• greenenergy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kteditor@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 105578
  • ส่ง msg :
  • โหวต 27 คน
พลังงานเขียว เยียวยาโลก
ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยพลังงานสะอาด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenenergy
วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2551
Posted by greenenergy , ผู้อ่าน : 3170 , 18:32:23 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

          ย้อนหลังไปเมื่อ 25 ปีก่อน ใครจะคิดว่าหมู่บ้านแม่กำปอง ตำบลห้วยแก้ว อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาในถิ่นทุรกันดารห่างไกลจากชุมชน ไม่มีแม้แต่ทางเดินรถ และไฟฟ้าเข้าถึงหมู่บ้าน อีกทั้งยังเป็นพื้นที่สีชมพู จะสามารถร่วมแรงร่วมใจชาวบ้านกว่า 2,000 คน  สร้างเขื่อนกั้นน้ำขนาดเล็ก เพื่อผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้งานภายในหมู่บ้าน 

            จนกระทั่งวันนี้ หมู่บ้านแม่กำปอง กลายเป็นหมู่บ้านตัวอย่างที่สามารถพัฒนา กระแสไฟฟ้าจากการใช้กันเองภายในชุมชน เข้าสู่รูปแบบของธุรกิจผลิตไฟฟ้าขายให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม 

            "จริงๆ แล้วหากไม่มีวันนั้นที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จมาหมู่บ้านแม่กำปอง เมื่อปี 2524 และ มีพระราชดำรัสว่า "หมู่บ้านนี้น้ำดีอุดมสมบูรณ์น่าจะผลิตไฟฟ้าได้" ก็คงไม่มีวันนี้ที่ชาวบ้านได้อยู่บนโลกสว่างเหมือนกับชุมชนเมืองทั่วไป ตอนนั้นแกนนำชาวบ้าน และผู้นำทางศาสนาเหมือนถูกจุดประกาย และเริ่มมีแนวคิดว่าจะทำอย่างไรกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะน้ำที่ล้อมรอบหมู่บ้าน มาผลิตพลังงานไฟฟ้า เพื่อตอบสนองพระราชดำรัส " พรหมมินทร์ พวงมาลา อดีตผู้ใหญ่บ้านแม่กำปอง เล่าย้อนหลังให้ฟังถึงที่มาของการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ  

            ตอนนั้นชาวบ้านตื่นตัวกันเป็นอย่างมากโชคดีที่มีพระครูเฉลิมกิติสาโร เจ้าอาวาสวัดคันธาพฤกษา(แม่กำปอง) เป็นแกนนำสำคัญ และช่วยยึดเหนี่ยวให้ชาวบ้านช่วยกันสานต่อแนวคิดการสร้างเขื่อนขนาดเล็กให้สำเร็จ 

            แต่กว่าจะดำเนินการได้นั้น แกนนำชาวบ้านหลายคนต้องเดินทางลงพื้นที่อย่างลำบาก เพื่อออกไปศึกษาดูงานที่จุดอื่นๆ ในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อพิจารณาว่า น้ำสามารถสร้างพลังงานไฟฟ้าได้หรือไม่ และให้แสงสว่างได้ขนาดไหน 

            "พรหมมินทร์" เล่าอีกว่า " สุดท้ายแล้วเมื่อหารือกันภายในชุมชนก็ลงมติว่าจะผลิตพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ เพราะไม่น่าจะมีผลกระทบใดๆ จึงทำหนังสือไปยังสำนักงานพลังงานแห่งชาติแจ้งความประสงค์ผลิตพลังงานไฟฟ้าโดยชุมชน โชคดีที่ในปี 2523 โครงการหลวงได้เข้ามาในพื้นที่ตำบลห้วยแก้ว จึงเป็นแรงขับเคลื่อนให้ความต้องการของชาวบ้านเดินหน้าได้เร็วขึ้น และลบภาพการเป็นหมู่บ้านพื้นที่สีชมพูไปได้อย่างทันตา 

            จากนั้นเริ่มช่วยกันสร้างเขื่อนขนาดเล็กสูง 2 เมตร เพื่อกักเก็บน้ำผันเข้าโรงไฟฟ้า เมื่อปลายปี 2525 และเสร็จทันในวันที่ 5 ธันวาคม 2526 

            ลำพังชาวบ้านไม่มีความรู้ทางวิชาการก็ได้รับสิ่งเหล่านี้จากทางกรมพัฒนาพลังงาน และโครงการหลวง และได้รับการสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในสัดส่วนร้อยละ 60 และอีกร้อยละ 40 เป็นของชุมชน เช่น การจัดหาดินทราย การทำไม้แบบ แม้กระทั่งเสาไฟฟ้าก็ใช้ไม้ที่หาจากในชุมชนทั้งนั้น โดยโครงการสร้างพลังงานไฟฟ้าจากน้ำ ขนาด 20 กิโลวัตต์ มีมูลค่าการลงทุนกว่า 2 ล้านบาท 

            จุดที่สร้างเขื่อนกับโรงไฟฟ้าจะต้องมีระดับที่แตกต่างกัน เพื่อให้น้ำไหลผ่านเข้าไปเก็บกักในฝายกั้นน้ำ ก่อนส่งเข้าไปในท่อส่งน้ำ และเข้าไปยังโรงไฟฟ้า เพื่อปั่นเป็นไฟฟ้าจ่ายเข้ายังชุมชน

            "ตอนนั้นเรามีกฎกติกาตกลงกันในชุมชนว่า "การต่อไฟฟ้าในบ้านต้องผ่านมติในชุมชน และห้ามอ๊อกเชื่อมเหล็กหรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องทำให้เครื่องผลิตไฟฟ้าทำงานหนัก ตลอดจนชาวบ้านต้องหมุนเวียนกันมาดูแลสายส่งน้ำ และระบายทราย ตลอด 24 ชั่วโมง และทุกบ้านจะต่อปลั๊กไฟ 1 ตัว และใช้หลอดนีออนได้ 3 หลอดเท่านั้น"  

            ขณะนั้นทุกคนในชุมชนก็เคารพกติกาเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี ไม่มีใครแตกแถว จุดนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความสามัคคี และการมีส่วนร่วมภายในชุมชนอย่างจริงจัง  

            เมื่อพลังงานน้ำสามารถสร้างไฟฟ้าใช้ภายในชุมชนได้แล้วได้มีการจัดตั้งสหกรณ์ไฟฟ้าโครงการหลวงแม่กำปอง จำกัด ขึ้นมาเมื่อปี 2529 เพื่อบริหารจัดการรายได้จากการขายไฟฟ้าในชุมชนยูนิตละ 2 บาท และจากหมู่บ้านผลิตเมี่ยง , ใบชา และกาแฟขายก็เริ่มพัฒนาขยับขยายมีความเจริญมากขึ้น และความต้องการใช้ไฟฟ้าของชุมชนในหมู่บ้านก็เพิ่มขึ้น 

           

            พรหมมินทร์ ให้เหตุผลถึงการสร้างโรงไฟฟ้าแห่งที่ 2  ขึ้นเมื่อปี 2530  มีกำลังการผลิต 40 กิโลวัตต์  ครั้งนี้ทางชุมชนได้แจ้งความประสงค์ไปยังกรมพัฒนาพลังงาน และใช้งบประมาณไม่กี่แสนบาท เพราะใช้ท่อส่งน้ำ และสายอันเดียวกันกับโครงการแรก ในรูปแบบของขากางเกง และขยายโครงการที่ 3 ในปี 2537 ห่างจากจุดแรกกับจุดที่ 2 1 กิโลเมตร กำลังการผลิต 40 กิโลวัตต์

            กระทั่งปี 2545 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้จ่ายไฟเข้ามาในตำบลห้วยแก้วได้ หลังจากที่หมู่บ้านแม่กำปองใช้ไฟฟ้าจากพลังงานน้ำมาเกือบ 20 ปี ชาวบ้านเริ่มมีทางเลือกมากขึ้น ทุกบ้านมีการติดตั้งไฟฟ้า 2 ระบบ หากประเมินดูแล้วร้อยละ 60 ใช้ไฟฟ้าพลังงานจากน้ำ เพราะราคาถูก อีกร้อยละ 40 ใช้ไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จากจำนวน 130 ครัวเรือน 

            ดังนั้น จึงเป็นตัวแปรสำคัญว่าจะทำอย่างไรกับ "พลังงานไฟฟ้าที่เหลือใช้" ครั้นจะรื้อคืนให้กับกรมพัฒนาพลังงานก็ไม่ใช่สิ่งที่ชุมชนเลือก “เราลงมติว่าต้องทำอย่างไรที่สร้างมูลค่ากับทรัพยากรที่เราสร้างขึ้นมาได้” 

            ในที่สุดหมู่บ้านแม่กำปองใช้เวลากว่า 5 ปีในการผลักดันขายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานน้ำให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสำเร็จ ในเดือนพฤศจิกายน 2550 และก่อกำเนิดโครงการ พลังงานชุมชน ตามนโยบายของกระทรวงพลังงานในการผลักดันโครงการผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมาก (VSPP) ให้สามารถขายไฟฟ้าเข้าระบบได้

            หมู่บ้านแม่กำปองจะเริ่มขายกระแสไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2550 เป็นต้นไป โดยจะมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 25 กิโลวัตต์

            ทั้งนี้การขายกระแสไฟฟ้าต้องดำเนินการผ่านหน่วยงานของรัฐ จึงต้องขอความร่วมมืออบต.แม่กำปองมาสนับสนุน และถ่ายโอนให้ทางชุมชนบริหารจัดการ

            ในเบื้องต้นตกลงขายที่หน่วยละ 3 บาท คาดว่ารายได้จะเข้าสู่สหกรณ์ฯเดือนละ 30,000-40,000 บาท  เราประสบผลสำเร็จในการรื้อถอนพลังงานไฟฟ้าจากน้ำออกจากหมู่บ้าน และยังสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งที่ชาวบ้านได้ร่วมบริหารจัดการขึ้นมา โดยสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจน คือ ความเข้มแข็งของชาวบ้านนั่นเอง  

 

             "ต้องยอมรับว่าจากหมู่บ้านที่อยู่ในโลกมืดมาหลายสิบปี และวันหนึ่งเมื่อสามารถใช้ทรัพยากรน้ำมาสร้างมูลค่าได้ ก็ต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่” 

            เพราะทุกวันนี้ หมู่บ้านของเราไม่เพียงแต่จะได้ประโยชน์จากไฟฟ้าอำนวยความสะดวกในการผลิตเมี่ยงชา และกาแฟได้ดีขึ้นแล้ว ยังพัฒนาเป็นหมู่บ้านโฮมสเตย์ที่มีชื่อเสียง จากที่เคยมีรายได้ประชากรตกอยู่ที่เฉลี่ยคนละ 10,000 บาทต่อปี ก็เพิ่มเป็นเฉลี่ยคนละ 20,000 บาทต่อปี 

            ไม่เพียงเท่านั้น ผลกำไรที่จะแตกหน่อจากการขายกระแสไฟฟ้าก็จะกลับคืนมาเพื่อนำไปพัฒนาหมู่บ้านในด้านอื่นๆ และหลังจากนี้ไปก็จะต้องไปเข้าสู่ของการเป็นหมู่บ้านตัวอย่างในการใช้พลังงานจากธรรมชาติอย่างคุ้มค่า และรู้จักการบริหารจัดการทรัพยากรในมืออย่างถูกวิธี เพื่อถ่ายทอดสู่ชุมชนอื่นๆ ต่อไป

            หมู่บ้านแม่กำปอง จึงนับเป็นต้นแบบพลังงานชุมชนที่กระทรวงพลังงานภาคภูมิใจ   





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

trip

สนพ. และ พันธมิตรโครงการ 1 องศาลดวิกฤติโลกร้อน พาตะลุยเชียงใหม่ ชมการผลิตไบโอดีเซลแคปหมู และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]