*/
  • ท้องทะเลสีคราม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2011-10-19
  • จำนวนเรื่อง : 40
  • จำนวนผู้ชม : 32067
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
วันศุกร์ ที่ 17 กันยายน 2564
Posted by ท้องทะเลสีคราม , ผู้อ่าน : 394 , 17:03:23 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เครือซีพีพร้อม 3 กลุ่มธุรกิจ ซีพีเอฟ– ทรู–ซีพีออลล์ รับรางวัลการธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (LCSi) ประจำปี 2564 สอดคล้องเจตนารมณ์ลดโลกร้อน มุ่งสู่องค์กร Zero Carbon ภายในปี 2573

 

 

เครือซีพีประกาศความสำเร็จของ 3 กลุ่มธุรกิจในเครือ ได้รับรางวัลการประเมินและจัดระดับธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน (LCSi) ประจำปี 2564 จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. ที่ประกาศรางวัลไปเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลระดับโดดเด่น ขณะที่บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัลระดับยอดเยี่ยม

 

ทั้งนี้ รางวัลดังกล่าวเป็นการเชิดชูเกียรติให้กับ 14 องค์กรที่ได้ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดการประเมินและจัดระดับธุรกิจที่มีการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และสามารถเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับองค์กรธุรกิจอื่นในการร่วมกันแก้ปัญหาโลกร้อน ลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างยั่งยืน

 

 

 

นายสมเจตนา ภาสกานนท์ ผู้อำนวยการด้านพัฒนาความยั่งยืน สำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาล และสื่อสารองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ ในฐานะผู้แทนรับมอบรางวัล กล่าวว่า หัวใจสำคัญของเส้นทางในการดำเนินงานธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืนของเครือเจริญโภคภัณฑ์คือ บทบาทผู้นำ และการกำหนดเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ในการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ด้วยการผนึกกำลังของพนักงานในองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ ใน 14 กลุ่มธุรกิจทั่วโลก

 

“เครือซีพีมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจคาร์บอนต่ำและยั่งยืน โดยบริษัทในเครือประกอบธุรกิจภายใต้ค่านิยม 3 ประโยชน์ ที่มุ่งสร้างสรรค์ประโยชน์เพื่อประเทศชาติในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการสร้างเครือข่ายและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาสังคม ตลอดจนต้องมีการสื่อสารและการวัดผล การสร้างเครื่องมือการจัดหานวัตกรรมที่ช่วยสนับสนุนตลอดห่วงโซ่อุปทาน สิ่งดังกล่าวจะทำให้เกิดการบรรลุเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน”

 

นายสมเจตนากล่าวด้วยว่า การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิของโลก และการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ถือเป็นปัญหาสำคัญและเป็นวาระระดับโลก เรามีความมุ่งมั่นในการนำพาธุรกิจทั้งหมดในเครือไปสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ (net zero) ภายในปี 2573″

 

 

 

ที่ผ่านมาเครือซีพีได้ประกาศเจตนารมณ์ตาม “ปฏิบัติการแข่งขันเพื่อคาร์บอนเป็นศูนย์” หรือ Race to Zero  ของสหประชาชาติ ซึ่งมีเป้าหมายรควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส โดยทางเครือซีพีเริ่มทำตั้งแต่การใช้พลังงานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนให้มากขึ้น และชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือ ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าและป่าชายเลน เพื่อดูดซับก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายปลูกต้นไม้ 20 ล้านต้นภายในปี 2568 ตลอดจนการสรรหาเทคโนโลยีและสร้างสรรค์นวัตกรรมร่วมกับคู่ค้า เกษตรกร และผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างต่อเนื่อง

 

นอกจากนี้มุ่งเน้นการบริหารจัดการทรัพยากรตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (circular economy) ด้วยการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทำให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุด รวมถึงการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งเป้าหมายการลดขยะอาหารและของเสียที่ถูกนำไปฝังกลบให้เป็นศูนย์ และบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ใช้ทั้งหมดสามารถนำกลับมาใช้ซ้ำหรือย่อยสลายได้ ภายในปี 2573

 

 

นายวุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการพัฒนาความยั่งยืนองค์กร  บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ซีพีเอฟตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจในการผลิตอาหารที่ดีและปลอดภัยให้กับคนทั่วโลก จึงจำเป็นต้องร่วมมือทุกภาคส่วนในการปกป้องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตลอดห่วงโซ่อุปทาน โดยองค์กรมีเป้าหมายร่วมกับนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2573

 

“เราเน้นให้พนักงานทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมลงมือทำจริง และทำอย่างต่อเนื่องในการขับเคลื่อนเป้าหมายดังกล่าว ทั้งนี้ ซีพีเอฟพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเครือข่ายภาคธุรกิจที่จะช่วยสนับสนุนให้บรรลุเป้าหมายและความท้าทายไปด้วยกัน”

 

 

 

นายยุทธศักดิ์ ภูมิสุรกุล กรรมการผู้จัดการ (ร่วม) บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ซีพีออลล์ ได้ดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของบรรษัทภิบาลมีความรับผิดชอบต่อการดำเนินธุรกิจและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านมาได้ดำเนินการผ่านนโยบาย 7 go green ซึ่งได้ดำเนินการต่อเนื่องตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในทุกมิติรวมทั้งยังได้สร้างความร่วมมือผ่านเครือข่ายต่างๆ หลายภาคส่วน เพื่อขับเคลื่อนตามเป้าหมายของเครือ ในการนำองค์กรสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ เพื่อสังคม ชุมชน และประเทศชาติอย่างยั่งยืน

 

 

 

ดร.ธีระพล ถนอมศักดิ์ยุทธ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านนวัตกรรมและความยั่งยืน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มทรูได้กำหนดเป้าหมายการเป็นองค์กรที่ปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ในปี 2573 ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของเครือ และมุ่งสร้างองค์กรแห่งนวัตกรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืน

“เราการเลือกใช้พลังงานโซลาร์เซลล์ที่สถานีฐานได้ติดตั้งไปแล้ว 3,200 แห่งทั่วประเทศ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ระบบปรับอากาศ การใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน เป็นต้น รวมทั้งมีการผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการสร้างสรรค์โซลูชั่นใหม่ ๆ”

 

จากนี้ไปกลุ่มทรูจะเดินหน้าขยายการติดตั้งโซลาร์เซลล์อย่างต่อเนื่องร่วมกับพันธมิตร เพื่อสร้างพลังงานสะอาดให้มากขึ้น ตลอดจนการส่งเสริมการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงนำ Internal Carbon Pricing มาตัดสินใจดำเนินโครงการต่าง ๆ เพราะคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน และต้องการสนับสนุนสังคมคาร์บอนต่ำและยั่งยืนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนกว่าไปด้วยกัน”

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน