• Anacarika
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sumpanku@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2015-01-04
  • จำนวนเรื่อง : 103
  • จำนวนผู้ชม : 160033
  • ส่ง msg :
  • โหวต 25 คน
grunakorn
ความจริงต่าง ๆ บนโลกใบนี้ มักถูกซ่อนไว้ในวรรณกรรม เสมอ ๆ เพราะความจริงบางอย่าง ไม่สามารถเปิดเผยตัวมันเองได้ แค่คุณอมยิ้ม และหัวเราะ บ้าง เมื่อได้อ่านมัน ก็ถือว่าคุ้มค่าแก่งานเขียนของผมแล้ว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กันยายน 2562
Posted by Anacarika , ผู้อ่าน : 442 , 11:20:44 น.  
หมวด : ต่างจังหวัด

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สำรวจฟ้า , Chaoying โหวตเรื่องนี้




ช่วงปาบึกเข้าปากพนัง วันนั้นเสียงอื้ออึงดังมาตั้งแต่เช้า ผมติดตามข่าวสารจนเครียด ไม่รู้ว่าปาบึกจะเข้าที่ไหนกันแน่ เหมือนมันจะขี่ม้าเลียบค่ายอยู่

"จะเข้าก็เข้ามาซิวะกูเครียด" ผมสบถภายในใจหลายครั้ง สัญญาณอินเตอร์เน็ตขาดหายเป็นช่วง ๆ ไฟฟ้าก็ติด ๆ ดับ ๆ บนท้องถนนมีแต่ความเงียบ ไม่ค่อยมีใครกล้าออกมานอกบ้าน ในใจของผมคิดว่า ยังไงพายุน่าจะเข้ามาช่วงหลังเที่ยง และคงขึ้นฝั่งที่ใดที่หนึ่ง

ผมคิดว่า พายุมันจะขึ้นมาแบบม้วน ๆ เหมือนในหนังฝรั่ง ที่เห็น ๆ กันในคลิป ประมาณว่า มันจะพาน้ำทะเลพวยพุ่งขึ้นมาบนฝั่ง หรือไม่น้ำทะเลก็คงจะมาสูงเป็นสิบ ๆ เมตร ซัดทุกอย่างราบเรียบเป็นหน้ากลอง และเราจะมีแต่ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน

ทางการประกาศอพยพผู้คน จัดเตรียมสรรพกำลังพร้อมเต็มที่ โดยเฉพาะพี่น้องที่ตำบลแหลมตะลุมพุก ไม่ให้มีผู้คนหลงเหลืออยู่ เพราะไม่มีใครรู้ว่า พายุจะขึ้นมาหนักหน่วงขนาดไหน

ในโลกของข้อมูลข่าวสารทุกคนสามารถเข้าถึงข่าวสารได้เหมือนๆ กัน และทุกคนคาดเดาไปต่างๆ นา ๆ ส่วนใหญ่ก็คาดเดากันว่าจะหนักและผู้คนก็คงจะล้มตายกันเป็นเบือ เหมือนปี 2505 ที่พายุโซนร้อนแฮเรียตเข้า

ตอนสาย ๆ ลมเริ่มพัดแรงขึ้น มีเสียงดังหวีด ๆ ของเสียงลม ความแรงของมันชนิดที่ว่า ถ้าใครไปยืนในที่โล่ง แทบจะยืนไม่อยู่ ฝนไม่ได้ตกหนัก มันแค่ตกลงมาปรอยๆ ในวินาทีที่รู้สึกว่า "กูเครียด กูต้องออกไปข้างนอกบ้าง จะได้รู้กันไปเลยว่าข้างนอกมันมีอะไร"

ผมก็ขับรถกระบะของผมออกไปทันทีเป้าหมายคือตัวเมืองปากพนัง แค่ข้ามไปฟากตะวันออก ก็รับรู้ได้ว่า น้ำในแม่น้ำปากพนังเริ่มล้นตลิ่งขึ้นมา น้ำทะเลสีขุ่นเจิ่งขึ้นมา ลมพัดอื้ออึง ผมอยากรู้อยากเห็น ก็ปากพนังคือบ้านเรา ที่ไหนในปากพนัง ก็เป็นบ้านเรา

เสียงโทรศัพท์ดังแทรก่ขึ้นมา ผมกดรับ ".........................." พี่ชายโทรมา ทุกถ้อยคำบาดลึกเสียดแทงทะลุหัวใจ 😪มันหนักหน่วงยิ่งกว่าพายุที่กำลังจะเข้ามา ผมตัดสินใจหันรถกระบะกลับ "พี่ชายคงเป็นห่วงผม" ผมปลอบประโลมหัวใจตนเองที่บอบช้ำ

"อย่าเข้าไปทางนั้นกระเบื้องกำลังปลิวลงมา" เสียงใครคนหนึ่งตะโกนบอก ผมเปลี่ยนเส้นทาง ไม่กี่นาทีผมกลับมาถึงบ้าน กระเบื้องกำลังปลิว ทุกอย่างโกลาหล ลมพัดแรง ผมปีนขึ้นไปยื้อยุดกับกระเบื้อง

ขนำน้อยของผมสั่นสะท้านด้วยแรงลม กระเบื้องเริ่มปลิวไปสามสี่แผ่น ถ้ามันปลิวมากกว่านี้ ทุกอย่างจะเปียกปอนและน้ำจะเข้าไปในขนำได้

ผมแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเรื่องแรงลม ด้วยการเปิดให้ลมพัดเข้ามาให้เต็มที่จากด้านหน้า ส่วนด้านใน ผมใช้ประตูเหล็กปิดเอาไว้ ไม่ให้กระจกแตก ไม่งั้นทุกอย่างจะดูแย่ไปหมด

กระเบื้องครอบหลังคาสามสี่แผ่นเริ่มเผยอขึ้น ทั้งลมทั้งฝนยังหนักหน่วง มันพัดเข้ามาอย่างบ้าบอ ใช่แล้วหล่ะผมใช้คำว่า พัดเข้ามาอย่างบ้าบอ

ผมปีนขึ้นไปบนหลังคาหลายครั้ง นึกโทษตนเองว่า ผมครอบกระเบื้องไว้ไม่แข็งแรง ผมหาเชือกบ้าง ไม้แขวนเสื้อบ้าง มัดกระเบื้องครอบที่หลุดเข้ามาอยู่ในตำแหน่งเดิม เพราะถ้ามันหลุดไป กระเบื้องแผ่นอื่นๆ ก็คงจะหลุดตามไปอีก สักพัก ผมก็แอบมาหลบฝนอยู่ในขนำน้อยของผมด้านใน เสียงลมพัดหวีด ๆ ยังดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ไม่รู้มันจะหนักกว่านี้อีกมากขนาดไหน นี่ยังเช้าอยู่เลย

ต้นกระท้อนหลังบ้านที่แม่ปลูกไว้ โค่นล้มถอนรากถอนโคน เส้นผ่าศูนย์กลางของมันราว 12 นิ้ว ทางปาล์มก็หักทั้งสวน ทุกอย่างดูโกลาหลไปหมด มันหนักหน่วงอยู่ 4-5 ชั่วโมงก็สงบลง

ตอนค่ำผมขับรถออกไป สำรวจร่องรอย อย่างไม่รู้จักหลาบจำ ในหัวใจคิดแค่ว่า ปากพนังคือบ้านผม ลูกค้าของผมเป็นคนปากพนัง เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง

แค่ขับรถออกไปก็พบว่า เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่นระเนระนาดเกือบสิบต้น ผมขับอ้อมไป บนทางหลวงเส้นหลักไปทางชายทะเล ไปได้ไม่สุด เพราะมีต้นสนขนาดใหญ่ล้มขวางอยู่ข้างหน้า ตรงสี่แยกลงสะพาน น้ำยังท่วมอยู่รถเล็กผ่านไม่ได้ ผู้คนในเมืองปากพนัง นำรถมาจอดบนสะพานบ้าง บนถนนบ้าง

พี่สาวโทรมาให้กลับไปกินข้าว ผมขับรถกลับไปด้วยใจหดหู่ยิ่งนัก ทุกอย่างเงียบสงบ พายุไปแล้ว แต่บางคนว่า ประเดี๋ยวมันจะมาอีก ที่เราเจอ ๆ กันหน่ะลูกของมัน ประเดี๋ยวแม่ของมันก็มา "ฉิบหายกันแหล่ะพันนั้น" ผมคิดในใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น ผมไม่หลาบจำ จับรถกระบะได้ก็ไป อีก หนนี้ผมไปถึงแหลมตะลุมพุก ก่อนจะไปแหลมผมแวะชายทะเลแถวร้านเม็ดทราย ทุกอย่างราบเรียบเป็นหน้ากลอง ซึ่งผมจะไม่ลงรายละเอียดมากไปกว่าตัวอักษรอันน้อยนิดนี้ มันบรรยายลำบาก ถึงความสูญเสียของพี่น้องชาวปากพนัง

ผมหันหัวรถกลับมุ่งสู่ปลายแหลมตะลุมพุก บางจุดเสาไฟฟ้าหักโค่นยังคาถนนอยู่ แต่ผมก็หาช่องทางไปขับไปจนถึงแหลมตะลุมพุกจนได้ ที่นั่นมีแต่ความสูญเสียเช่นกัน ร้านอาหารทุกร้านพังราบ ต้นสนใหญ่ ๆหักโค่น ถอนรากถอนโคน น้ำยังเจิ่งนองท่วมท้น บางผู้คนกลับมาดูบ้านเรือนตนเอง บางคนเก็บข้าวของที่ลอยน้ำ น่าเวทนายิ่งนัก ผมขับรถกลับ

เห็นรถบรรทุกสี่ห้าคันขับสวนมา "รถพี่ทหาร" ผมอุทานภายในใจ ่ขนลุกซู่ ผมยกโทรศัพท์มือถือจะถ่ายภาพเก็บไว้ แต่ถ่ายไม่ทัน

"พี่ทหารจริงๆด้วย" ผมพึมพำ ทหารของประชาชน พวกเขาเข้าถึงพื้นที่ก่อนใครๆ และหลังจากนั้นก็มีแต่รถทหารและรถนักข่าวที่ขับผ่านไปมาหน้าบ้านของผม ถ้าใครจะเกลียดที่ผมทิ้งท้ายเรื่องรถทหาร ก็เกลียดไปเถอะ แต่ผมคิดว่า ถ้าทหารไม่มาช่วยเยียวยา ในช่วงแรก ๆ นั้น ใครจะมีสรรพกำลังแก้ปัญหาให้คนปากพนังและแหลมตะลุมพุกได้ ในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น

#รำลึกปาบึกเข้าปากพนัง
#ปากพนังปิโตรเลียมเราอยู่เคียงข้างคนปากพนัง
#BATMAN





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 สำรวจฟ้า ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Anacarika วันที่ : 19/09/2019 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

ความคิดเห็นที่ 3 ขอบพระคุณครับพี่สำรวจฟ้า ที่แวะมาทักทายระลึกถึงเสมอครับ จึงนำเรื่องราวมาแบ่งปัน

ความคิดเห็นที่ 3 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สำรวจฟ้า วันที่ : 19/09/2019 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เรื่องจริงที่นำมาบอกเล่าในรูปแบบเรื่องสั้นที่น่าติดตาม
ทหารคือผู้ช่วยเหลืออย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Anacarika วันที่ : 19/09/2019 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/grunakorn

@chaoying ขอบพระคุณพี่เจ้าหญิง หายไปเพิ่มพูนความรู้ ยังพอจะจำทรงเข้าบ้านถูก ระลึกถึงบ้านหลังนี้เสมอครับ บ้านของพวกเรา

ความคิดเห็นที่ 1 Anacarika ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 19/09/2019 เวลา : 13.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ว้าว ...หวัดดีอะนาคาริก
เวลคัมแบ็ก..หายไปนานมากเลยนะ ดียังจำบ้านและทางเข้าถูก ฮิๆ
รักทหาร..อุ่นใจ ทหารคือ กำลัง มีพลังที่จะช่วยเราประชาชนยามทุกข์ยากทุกข์ร้อนเสมอ ..ทหารไทย ช่วยคนไทยเสมอ
อย่าลืมเขียนอีกนะ รออ่านนิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน