• greenenergy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kteditor@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 105639
  • ส่ง msg :
  • โหวต 27 คน
พลังงานเขียว เยียวยาโลก
ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยพลังงานสะอาด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenenergy
วันพุธ ที่ 30 มกราคม 2551
Posted by greenenergy , ผู้อ่าน : 1713 , 11:06:10 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

กระหึ่มต่อเนื่องกับ 3rd Concert for Green Global Village โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ร่วมกับ หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และพันธมิตร

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ :

 3rd Concert for Green Global Village เที่ยวนี้นำเสนอ กลุ่มศิลปิน Until Jazz ผู้อยู่เบื้องหลังผลงาน อัลบั้มชุด  Jazz After Hours เจ้าของเพลง “อยู่อย่างพอเพียง” ซึ่งสะท้อนถึง วิถีชีวิตในอุดมคติตามแนวทางพระราชดำรัส เสาร์ 9 ก.พ. หอประชุม AUA ถนนราชดำริ ปทุมวัน

 

นอกจากศิลปินเจ้าของงานแล้ว ยังประกอบด้วยศิลปินรับเชิญ มากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็น สุเมธ องอาจ, ฟอร์ด - สบชัย ไกรยูรเสน, บี๋-คณาคำ อภิรดี, โก้-เศกพล อุ่นสำราญ, ผึ้ง-อาร์มแชร์, บรรณ บราซิล, บอม-คเณศ พักตระเกษตริน ฯลฯ มาร่วมสร้างสีสันบนเวที

 

อัลบั้ม Jazz After Hours ไม่เพียงแต่ 14 นักร้อง 14 บุคลิกภาพ ผ่าน 14 บทเพลงพิถีพิถันปรุงขึ้น หากยังเป็น การรวมตัวของนักดนตรีระดับจอมยุทธ ..

 

แค่เห็นรายชื่อก็ทำให้ คนฟังจินตนาการได้ถึง “ขนาดของหัวใจ” ของบุคลากร ทางดนตรีเหล่านี้ โดยมี “โอ- ชัชวาลย์ สุรเดช” ร่วมผลักดัน ให้โครงการนี้เป็นจริงขึ้นมา

 

ภาคดนตรีทั้งหมดของอัลบั้มนี้ลงตัวเกินคาด ด้วยบทบาท การขับเคลื่อนของริธึ่มเซคชั่นที่ “โจ้-นรินทร์พันธุ์ ปัณฑรวงศ์” หนึ่งในผู้ก่อการคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้มือดีอย่าง ป่อง-เทอดศักดิ์ วงศ์วิเชียร มือดับเบิลเบส, ก้อง-ณภัทร พิริยกิตติ์ศรัณย์ มือกลอง และ บั๊ม-ธีรพจน์ ผลิตากุล มือเปียโน มาเป็นเสาหลัก ความสละสลวยด้านหนึ่ง จึงมาจาก ฝีมือการเขียนคำร้อง

 

ขณะเดียวกัน ความน่าตื่นตาของ อัลบั้มนี้ยังอยู่ที่การตีความของ นักร้องแต่ละคน ซึ่งสะท้อน ถึงบุคลิกภาพเฉพาะตัวของเขาและเธอเหล่านั้น

 

“กว่าจะเป็น Jazz After Hours”

 

ความสำเร็จพอประมาณจากอัลบั้ม Event of Love 1 แจ๊ส 12 เสียง ในปี 2548, อัลบั้ม Event of Love 2 ในปี 2549 จนมาถึง Jazz After Hours ที่ออกมาปลายปี 2550 ถือเป็นการพิสูจน์คุณภาพการทำงานของกลุ่ม Until Jazz ที่มี “โจ้ - นรินทร์พันธุ์ ปัณฑรวงศ์” เป็นหนึ่งในผู้ก่อการได้เป็นอย่างดี

 

สจวร์ตสายการบินที่มีเมโลดี้แจ๊สในหัวใจคนนี้ ห่างหายจากการทำเพลงที่เขาคลุกคลีมากว่า 10 ปี แม้จะดูเหมือนช้าแต่เขาก็ยืนยันว่า 'ยังดีกว่าไม่เริ่มทำอะไรเลย'

 

บทสัมภาษณ์ต่อไปนี้ เป็นบางมุมมองของโจ้ที่มีดนตรีแจ๊ส ก่อนจะถึงการแสดงดนตรีเต็มรูปแบบครั้งแรก ในงาน 3rd Concert for Green Global Village (จุดประกาย คอนเสิร์ต ซีรีส์ # 25) โดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ร่วมกับ กระทรวงพลังงาน และพันธมิตร จัดขึ้นเพื่อปลุกสำนึกผู้คนต่อภาวะโลกร้อน

 

งานนี้ นอกจาก โจ้ นรินทร์พันธุ์ ศิลปินเจ้าของงานแล้ว ยังประกอบด้วยศิลปินรับเชิญมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็น สุเมธ องอาจ, ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน, บี๋ คณาคำ อภิรดี, โก้ เศกพล อุ่นสำราญ, ผึ้ง อาร์มแชร์, บรรณ บราซิล, บอม คเณศ พักตระเกษตริน ฯลฯ มาร่วมสร้างสีสันบนเวที

 

0 จากอัลบั้ม Event of Love 1-2 จนถึง Jazz After Hours มีการเปลี่ยนผ่านทางดนตรียังไงบ้าง

ชุดแรกเราต้องยอมรับว่า ผมห่างเวทีพอสมควร ซึ่งประสบการณ์ช่วงที่ผมจบมาใหม่ๆ ก็ไม่ได้ทำอะไรเยอะ แต่งเพลงก็นิดหน่อย แล้วต้องมาลุยกับเพลงแจ๊สที่ถือเป็นสุดยอดแนวดนตรีเหมือนกับคลาสสิก นี่มัน โห... แต่เอาน่ะ ถ้าไม่ทำตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ทำ เลยเอาความรู้ความสามารถแค่ที่มีตอนนี้ทำเลย ลองผิดลองถูกกันเยอะ

 

มาถึงชุดที่ 2 ผมรู้สึกว่าชุดที่แล้วค่อนข้างเป็นเพลงที่ฟังสบายทั้งอัลบั้ม เลยอยากลองอะไรที่มันบู๊ขึ้นมานิดหนึ่ง ลองอัดสดกันทั้งหมด มีเพลงเร็วอัตราส่วนเพิ่มขึ้นมา เราได้ศึกษามากขึ้นก็ลองเอาแบบแจ๊สจริงๆ เพราะแจ๊สส่วนใหญ่จะอัดสดพร้อมกันทุกๆ ชิ้น แต่ด้วยเงื่อนไขด้านเวลาของนักดนตรีแต่ละคน บางคนที่ยังไม่ได้ก็ต้องมาอัดตามทีหลัง แต่เราก็จะเน้นอัดสดพร้อมกันเฉพาะภาคริธึ่ม คือ กลอง ดับเบิลเบส เปียโน

 

            สิ่งที่พลาดไปคือการไมค์กิ้ง ระบบการตั้งเสียง เราฟังในมอนิเตอร์ห้องอัดทุกอย่างดีหมด พอย้ายห้องอัดก็พบว่ามันค่อนข้างมีปัญหา ไมค์บางตัวไม่เข้า ก็มาแก้ปัญหากันทีหลัง เสียงโดยรวมออกมาไม่ค่อยดี แต่คนฟังทั่วไปก็ค่อนข้างแฮปปี้ ถ้าเป็นคนที่ค่อนข้างซีเรียสเรื่องเสียงก็จะคอมเมนท์กลับมา ปัญหาทั้งหมดถูกแก้ไขในชุดที่ 3 เราจะอัดสดกันมากขึ้นกว่าเดิม มีเครื่องมาอัดพร้อมนักร้อง ถือว่าค่อนข้างลงตัวที่สุดในการแก้ปัญหาทุกอย่าง

 

0 ดนตรีแจ๊สควรจะเป็นคนเล่นสดมากกว่า

จริงๆ มันก็ไม่จำเป็นทั้งหมด เพียงแต่ว่าแจ๊สเขาดีตรงที่ว่าสามารถไปประยุกต์เข้ากับแนวดนตรีไหนก็ได้ ทีนี้ถ้าไปประยุกต์เข้ากับฮิพฮอพก็อาจจะมีการโปรแกรมมิ่งผสมมา มันไม่ผิด แต่พอดีเราอยู่บน เหมือนกับเมนสตรีม สแตนดาร์ด มันก็เลยกลายเป็นว่ามันควรจะเป็นอย่างนั้น

 

0 ในมุมของคนที่ไม่ได้เล่นแจ๊สมาแต่แรก รู้สึกแตกต่างจากนักดนตรีที่เติบโตมาจากทางสายแจ๊สโดยตรงไหม

ต่างครับ ผมคิดว่าถ้าเริ่มเร็วก็ดี พอดีผมคงไม่ใช่ เลยต้องอาศัยการฝึกฝนด้วยตัวเองเยอะ ไม่เคยไปเรียนจริงๆ จังๆ สักที ผมเคยเล่นโฟล์คซอง เล่นบลูส์ ร็อค แต่ทุกอย่างที่เล่นไป รู้สึกว่ามันไม่ใช่ มันไม่อิน

 

 พอมาเจอแจ๊ส เริ่มจากบอสซาโนว่า มันใช่เราเลยนะ ทุกวันนี้ผมดีใจที่เรามีสถาบันที่เปิดสอนดนตรีจริงๆ จังๆ เป็นการพัฒนาให้คนรุ่นหลังๆ เป็นกำลังที่สำคัญต่อไปในอนาคต พอศึกษาไปผมรู้สึกว่าหลายสิ่งหลายอย่างต้องโละทิ้งไปให้หมดเลย แต่โชคดีที่ผมมีไอเดียของเพลงบลูส์มาบ้าง ก็มานั่งศึกษาทำความเข้าใจเอง ก็ไปของมันเรื่อยๆ เพียงแต่ว่าสิ่งที่เราขาด คือ ตอนนี้เรามีงานประจำ มีครอบครัว เวลาว่างจึงจะมีโอกาสเล่นดนตรี

 

ฉะนั้นถ้าผมไม่ได้มีโอกาสออกไปเล่น ออกไปแจมกับคนอื่น มันก็ไม่มีโอกาสที่จะพัฒนา หรือพัฒนาได้ช้ามาก ก็ต้องยอมรับ และค่อยๆ พัฒนาไปเรื่อยๆ อย่างเวลาจะบิน ผมจะเอากีตาร์คลาสสิกตัวเล็กๆ ไปด้วย การฝึกคนเดียวก็ดี แต่ที่ดีกว่าก็ต้องไปแจม ถึงจะได้

 

0 วัตถุดิบในการแต่งเพลง คุณเอามาจากไหนบ้าง

ผมฟังเพลงแจ๊สเยอะ บางทีผมมองภาพรวมว่า ควรจะมีเพลงเร็วกี่เพลง เพลงกลางกี่เพลง เพลงช้ากี่เพลง

อย่างชุด jazz after hours ที่ผมอยากได้บีทแบบเร็วๆ อย่างเพลงของคุณคะโยะ ข้อจำกัดในการคอมโพสทำนอง ผมไม่รู้ว่ามันมาจากศักยภาพของผมเอง หรือศักยภาพที่จะเอาไปให้คนฟัง คือถ้ายากไป ถ้าเป็นวลีแบบแจ๊สจริงๆ ที่ร้องตามไม่ได้ คนไทยจะรับได้ไหม หรือมันอาจจะเป็นลิมิตเฉพาะตัวผมก็ได้ ที่เราเติบโตมากับเพลงป๊อปตั้งนาน ฉะนั้นอะไรที่คิดออกไป ถึงแม้จะมีโน้ตแปลกๆ แต่มันก็มีอะไรที่ติดหูอยู่ มันก็เลยก้ำกึ่งวิธีการคิดแบบแจ๊ส แบบป๊อป ผมไม่รู้น้ำหนักมันจะไปทางไหนมากกว่ากัน

 

            ส่วนวิธีคิดเพลงของผม ทำนองจะมาก่อน แล้วค่อยใส่เนื้อร้อง มันจะมีน้อยมากที่เนื้อร้องและทำนองมาพร้อมกัน บางทีจะแว่วมาในหู บางทีเวลาเราตั้งใจคิดเพลง มันก็คิดไม่ออก แต่เวลาผมไปบินที่ยุโรป อากาศดีๆ มันทำให้ผมเข้าใจเลยว่าทำไมคนยุโรปถึงคิดเพลงจำพวกคลาสสิกออกมา เพราะมันสวย บรรยากาศดี มันสุนทรีย์หมด ในขณะที่บ้านเรานั่งคิดไปปาดเหงื่อไป (ยิ้ม)

 

0 ด้วยอุปสรรคต่างๆ ไม่ได้หมายความว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการเพลงโดยตรงจะไม่สามารถผลิตงานออกมาได้

ผมเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ แล้วแต่ว่าเขาจะดึงออกมาหรือเปล่า อย่างผมพูดตรงๆ ว่า ผมแทบจะหมดความมั่นใจไปแล้ว ตอนที่ผมออกจากวงการไปเป็นลูกเรือ ก่อนที่จะมาทำอัลบั้มเมื่อ 4-5 ปีก่อน เมื่อกลับมามันก็ขาดความมั่นใจ แต่ถ้าเราไม่ทำเนี่ย มันก็จะไม่ได้ทำต่อไป ก็ตัดสินใจทำไปเถอะ เงินก็ไม่ใช่ของคนอื่น เราลงทุนเอง อีกอย่างเราไม่ได้พุ่งไปทางค่ายเพลงที่มาคอยนั่งคิดว่า เพลงเราขายหรือไม่ขาย เราตัดสินใจเองเลย เน้นศิลปะเยอะหน่อย พาณิชย์น้อยหน่อย ก็พอใจแล้ว

 

ข้อมูลจากคอลัมน์ Entertainment TALK เรื่อง :  ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี ภาพ : กิตตินันท์ รอดสุพรรณ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


ความคิดเห็นที่ 2 (0)
okaddee วันที่ : 31/01/2008 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blithailand

ผมว่ายากอ่ะ ที่จะให้ทุก ๆ คนช่วยกันลดภาวะโลกร้อน

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
siampatriot วันที่ : 30/01/2008 เวลา : 11.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siampatriot
แวะมาเยี่ยมคร๊าบบบบ

ไม่รู้ต้องทำไงถึงให้สำนึกเรื่องโลกร้อนเข้าสมองของทุกคนได้จริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

trip

สนพ. และ พันธมิตรโครงการ 1 องศาลดวิกฤติโลกร้อน พาตะลุยเชียงใหม่ ชมการผลิตไบโอดีเซลแคปหมู และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

View All
<< มกราคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]