้พยายามประคับประคองจิตของตัวเอง ไม่ให้หวั่นไหวไปกับความว้าวุ่นของคนรอบข้าง เพราะวันประหารใกล้เข้ามาแล้ว เจเองก็คอยหลีกความฟุ้งซ่าน ที่เกิดจากความพยายามช่วยเหลือของคนรอบข้าง เขาตระหนักดีว่า จะต้องรับผิดชอบต่อความตั้งมั่นของตนเอง  เจจึงให้เวลากับเพื่อน ๆ อย่างเต็มที่ตลอดชั่วโมงเยี่ยม  แต่นอกนั้นแล้ว  เขาทำสมาธิวันละหลายชั่วโมง  เริ่มตั้งแต่ตื่นนอนประมาณสองหรือสามนาฬิกา นอกจากไตรยาพี่สาวของเจแล้ว ยังมีหมู่เพื่อนที่ประทับใจในตัวเจมาเยี่ยมมากมาย โดยเฉพาะเมื่อใกล้วันประหาร  หลายคนเป็นทนายความ หลายคนเป็นชาวคริสต์ บางคนก็เลื่อมใสในปฏิปทาของเจ และยึดถือเป็นแบบอย่างในการพัฒนาจิต ต่างคนต่างมีจุดมุ่งหมาย และเจซึ่งมีนิสัยโอบอ้อมอารีอยู่แล้ว ก็พยายามสนองตอบทุกคนอย่างเช่นทนายความที่ติดต่อกับอาตมา  ก็เพิ่งจะเริ่มศึกษาธรรมะและหัดนั่งสมาธิ กำลังอยู่ในระหว่างแสวงหาครูบาอาจารย์  ก็ได้อาศัยเจเป็นผู้แนะนำเช่นเดียวกัน

ส่วนหนึ่งที่แสดงว่าเจได้รับความเชื่อถือและไว้วางใจก็คือ  ปกติเมื่อรับแขกในห้องอย่างนั้นจะต้องมีเจ้าหน้าที่สี่คน ยืนเฝ้าอยู่ทุกมุมตลอดเวลา  ตัวนักโทษเองนั่งเก้าอี้พิเศษ มีโซ่ล่ามที่เอว และมีโซ่จากเอวมาที่แขนทำให้ยกแขนได้ไม่มาก แล้วก็ต้องมีโซ่ล่ามติดเก้าอี้ด้วย แต่วันนั้นเป็นกรณีพิเศษ ไม่มีโซ่ล่ามเก้าอี้ เจ้าหน้าที่ก็มีคนเดียวยืนฟังเทศน์ด้วย บรรยากาศร่าเริงพอสมควรไม่เครียด

ช่วงสุดท้ายที่ท่านอาจารย์ได้อยู่กับเจ บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้างครับ

ในวันแรก หลังจากบ่ายสองโมงแล้ว อาตมามีโอกาสได้พบโยมผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นชาวคริสต์ซึ่งเคยเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ประหารมาแล้ว ๖-๗ ครั้ง ในฐานะผู้นำทางศาสนา ได้คุยกันอยู่นาน เขาเล่าให้ฟังว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง หลังจากหกโมงไปแล้วจนถึงเวลาประหาร  เมื่อเรารู้ตัวล่วงหน้าจะได้ไม่ตกใจ ไม่เสียสมาธิเขาบอกว่า จะมีพวกเจ้าหน้าที่หกคนควบคุมเราตลอดเวลา พวกนี้เป็นทีมเพชฌฆาต ซึ่งสมัครใจมาทำหน้าที่นี้ด้วยตัวเอง คงตื่นเต้นและมีความสุขในการประหาร เขาบอกว่า พวกนี้อาจจะรังแกเราด้วยวิธีการต่างๆ อาจเบียดเบียนทั้งกายและวาจา พูดจาหยาบคาย เขาจะมาพาเราไปตั้งแต่หกโมง และเวลาประหารเป็นหกทุ่ม ซึ่งเหลือเวลาน้อยเต็มที  เราควรจะได้อยู่กับนักโทษให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่เขาก็จะทำให้เราเสียเวลาในระหว่างพาไป โดยทำทุกอย่างให้เป็นเรื่องยืดยาว  ระหว่างอยู่ในห้องรอประหาร เขาก็จะคุยกันเสียงดัง บางทีก็เปิดโทรทัศน์รบกวน ไม่เป็นมิตรกับนักโทษเลยในวันที่กำหนดจะประหารเจครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายนนั้น เจได้รับอนุญาตให้ถือลูกประคำเข้าในห้องประหารได้  แต่ก่อนที่จะส่งถึงมือเจ ผู้คุมก็โยนลงบนพื้น แล้วก็เหยียบเสียทีหนึ่งเมื่ออาตมาได้ข้อมูลมาอย่างนี้  ก็มาคิดวางแผนว่าจะทำอย่างไรดี หากเจอเหตุการณ์อย่างที่เขาเล่า

วันสุดท้ายคืนวันจันทร์ เยี่ยมได้เฉพาะทนายความ ญาติ และผู้นำทางศาสนาซึ่งทำหน้าที่เป็นที่พึ่งทางใจให้แก่นักโทษ วันนั้นอาตมาอยู่ตลอดวัน ก่อนเวลาประหารหกชั่วโมง นักโทษจะต้องลาครอบครัวและเพื่อนๆ ไปสู่ห้องขังพิเศษ ซึ่งอยู่ติดกับห้องประหาร  เฉพาะผู้นำทางศาสนาเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ติดตามไป เมื่อเขามาคุมตัวเราจากห้องรับแขกไปยังห้องรอประหาร อาตมาก็เริ่มต้นทักทายหัวหน้าผู้คุม ถามทุกข์สุข ถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ คุยไปเรื่อย เขาก็ตรวจร่างกาย  ตรวจเสื้อผ้า ต้องเอาผ้าออกหมดทุกชิ้น ไม่ให้มีอะไรซ่อนไว้ได้เลย แต่เขาก็อำนวยความสะดวก ไม่ให้เสียเวลามากส่วนเจก็มีผู้คุมมาพาไปอีกทางหนึ่ง แล้วเขาก็พาไปขังไว้คนละห้อง  ห้องที่ขังเจยาวไปอีกทางหนึ่ง ส่วนห้องที่ขังอาตมาก็ยาวไปอีกทางหนึ่ง แต่ก็มีมุมหนึ่งที่เราคุยกันได้พอเราเข้าไปในห้องขังแล้ว หัวหน้าผู้คุมก็มาอบรมเรา ว่าจะต้องอยู่ในระเบียบอย่างไร โยมผู้หญิงที่เป็นผู้นำทางศาสนาคนนั้น ได้เตือนไว้แล้วว่า ถ้าเจอหัวหน้าผู้คุมตัวสูง มีเครา ลักษณะอย่างนี้ๆ ให้ระวัง เพราะนั่นน่ะตัวร้าย ดุ อย่าทำให้เขารังเกียจ อาตมาก็เจอจริง ๆ  เพราะฉะนั้นเวลาเขาพูดอะไร เราก็...ครับ ครับ เขาอบรมอะไร ก็...ครับ ครับ อาตมาได้ตกลงกับเจไว้แล้วว่า  พอถึงเวลาที่สมควร ก็ให้เจขอพระไตรสรณาคมน์ ขอรับศีลเป็นภาษาบาลี เป็นเบื้องต้น  ก็เป็นช่องที่จะได้อบรมเขาว่า สรณะที่พึ่งคืออะไร พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คืออะไร  ศีลคืออะไร  แล้วก็เทศน์สั้นๆ กัณฑ์หนึ่ง อบรมให้ความรู้เจ ไม่ใช่เพื่อเจคนเดียว แต่เพื่อผู้คุมด้วยเมื่อเจขอไตรสรณาคมน์ ขอศีลเสร็จแล้ว ก็ให้อาราธนาพระปริตร แต่เจหลง เขาขึ้น ..พรหม จะ โลกา คืออาราธนาเทศน์  เราเลยได้โอกาสแสดงธรรมต่อ เพื่อเป็นการดึงจิตใจเจ้าหน้าที่ไปในตัว  แล้วเจก็อาราธนาพระปริต สวดมงคลชยคาถา บางบทที่มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษ เราก็สวดเป็นภาษาอังกฤษด้วย  เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าเราสวดอะไร พอสวดเสร็จ หัวหน้าผู้คุมที่ว่าดุนั่นก็เข้ามามาพูดอย่างเอ็นดูว่า “ช่วงที่ท่านสวดมนต์อยู่ ทนายของเจโทรศัพท์มาสองครั้ง ผมไม่ได้บอก เพราะอยากให้ท่านสวดให้เสร็จ  ตอนนี้จะผมโทร.กลับให้ไหมครับ” อาตมาก็เลยให้เบอร์โทรศัพท์เขาไป เพราะทนายก็อยู่อีกอาคารหนึ่งในเรือนจำสักประเดี๋ยวก็มาถามอีก“ท่านสวดมนต์นาน คงจะคอแห้ง ต้องการน้ำไหมครับ หรือจะเอาน้ำส้ม”อาตมาบอกว่า “ไม่เอาดีกว่า เพราะมีคนอธิบายให้ฟังว่า  ถ้าจะเข้าห้องน้ำต้องมีคนพาไป แล้วห้องน้ำก็อยู่ไกลด้วย ขากลับก็ต้องถูกเจ้าหน้าที่ตรวจ เปลือยกายอีก ยุ่งยากไม่เอาดีกว่า” เขาก็บอกว่า “ที่จริงห้องน้ำใกล้ ๆ ก็มี จะให้ใช้ก็ได้” อาตมาก็เลยเอาน้ำส้ม

ตลอดคืนเขาก็อยู่ แต่ไม่ได้รังแกหรือรบกวนอะไรเลย  ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งทำเสียงดัง ก็มีเจ้าหน้าที่ตักเตือนกันเอง เวลาสั่งงาน เขาก็เขียนใส่กระดาษ ส่งกันต่อ ๆ เพื่อจะได้ไม่มี่เสียงรบกวนเรา   คืนนั้นอาตมากับเจ  ก็เลยมีโอกาสได้อยู่ด้วยกันเต็มที่  เราก็นั่งสมาธิ สนทนาธรรม และสวดมนต์โดยเฉพาะการแผ่เมตตาอุทิศส่วนกุศล

ตลอดเวลานับตั้งแต่อาตมาได้พบเจ  จนกระทั่งถึงวันประหารเป็นเวลาสามวันนี้   อาตมาก็ได้ตอบข้อสงสัย ข้อข้องใจของเจ  โดนเฉพาะเรื่องอนัตตา เรื่องขันธ์ ๕ และการปล่อยวาง ว่าจะทำอย่างไร  การสังเกตในตัวเองว่าละได้จริง ๆ อย่างไร  เรื่องทำสมาธิเขาเก่ง สมาธิดี  เพราะเขาฝึกอยู่ในเรือนจำนาน  เวลากลางคืนที่คนอื่นนอน เขาก็นั่งสมาธิ  กลางวันตื่นสาย เพราะตอนกลางวันในเรือนจำมีเสียงรบกวนมากสำหรับในคืนสุดท้าย  อาตมาก็ได้ไขข้อข้องใจต่าง ๆ บางอย่าง  และฝึกเขาในการทำจิตให้มั่นคง พร้อมที่จะรับความตายโดยไม่หวั่นไหว  ฝึกให้เขาเปลี่ยนกรรมฐาน  คือปกติเขาทำสมาธิโดยวิธีอาณาปานสติ กำหนดลมหายใจ  แต่เมื่อยาที่ใช้ในการประหารออกฤทธิ์ ทำให้หัวใจหยุด ลมหายใจก็หยุด  ถ้าเอาลมหายใจเป็นอารมณ์และลมหายใจหยุดชะงักขณะเขากำลังกำหนดอยู่ การตั้งสติก็จะไม่มั่นคงเท่าที่ควร   แล้วเจเคยฝึกสมาธิมาตอนก่อนบวชที่เมืองไทย เมื่อมานั่งสมาธิที่วัด เขาได้เห็นนิมิตแสงสว่างครั้งหนึ่ง  แต่เมื่อเขาพยายามนั่งจะให้เห็นอีกก็ไม่สำเร็จ  แต่เมื่อเจบอกว่า สามสัปดาห์ก่อนเขาได้เห็นแสงสว่างอีก  ก็ทำให้อาตมาใจชื้นขึ้นเป็นอันมาก  และเนื่องจากเจเป็นจิตรกร อาตมาก็เลยได้ความคิดว่า เขาน่าจะกำหนดภาพแสงสว่างเป็นอารมณ์กรรมฐาน  อาตมาเลยให้เขาใช้นิมิตแสงสว่างแทน ซึ่งเขาก็ทำได้ตอนแรกอาตมาก็แนะนำท่านั่ง  คืนนั้นก็แนะนำน้อยลง ให้เขาทำเองมากขึ้น  ช่วงสุดท้ายเขาบอกว่า จิตเป็นสมาธิได้เร็ว  อาตมาพยายามอธิบายการตั้งจิต เมื่อลมหายใจหมด จิตกำลังจะดับ   ทั้งหมดนี้ก็เป็นส่วนที่เจ้าหน้าที่ต้องนั่งฟังอยู่ด้วย  เพราะหนีไปไหนไม่ได้  เขาเลยพลอยได้ความรู้มากเหมือนกัน

ตลอดคืนเราก็ได้ยินเสียงเตรียมการในห้องประหารซึ่งอยู่ติดๆ กัน ผู้ว่าการเรือนจำและจิตแพทย์ก็ต้องเข้ามาตรวจ เพราะถ้าเจบ้า เสียสติ เขาก็ประหารไม่ได้ และเขาก็ต้องตรวจอาตมา ถ้ามียาพิษให้เจกินตายไปก่อน เขาจะเสียดาย

ในคืนนั้นท่านอาจารย์เทศน์เรื่องอะไรครับ

อาตมาเล่าประวัติพระพุทธเจ้า หลังจากตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณใหม่ๆ ไม่ทรงปรารถนาจะโปรดสัตว์ เพราะทรงเห็นว่าธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นของลึกซึ้ง ยากที่คนจะเข้าใจปฏิบัติตามได้ จากนั้นก็พูดถึงโมหะกิเลส ซึ่งเป็นธรรมดาของสัตว์โลก และธรรมะเพื่อการหลุดพ้น แล้วก็พูดถึงอริยสัจ ๔  และอธิบายความหมายของการปล่อยวาง ซึ่งไม่ใช่การปล่อยทิ้ง คือเจจะต้องตั้งสติจดจ่ออยู่กับการกำหนดรู้อยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าอารมณ์อะไรจะเกิดขึ้น ก็เพียงแต่กำหนดรู้ แล้วก็ปล่อยวาง อย่าปล่อยจิตให้เลื่อนไหลไปกับอารมณ์ เพราะนั่นหมายถึงการเกิด แล้วก็ทุกข์เราได้พูดถึงการปล่อยวาง ในความหมายที่เชื่อมโยงถึงการ “การให้อภัย” และ “อนัตตา” ถ้าเราไม่ให้อภัยคือเรายังยึดทุกข์ไว้ เราก็จะสร้างตัวตนขึ้นบนความทุกข์เรื่อยไป ไม่มีที่สิ้นสุด  เมื่อเกิดมีตัวตนขึ้นเมื่อไรทุกข์ก็เกิดขึ้นเมื่อนั้น มันเกี่ยวพันกันอยู่อย่างนี้ แล้วอาตมาได้ถามเจว่า “ยังมีใครอีกบ้างไหมที่เจยังไม่ได้ให้อภัย”เจนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง  ในที่สุดก็ตอบค่อยๆ ว่า “ผมยังไม่สามารถให้อภัยตัวเองได้หมดใจครับ” คำตอบของเจกินใจอาตมาจนทำให้เกิดความรู้สึกตื้นตัน เจยังฝังใจจำที่ตัวเองได้พลาดพลั้งไปในอดีต อาตมาจึงได้ชี้แจงให้เห็นธรรมชาติของการเกิดดับ เจจะต้องทำความเข้าใจ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต มันได้ดับไปแล้ว ที่ยังเหลืออยู่ในปัจจุบัน ก็เป็นคนละคนกับคนในอดีต เจจะต้องปล่อยวางเหตุการณ์ในอดีต รวมทั้งคนที่เคยประกอบกรรมในอดีตนั้นเสียด้วยน่าสังเกตว่า บรรดาผู้คุมก็สนใจฟังเทศน์ของอาตมาเหมือนกัน และตลอดคืนนั้นพวกเขาก็ดูให้ความเคารพและเกรงใจเราทั้งคู่มากขึ้น

เจมีอาการอย่างไรบ้างครับ เมื่อวันใกล้การประหาร

ตอนหนึ่งเขาถามอาตมาว่า “ถ้าผมไม่ใช่รูป ไม่ใช่เวทนา ไม่ใช่จิต แล้วอะไรล่ะครับที่จะหลุดพ้น” อาตมาตอบว่า “นี่ก็ไม่ใช่อะไรอื่น เป็นเพียงคำถามที่เกิดจากความสงสัยเท่านั้นเอง เมื่อได้ปล่อยวางทุกสิ่งทุกอย่างแล้วก็ไม่จำเป็นต้องไปเรียกว่าอะไร”และอีกครั้งหนึ่ง  เจบอกอาตมาว่า“ตอนนี้ผมมีคนสองคนอยู่ในใจผม คือท่านอาจารย์กับตัวผมเอง”อาตมาตอบว่า “เจต้องปล่อยวางอาตมาเสีย เพราะอาตมาจะไม่เข้าไปข้างในกับเจ และก็ต้องปล่อยวางตัวเองด้วย” แล้วเราก็หัวเราะกันจริงๆ แล้ว อาตมาได้พยายามช่วยเจในการเตรียมตัวเผชิญกับสิ่งต่างๆ ซึ่งอาจรบกวนความสงบของเขามากกว่า “พวกเขาจะมัดเจติดกับเตียง” อาตมาเตือน “และคงทำอะไรวุ่นวายหลายอย่างรอบตัวเจ เพราะฉะนั้นเจต้องกำหนดจิตจดจ่ออยู่ภายในเท่านั้น อย่าส่งจิตออกข้างนอก”

ตลอดคืนนั้นเราก็นั่งสมาธิบ้าง สวดมนต์บ้าง และสนทนาธรรมบ้าง เพราะฉะนั้น เจจึงสงบมาก และสามารถกำหนดจิตแน่วแน่กับอารมณ์กรรมฐานท้ายที่สุดเราได้จัดเวลาประกอบพิธีสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศล และแผ่เมตตาแก่ทุกๆ คน รวมทั้งผู้คุม หลังจากรู้แน่ชัดว่าการอุทธรณ์ครั้งสุดท้ายคงไม่ได้ผล  เจก็ขอร้องอาตมาให้แผ่เมตตาแก่คณะทนายความที่ร่วมในการทำคดีของเขาด้วย แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต เจก็ยังอุตส่าห์มีน้ำใจเผื่อแผ่ถึงผู้อื่น

เกือบหกทุ่ม เขาก็มาบอกว่าจะพาเจไปแล้วพอเขาเรียก เจก็ลุกเดินออกไป ...เฉย ไม่หวั่นไหว ไม่ตกใจกลัว  ตอนเดินผ่านห้องของอาตมา ก็ยกมือไหว้บอกว่า “ผมลาครับ”แล้วก็เข้าไปในห้องประหาร  ตอนนั้นอาตมาก็ยังถูกขังอยู่ ก็ได้ยินเสียงการเตรียม รัดเจไว้กับเก้าอี้ ซึ่งอาตมาก็ได้เคยอธิบายให้เจฟัง และได้กำชับแล้ว ว่าอย่าได้ใส่ใจกับสิ่งอื่น ให้สนใจในการทำจิตให้สงบที่สุด หนักแน่นที่สุด สบายที่สุด พิจารณาการปล่อยวาง

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็มาพาอาตมาออกไปนอกเรือนจำ ซึ่งต้องออกทางด้านหลัง เพราะด้านหน้ามีการประท้วง คนมาร่วมด้วย ๓๐๐ – ๔๐๐ คน  ฝนตกหนักที่สุด ลมก็แรง เหมือนกับเทวดาไม่พอใจเลย หลายคนก็ไม่พอใจการประหาร เพราะได้ข่าวว่านักโทษเจสามารถปรับตัวได้ เป็นคนสงบ มีหลักการในการดำเนินชีวิตน่านับถือ คนเลยออกมาประท้วง ซึ่งที่จริงทุกครั้งที่จะมีการประหารก็มีคนออกมาต่อต้าน ไม่เห็นด้วย เพราะรู้สึกว่าป่าเถื่อน ไม่สมควรกับประเทศที่เจริญ แต่ครั้งนี้มีคนออกมาประท้วงมากกว่าครั้งก่อนๆ และอากาศก็แย่กว่าทุกครั้งตอนเช้าดูหนังสือพิมพ์ เขารายงานข่าวว่า เจนอนนิ่งหลับตา รอรับการประหารอย่างสงบ อาตมาก็รู้สึกภูมิใจ เพราะเชื่อว่าเจกำลังกำหนดจิต

มีพิธีศพไหมคะ

มีพิธีเผาศพอย่างเงียบๆ ในวันรุ่งขึ้น อาตมาได้ไปพบไตรยา พี่สาวของเจ ที่นั่นด้วย เขาเอาศพใส่ในกล่องกระดาษ ก่อนหน้านั้นไตรยาขอดูศพ แต่ไม่ได้รับอนุญาต อาตมาไม่ทราบเรื่องนี้ เลยไปขอให้ผู้อำนวยการเผาศพเปิดฝากล่อง เธอลังเลอยู่นิดหน่อยแต่แล้วก็ยอมทำตาม ปรากฏว่าศพอยู่ในถุงพลาสติก “น่าจะมีซิปเปิดนะ” อาตมาบอก เธอมองหาและบอกว่าซิปอยู่ทางปลายเท้า แต่ก็ลังเลก่อนที่จะบอกว่าเจอาจไม่ได้ใส่เสื้อผ้า อาตมาบอกว่าน่าจะใช้กรรไกรตัดได้ เพราะเป็นเพียงถุงพลาสติก เธอก็เลยเปิดถุงตรงช่วงไหล่และศีรษะ ........

ศพของเจ เปรียบได้กับครูกรรมฐานซึ่งให้พลังบันดาลใจอย่างมาก ใบหน้าของเขาดูสงบผ่องใส และคล้ายมีรอยยิ้มจางๆ น่าเชื่อว่าเจได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ หลังจากประมวลเหตุการณ์ทุกอย่างที่เกิดขึ้นดูแล้ว อาตมามั่นใจว่า เจไปดี

ท่านอาจารย์รู้สึกอย่างไรบ้างครับ หลังการประหาร อาตมารู้สึกเป็นบุญที่ได้อยู่กับเจ มันเป็นประสบการณ์ที่ช่วยลดอัตตาของเราลงได้มากทีเดียว อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นพวกเรา เจอสภาพอย่างเดียวกันนี้บ้าง เราจะเป็นอย่างไร กับการที่จะได้สัมผัสความตายที่เป็นรูปธรรมจริงๆ โดยที่รู้เวลาแน่นอนด้วย ไม่ใช่แค่ว่าจะตายในวันใดวันหนึ่งในอนาคต  แต่รู่แน่ว่า ๒๔.๐๑ นาฬิกาของวันนั้น เราจะต้องตาย ( ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒) ก่อนหน้านี้เจไม่ได้กังวลหรือหวังผลจากขบวนการยุติธรรม เขาไม่ได้ตั้งความหวังว่าการอุทธรณ์จะได้ผล และเมื่อผลปรากฏออกมาว่าไม่สำเร็จจริงๆ เขาก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องสลักสำคัญอะไร เจบอกอาตมาว่า “ผมยอมรับความจริงว่าผมจะต้องถูกประหาร”

หลังจากวันประหารอาตมาก็ต้องพบทนายอีกสองคน และโยมผู้หญิงซึ่งเป็นผู้นำทางศาสนาคนนั้น  เขาอยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ เพราะกฎหมายระบุว่าเฉพาะผู้นำทางศาสนาเท่านั้นที่จะเข้าไปกับนักโทษได้ แต่ตลอดเวลา ๖ – ๗ ปี ที่ผ่านมา  เรื่องมันยังอยู่ระหว่างการต่อรองทางกฎหมายที่จะให้นักโทษเลือกที่พึ่งทางใจได้เอง แต่ถึงตอนนั้นก็ยังไม่เป็นสิทธ์ตามกฎหมายที่แท้จริง   เมื่ออาตมาเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างให้เขาฟัง เขาก็แปลกใจ ว่าราบรื่นจริง ๆ นึกไม่ถึงว่าจะดีอย่างนั้น  เขาก็อนุโมทนา หลังจากการประหารผ่านมามาสองสามเดือน อาตมาก็ได้ข่าวจากคนที่มาวัด ซึ่งมีเพื่อนเป็นนักจิตวิทยาผู้ทำหน้าที่ช่วยเจ้าหน้าที่อยู่ในเรือนจำ ว่าหลังจากประหารเจแล้ว เจ้าหน้าที่หลายคนรู้สึกสะเทือนใจ  ลำบากและอึดอัดใจในการกลับไปปฏิบัติหน้าที่อีก ก็ดีที่ทำให้เขาสำนึกได้

ตอนอาตมาเข้าไปก็ไม่ได้ถามเจเกี่ยวกับคดี ว่าเท็จจริงเป็นอย่างไร เพราะมุ่งแต่ให้เขาทำหน้าที่ของเขา คือทำจิตใจให้มั่นคง หลังจากเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว อาตมากลับมาศึกษาคดี ศึกษากรณีต่างๆ แล้ว  ก็รู้สึกว่า เจไม่ได้เป็นคนผิด แต่ตลอดเวลาที่อยู่ในคุก เขาไม่บอกว่าที่จริงคนฆ่าคือใคร นอกจากยอมรับเคราะห์แทนเมื่อเจขึ้นศาลตอนแรกนั้น เงินทุนที่จะต่อสู้คดีก็ไม่มี ภาษาอังกฤษก็ยังไม่ดี  ทนายที่ศาลแต่งตั้งให้เจก็กำลังหาเสียงเลือกตั้ง เลยไม่สนใจคดี ไม่หาพยานให้เจด้วย ศาลก็ตัดสินอย่างรวดเร็ว   ในฐานะที่เป็นคนไทย เมื่อถูกจับเข้าคุก ตามกฎหมายระหว่างประเทศ สถานทูตไทยควรมีส่วนช่วยเหลือ  แต่เขาก็ไม่ได้แจ้งเรื่องให้สถานทูตทราบเลย จนกระทั่งหลังตัดสินประหารไปแล้ว ถึงแม้มีการอุทธรณ์  แต่ตามกฎหมาย ศาลก็จะพิจารณาเฉพาะข้อมูลที่มีในตอนตัดสินครั้งแรกเท่านั้น จะเอาข้อมูลใหม่เข้าไปไม่ได้  เจก็เลยเสร็จ ไม่มีประตูสู้ฟังแล้วบางทีก็หดหู่นะ สลดใจ แต่เจเองเขาก็พูดอยู่เสมอว่า ไม่สมควรหดหู่ ไม่สมควรเศร้าใจ เราต้องเชื่อในหลักกรรม ถ้าไม่เป็นกรรมในชาตินี้ ก็ต้องเป็นกรรมในชาติก่อนตามมา ทางที่ดีคือยอมรับด้วยจิตใจผ่องใส ถ้าเราไปมีทุกข์ ทำใจไม่ดี เราก็ต้องเกิดมาพัวพันกับกรรมเก่านี้อีก ตอนนี้มีโอกาสที่จะทำให้มันหมดสิ้นไป เขาพูดได้อย่างนี้นะ ...

เจเป็นศิลปินมีฝีมืออย่างที่เขาว่าหรือเปล่าคะ

จริง อาตมาได้เห็นผลงานศิลปะที่เจรวบรวมไว้ เขาเป็นคนมีพรสวรรค์จริงๆ และเชี่ยวชาญในศิลปะหลายแขนง ผลงานส่วนใหญ่ ๖๐๐ ชิ้น เจได้แจกจ่ายแก่เพื่อนๆ และคนคุ้นเคยไปแล้วเจอาศัยศิลปะเป็นสื่อในการแสดงออก เขามักใช้ภาพผีเสื้อเป็นสัญลักษณ์แทนพัฒนาการของตนเอง เจเล่าว่า มีอยู่ขณะหนึ่งเขาปลงตก คิดว่า อย่างไรเสีย ตัวเองก็คงจะต้องตายในคุกเป็นแน่แท้ เวลาก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว จะผูกโกรธอาฆาตตัวเองและผู้อื่นอยู่อีกทำไมแปดปีสุดท้ายของชีวิต เป็นช่วงที่การปฏิบัติของเจ เริ่มปรากฏผลเป็นความเปลี่ยนแปลงในบุคลิกภาพของเขาอย่างชัดเจน เจได้รู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ และได้เรียนรู้ว่า หากรู้จักปฏิบัติอย่างถูกวิธี การติดคุกก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสียทีเดียว เจยอมรับว่า ถ้าไม่ได้เผชิญความยากลำบากและความทุกข์แสนสาหัสอย่างที่ได้รับระหว่างต้องโทษในเรือนจำ เขาคงไม่อาจพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ถึงระดับนี้ เจรู้จักใช้ปัญญาในการใคร่ครวญพิจารณา ว่าอะไรเป็นเหตุแห่งความสว่างสงบของจิต ยิ่งใกล้วันประหาร เขาก็ยิ่งตระหนักชัดและให้ความเอาใจใส่ ระมัดระวังสิ่งที่จะขัดขวางความสงบและความก้าวหน้าของจิต ระยะหลังเขาจึงมุ่งไปเอาจริงอาจังกับการฝึกจิต โดยใช้ปัญญาพิจารณาใคร่ครวญความเป็นจริงยิ่งขึ้น

เจเติบโตในประเทศไทย และเชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด เขาเคยพูดเล่นๆ ว่า อยากให้เอาอังคารของเขาไปโปรยในทะเลให้ปลากิน เมื่อคนมากินปลาอีกต่อหนึ่ง เขาก็จะได้กลับมาเกิดในภูมิมนุษย์อีก เพื่อปฏิบัติธรรมต่อไป เขารู้ว่ามนุษย์เท่านั้นที่สามารถเรียนรู้ และพัฒนาตัวเองได้โดยไม่มีขีดจำกัด รู้จักแยกแยะ สุข-ทุกข์ ดี-ชั่ว และผิด-ถูก พัฒนาการและการเรียนรู้ของแต่ละคน เป็นผลสืบเนื่องจากวิถีกรรมที่คนคนนั้นเลือกเอง ที่แล้วมาเจได้เลือกทางผิดไปบ้าง แต่เขาก็มีทางที่ถูกอยู่ด้วยเหมือนกันเจได้เรียนรู้ความจริงบางอย่างแล้ว จากประสบการณ์ชีวิตในชาตินี้ เขาจึงมุ่งมั่นที่จะได้ปฏิบัติธรรมต่อไปในชาติหน้า

 

 

หมายเหตุ : ความเรียงเรื่อง ลิ้มรสสิ่งที่อยู่ในใจ แปลโดย นิภา ชุลชาติ, ขัดเกลาภาษาโดย อุบาสิกา สมใจ ชัยราษฎร์ และเรียบเรียงโดย  ฉัตรวรัญ องคสิงห์





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
komn วันที่ : 01/11/2007 เวลา : 07.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komn

ดีมาก ๆ

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
ล่างฟานหวิน วันที่ : 01/08/2007 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/langfanvhin
ประตูสวรรค์ หิมะทองคำ เต่าทองแดง เขากิเลน หนวดมังกร เขี้ยวพยัคฆ์                         "ไม่มีที่อยู่ สำหรับคนอ่อนแอ" จอมยุทธ์ '

เพียง 6 วันเอง เรียกว่า ดวงตา เห็น ธรรม ครับ

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 30/07/2007 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aquarius
It's not where you start. It's where you finish.

ครบเครื่องทั้งเรื่องทั้งเสียง
ยังอ่านไม่จบนะครับ เพราะยาวมาก ต้องขอ add ไว้ก่อน

อาม่าผมก็แซ่ลิ้มครับ...

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
คนว่างงาน วันที่ : 29/07/2007 เวลา : 18.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Cantona

ขอบคุณครับที่ไปเยี่ยมเยียน

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 29/07/2007 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

ขอแอ็ดบล้อกไว้มาอ่านต่อนะคะ ยาวมากเลย วันนี้ยังใช้เน็ตเต่าอยู่

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
chang2514 วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 22.28 น.

เจ เป็นผู้ที่ที่รับสารภาพความจริง น่ายกย่องสรรเสริญ
เจ ผิดที่ร่วมมือทำให้สิ่งมีชีวิต(คน)ต้องถึงแก่ชีวิต น่าถูกลงโทษ
++++++++++++++++บทชีวิต++++++++++++++++

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
tuty วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuty

มันเป็นเรื่องยากนะคะ...สำหรับการรอวันประหาร
แต่เขาโชคดีที่ได้พระธรรมนำทาง
น้อยคนนะคะที่จะทำได้และยอมรับ...ถึงกฎแห่งกรรม


ความคิดเห็นที่ 61 (0)
psl_cp127 วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 17.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pslcp127
The  feeling  of  LOVE  starts  from  the  eyes,  But  the  feeling  of  LIKE  starts  from  the ears..


** -ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี..ที่เพิ่งมาอ่านพบ...
...................................................................
** ขออนุญาตเปิดตัว....เรา..คนแซ่เดียวกัน..อะนะ..!!
......nice to see U....//

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
nobody007 วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


ความคิดเห็นที่ 85
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 16.00 น.
http://www.oknation.net/blog/greenblog
ip : 124.121.7.121

กลอนข้างฝาห้องน้ำสาธารณะ 2 บาทแถวฉนามหลวง
เงินดี งานเดิน เงินเกิน งานวิ่ง
เงินนิ่ง งานหยุด เงินสะดุด งานชะงัก
เงินชัก งานถอย เงินร่อย งานเก
เงินเก้ ไม่เอา
-------------------------------------

---ขอบคุณครับ--


ความคิดเห็นที่ 59 (0)
nobody007 วันที่ : 28/07/2007 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 



ความคิดเห็นที่ 58 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand

ผู้อาวุโสแซ่ลิ้ม

เชิญกลับมาอัพบล็อกด้วยท่าน....

หลายวันแล้ว

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
Freedomheart วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 17.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Freedomheart



ความคิดเห็นที่ 56 (0)
nobody007 วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 16.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


--มาสวัสดีครับ--

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
สายสืบภาคประชาชน วันที่ : 27/07/2007 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Anti-Corruption


ขออนุญาตตอบ Comment ที่ไปเยือน...

ขอบคุณครับ คนแซ่ลิ้ม ที่ทำให้ตระหนักว่า "ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด" จริงๆ ถ้าบังเอิญไม่เน่าในเสียก่อนเหมือน "ขิงแก่" ในบ้านเมือง เรื่องไกล่เกลี่ยคงไม่จำเป็น เพราะผมไม่ได้มี Conflict กับใคร วิหคพลัดถิ่น อาจเข้าใจผิดเพราะอยู่ในอารมณ์ข่มขื่นกับความรู้สึกว่าคนอื่นมองตน "แปลกแยก" ซึ่งอาจจะจริงหรือไม่ใช่เลยก็ได้ แต่ผมก็ได้ปรับความเข้าใจฉันท์กัลยาณมิตรไปแล้วว่า คำว่า "คอมมิวนิสต์เก่า" เป็น Keyword ที่สื่อถึงยุทธศาสตร์และยุทธวิธีของ "แผนบันได 4 ขั้น" มิได้มุ่งหมายถึงตัวบุคคลใดๆ ทั้งที่เคยเป็นหรือยังเป็น "คอมมิวนิสต์" แม้แต่น้อย

สำหรับประเด็นที่ตั้งข้อสังเกตทำนองว่า "คนเก่า-คนใหม่" ต่างผลัดกันมาปล้นชิง (มากน้อยอีกประเด็น) ผมเห็นด้วยว่าเป็นวงจรอุบาทว์ของชาติและเวรกรรมของประชาชนจริงๆ คงเพราะว่า Power Is Corrupt : Absolute Power Absolutely Corruption !! ดังนั้น จึงมีแต่ประชาชนหรือ "ผู้ถูกปกครอง" จะต้องเข้มแข็ง รู้เท่าทัน ขวนขวายมีส่วนร่วม และรวมพลังเพื่อตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจรัฐทุกระดับ

ส่วนเรื่องแพ้เรื่องชนะที่คะคานกันมานานเกือบ 2 ปีนี้ ผมมองว่ามันเป็นการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ประเทศชาติมีแต่ขาดทุน ดังที่สูญเสียมามากแล้วทั้งโอกาสและเม็ดเงิน แต่จะทำอย่างไรได้เล่าในเมื่อหลักพุทธไม่ได้สอนให้ "พระสมานฉันท์กับโจร" พระจะเห็นพ้องต้องกันกับโจรได้อย่างไร? มีแต่ "โจรเท่านั้นสมานฉันท์กับพระได้" เฉกเช่น "อุคุลีมาล" สำนึกผิดได้ด้วยญาณบารมีแห่งองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกลับตัวกลับใจสมานฉันท์ด้วยพระธรรมคำสอนจนบรรลุอรหันต์ในที่สุด

อนึ่ง ผมเห็นว่าตรรกะในสถานการณ์สู้รบ มิได้มีเพียง ชนะคือแพ้ แพ้คือชนะ หรือชนะโดยไม่ต้องรบเท่านั้น หากแต่ยังมี "ชนะโดยไม่ต้องควัก" ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่มาแรงจริงๆ (ฮา)
http://www.oknation.net/blog/Anti-Corruption/2007/07/25/entry-2

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
คันทรี่แมน วันที่ : 26/07/2007 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/countryman
ชีวิตกับเพลงของคนบ้านนอก และอื่นๆ

นี่เป็นบล็อกที่ยาวที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านเลยนะเนี่ย ตามปกติเจอบล็อกยาวๆแบบนี้ผมจะไม่ค่อยอ่าน

อ่านแล้วได้อะไรไหม คงตอบยากนะครับ ขอเก็บไปคิดก่อนแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
nobody007 วันที่ : 25/07/2007 เวลา : 17.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


สวัสดีครับ

ผมเข้ามทีไร ผมรู้สึก สว่าง สะอาด สงบครับ
ขอบคุณครับที่นำสันติสุขทางใจมาแบ่งปันครับ
---------------------------------------------
ความคิดเห็นที่ 21
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 03.21 น.
http://www.oknation.net/blog/greenblog
ip : 124.121.1.16

ขอสารภาพ พยายามเอารูปอั่งเปาที่scanตั้งแต่ 5โมงเย็นจนบัดนี้ก็ยังใส่ไม่ได้เพราะใหญ่ไป
ปกติได้แต่เขียนเรื่องเรื่องเทคนิคต้องวานคนอื่น จึงอิจฉาที่คุณNobody
ทำได้หลายอย่าง จะพยายามค่อยๆหัด พรุ่งนี้คงไม่ช้าไปนะ
------------------------------------------
...น้อมรับคำนิยมครับท่าน
ผมก็มิชำนาญการใดดอกครับท่าน
อืมม..จริงครับ มิสายดอกครับกับการเรียนรู้
It never too late to learn krap.

--------------------------------
ปกติถ้าภาพใหญ่เกินไป ลองใช้..
Microsoft Photo editer
Adbe photoshop
ตัวใดตัวหนึ่งดูนะครับ
ผมใช้ไมโครซอฟ โฟโต้ เอดิเตอร์ โดยการใช้วิธี..
Resize ครับท่าน..
ฤา หากจักลดค่าให้ได้ไม่เกิยค่าK ผมใช้Adbe photoshop
ครับท่าน ลองผิดลองถูกเนืองๆครับ


...ลองดูนะครับ Enjoy your time krap.

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
วิตามินบี วันที่ : 25/07/2007 เวลา : 12.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


ในวันหนึ่งทุกคนก็ต้องตาย
แต่การได้รู้เวลาตายล่วงหน้านี่ซิ
ทำใจยากจริงๆ
คงจะมีเพียงธรรมะเท่านั้นที่ประคองใจได้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
เล็กหมีพูห์ วันที่ : 25/07/2007 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/KingsMule
บันทึกเบื้องหลัง การทำหนังของผม

ขอบคุณ คนแซ่ลิ้ม ที่นำมาให้อ่าน
และขอบคุณผู้เกี่ยวข้องในการแปลทุกท่าน สำหรับบทความดี ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
เล็กหมีพูห์ วันที่ : 25/07/2007 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/KingsMule
บันทึกเบื้องหลัง การทำหนังของผม

ขออนุโมนาสาธุ
เป็นบทความยาวที่ผมอ่านอย่างมีสมาธิและเมื่ออ่านจบแล้ว ก็ซาบซึ้งอย่างยิ่งเลยครับ
คุณเจ ผู้จากไปอย่างงดงาม
มองมุมกลับ ผมว่าคุณเจมีโอกาสดี ที่รู้วันตายของตนเอง
เขาจึงไม่ได้ประมาทเหมือนกับผม ที่ไม่ได้เคยเตรียมการรับความตาย
เหมือนกับที่คุณเจเตรียมเผชิญกับความตายแต่ต้น
และโชคดี ที่คุณเจได้พบกับกัลยาณมิตรผู้งดงาม อย่างท่าน ปสนฺโน ภิกขุ
การตายของคุณเจ จึงไม่ได้เกิดทางสว่างกับคุณเจเท่านั้น
แต่ทำให้อีกหลาย ๆ คน รวมทั้งผมด้วยเกิดอนุสติ ที่จะต้องเตือนตัวเองยามพลั้งเผลอ
ว่าเราเกิดมาเป็นคน ยังมีหน้าที่ที่ต้องทำมากมาย
แต่หน้าที่ ที่สำคัญ ที่เราไม่ควรลืม
คือ การเรียนรู้จิตตนเอง อย่างรู้เท่าทัน
ที่จะพัฒนาจิตอย่างมีคุณภาพ
เตรียมรับความตายอย่างงดงาม
เหมือนอย่างที่เราเห็นรอยยิ้มของคุณเจ ในร่างไร้ชีวิต

ผมคิดว่าโลกที่คุณเจเดินทางต่อ งดงามและมีความสุขอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 25/07/2007 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

ความคิดเห็นที่ 20
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 16.31 น.
http://www.oknation.net/blog/greenblog


ฉายที่ไหนอย่าลืมเตือนด้วย


---------------------

ขอบคุณที่แวะไปให้กำลังใจนะคะ
ทางกระทรวงบอกว่าฉายที่สยามพารากอน เดือนธันวาคมค่ะ

ภาพเบื้องหลังตอนต่อไปมาแล้วนะคะ
http://www.oknation.net/blog/KingsMule/2007/07/25/entry-1

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
street วันที่ : 24/07/2007 เวลา : 00.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siamwood

ขอบคุณครับที่มี voice ให้ฟัง....ได้แง่คิดที่เป็นประโยชน์มากในการมีชีวิตอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเอง และผู้อื่น
ขอโทษด้วยครับผมส่ง msg ล่าช้า เรื่อง ebay mail กลับได้นะครับ เผื่อผมจะเป็นประโยชนืได้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
pook วันที่ : 23/07/2007 เวลา : 03.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

คุณคนแซ่ลิ้ม สวัสดีค่ะ ปุ๊กไม่ได้รู้เรื่องหนังเก่ามาก แค่ชอบมากเฉยๆค่ะ
เล่าหนังเป็นอย่างเดียว วิจารณ์หนังก็ไม่เป็น บอกได้แค่ว่าสนุกหรือไม่สนุก
ตั้งชมรมไม่ได้หรอกค่ะ อายเค้า

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ขอบคุณ สำหรับข้อมูลดีๆ มาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
จืด วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jued


ใช่ครับเรื่องยาว มีฉบับชาวบ้านไม๊ครับ มีแล้วเคาะเรียกเด้อ.........ถ้าไม่มีจะลางานมาอ่าน ฮาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ความคิดเห็นที่ 44 (0)
nobody007 วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 

Plz take a look krap , Thank you krap.

http://www.oknation.net/blog/nobody007/2007/07/20/entry-1

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
จันทร์วารี วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waranin
คือ..จันทร์วารี  : สวัสดี.. ม่านหมอกและหยาดน้ำค้าง/กลุ่มเขียนข้าว

แล้วจะมาอ่านต่อนะคะ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 22/07/2007 เวลา : 01.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

วันนี้มาอ่านต่อจนจบแล้วค่ะพี่

ขอบคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
รอยยิ้มจางๆ วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wana22
บ้าน ของ หัวใจ

เป็นสิ่งที่ดีนะค่ะ ที่เราสามารถ
เตรียมตัวตาย ได้อย่างสงบ
ถ้าเป็นอย่างเจได้............
คือ ก่อนตาย ได้ ปล่อยว่าง ให้อภัย
ได้เรียนรู้ ถือว่าเกิดมาคุ้มคะ เจ
สู่สุคตินะค่ะ ......
ขอบคุณเรื่องนี้ ค่ะ คุณคนแซ่ลิ้ม

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
อังศนา วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

..รู้สึกโชคดีจังเลยค่ะ ที่มีโอกาสได้อ่านเรื่องนี้
ขอบคุณมากนะคะที่กรุณาชักนำมา

..เจคงจะได้กุศลมากมาย ที่เรื่องราวของเจช่วยให้คนศาสนาอื่น
พบกับความประเสริฐพุทธศาสนา และให้คนพุทธได้ลึกซึ้งกับศาสนาของตนยิ่งขึ้น

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
Freedomheart วันที่ : 21/07/2007 เวลา : 02.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Freedomheart


...เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก...

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenblog

เรื่องยาวมากแต่ทุกคนก็อดทนอ่าน คงทำให้ได้อะไรติดกลับไปไม่มากก็น้อย เข้าใจชีวิตมากขึ้นและที่สำคัญได้ตายก่อนตาย

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
บัวหิมะ วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 20.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/diary

สาระดีแท้เจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
plamywe วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 18.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plamywe


ชอบเรื่องนี้ค่ะ
ใช้เวลาอ่านนานทีเดียว
ยาวมาก
แต่ก็ตั้งใจอ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
roselobster วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

มาอ่านเรื่องราว..
ที่ให้อะไรดี ดี มากมาย
..........................
ขอบคุณที่ให้กำลังใจเจ้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
naomi วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naomi

แวะมาทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
วิตามินบี วันที่ : 20/07/2007 เวลา : 03.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  


สวัสดีค่ะ ไม่ได้เข้ามานานแล้ว หาทางมาไม่เจอ
สบายดีมั๊ยคะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
thesaint วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 23.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thesaint
---- การมีสายยางอยู่ในจมูกดูเลวร้าย แต่การดึงออกมามันทำให้ผมแทบบ้า ----


----จากปี 2542 ถึงปี 2550 เป็น8 ปี ที่เรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ ขอบคุณสำหรับเจ้าของเสียงที่นำเรื่องนี้มาถ่ายทอดด้วยครับ น่ารับฟังมากครับ---

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
แอมแปร์ วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pair


ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆ......ได้อ่านค่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

ก่อนหายตัวไปก็ยกโทสับออก
กลับมา ก็เอากลับไปวางที่เดิมแล้ว

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

จริงนะพี่ นู๋นี่เหมือนนักโทษประหารที่ต้องตัดสินใจ ว่าระยะเวลาที่เหลือของชีวิต จะทำอย่างไร ตัดสินใจอย่างไร ...

แต่ว่านู๋ยังอ่านได้แค่ครึ่งเดียว ตัวหนังสือเล็กไปนิด (สำหรับนู๋นะ) เดี๋ยวจะกลับมาอ่านต่อ

พี่ เสาร์หน้า ไปเที่ยวเขา ไปด้วยกันไหม

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
น้องช่างจ้อ วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/preeyapha


ขอบคุณที่ไปแวะชม เรื่องน่าสนใจดี

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 15.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimeiei
http://www.jaoarom.com

เป็นเรื่องที่ยาวมาก
แต่เนื้อหาไม่ได้ทำให้รู้สึกว่ามันยาวเลย
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีดี
ที่มีค่ากับความคิดและสติของเรา....ขอบคุณค่ะ
.....................
โพสต์เรื่องใหม่เมื่อไหร่ช่วยส่งข่าวด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
LadiEs วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hotladies
เพียงความอบอุ่น สร้างความรู้สึกดีดีเสมอ

ชีวิตเจสุดยอดมากค่ะ

แล้วจะมาติดตามบลอคอื่นๆอีกนะคะ

มีประโยชน์มากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
นายขี้เมา วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tham
"นายขี้เมา"

ใจสงบก็ไม่กลัวต่อความตาย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
น้ำอมฤต วันที่ : 19/07/2007 เวลา : 07.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suthathip
*@* น้ำอมฤต *@*  ความคิดของคน ไม่ใช่เรื่องที่ห้ามกันยาก แต่...มันห้ามกันไม่ได้ต่างหาก ...จงชนะความโกรธ ด้วยการไม่โกรธตอบ... http://www.oknation.net/blog/suthathip2 เจ้าคือแก้วตาดวงใจของแม่http://www.oknation.net/blog/suthathip3 ครอบครัวทหารครอบครัวของฉัน

ขอบคุณทีแวะเวียนไปเยี่ยมกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
paedophile วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


หลับสบายเถิดนะเจ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
patijjachon วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

ผมย้อนไปอ่านเรื่องเก่า ๆ ของท่านคนแซ่ลิ้ม ... เป็นเรื่องน่าบังเอิญยิ่งนัก วีรบุรุษในดวงใจของผมอย่างน้อย ๒ ท่าน คือ พระเจ้าตาก และนายปรีดี พนมยงค์ ได้กล่าวไว้ในบล็อกของท่านเช่นกันครับ
นี่เป็นเพียงแง่มุมเดียวที่ผมกล่าวถึงไว้ครับ
http://www.oknation.net/blog/patijjachon/2007/05/10/entry-3

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
patijjachon วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมากครับ ...
... ชีวิตในบั้นปลายของเจ ... เขาอาจเข้าถึงจุดที่ท่านพุทธทาสภิกขุเคยกล่าวไว้ว่า "ตายก่อนตาย" ...

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
+หนุ่มผมยาว+ วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 22.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/My-love
<--หนุ่มน้อย--<< [-ก้าวไปให้ถึงฝั่งฝัน-] [-เหนื่อยนักพักศาลาริมน้ำ-]

เรื่องดี + น่าอ่าน
(ขอบคุณที่แวะไปเยือนครับ)

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ที่ว่างส่วนตัว~sand_tar_space วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 21.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sand-tar-space


ความคิดเห็นที่ 18 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

เรื่องน่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Nity วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nity
โลกหลากแบบ จึงมองได้หลายมุม!

เรื่องราว-ภาพน่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
กวินทรากร วันที่ : 18/07/2007 เวลา : 09.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tao

แวะมาอ่านครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
phiroj วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 20.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phiroj
"..... ฟุตบอลไม่ใช่ความเป็นความตาย... แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น "  : บิล แชงค์ลี่ย์

เจ น่าจะได้พบอาจารย์ ปสนโน ก่อนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
nobody007 วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 



ความคิดเห็นที่ 13 (0)
nobody007 วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 19.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


----เป็นเรื่องที่ผมประทับใจ / ขอบคุณครับสำหรับสิ่งดีดีที่นำมาแบ่งปันเนืองๆครับ---
-------------------------------------
----นำของมาฝากครับ---

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
nobody007 วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 19.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nobody007
The slower u go, the more u see the movement of life. ; ) :M.M. Prishvin. 


ความคิดเห็นที่ 30
คนแซ่ลิ้ม วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 23.12 น.
http://www.oknation.net/blog/greenblog
ip : 124.121.8.84


เห็นคนมามากแล้วดูแมว แมว แมวแล้วก็หมาเพลิดเพลินดีเพราะมันไม่เถียงไม่บ่น พอกลับมาก็อย่าลืมอ่านฉบับเต็มเรื่องเจ เพราะจะสามารถทำให้บรรลุ...เออน่า อะไรสักอย่างมั๊ง และจะซึ้งกว่าการฟัง(ปิดเสียงก็ได้)และก็จะไม่ตายไปอีกนาน เพราะตายก่อนตายไปแล้ว
---------------------------------------------------

http://www2.glitteryourway.com/

http://www.oknation.net/blog/nobody007/2007/07/17/entry-1

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ส.ผาติสุวัณณ วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaison
........แล้วฉันจะกลับมา......เมื่อฟ้าสาง.........


ธรรม คือที่พึ่ง แต่ต้น

ไปจนจบ

อยู่ที่ใครจะค้นพบระหวางไหน


ความคิดเห็นที่ 10 (0)
TheQueenofNostalgia วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saisoi
The worst is yet to come. 

ขอบคุณมากค่ะ
ที่นำมาเผยแพร่ให้ได้อ่านกัน

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
เคี่ยว โคมคำ วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaveethas
ศิลปศาสตร์ทางถ้อยคำทำให้รู้จักกวีนิพนธ์ - กวีนิพนธ์ทำให้รู้จักโลกใหม่ที่บอดใบ้ในสามัญสำนึก

ขออภัยพิมพ์ตกหล่นครับ " เป็น ข้อ คิดเขียนที่ทรงคุณค่ายิ่ง ที่ทำให้ อ่าน แล้วเกิดความสำนึกในสภาพชีวิต

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เคี่ยว โคมคำ วันที่ : 17/07/2007 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kaveethas
ศิลปศาสตร์ทางถ้อยคำทำให้รู้จักกวีนิพนธ์ - กวีนิพนธ์ทำให้รู้จักโลกใหม่ที่บอดใบ้ในสามัญสำนึก

เป็นคิดเขียนที่ทรงคุณค่ายิ่ง ที่ทำให้แล้วเกิดความสำนึกในสภาพชีวิต และโน้มนำไปสู่ความดีงามในหมู่มนุษย์ ขอบคุณครับที่นำมาให้อ่าน แล้วจะแวะมาเยี่ยมอีก.


ความคิดเห็นที่ 7 (0)
นิธินันท์ วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nithinand

ตามมาอ่านเรื่องดีๆ ของท่านผู้อาวุโส

และมารออ่านตอนต่อไปของประวัติคนแซ่ลิ้มด้วยนะท่าน

ทวงกันซึ่งๆ หน้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ร.วัชรากร วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 10.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/watcharakorn

ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆ สำหรับนักโทษประหารแล้วการได้ใช้ชีวิตสงบในเวลาสุดท้ายของชีวิต เป็นหนทางที่ดีที่สุดจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pook วันที่ : 16/07/2007 เวลา : 03.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ตั้งแต่เข้ามาอ่านครั้งที่แล้ว
ปุ๊กก็ไปหาข้อมูลเพิ่มเติม แล้วอ่านไปอ่านมา
น่าทึ่ง และน่านับถือในตัวของเจมากๆค่ะ

ขอบคุณคุณคนแซ่ลิ้มที่นำมาให้อ่านอีกครั้ง

---------------------------------------
ตอบเรื่องแวมไพร์นะคะ

หนูไม่รู้ว่าหนังชื่ออะไรค่ะ
แต่ไปค้นมาให้แล้ว ไม่แน่ใจว่าใช่รึปล่าวค่ะ

เจอหนังเกี่ยวกับแวมไพร์ติดเอดส์อยู่เรื่องนึง
ชื่อ Sucker The Vampire หนังปี 1998
เรื่องย่อไม่ได้บอกว่ามีการส่งแวมไพร์จากยุโรปไปอเมริกา หรือฟื้นขึ้นมา
แค่บอกว่า ทำงานในโรงพยาบาล แล้วติดเอดส์
ไม่รู้ว่าเรื่องเดียวกันรึปล่าวอ่ะค่ะ


ความคิดเห็นที่ 4 (0)
แมงเมา วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mangmaow

เที่ยวให้สนุกนะครับ ตอนนี้หน้าฝน ถนนลื่น หากจะไปถึงสังขละ เพิ่มความระมัดระวังให้มาก มีช่วงถนนที่มีความลาดชันยาวประมาณ 3 ก.ม. เป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง.....ด้วยความปรารถนาดี จากแมงเมา

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
undertaker วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/undertaker
ความสุข หาก"ขอ"กันได้ โลกนี้ก็คงไม่มีความทุกข์

ใบหน้าของเขาดูสงบผ่องใส และคล้ายมีรอยยิ้มจางๆ น่าเชื่อว่าเจได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ

ใช่ครับ ผมเคยเห็นใบหน้าแบบนี้ แต่ไม่มากนัก

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
feng_shui วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เรื่องยาวมากค่ะ
ชีวิต เจ ยิ่งกว่านิยายอีก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
9ton วันที่ : 15/07/2007 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/IsAmR
(เงินทอง ของมายา ข้าวปลา คือ ของจริง)ขอทำหน้าที่ผู้ชม(อ่าน) ก็พอนะ..............

ขอบคุณครับ...
ขอให้เจ ไปสู่สุขคติ..
แล้วจะกลับมาอ่านอีกครับ ยังอ่านไม่จบ..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรฯ

กษัตริย์ยอดนักรบแห่งอโยธยา

View All