• GreenpeaceThailand
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : greenpeacethailand@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-01-21
  • จำนวนเรื่อง : 400
  • จำนวนผู้ชม : 182617
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
กรีนพีซ ประเทศไทย
ปกป้องและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลงมือทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมด้วยสันติวิธี
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/greenpeacethailand
วันพฤหัสบดี ที่ 24 สิงหาคม 2560
Posted by GreenpeaceThailand , ผู้อ่าน : 602 , 14:43:20 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

บทความ โดย รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

ทุกลมหายใจของเราอาจกำลังถูกคุกคามด้วยมลพิษทางอากาศ หากกรมควบคุมมลพิษยังรออีก 3 ปี เพื่อจัดการกับปัญหามลพิษ PM2.5 ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยยังละเลย

อากาศสะอาด คือสิทธิพื้นฐานของเราทุกคน หลังจากที่กรีนพีซอัพเดทสถานการณ์มลพิษ PM2.5 และเปิดเผยข้อมูลจากการประมวลค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 19 จุดใน 14 เมืองทั่วประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 และพบว่าค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ PM 2.5 ทั้ง 14 เมืองเกินค่าความปลอดภัยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ล่าสุด ​นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้มีคำตอบเพิ่มเติมแล้วว่า จะมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ให้ครอบคลุมในปี 2563 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบการรายงานค่าดัชนีคุณภาพอากาศ และทดสอบระบบการรายงานผ่านแอพพลิเคชั่น AIR4THAI

ทว่า กรมควบคุมมลพิษยังคงเพิกเฉยไม่ได้กล่าวถึงการรวมค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI) ซึ่งดัชนีคุณภาพอากาศนั้น คือ ตัววัดที่ช่วยบอกเราได้ว่า อากาศที่เราหายใจนั้นมีมลพิษและอันตรายมากน้อยเพียงใด

กรณีนี้เห็นได้ชัดในช่วงต้นปีของแต่ละปีกับวิกฤตหมอกควันพิษที่เชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนจากการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยว  แต่กรมควบคุมมลพิษยังคงรายงานว่าอากาศที่เชียงใหม่ยังปลอดภัยแม้ว่าทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยควันพิษ เนื่องจากเป็นการวัดคุณภาพอากาศจาก PM10 คือวัดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ไม่รวมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)

นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้เริ่มวัดค่ามลพิษ PM2.5 โดยมีสถานีตรวจวัดอัตโนมัติ จํานวน 12 สถานี ใน 10 จังหวัด ต่อมาในปี 2556 องค์การอนามัยโลก(WHO) จึงกําหนดอย่างเป็นทางการให้ PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ปัจจุบันนี้กรมควบคุมมลพิษเผยว่ามีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นขนาดเล็กแล้ว จำนวน 26 สถานี ใน 18 จังหวัด และมีแผนจะขยายให้ครอบคลุมทุกสถานี ในปี 2563 (จากข้อมูลล่าสุดในช่วง2560ครึ่งปีแรกมี 19 สถานี ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ) โดยมีสถานีตรวจวัด PM10 จำนวน 63 สถานี ใน 33 จังหวัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังคงกําหนดค่ามาตรฐานให้มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ PM 2.5 สูงกว่านับเท่าตัว เมื่อเทียบเคียงกับองค์การอนามัยโลกและหลายประเทศอย่างเช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน และอเมริกา โดยระดับความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกเสนอไว้ว่าไม่ควรเกิน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่วนของประเทศไทยกำหนดไว้ว่าไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อปี

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลา 3 ปีที่ประชาชนต้องรอและสูดมลพิษทางอากาศที่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยเข้าไปทุกวันนั้น คือเป็นวิกฤตที่ประเทศไทยต้องกังวล และอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชากรในกลุ่มเสี่ยงได้

ในร่างแผนยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพอากาศ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยกรมควบคุมมลพิษที่ระบุไว้ในบทที่ 2 ของร่างแผนฯ ว่า “จากการติดตามตรวจสอบพบว่า ปริมาณ PM2.5 ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน” จากนี้ต่อไปเราคงต้องจับตามองว่าสถานการณ์มลพิษ PM2.5 ของประเทศไทย จะเดินหน้าไปในทิศทางใด แต่การเพิ่มการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นขนาดเล็กกว่า PM2.5 นั้นถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นปกป้องประชาชนจากภัยมลพิษทางอากาศ

สิ่งที่กรมควบคุมมลพิษสามารถดำเนินการได้เพิ่มเติมเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนได้ คือ การเร่งดำเนินการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศนี้ให้เป็นวาระเร่งด่วน ไม่จำเป็นต้องรออีกถึง 3 ปี รวมถึงควรดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยที่แหล่งกำเนิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx)และฝุ่น ละอองขนาดเล็กทั้ง PM10 และ PM2.5 ให้สอดคล้องกับข้อแนะนําขององค์การอนามัยโลก ซึ่งปัจจุบันนี้ค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นพิษของประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 1 ปี ไว้ที่ไม่เกิน 25 มก./ลบ.ม. ในขณะที่องค์การอนามัยโลกกำหนดค่าเฉลี่ยรายปีไว้ที่ไม่เกิน 10  มก./ลบ.ม. นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังสามารถร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กําหนดค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นพิษ PM2.5และปรอทที่แหล่งกําเนิดที่อยู่กับที่รวมถึงการตรวจวัดและรายงาน การปล่อย PM2.5 และปรอทจากปล่องโรงไฟฟ้า

ค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นพิษที่ยังคงแตกต่างจากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกนั้น เป็นสิ่งที่เอื้อให้กับผู้ปล่อยมลพิษมากกว่าการคุ้มครองสิทธิและสุขภาวะของประชาชนไทย

ทุกคนมีสิทธิในเข้าถึงอากาศสะอาด กรีนพีซเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษใช้ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI) รวมถึงปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยPM2.5 ให้สอดคล้องกับข้อแนะนําขององค์การอนามัยโลก เพื่อความแม่นยำในการระบุผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน

ร่วมลงชื่อขออากาศดีคืนมา คลิกที่นี่


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]