• greenenergy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kteditor@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 105642
  • ส่ง msg :
  • โหวต 27 คน
พลังงานเขียว เยียวยาโลก
ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยพลังงานสะอาด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenenergy
วันศุกร์ ที่ 25 มกราคม 2551
Posted by greenenergy , ผู้อ่าน : 7474 , 18:34:19 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

           ในบรรดาพลังงานทดแทน พลังงานทางเลือกที่ทุกฝ่ายหันมาพัฒนาเพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าแทนพลังงานเดิมๆนั้น “พลังน้ำขนาดเล็ก” ถือเป็นแหล่งพลังงาน “ยอดนิยม” โดย International Energy Agency
( IEA ) ระบุว่า ปัจจุบันทั่วโลกผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำขนาดเล็ก รวม 16.6 % ของพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด และคิดเป็น 92 % ของพลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานทดแทน

            นั่นน่าจะเป็นเพราะแหล่งน้ำขนาดเล็กมีกระจายอยู่ทั่ว ช่วยลดค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงที่นำมาสร้างกระแสไฟฟ้า และนอกจากจะใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า พลังน้ำยังใช้ประโยชน์ได้อีกมาก สามารถป้องกันน้ำท่วม ลดการเกิดไฟป่า ใช้เป็นแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค และบริโภค เพื่อการเกษตร และอุตสาหกรรม รวมถึงเป็นแหล่งขยายพันธุ์ และอยู่อาศัยของสัตว์และพืชน้ำ

            เรียกว่าถ้าพัฒนาแหล่งน้ำขึ้นมาจะใช้ประโยชน์จากพลังน้ำได้สารพัดอย่าง

            น้ำยังเป็นพลังงานหมุนเวียน ใช้ผลิตกระแสไฟ ใช้ประโยชน์ด้านต่างๆแล้ว เมื่อน้ำระเหยกลายเป็นไอ ก็รวมตัวเป็นเมฆ ตกลงมาเป็นฝน กลับเป็นน้ำ ให้ใช้ผลิตกระแสไฟได้อีก

            การทำงานของการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กนั้น จะเป็นการสร้างเขื่อนขนาดเล็กหรือฝายทดน้ำกั้นลำน้ำ ผันน้ำจากฝายทดน้ำ หรือเขื่อนไปยังโรงไฟฟ้าด้วยระบบส่งน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก (Mini Hydropower) จะมีขนาดกำลังผลิตอยู่ระหว่าง 200 กิโลวัตต์ (KW) จนถึง 30 MW   ส่วนโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดจิ๋ว หรือระดับหมู่บ้าน (Micro Hydropower) มีขนาดกำลังผลิตน้อยกว่า 200 K

            ประเทศไทยเรารู้จักพัฒนาพลังน้ำขนาดเล็กมาตั้งแต่ปี  2507  “สุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ” ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาพลังงาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงานกล่าวว่า ในช่วงแรกๆ มีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลมีแหล่งผลิตไฟฟ้าเป็นของตนเอง  ลักษณะเป็นโครงการพลังน้ำขนาดเล็กเรื่อยมา เนื่องจากศักยภาพพลังน้ำขนาดเล็กสามารถหล่อเลี้ยงชุมชนได้เป็นอย่างดี และการมีแหล่งผลิตไฟฟ้าเป็นของตัวเองในหมู่บ้าน นับเป็นแนวทางแห่งการพึ่งพาตัวเองอย่างแท้จริง 

            อย่างไรก็ตามในขณะนี้พลังไฟฟ้าจากน้ำถือเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพสูง เพราะนอกจากช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศแล้ว ยังลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการผลิตไฟฟ้า ลดการลงทุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ลดการสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้าของกฟภ.

            ยิ่งราคาน้ำมันผันผวนจะส่งผลให้การผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำมีความโดดเด่น เพราะไม่ต้องซื้อหาเชื้อเพลิงเพื่อใช้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้า นับว่าช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตการณ์ราคาน้ำมันอย่างได้ผล 

            มองโดยรวมแล้ว การพัฒนาแหล่งผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำขนาดเล็ก จึงเพิ่มศักยภาพด้านความมั่นคงในการผลิตไฟฟ้าให้ประเทศ หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น พพ. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รวมถึงสำนักงบประมาณ ต่างเห็นตรงกันถึงความสำคัญที่จะเร่งพัฒนาโครงการพลังนำขนาดเล็กอย่างเต็มที่

            โดยกระทรวงพลังงานวางเป้าหมายเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำขนาดเล็กจาก 44.33 เมกะวัตต์ (MW) ในปัจจุบันเป็น 156 MW ในปี 2554 ขณะที่กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ประเมินศักยภาพการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กว่า ในปี 2550 ประเทศไทยมีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำที่ 25,500 เมกะวัตต์ ซึ่งศักยภาพพลังงานน้ำระดับหมู่บ้าน และพลังน้ำขนาดเล็กน่าจะมีอยู่ประมาณ 1,000 เมกะวัตต์

            นอกจากนี้ศักยภาพพลังงานน้ำขนาดเล็กท้ายเขื่อนชลประทานที่มีอยู่ 6,618 แห่งทั่วประเทศน่าจะมีประมาณ 294 แห่งที่สามารถพัฒนาเป็น โครงการ Small  Mini และ Micro  Hydropower สร้างกำลังผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 115,945  kW

            การผลิตไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศจะดำเนินการโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิต  (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และยังมีที่ดำเนินการโดย พพ. ซึ่งปัจจุบัน พพ. มีโครงการพลังน้ำขนาดเล็กอยู่ 22 โครงการทั่วประเทศ กำลังผลิตติดตั้ง 43,318 Kw สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าเฉลี่ยปีละ 80 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง ทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ประมาณ 24 ล้านลิตรต่อปี เทียบเท่ากับน้ำมันดิบ 17.02 พันตัน และตามแผนงานปี 2550  พพ. ได้ขยายโครงการไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 5 โครงการ วงเงินลงทุน 2,137 ล้านบาท

            ส่วนโครงการพลังน้ำระดับหมู่บ้าน ขณะนี้ พพ.ดำเนินการอยู่แล้ว  45 แห่ง และกำลังจะขยายโครงการในปี 2550 จำนวน 25 โครงการ ปี 2551 อีก  24 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม  2,250 Kw ใช้เงินลงทุน 350 ล้านบาท

            นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาโครงการไฟฟ้าพลังน้ำท้ายเขื่อนชลประทาน อีก 14 เขื่อน ในปี 2552 -2554 ขณะเดียวกันก็อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำลุ่มน้ำโขงร่วมกับสปป.ลาว จำนวน 2 โครงการ โครงการแรกอยู่ที่จุด  อำเภอปากชม  จังหวัดเลย  กำลังผลิตประมาณ 1,326 MW และอีกโครงการอยู่ที่ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี  กำลังผลิต 2,330   MW

            ด้านสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงาน ให้ดำเนินการศึกษาและวิเคราะห์ความเป็นไปได้เรื่องการกำหนดส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กที่ใช้พลังน้ำ เพื่อกำหนดให้มีมาตรการจูงใจด้านราคา พบว่าสามารถทำได้และได้กำหนดเป็นนโยบายส่งเสริมการเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า(Adder)

สำหรับผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็กที่ใช้พลังน้ำ ได้กำหนดส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าออกเป็น 2 ส่วน หากผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กต่ำกว่า 50 กิโลวัตต์ จะให้ส่วนเพิ่มไม่เกิน 80 สตางค์ต่อหน่วย แต่หากเป็นการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กตั้งแต่ 50-200 กิโลวัตต์ จะให้ส่วนเพิ่มไม่เกิน 40 สตางค์ต่อหน่วย

นอกจากนี้ยังได้กำหนดส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าพิเศษสำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส โดยจ่ายเพิ่มอีก 1 บาทต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง คือหากเป็นพลังน้ำขนาดเล็กต่ำกว่า 50 กิโลวัตต์ จะให้ส่วนเพิ่มไม่เกิน 1.80 บาทต่อหน่วย และหากเป็นการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กตั้งแต่ 50-200 กิโลวัตต์ จะให้ส่วนเพิ่มไม่เกิน 1.40 บาทต่อหน่วย โดยทั้ง 2 รูปแบบกำหนดระยะเวลาสนับสนุน 7 ปี และให้ผู้สนใจยื่นเรื่องขอเสนอภายในปี 2551

            ความสำเร็จของกระบวนการผลิตไฟฟ้าระดับหมู่บ้านจากแหล่งพลังน้ำขนาดเล็ก ก็เช่น โรงไฟฟ้าชุมชนหมู่บ้านแม่กำปอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีขึ้นเพื่อบรรเทาความขาดแคลนพลังงานไฟฟ้าในชนบทที่ห่างไกล

            โครงการนี้ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เป็นการผลิตกระแสไฟฟ้าโดยอาศัยพลังน้ำที่มีขนาดกำลังการผลิตไม่เกิน 200 กิโลวัตต์ (kW) โดยผันน้ำจากลำน้ำด้วยการสร้างฝายน้ำล้น ให้น้ำไหลไปรวมกันที่อ่างหรือถังพักน้ำ ก่อนปล่อยให้ไหลผ่านท่อไปหมุนกังหันน้ำที่ขับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าส่งไปยังหมู่บ้านใกล้เคียง       

            ถึงจะเป็นแค่ชุมชน แต่หมู่บ้านแม่กำปองสามารถเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าถึง 3 โรง โดยโรงไฟฟ้า 1-2 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 175,200 หน่วยต่อปี และโรงไฟฟ้า 3 สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 245,280 หน่วยต่อปี

            ที่สำคัญโรงไฟฟ้าพลังน้ำหมู่บ้านแม่กำปอง เป็น 1 ใน 2 โรงไฟฟ้าพลังน้ำระดับหมู่บ้านที่ประสบความสำเร็จจากการทดลองเชื่อมต่อกับสายส่ง กฟภ. และพร้อมขายไฟฟ้าให้กับ กฟภ. สร้างรายได้ให้กับสหกรณ์หมู่บ้านได้อีกทาง

            การพัฒนาการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็กจึงคุ้มค่าทั้งในเชิงสังคมและในเชิงเศรษฐกิจ เป็นพลังงานที่ไม่มีต้นทุนเชื้อเพลิง ไม่ปล่อยมลภาวะใดๆ แถมประเทศเรายังมีแหล่งน้ำกระจายอยู่ทุกภูมิภาครอแค่ให้พัฒนามาใช้ แบบนี้ถึงเรียกว่าแหล่งพลังงานยั่ง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

trip

สนพ. และ พันธมิตรโครงการ 1 องศาลดวิกฤติโลกร้อน พาตะลุยเชียงใหม่ ชมการผลิตไบโอดีเซลแคปหมู และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]