• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1237088
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันจันทร์ ที่ 25 มิถุนายน 2550
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 1828 , 23:25:47 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เขตสัมพันธวงศ์  กรุงเทพมหานคร

ประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์

-

-

         แต่เดิมบริเวณพระบรมมหาราชวัง เป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชาเศรษฐี และพวกคนจีน เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ทรงสร้างราชธานีใหม่ ทางด้านตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา จึงได้โปรดให้คนพวกนี้ ถอยลงไปอยู่ในที่แห่งใหม่ ตั้งแต่คลองใต้วัดสามปลื้ม (วัดจักรวรรดิราชาวาส) ลงไปจนถึงคลองเหนือวัดสำเพ็ง (วัดปทุมคงคา) สมัยนั้น ชาวจีนสองพี่น้อง มีบทบาทมาก คนพี่ชื่อ นายเริก ส่วนคนน้องชื่อ นายอินเดิมทีนายเริกรับราชการ ในรัชกาลพระเจ้ากรุงธนบุรี ตำแหน่งเสมียนประจำกรมท่าซ้าย ซึ่งเป็นกรมที่ติดต่อกับชาวจีนโดยเฉพาะ จนในสมัยรัชกาลที่ 1 ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ ขึ้นเป็นพระยาไกรโกษา ครั้นย้ายไปอยู่ตำบลสำเพ็ง บ้านของท่านผู้คนก็เรียกว่าบ้านพระยาไกรโกษา ปัจจุบันคือ "ตรอกพระยาไกร" ใกล้กับตรอกพระยาไกรนั้น มีอีกตรอกหนึ่งชื่อว่า "ตรอกโรงกระทะ" ที่มีชื่ออย่างนี้เพราะนายอิน น้องชายของพระยาไกร ได้ค้าสำเภาไปเมืองจีน จนร่ำรวยเป็นเศรษฐี ที่บ้านนั้น จึงตั้งเตากระทะหุงข้าวเลี้ยงกะลาสี ลูกเรือ และจับกัง ขนของเป็นทิวแถว  คนจึงนิยมเรียกท่านว่า "เจ้าสัวเตากะทะ"
         ต่อมาพระอภัยวานิช (จาค) นายอากรรับผูกขาดรังนกจนร่ำรวย เป็นเจ้าสัวอีกคนหนึ่ง ได้มาสร้างบ้านจีนโบราณแบบวัง อยู่แถววัดปทุมคงคาชาวจีนจึงเรียกย่านนั้นว่า "ตั๊กลักเกี้ย" แปลว่า "ตลาดน้อย" ส่วนตลาดใหญ่นั้น หมายถึง ตลาดสำเพ็ง ตามประวัติของพระอภัยวานิช เดิมเป็นขุนนางมาจากมลฑลเสฉวน จีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยเหตุนี้ ที่ประตูบ้านได้แขวนโคมไฟทำด้วยกระดาษ และเขียนอักษรจีนขนาดใหญ่ 2 ตัวว่า " ฮั่ง ไถ่ " เป็นรูปสัญลักษณ์ เดิมทีพระยาอภัยวานิช มีที่ดินอยู่ในสำเพ็งมากมาย แต่ธรรมเนียมของคนจีน นิยมมีทายาทสืบสกุลหลายๆ คน จึงได้แบ่งที่ดินเหล่านั้นให้บุตรทุกคน ปัจจุบันทายาทคนที่ครองบ้านหลังเดิมที่เหลือเพียง 12 ไร่ คือ คุณดวงตะวัน โปษยะจินดา ภรรยาคุณเจงหลอง โปษยะจินดา (ผู้ครอบครองสืบต่อจากประอภัยวานิช รุ่นที่ 6 ) กรุงรัตนโกสินทร์ในสมัยนั้น ได้เกิดโรคระบาดจนผู้คนล้มตายมาหลายครั้งหลายครา จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งในช่วงนั้นเองก็ได้เกิดโรคอหิวาต์ ทำให้ผู้คนล้มตายจำนวนมาก บรรดาวิญญาณผู้ที่เสียชีวิต หรือผีคนที่ตายไปแล้ว ต่างมาเข้าฝันเจ้าสัวในสำเพ็งว่า "อดอยากเหลือเกิน ขอให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้บ้าง และจะช่วยคุ้มครองไม่ให้เป็นโรคห่า" ในฝันเจ้าสัว ถามผีไปว่าจะให้ทำบุญอุทิศส่วนกุศล ไปด้วยวิธีใด ผีคนตายก็บอกว่า "ให้เอาอาหารที่จะส่งไปทำการเซ่นไหว้ แล้วเอาของใส่เรือ พร้อมกับเอาตุ๊กตาหักคอเสีย คือ ต้องทำเป็นตุ๊กตาเสียกบาล ใส่เรือไปด้วย แล้วก็เอาเรือลอยไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา" เท่านี้ก็จะได้กิน


           หลังจากนั้น ทุกปีบรรดาเจ้าสัวในสำเพ็งต่างๆ ก็พากันลอยเรือสะเดาะห์เคราะห์กันเป็นประจำ แต่เป็นแบบต่างคนต่างทำ แต่กำลังศรัทธา และก็น่าประหลาดมากคนในสำเพ็ง ไม่มีใครป่วยเป็นอหิวาต์ตายแม้แต่คนเดียว ปัจจุบันพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ มีเหลือเพียงแห่งเดียวคือ ทายาทของพระอภัยวานิช ที่ยังปฏิบัติสืบต่อจากบรรพบุรุษอย่างเคร่งครัด สมัยก่อน เมื่อใกล้จะถึงงานพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ราว 1 เดือน บุตรหลานของพระอภัยวานิชจะซื้อหาไม้ไผ่ กระดาษ และอุปกรณ์ต่างๆ มาทำเรือไว้เพื่อที่จะประกอบเป็นเรือจำลองกระดาษ ประดับประดาอย่างประณีตสวยงาม ตัวเรือยาว 3.50 เมตร กว้าง 1.20 เมตร โดยทำเรือเป็นสองชั้น ในแต่ละปี ชื่อเรือจะไม่ซ้ำกัน ขึ้นอยู่กับซินแสจะเป็นผู้กำหนดเช่น ปีชวด ตั้งชื่อว่า หนูอี้ด และ มุสิกขาว เป็นต้น และถือเอาวันขึ้น 8 ค่ำเดือน 6 ของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงต้นฝน เป็นวันประกอบพิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ ในวันทำพิธี เจ้าภาพจะจัดอาหารหวานคาว คือ หมี่ผัด ขนมจีนน้ำยา ข้าวเหนียว ถั่วดำ มะม่วงอกร่องสุก ทำการเซ่นไหว้บนฝั่ง ก่อนที่จะนำเรือลงน้ำ ส่วนในเรือ ก็จะใส่อาหารหวานคาวดังกล่าวด้วย นอกจากนั้นก็จะใส่พวกเครื่องครัว เช่น พริก กะปิ กระเทียม น้ำตาล น้ำปลา ข้าวสาร และถ่าน เพื่อให้เป็นเสบียงอาหาร เหมือนเรือจริงที่จะออกเดินทางในทะเล การทำพิธีสะเดาะเคราะห์นี้ ชาวบ้านต่างสกุล ใครจะมาร่วมก็ได้ ดังนั้นในวันทำพิธี จึงมีผู้คนมาร่วมงานมากมาย โดยจะใช้ตุ๊กตาตัวเล็กๆ สมมุติให้เป็นตัวของผู้ทำบุญเอง และฝากลงไปกับเรือ ให้ลอยไปด้วยอันหมายถึง ฝากความทุกข์ความโศกให้ไหลไปด้วย พอถึงเวลาเที่ยงตรง ของวันทำพิธี เรือสะเดาะเคราะห์ จะถูกนำไปวางบนแพ ซึ่งประกอบจากหยวกกล้วยตานี ประมาณ 20 ต้น ระหว่างที่ทำการปล่อยเรือนั้น จะมีเสียงล่อโก๊ว ตีมุ่ยเอาฤกษ์เอาชัย เวลาเดียวกัน จะมีการจุดประทัดให้ผีชั่วร้ายแตกตื่น และมีการซัดข้าวสารกับเกลือ ลงไปที่เรือ เพื่อขับไล่เสนียดจัญไรให้ลงเรือไปด้วย
         ต่อจากนั้นจะให้เรือจ้างติดเครื่องลำหนึ่ง ลากจูงเรือสะเดาะเคราะห์ โดยมีชายฉกรรจ์ลอยคอในน้ำ พยุงเรือไปส่งจนถึงปากคลองผดุงกรุงเกษม (คลองขุดใหม่) ที่สมมุติให้เป็นปากอ่าวหลัง จากนั้นทั้งเรือและคน ค่อยพากันกลับมาที่เดิม ส่วนเรือสะเดาะเคราะห์ยังคงลอยตามกระแสน้ำไปอีกเรื่อยๆ
         พิธีลอยเรือสะเดาะเคราะห์แพร่หลายในวงจำกัด และกำลังจะสูญหายไปทุกขณะ สาเหตุมาจาก ชาวบ้านที่มาอยู่ใหม่ไม่ทราบความเป็นมา จึงให้ความร่วมมือไม่มากเท่าที่ควร แต่ทางเจ้าภาพก็ยังคงดำเนินตามบรรพบุรุษปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง อีกสาเหตุหนึ่ง ผู้ทำเรือสะเดาะเคราะห์ เคยเป็นข้าเก่าเต่าเลี้ยงในบ้านพระอภัยวานิช และเคยรับใช้กันมา 3 ชั่วอายุคนแล้ว ทายาทรุ่นที่ 3 คือ นายประสิทธิ์ ซุ่มสำราญ มีอายุ 53 ปี เปิดเผยว่าลูกหลานทำงาน ได้ดิบได้ดีไปหมดแล้ว วิชาทำเรือกระดาษที่บรรพบุรุษถ่ายทอดมา ไม่มีใครสนใจที่จะมารับวิชานี้ไป คิดว่าประเพณีลอยเรือสะเดาะเคราะห์ คงจะสิ้นสุดลงในรุ่นของผมอย่างแน่นอน

จาก ไกด์พงษ์ แก้ไขเมื่อ 15/10/2552  21:27

http://www.oknation.net/blog/guidepong

แหล่งข้อมูล : จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ขอบคุณรูปภาพ : จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ

http://www.thaibizcenter.com/WBoard/?userid=6638

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์

http://www.oknation.net/blog/guides




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่มด วันที่ : 25/06/2007 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

น่าสนใจนะคะ..เค้าจัดไปหรือยังคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2007 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]