• greenenergy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : kteditor@nationgroup.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-17
  • จำนวนเรื่อง : 48
  • จำนวนผู้ชม : 106449
  • ส่ง msg :
  • โหวต 27 คน
พลังงานเขียว เยียวยาโลก
ร่วมแก้ปัญหาโลกร้อนด้วยพลังงานสะอาด
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenenergy
วันอังคาร ที่ 18 พฤศจิกายน 2551
Posted by greenenergy , ผู้อ่าน : 3168 , 10:16:02 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 ทราบหรือไม่ว่าปัจจุบันประเทศไทยสามารถนำมูลสัตว์ ขยะ หรือแม้แต่น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ปศุสัตว์  ไปใช้ในการผลิตพลังงานได้แล้ว แทนที่จะทิ้งให้เน่าเปื่อยหรือย่อยสลายไปเองตามธรรมชาติ


ก๊าซชีวภาพ คือ ก๊าซที่เกิดจากมูลสัตว์ หรืออินทรีย์สารต่างๆ ถูกย่อยสลายโดยเชื้อจุลินทรีย์ในสภาพไม่มีอากาศ ทำให้เกิดก๊าซขึ้น ซึ่งก๊าซที่เกิดขึ้นเป็นก๊าซที่ผสมกันระหว่างก๊าซชนิดต่างๆ กัน ได้แก่ มีเทน (CH4) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไนโตรเจน (N2) และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) แต่ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้


ดังนั้น ก๊าซชีวภาพจึงเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้ในการหุงต้ม และให้แสงสว่างในครัวเรือนซึ่งจะช่วยประหยัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง 


ขณะเดียวกันบ่อก๊าซชีวภาพยังให้ปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถนำมาใช้ปรับปรุงดินเพิ่มผลผลิตพืช  หรือนำมาใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์กับพืชมากขึ้น ทำให้ลดการขาดดุลทางการค้าในการสั่งปุ๋ยจากต่างประเทศ


โดยกระทรวงพลังงาน ได้ตั้งเป้าหมายว่า ภายใน 4 ปีจากนี้จะผลิตก๊าซชีวภาพให้ได้ปีละ 1,060 ล้านลูกบาศก์เมตร ทดแทนน้ำมันดิบได้ปีละ 397,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 6,970 ล้านบาทต่อปี และในอนาคตจะส่งเสริมการใช้ก๊าซชีวภาพให้ครอบคลุมทั่วประเทศ


นอกจากนี้ ยังมีแผนที่ชัดเจนในการส่งเสริมก๊าซชีวภาพจากขยะและน้ำเสีย เพื่อนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทน โดยได้ดำเนินการต่อเนื่องมา 13  ปี นับจากปี 2538  สามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้กว่า 300 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี คิดเป็นมูลค่า 1,560  ล้านบาทต่อปี โดยยังมีขยะและน้ำเสียอีกมากที่ยังรอการส่งเสริม


ดังนั้นในช่วงปี 2551-2554  กระทรวงพลังงานจึงได้ผลักดันให้มีการผลิตก๊าซชีวภาพในไทยอย่างเต็มรูปแบบเพิ่มขึ้น ภายใต้แผนอนุรักษ์พลังงาน


นอกจากนี้ ในแผนอนุรักษ์พลังงานช่วงปี 2551-2554   ได้วางเป้าหมายลดใช้พลังงาน 10.8%  และนำพลังงานทดแทนมาใช้ 12.2%  ของความต้องการใช้พลังงานในปี 2554 


โดยกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ให้ทุนสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีจากก๊าซชีวภาพ แก่ผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ ประกอบด้วย  ฟาร์มสุกรขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ โรงแป้งมันสำปะหลัง โรงงานน้ำมันปาล์ม โรงงานเอทานอล โรงงานผลิตน้ำยางข้น โรงงานอาหารกระป๋อง โรงฆ่าสัตว์ โรงงานชำแหละ-แปรรูปไก่ ขยะเศษอาหารตามโรงแรมและอุตสาหกรรมอื่น ๆ


หากดำเนินการครบตามแผนที่วางไว้ จะสามารถนำก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรรวม 2.4 ล้านตัว โรงงาน 338 แห่ง โรงฆ่าสัตว์ 85 แห่ง และแหล่งของเสียชุมชน 300 แห่ง มาผลิตก๊าซชีวภาพเพิ่มขึ้นปีละ 761.8 ล้านลูกบาศก์เมตร มูลค่า 5,400 ล้านบาทต่อปี สามารถทดแทนไฟฟ้าปีละ 204 ล้านหน่วย ทดแทนก๊าซหุงต้มปีละ 10.4 ล้านกิโลกรัม และทดแทนน้ำมันเตาปีละ 308.9 ล้านลิตร


สำหรับรูปแบบการส่งเสริม จะให้เงินสนับสนุนแก่โรงงานที่เข้าร่วมโครงการฯ เป็นจำนวนสูงถึง 20% ของวงเงินลงทุน แต่ต้องไม่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ด้วย โดยจะขยายการสนับสนุนให้ครอบคลุมจำนวนโรงงาน 423 แห่งตามเป้าหมาย และเมื่อครบกำหนดตามแผนงาน จะสามารถผลิตก๊าซชีวภาพจากฟาร์มสุกรกว่า 2.4  ล้านตัว
ทั้งนี้โรงงานอุตสาหกรรม 423 แห่ง และแหล่งของเสียจากชุมชน 300 แห่ง จะได้พลังงานทดแทนเชื้อเพลิงจากฟอสซิลถึง 760 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 5,400 ล้านบาทต่อปี และยังลดการปลดปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 7.85 ล้านตันต่อปี


นอกจากนี้ยังพบว่า การผลิตก๊าซชีวภาพที่มีศักยภาพในการผลิต คือ  น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม 16 ประเภท เช่น โรงงานผลิตแป้งมันสำปะหลัง โรงงานผลิตน้ำมันปาล์ม โรงฆ่าสัตว์ เป็นต้น โดยมีศักยภาพที่จะผลิตก๊าซชีวภาพได้ประมาณ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทดแทนน้ำมันเตาได้ 0.9 ล้านลิตรต่อวัน


จะเห็นได้ว่า การส่งเสริมการนำน้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรมมาใช้ในการผลิตก๊าซชีวภาพ นอกจากจะสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมเองแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อม และลดต้นทุนการบำบัดน้ำเสียได้อีกทางหนึ่ง


การบำบัดน้ำเสียเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่สำคัญในสภาวะที่การใช้พลังงานของประเทศไทยและราคาน้ำมันในตลาดโลกเพิ่มขึ้น   ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ โรงงานแป้งศรีสยาม  จังหวัดพะเยา ถือเป็น 1 ใน 2 โครงการนำร่องของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เพื่อจัดการน้ำเสียในโรงงานแป้งข้าวและโรงงานแป้งมันสำปะหลัง โดยใช้เทคโนโลยีถังหมักก๊าซชีวภาพแบบบ่อหมักเร็ว A+UASBth (Appropriate+Upflow Anaerobic Sludge Blanket )ให้สามารถรับน้ำเสียที่มีสารแขวนลอยได้มากขึ้น


โรงงานแห่งนี้ผลิตภัณฑ์แป้งได้ 30 ตันต่อวัน โดยในแต่ละวันจะมีน้ำเสียมากถึง 200 ลูกบาศก์เมตร
ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษ แต่เมื่อติดตั้งระบบผลิตก๊าซชีวภาพ จากเงินลงทุนในการก่อสร้างทั้งสิ้น 5 ล้านบาท โดยมีกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานสนับสนุนงบประมาณ 1 ล้านบาท ปรากฏว่าปัญหาเรื่องกลิ่นและแมลงหมดไป และในแต่ละวันยังได้ก๊าซชีวภาพประมาณ 5 ลูกบาศก์เมตร สามารถนำมาผลิตไฟฟ้าใช้ในโรงงานได้ถึงวันละ 800 กิโลวัตต์ ประหยัดค่าไฟเดือนละ 5-6 หมื่นบาท และคืนทุนได้ในเวลา 3 ปีครึ่ง
นอกจากนี้ ขยะหรือของเสียยังสามารถนำมาใช้ผลิตก๊าซชีวภาพได้เช่นกัน โดยเทคโนโลยีการผลิตพลังงานจะใช้ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะมูลฝอย สามารถนำไปผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า ใช้เป็นเชื้อเพลิงโดยตรงทดแทนน้ำมัน  แถมยังช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่น แมลง และสัตว์พาหะนำโรคต่างๆ

ก๊าซชีวภาพจากขยะจึงเป็นเชื้อเพลิงหรือพลังงานอีกประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยม โดยกลุ่มประเทศที่นำขยะจำนวนมากมาผลิตพลังงาน ได้แก่ ประเทศในกลุ่มยุโรป อเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศในแถบเอเชีย คือ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ เป็นต้น 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ผู้ใหญ่อารี วันที่ : 07/01/2010 เวลา : 06.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/parnpriya


ขยะ ทั้ง อ.วังน้ำเขียว ทิ้งที่หมู่บ้านวังไผ่ ของพวกเร ทำไงดี

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 18/11/2008 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

เป็นเรื่องที่น่ายินดี สำหรับประเทศไทย
ที่สามารถนำมูลสัตว์ ขยะ หรือแม้แต่น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม เศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตร ปศุสัตว์ ไปใช้ในการผลิตพลังงาน
.
ขอบคุณ ค่ะ สำหรับการเผยแพร่ข่าวสารดี ๆ ให้ได้รับทราบโดยทั่วกัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

trip

สนพ. และ พันธมิตรโครงการ 1 องศาลดวิกฤติโลกร้อน พาตะลุยเชียงใหม่ ชมการผลิตไบโอดีเซลแคปหมู และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]