• greenenergy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kteditor@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 105634
  • ส่ง msg :
  • โหวต 27 คน
พลังงานเขียว เยียวยาโลก
ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยพลังงานสะอาด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenenergy
วันพุธ ที่ 12 พฤศจิกายน 2551
Posted by greenenergy , ผู้อ่าน : 1457 , 10:15:39 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ในยุคที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ แม้ระดับราคาในบางช่วงจะเริ่มปรับตัวลดลงบ้างแล้วก็ตาม แต่นักวิชาการด้านพลังงานทั้งหลายต่างฟันธงลงไปว่า จะไม่เห็นราคาน้ำมันดิ่งหัวลงอย่างแรง อย่างดีก็มีแต่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกนาน

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำให้หลายประเทศรวมทั้งประเทศไทย หันมาให้ความสำคัญกับ “พลังงานทดแทน” เพราะนอกจากจะเป็นทางเลือกในเรื่องของราคาที่ต่ำกว่าน้ำมันแล้ว พลังงานทดแทนยังมีส่วนช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นพลังงานที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ

 

ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ประหยัดเงินตราต่างประเทศได้มาก

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยมีการนำพลังงานทดแทนหลากหลายชนิดมาใช้ทดแทนน้ำมัน ในจังหวะเดียวกับที่ทั่วโลกเริ่มตื่นตัวกับการพัฒนาพลังงานทดแทนเช่นกัน โดยกระทรวงพลังงานมีนโยบายส่งเสริมพลังงานทดแทนออกมาเป็นระยะๆ    ล่าสุดมีการปรับแผนระยะยาวในการปรับเป้าหมายการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าวข้างต้น รัฐจึงเร่งส่งเสริมการผลิตและสนับสนุนพลังงานทดแทนทุกประเภท โดยในส่วนของแก๊สโซฮอล ได้กำหนดเป็นวาระแห่งชาติสนับสนุนให้ใช้ อี 20 (ผสมเอทานอลในเบนซินสัดส่วน 20%) และพัฒนาไปสู่การใช้ อี 85 (ผสมเอทานอลในเบนซิน 85%) ในที่สุด

 

ในส่วนของไบโอดีเซล กระทรวงพลังงานได้ส่งเสริมการผลิตและการใช้มากขึ้น หลังพบว่า ปริมาณการใช้มีอัตราเติบโตต่อเนื่องกว่า 600%  โดยยอดการใช้ไบโอดีเซลบี 5 (ผสมไบโอดีเซลในดีเซล สัดส่วน 5%) จนถึงสิ้นเดือนมิถุนายน 2551 มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นเป็นวันละ10.69  ล้านลิตร เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาที่มีการใช้วันละ 9.67 ล้านลิตร หรือสูงขึ้น 10.6% และหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่ามียอดการใช้สูงขึ้นถึง  609.8%   

 

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังยืนยันว่าจะส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลบี 5 มากขึ้น ด้วยการกำหนดส่วนต่างราคาระหว่างไบโอดีเซลบี 5  กับน้ำมันปกติเพิ่มขึ้นเป็นลิตรละ 70 สตางค์ เพื่อเพิ่มแรงจูงใจและบรรเทาผลกระทบด้านราคาน้ำมันแพงให้กับผู้ใช้รถยนต์ดีเซลทั่วไปรวมไปถึงกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ดีเซลเพื่อการเกษตร

ที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานยังได้ร่วมมือกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ

เพื่อส่งเสริมการปลูกปาล์มให้เกิดการพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างครบวงจร 

 

นอกจากนี้ ภาครัฐยังส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ก๊าซธรรมชาติในยานพาหนะ (เอ็นจีวี)เพิ่มมากขึ้นเพราะมีความปลอดภัยมากกว่าก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี ) อีกทั้งยังมีข้อได้เปรียบเรื่องราคาที่ถูกกว่าน้ำมันถึง 50% 

โดยกระทรวงพลังงานได้จัดทำแผนโรดแม็พ (Road Map) เพิ่มแนวท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ในส่วนกลางและภูมิภาค ทั้งนี้คาดว่าภายในปี 2551 จะสามารถเพิ่มจำนวนสถานีเอ็นจีวีได้ถึง 355  สถานี นอกจากนี้ยังตรึงราคาเอ็นจีวีอยู่ที่ลิตรละ 8.50  บาทไปถึงสิ้นปีนี้ ก่อนจะมีการปรับราคาใหม่ไม่เกินครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันดีเซลในอนาคต

 

ในส่วนของการส่งเสริมพลังงานทดแทนในภาคการผลิตไฟฟ้า รัฐมีนโยบายให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนโครงการเกี่ยวกับพลังงานทดแทนมากขึ้น เพื่อจำหน่ายไฟฟ้ากลับเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้า โดยมีนโยบายให้เงินส่วนเพิ่มพิเศษ (Adder) จากการขายไฟฟ้าเข้าสู่ระบบตามประเภทเชื้อเพลิง  เช่น ผลิตไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์ ในราคา 8 บาทต่อหน่วยนาน 10  ปี

 

 นอกจากนี้ ยังสนับสนุนเงินลงทุน เช่น ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ ผ่านกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในโครงการเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำวงเงิน 50 ล้านบาท โดยจะต้องคืนเงินภายใน 7 ปี นโยบายนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตของภาคเอกชนให้สามารถดำเนินโครงการได้ในระดับหนึ่ง

 

หากมีการใช้พลังงานทดแทนเพิ่มมากขึ้นก็จะสอดคล้องกับนโยบายกระตุ้นให้คนไทยประหยัดพลังงานของกระทรวงพลังงาน และหากทุกฝ่ายร่วมมือกันปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าวอย่างจริงจังแล้ว จะช่วยให้ประเทศลดการใช้พลังงานกว่าปีละ10% ของมูลค่าการใช้พลังงานโดยรวม คิดเป็นเงินปีละกว่า 1 แสนล้านบาท

 

กระแสตื่นตัวพลังงานทดแทน ยังไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น  แต่เกิดขึ้นทั่วโลกในระยะหลังๆมานี้ ในการประชุมเวทีระดับโลก หรือนานาชาติมักจะบรรจุเรื่องพลังงานทดแทนเข้าเป็นวาระสำคัญ นอกจากนี้นโยบายดังกล่าวยังถูกกำหนดเป็นยุทธศาสตร์อย่างชัดเจนในประเทศต่างๆ กว่า 48 ประเทศทั่วโลก แม้กระทั่ง ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกาก็ได้ประกาศนโยบายที่จะลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานจากภายนอกประเทศ โดยตั้งเป้าที่จะจัดหาพลังงานทดแทนให้ได้มากกว่า 75% ของปริมาณนำเข้าน้ำมันจากประเทศในตะวันออกกลาง ภายใน 20 ปีข้างหน้า ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน

 

ขณะที่สหภาพยุโรปเป็นกลุ่มประเทศชั้นนำของโลกที่ให้ความสำคัญและดำเนินการวิจัยด้านพลังงานทดแทนมานับสิบๆ ปีแล้ว และประสบความสำเร็จในการนำพลังงานทดแทนเข้ามาใช้จริงในชีวิตประจำวันในวงกว้าง โดยประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปที่จัดว่าเป็นแนวหน้าในด้านนี้  ได้แก่  เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ฝรั่งเศส 

 ยิ่งน้ำมันหายากมากขึ้น แพงขึ้นเท่าใด สหภาพยุโรปยิ่งทุ่มเทงบประมาณและบุคลากรเดินหน้าพัฒนาในด้านพลังงานทดแทนมากขึ้น เพราะเรื่องพลังงาน ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะประเด็นด้านเศรษฐกิจเท่านั้น หากแต่เป็นเรื่องของความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศด้วย

 

โดยแผนระยะยาวในด้านพลังงานของสหภาพยุโรป  คือ เน้นการใช้พลังงานจากแหล่งที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างมีประสิทธิภาพ และพัฒนาพลังงานทดแทนจากแหล่งต่างๆ  ที่สำคัญ คือ ลม แสงแดด น้ำ ชีวภาพ

ทั้งนี้  ในด้านพลังงานทดแทน  สหภาพยุโรปกำหนดเป้าหมายที่จะต้องบรรลุให้ได้ในปี 2553  คือ การบริโภคพลังงานทั้งหมดของสหภาพยุโรปจะต้องได้จากพลังงานทดแทน 12%

พลังงานที่ใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้าของสหภาพยุโรป จะต้องมาจากพลังงานทดแทน 21%  และภาคการขนส่งจะต้องใช้พลังงานทดแทนเป็นสัดส่วน 5.75% ของพลังงานทั้งหมด ซึ่งเป็นมาตรการที่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปทุกประเทศต้องถือปฏิบัติ

 

นอกจากนี้ ยังมีการปลูกฝังและกระตุ้นทุกภาคสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน กลุ่มธุรกิจ องค์กรของรัฐ ให้เห็นความสำคัญของการใช้พลังงานอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพ รู้ถึงความหายากและราคาแพงของพลังงาน ความจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่า ปลูกฝังกันอย่างจริงจังในทุกระดับ ทุกวงการ ให้หันมาสนใจใช้และพัฒนาพลังงานทดแทนในรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้าง  “วัฒนธรรมการใช้พลังงานแนวใหม่” (new energy culture)

 

การวางแผนของสหภาพยุโรปในด้านการประหยัดพลังงาน กระทำอย่างเป็นระบบ และสอดคล้องกันในทุกระดับ ทุกองค์กร กำหนดเป้าหมายระยะยาว เน้นความต่อเนื่องของการดำเนินงาน มีการติดตามผลการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจว่าแผนแต่ละขั้นมีการปฏิบัติลุล่วงไปมากน้อยเพียงใด

 

สหภาพยุโรป ตระหนักดีว่า การพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทนของยุโรป จำเป็นต้องแสวงหาความร่วมมือจากต่างประเทศ จึงมีโครงการและงบประมาณเพื่อสนับสนุนความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยกำหนดไว้ในแผนระยะยาวของสหภาพยุโรปด้วย   นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยังเห็นว่า พลังงานของโลกมีจำกัดและลดน้อยลงทุกวันจึงต้องกระตุ้นและสนับสนุนศักยภาพในด้านนี้ในประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก เพื่อให้เกิดความร่วมมือในระดับโลก

 

 

จะเห็นว่า ประเทศไทยเดินมาถูกทางในเรื่องของนโยบายด้านพลังงานทดแทน ดังนั้นความร่วมมือของทุกครในการผลักดันนโยบายให้เกิดเป็นรูปธรรม และมีการปฏิบัติอย่างกว้างขวาง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนและมั่นคงของประเทศต่อไป





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

trip

สนพ. และ พันธมิตรโครงการ 1 องศาลดวิกฤติโลกร้อน พาตะลุยเชียงใหม่ ชมการผลิตไบโอดีเซลแคปหมู และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]