• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1237472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันศุกร์ ที่ 22 มิถุนายน 2550
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 5622 , 23:33:05 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดภูเก็ต (Phuket)

ตำนานเรื่อง วัดพระนางสร้าง

(Phra Nang Sang Temple)

 

 

วัดพระนางสร้าง (Phra Nang Sang Temple):

ตั้งอยู่ที่ 148 บ้านตะเคียน หมู่ที่ 1 ถนนเทพกษัตรี ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต อยู่ห่างจากตัวเมือง 20 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่ประจำอำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 19 ไร่ 1 งาน 79 ตารางวา ส.ค.1 เลขที่ 149 อาณาเขต ทิศเหนือ ยาว 4 เส้น 18 วา ติดต่อกับคูถนนบ้านดอน ทิศใต้ยาว 5 เส้น 6 วา ติดต่อที่นา ทิศตะวันออกยาว 3 เส้น 15 วา ติดต่อกับถนนเทพกระษัตรี ทิศตะวันตกยาว 3 เส้น 17 วา ติดต่อกับคูและที่นา มีที่ธรณีสงฆ์ 8 แปลง เนื้อที่ 84 ไร่ 1 งาน 21 ตารางวา

       ประวัติวัดพระนางสร้าง ตำนานเดิมของวัดพระนางสร้าง มีผู้เล่าสืบต่อๆ กันมา ความละเอียดของเรื่องแตกต่างกัน แต่ใจความส่วนใหญ่ คล้ายคลึงกัน ดังนี้พระนางเลือดขาว เป็นมเหสีของผู้ครองนครใดไม่ปรากฏแน่ชัด เป็นผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนามาก ต่อมาถูกเสนาบดี ในนครนั้นกลั่นแกล้ง กราบทูลต่อเจ้าผู้ครองนครใส่ร้ายว่า พระนางมีชู้กับมหาดเล็ก เจ้าผู้ครองนครหลงเชื่อ จึงรับสั่งให้เพชฌฆาต นำพระนางและมหาดเล็กนั้น ไปประหารชีวิต พระนางได้พยายามขอร้อง และแสดงความบริสุทธ์ ถึงกระนั้นเจ้าผู้ครองนครก็ไม่ยอมเชื่อ เมื่อหมดหนทาง พระนางจึงได้ขอผ่อนผันให้ได้ไปนมัสการพระบรมธาตุ ที่เมืองลังกาเสียก่อน แล้วจะกลับมาให้ประหารชีวิต ในสมัยนั้น คนที่เดินเรือมาจากหมู่เกาะสุมาตราและเมืองลังกา ได้เล่าให้คนในนครนั้นฟังเสมอๆ ว่าที่เมืองลังกา พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองมาก และในปีต่อมานั้น จะมีงานกุศลทางพุทธศาสนาครั้งยิ่งใหญ่ด้วย เจ้าผู้ครองนครจึงตกลงยินยอมให้พระนางไปเมืองลังกา เพราะคงมีเหตุผลที่ว่าคนในนครนั้น ไม่ชำนาญในการเดินเรือและหนทางก็ไกลมาก พระนางคงจะไปสิ้นพระชนม์เสียระหว่างเดินทางมากกว่า

 

       พระนางเลือดขาว และคณะที่ยังสวามิภักดิ์ต่อพระนางอยู่ ก็ออกเดินทางไป ตลอดเวลาของการเดินทาง พระนางเฝ้าแต่อ้อนวอน และยึดเอาคุณพระศรีรัตนตรัยให้คุมครองป้องกัน ทรงบอกแก่ผู้ร่วมเดินทางว่า ถ้าเราไม่สิ้นวาสนาเสียก่อน ต้องไปนมัสการพระบรมธาตุให้จงได้และถ้าเดินทางกลับมาโดยสวัสดิภาพ ก็จะสร้างวัดไว้เป็นที่ระลึก จึงจะไปรับอาญาที่ถูกกล่าวหา อาจจะเป็นด้วยบุญญาธิการ ที่เคยมีมาก่อน หรือผลานิสงส์แห่งการยึดมั่น ต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็เป็นได้ พระนางและคณะ จึงไปถึงลังกาได้เข้านมัสการพระบรมธาตุ ด้วยความปีติยินดี และได้นำโบราณวัตถุหลายอย่างกลับมา (บางคนเล่าว่า ได้นำเอาพระพุทธรูปกลับมามากมาย และบางคนเล่าว่าได้นำเอาโพธิ์ลังกามาด้วย บางคนเล่าว่าได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาด้วย) ตอนเดินทางกลับ พระนางได้นำเรือเข้าพักที่เกาะถลาง และได้สร้างวัดนี้ไว้เป็นที่ระลึก ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “ วัดพระนางสร้าง ” (ในเอกสารที่เกี่ยวกับเมืองถลาง ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีกล่าวถึงชื่อ “วัดนาสร้าง” เป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียก) เล่ากันว่าพระนางได้ปลูกต้นประดู่และต้นตะเคียนไว้ด้วย พระนางคงเอาของมีค่าทางพระพุทธศาสนา ฝังไว้ในเจดีย์บ้าง แต่ตอนนั้น คงไม่ได้สร้างอะไรมากนัก เพราะภูมิประเทศเป็นป่า (ต้นตะเคียนและต้นประดู่ ได้ถูกโค่นเพื่อสร้างโรงเรียนเมื่อประมาณ 30 ปีก่อน ปี พ.ศ.2512) เมื่อสร้างวัดเสร็จแล้วก็ออกเดินทางต่อไปกลับสู่นคร

       แม้จะรู้ว่ากำลังไปรับกับความตาย แต่พระนางก็มีความสุข ปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้สร้างกุศลอันยิ่งใหญ่เอาไว้ แต่เมื่อมาถึงชานเมือง ก็ทรงทราบว่าขณะที่พระนางไม่อยู่ ได้เกิดการแย่งชิงราชสมบัติ พระสวามีได้ถูกประหารชีวิต พระนางจึงมิได้เข้าไปในนคร ด้วยเหตุนี้พระนางจึงพ้นโทษจากพระสวามี พระนางทรงกล่าวกับผู้ติดตามว่า ในชีวิตจะต้องสร้างวัดวาอารามให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้ ทุกคนที่ติดตามต่างพากันอนุโมทนาสาธุ ดังนั้นจึงได้นำสิ่งของต่างๆ ที่นำมาจากเมืองลังกา นำไปสร้างวัดอื่นๆ อีก แต่เมื่อเจ้าผู้ครองนครคนใหม่ได้ฟังเรื่องนี้เข้า จึงสั่งให้ทหารมาจับเพื่อนำไปประหารชีวิต พร้อมทั้งแย่งชิง ของมีค่าทางพุทธศาสนาไปด้วย เมื่อเพชฌฆาตลงดาบตัดศีรษะของพระนางนั้น ปรากฏว่าโลหิตที่พุ่งออกมามีสีขาว ประชาชนจึงขนานนามว่า “ พระนางเลือดขาว ” และวัดต่างๆ ที่พระนางได้สร้างไว้ ก็จะมีชื่อตามพระนามของพระนางเป็นส่วนมาก

 

       หลักฐานที่ปรากฎในวัดพระนางสร้าง จากหลักฐานสำคัญประเภทโบราณวัตถุ โบราณสถาน เป็นจำนวนมาก บางสิ่งก็ได้ถูกรื้อออกเพื่อสร้างประโยชน์อย่างอื่น สถานที่หลายแห่งที่คนโบราณผูกปมปัญหามีเงื่อนงำ เพื่อบอกที่ฝังหรือที่รักษาทรัพย์สมบัติ ผู้คิดแก้ปัญหาเงื่อนงำได้และรู้สถานที่ตามข้อความปริศนานั้น จะสามารถรับทรัพย์สมบัติ ณ สถานที่เหล่านั้นข้อความเหล่านั้นคือ "ลายแทง" คนสมัยก่อนได้ผูกปริศนาเพื่อบอกที่ฝังเก็บ รักษาทรัพย์สมบัติปริศนาลายแทงของวัดพระนางสร้าง กล่าวไว้ดังนี้

       " อาถรรพถ์ฤาพบได้ ฤาต้องปี ฤาต้องบัง ฤาบอกฤาเล่ามิได้ ฤานำฤารู้ ฤาอุบฤาได้ ฤาบุญฤาตัวเปิด ฤานำ ฤาได้ ฤาบาปแล พิกุลสองสารภีดีสมอแดง จำปาจำปีตะแคง มะขามหนี่ง กระท้อนหน้า ราชารอบ พิกุลสอง สารภีดี สมอแดง จำปา จำปี ตะแคง มะขามหนึ่ง กระท้อนหน้า ราชารอบขอบของ ระฆังดังเจดีย์มีศาลารอบ ด้วยเข็มหนึ่งไม้เลือดหลังสุด ลูกมุดลูกม่วง ชมพู่ดูโบสถ์ ฤาเปิดได้ดั่งลายแทงแล ฯ

     - เส้นแสงลายแทงหนึ่ง นางสร้าง ฤาเปิด ฤาดู ฤาชม ฤากราบไหว้บูชา ฤาได้ บุญกุศลแล ฤาดีได้เจ้าเมืองเปิดแลฯ ฤา ของแท้แน่ไซร้ ฤาได้หญิงลือหญิงแลฯ

      -เส้นแสงลายแทงสอง พระสร้าง ฤาใจ ฤางาม ฤาตามเจ้าเมืองฤาพระนางเดื่องฤาด้วย ฤาใจ ฤางาม ฤาใจเจ้าเมือง ฤาใจหญิงฤาหญิงแลฯ

   -เส้นแสงลายแทงสาม ฤาอย่าข้ามใจฤา เจ้าเมืองฤา ฤาพิษฐาน ฤารูปงาม ฤาทรัพย์ ฤาลาภฤายศ ฤาขอได้ลูกหลานหลิน ฤาขอได้ดั่งประสงค์ฤา ฤาถือ ได้ปฏิบัติแน่ไซร้ ฤาธิษฐานได้ ฤาดั่งลายแทงฯ

 

       กรุสมบัตินี้อยู่ที่อุโบสถ์วัดพระนางสร้าง รอบโบสถ์มีต้นไม้ตามลายแทง นอกจากจะเป็นที่สังเกตหมายแหล่ง กรุสมบัติแล้ว ยังแทนถึงผู้ที่จะเข้าร่วมพิธีจะต้องให้สตรี 2 คน คนหนึ่งแต่งชุดสีสารภีและสีสมอ (มะขาม) อีกคนนุ่งผ้าม่วง (ลูกม่วง) โจงกระเบน (ลูกมุด) เสื้อสีชมพู เป็นต้น

       พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบมีบริเวณสวยงาม ใกล้ตลาดสดถลาง มีโรงเรียนอยู่ในวัด 2 โรง อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี นอกจากนี้มี หอฉัน หอระฆัง และฌาปนสถาน สำหรับปูชนียวัตถุมีพระประธานปางสมาธิจำนวน 3 องค์ ภายนอกหุ้มด้วยปูนขาว พระเพลากว้าง 3 เมตร ภายในองค์พระทั้งสาม มีพระสมัยศรีวิชัยสร้างด้วยโลหะผสมอายุกว่า 1,300 ปี เข้าใจว่าพอกขาวเพื่อซุกซ่อนข้าศึกไว้

       พระนางจะสร้างวัดพระนางสร้างเมื่อใด ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด เชื่อกันว่าสร้างก่อนพม่าเข้าทำศึกเมืองถลาง พ.ศ. 2328 บางตำนานบอกว่าสร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.2301 และยังเป็นวัดที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งศึกถลาง พ.ศ. 2328 ท้าวเทพกระษัตรีได้ใช้วัดพระนางสร้างเป็นสถานที่ตั้งค่ายระดมพลเข้าต่อสู้กับพม่า จนสามารถขับไล่พม่าออกไป รักษาเมืองถลางไว้ได้ และวัดพระนางสร้างยังเป็นวัดสำคัญในการประกอบพิธีกรรม ทางพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนในเมืองภูเก็ต

       ลักษณะของสถาปัตยกรรม วัดพระนางสร้างมีสิ่งก่อสร้างมากมายดังนี้

 

       1. อุโบสถที่ประดิษฐานพระในพุงไว้มีอายุยาวนาน สันนิษฐานว่าคงมีการบูรณะอุโบสถใหม่เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 อุโบสถกว้าง 9.50 เมตร ยาว 17.50 เมตร เป็นอุโบสถหลังเก่าสร้างโดยใช้อิฐและปูนขาวบูรณะมาหลายครั้ง หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีประตูใหญ่ด้านหน้ามีประตูเล็ก 2 ช่องด้านทิศเหนือและทิศใต้ อุโบสถนี้ไม่มีประตูด้านหลัง มีบานหน้าต่าง 4 ช่องภานในมีเสา ไม้ตำเสาที่สูงตรง 4 เสา ซึ่งหาดูจากที่อื่นไม่ได้ ด้านในช่องหลังก่ออิฐยกสูงขึ้นประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นสกุลถลาง ปางมารวิชัย ด้านหลังพระประธานมีพระพุทธไสยาสน์ยาว 3.50 เมตร เล่ากันว่ามีพระพุทธรูปทองคำอยู่ภายในองค์พระ แต่ยังไม่มีการพิสูจน์ ในบริเวณใกล้ๆ ทางเข้าอุโบสถ เราจะพบศพหลวงพ่อเซี่ยม (หลวงพ่อใบ) อยู่ในตู้กระจก ซึ่งศพของท่านไม่เน่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ ศาลาการเปรียญกว้าง 16 เมตร ยาว 24 เมตร สร้าง พ.ศ.2512 กุฎีสงฆ์จำนวน 3 หลัง เป็นอาคารตึกและครึ่งตึกครึ่งไม้ ด้านนอกรายรอบด้วยพัทธสีมาก่อด้วยอิฐถือปูน จำนวน 8 องค์ รูปองค์คล้ายสถูปเล็กในส่วนรายละเอียดจะแตกต่างกัน พัทธสีมาที่ใหญ่ที่สุดอยู่ตรงประตูทางเข้าอุโบสถ ในปีพ.ศ. 2539 มีการบูรณะอุโบสถขึ้นใหม่ ใช้สถาปัตยกรรมในรูปแบบเดิม

          2. พระพุทธสามกษัตริย์ เป็นพระพุทธรูปดีบุก เนื่องจากเมืองถลางและภูเก็ตเป็นแหล่งแร่ดีบุกที่อุดมสมบูรณ์ จึงนิยมสร้างพระพุทธรูปด้วยดีบุก ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2526 อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต นายมานิต วัลยะเพ็ชร์ เป็นประธานเปิดกรุพระในอุโบสถวัด พระนางสร้าง ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พบพระพุทธรูปดีบุกบรรจุอยู่ในพระอุทรขององค์พระพุทธรูปเบื้องขวา ถัดไปอีกวันที่ 1 มีนาคม 2526 นายอรัญ จินดาพล สมาชิกสภาจังหวัดภูเก็ต ก็พบ "พระในพุง" พระพุทธรูปดีบุกอีกในพระอุทรองค์ พระพุทธรูปเบื้องซ้ายของพระประธาน ทั้ง 2 องค์มีเฉพาะพระพักตร์ขนาดกว้าง 27 ซม. ยาวจากบนสุดของพระเศียรถึงพระอังสา 40 ซม. สันพระนาสิกสูงจากริมพระโอษฐ์ 1.5 ซม. หางเบ้าพระเนตรซ้ายขวาห่างกัน 16 ซม. ริมพระโอษฐ์ซ้ายขวาห่างกัน 9 ซม. จึงเรียกพระพุทธรูป 2 องค์ว่า " พระพุทธสามกษัตริย์" แต่ชาวบ้านทั่วไปพากัน เรียกว่า "พระในพุง" แม้นับย้อนหลังกลับไปเพียงปลายกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปสามกษัตริย์ ก็จัดพระพุทธรูปที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในภูเก็ต และเป็นพระพุทธรูปดีบุกที่ใหญ่ที่สุด

       3. เจดีย์ทรงระฆังคว่ำ นายบรรเจิด ประทิป ณ ถลาง ได้บันทึกว่าสมัยหลวงพ่อปอด( พระครูสุนทรสมณกิจ ) เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดพระนางสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นมีสถูปเจดีย์ ซึ่งทำด้วยอิฐเล็กบ้างใหญ่บ้างประมาณ 6-7 องค์ หลวงพ่อปอดจึงได้รื้อนำอิฐิ ของมีค่าบางอย่างของเจ้าอาวาสองค์ก่อนมารวบรวมฝังรวมไว้ด้วยกันและสร้างเจดีย์องใหญ่ขึ้นเพียงองค์เดียวเพื่อบรรจุมีอายุล่วงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100 ปี ดังที่เห็นปัจจุบัน สันนิษฐานมีเจ้าอาวาสสืบต่อๆ กันมาอย่างน้อย 8 รูป เพราะพระวินัยธร(อดีต) เล่าว่าเป็นประเพณีของวัดนี้ว่า เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพลงทุกรูป ชาวบ้านจะก่อสถูปหรือเจดีย์ นำกระดูกใส่ไว้ข้างในเสมอ เนื้อที่บริเวณอุโบสถ หอระฆังและเจดีย์ มีเนื้อที่ 3 ไร่ 1 งาน 6 ตารางวา หน้าวัดพระนางสร้างมีการสร้างซุ้มประตูกาญจนาภิเษก และด้านทิศตะวันตกของซุ้มประตูมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมยืน รอบล้อมด้วยมังกร ด้านล่างจะมีองค์เซียนของจีนจำนวน 8 องค์ (ซึ่งยังสร้างไม่สำเร็จ) อุโบสถที่มีการปลูกสร้างขึ้นใหม่เป็นสถาปัตยกรรมยุครัตนโกสินทร์ ภายในอุโบสถมีพระประธานปางมารวิชัย ฝาผนังอุโบสถมีจิตกรรมฝาผนังที่แสดงประวัติของบุคคลสำคัญ และประวัติเมืองถลาง มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง

       4. หอระฆัง ด้านทิศใต้มีหอระฆังก่ออิฐถือปูนสูงประมาณ 8 เมตร มีบันไดอยู่ทางทิศตะวันตกเป็น หอระฆังมีรูปแบบที่ได้นำมาจากลังกา หอระฆังนี้สูงมีบันไดขึ้นหันไปทางทิศตะวันตก หลังคามีลักษณะคล้ายสถาปัตยกรรม แบบจีนผสมแบบไทย ระฆังเป็นทองเหลือง

 

     5. ซุ้มประตูกาญจนาภิเษก ซึ่งเป็นซุ้มประตูสร้างใหม่ และด้านทิศตะวันตกของซุ้มประตูมีรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมยืนรอบล้อมด้วยมังกร ด้านล่างจะมีองค์เซียนของจีน จำนวน 8 องค์

 

       6. อุโบสถที่มีการปลูกสร้างขึ้นใหม่เป็นสถาปัตยกรรมยุครัตนโกสินทร์ ภายในอุโบสถมีพระประธานปางมารวิชัย ฝาผนังอุโบสถมีจิตกรรมฝาผนังที่ แสดงประวัติของบุคคลสำคัญและประวัติเมืองถลาง มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง

     หมายเหตุ พระนางมัสสูหรี เกิดอำเภอถลาง เป็นหญิงสาวชาวบ้านที่สวยมาก ได้ไปอาศัยที่เกาะลังกาวีครั้งที่ไปค้าขายทางเรือกับพ่อแม่ แล้วรอดชีวิตจากพายุ เติบโตอยู่ที่เกาะลังกาวี ด้วยความสวยของพระนาง ทำให้ได้สมรสกับอนุชาองค์สุลต่าน แห่งรัฐเคดาร์ ต่อมาได้เกิดสงครามที่รัฐปัตตานี มีเหตุให้พระอนุชาขององค์สุลต่าน ซึ่งเป็นพระสวามี ต้องเดินทางออกรบ ผู้ที่ปองร้ายและอิจฉาริษยานาง ต่างหาเรื่องสร้างสถานการณ์ว่าพระนางมัสสุหรีมีชู้กับมหาดเล็ก ทำให้องค์สุลต่านตัดสินประหารชีวิตพระนางด้วยกริช ก่อนเสียชีวิตพระนางอธิษฐานว่า หากนางไม่มีความผิด ขอให้โลหิตที่หลั่งออกมาเป็นสีขาวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของนางและขอให้เกาะลังกาวี ไร้ความเจริญไป 7 ชั่วคน แต่คมกริชประหาร กลับไม่ระคายผิวนางเลย พระนางมัสซูรี จึงบอกกับเพชฌฆาต ให้กลับไปนำกริชพิเศษ ของต้นตระกูลจากบ้านของนางมา ขณะที่คมกริชจดลงไปบนคอโลหิตสีขาว ก็พวยพุ่งขึ้นข้างบน แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ของนางแลและร่ายคำสาปให้เกาะลังกาวีตกอยู่ในความทุกข์เข็ญมานานถึง 7 ชั่วคน อันเป็นที่มาของ ตำนานพระนางเลือดขาว

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 17.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

น่าสนใจจังค่ะ ลองมาอ่าน ตำนาน Sydney บ้างนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]