• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1126730
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอาทิตย์ ที่ 1 มีนาคม 2552
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 10109 , 22:59:52 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดนครราชสีมา (Nakhonratchasima)

อำเภอเมืองนครราชสีมา (Amphoe Muang Nakhon Ratchasima)

 

เมืองหญิงกล้า ผ้าไหมดี หมี่โคราช ปราสาทหิน ดินด่านเกวียน

 

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอเมืองนครราชสีมา :

อำเภอเมืองนครราชสีมา มีชื่อเรียกตามความถนัดของชาวพื้นเมืองว่า "โคราช" เรียกตามภาษาราชการว่า "เมืองนครราชสีมา" เหตุที่เรียก 2 ชื่อ ด้วยปรากฏว่าตามหลักฐานโบราณคดีเรื่องงานข้างต้นวินิจฉัยชื่อเมืองนครราชสีมาว่า ก่อนที่จะสร้างขึ้นในสถานที่ปัจจุบัน เดิมมีเมืองโบราณอยู่ 2 เมือง ซึ่งอยู่ทางขวาของลำตะคอง ปัจจุบันอยู่ในเขตอำเภอสูงเนิน เมืองที่หนึ่งอยู่ทางฝั่งซ้ายของลำตะคองมีชื่อเรียกว่า เมืองโคราช จากหลักฐานที่ได้สำรวจพบว่าในบริเวณเมืองทั้งสอง เมืองเสมาสร้างเมืองขึ้นมาใหม่ ต่อมาได้ข้ามมาสร้างเมืองโคราชขึ้นอีกเป็นเมืองใหม่ ทิ้งเมืองเสมาให้เป็นเมืองร้างในที่สุดเมืองโคราชที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยขอม ส่วนชื่อเมืองนั้นเข้าใจว่า พวกพราหมณ์คงใช้ชื่อเมือง "โคราฆะปุระ" ในมัชฌิมประเทศมาตั้งเป็นชื่อเมืองในประเทศไทยอยู่หลายเมือง ซึ่งชื่อบ้านนี้นานเข้าเสียงเรียกเพี้ยนไปเป็นโคราช

        ต่อมาสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงย้ายเมืองโคราชและเมืองเสมามาสร้างในที่ตั้งปัจจุบัน และตั้งชื่อใหม่ว่า เมืองนครราชสีมา เมืองที่สร้างขึ้นใหม่นี้เป็นเมืองหน้าด่าน มีคูล้อมรอบและมีประตูเมือง 4 ประตู คือ

- ทางทิศเหนือ                 ชื่อประตูพลแสน นัยหนึ่งเรียกประตูน้ำ
-
ทางทิศใต้                     ชื่อประตูไชยณรงค์ นัยหนึ่งเรียกประตูผี
-
ทางทิศตะวันออก           ชื่อประตูพลล้าน นัยหนึ่งเรียกประตูตะวันออก
-
ทางทิศตะวันตก             ชื่อประตูชุมพล

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอเมืองนครราชสีมาตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด บนที่ราบสูงโคราช ระหว่างเส้นรุ้งที่ 15-16 องศาเหนือ และเส้นแวงที่ 102-103 องศาตะวันออก สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 180-210 เมตร ห่างจากกรุงเทพมหานครโดยทางรถยนต์ประมาณ 259 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้

ทิศเหนือ             ติดต่อกับอำเภอโนนสูงและอำเภอโนนไทย

ทิศตะวันออก       ติดต่อกับอำเภอเฉลิมพระเกียรติ

ทิศใต้                ติดต่อกับอำเภอโชคชัยและอำเภอปักธงชัย

ทิศตะวันตก         ติดต่อกับอำเภอสูงเนินและอำเภอขามทะเลสอ

พื้นที่ : 755.6 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 468,704 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 3.69 ของเนื้อที่ทั้งหมดของจังหวัดนครราชสีมา

ประชากร : 452,074  คน (พ.ศ. 2557) เป็นอำเภอในส่วนภูมิภาคที่มีจำนวนประชากรมากเป็นอันดับที่ 1 ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ความหนาแน่น : 598.29 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอเมืองนครราชสีมา แบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 25 ตำบล 234 หมู่บ้าน

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ : ลักษณะพื้นที่โดยทั่วไปของอำเภอเมืองนครราชสีมา ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัดนครราชสีมา โดยแบ่งสภาพพื้นที่ดังนี้คือ บริเวณพื้นที่ทางตอนใต้ของอำเภอ มีลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาดชัน ลาดเอียงจากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ และ บริเวณทางตอนใต้ค่อนไปทางทิศตะวันตก เป็นพื้นที่ป่าสงวนห้วยยางครอบคลุมพื้นที่ ในเขตตำบลไชยมงคล ตำบลหนองจะบก ตำบลบ้านใหม่ และตำบลโคกกรวด ส่วนบริเวณพื้นที่ตอนล่างมีลักษณะเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีคลองลำตะคอง คลองส่งน้ำชลประทานและเป็นที่ตั้งของเขตเทศบาลเมืองนครราชสีมา และ ส่วนบริเวณทางตอนเหนือมีลักษณะพื้นที่เกือบราบถึงราบ

ที่ตั้ง : ที่ว่าการอำเภอเมืองนครราชสีมา ถนนสรรพสิทธิ์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา 30000

โทรศัพท์ : 044-259999, 044-260319  โทรสาร : 044-259999, 044-251717

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง (Shrine of the city god)

 

ตั้งอยู่ที่ถนนจอมพล มุมวัดพระนารายณ์มหาราช (สี่แยกถนนจอมพลตัดกับถนนประจักษ์) เป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองนครราชสีมา ลักษณะเป็นศาลเจ้าแบบจีน เป็นที่สักการะบูชาของชาวไทย และ จีน สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ระหว่าง พ.ศ. 2199 - 2231 ตัวศาล และ เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ ผนังศาลด้านทิศตะวันออกเป็นกระเบื้องดินเผาปั้นลวดลายนูนต่ำเป็นเรื่องราวการสู้รบของท้าวสุรนารีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในสมัยโบราณ

 

ศาลเจ้าพ่อช้างเผือก (Shrine of the White Elephant)

 

ตั่งอยู่ริมคูเมืองด้านทิศเหนือ ตรงมุมถนนมนัสตัดกับถนนพลแสน ในอำเภอเมือง เป็นศาลเจ้าเล็กๆ สร้างครอบหลักตะเคียนหิน ซึ่งเดิมเป็นหลักที่ชาวเมืองภูเขียว นำช้างเผือกมาผูกไว้ เพื่อให้พนักงานกรมคชบาลตรวจดูลักษณะช้าง ก่อนกราบทูลถวายพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เพื่อทรงรับไว้เป็นพระราชพาหนะ

 

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ (Maha Viravong National Museum)

 

 

ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสุทธิจินดาตรงข้ามศาลากลางจังหวัด ตำบลในเมือง มีศิลปวัตถุทั้งที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์อดีตเจ้าอาวาสวัดสุทธิจินดารวบรวมไว้ โบราณวัตถุที่กรมศิลปากรได้สำรวจขุดพบในเขตจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง และที่มีผู้บริจาค เช่น พระพุทธรูปศิลาสมัยขอม สมัยอยุธยา เครื่องเคลือบดินเผาขนาดต่างๆ พระพุทธรูปสัมฤทธิ์ เครื่องใช้สมัยโบราณ ภาพไม้แกะสลักซึ่งนำมาจากวัดโบราณ เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์, วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 09.00-16.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย คนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศ คนละ 20 บาท ติดต่อสอบถาม โทร. 044-242958

 

วัดเก่าแก่ของเมืองโคราช (The Ancient City of Korat)

 

 

 

ได้แก่ วัดบูรพ์ วัดอีสาน วัดพายัพ ตั้งอยู่ในตัวเมืองเก่า ณ ทิศตามชื่อวัด วัดกลางอยู่กลางเมือง ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชื่อ วัดพระนารายณ์มหาราช นอกจากนี้ยังมีวัดสระแก้ว วัดบึงอยู่ริมบึงใหญ่ วัดแจ้ง วัดสมอราย และวัดสามัคคี วัดทั้งหมดนี้เป็นวัดโบราณคู่บ้านคู่เมืองสมัยเริ่มสร้างเมืองโคราช ทุกวัดอยู่ในเขตอำเภอเมือง เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมชมของโบราณ

 

วัดพระนารายณ์มหาราช (วัดกลาง) (Wat King Narai the Great (Wat Klang))

 

เมื่อท้าวสุรนารี ถึงแก่อสัญกรรม เมื่อปีพุทธศักราช 2395 อายุ 81 ปี เจ้าพระยามหิศราธิบดีผู้เป็นสวามี ได้ฌาปนกิจศพ และสร้างเจดีย์บรรจุอัฐิไว้ ณ วัดศาลาลอย ซึ่งท้าวสุรนารีได้สร้างไว้ เมื่อเวลาผ่านไปเจดีย์ชำรุดลง พลตรีเจ้าพระยาสิงหเสนี (สะอาด สิงหเสนี) ครั้นเมื่อยังเป็น พระยาประสิทธิศัลการ ข้าหลวงเทศาภิบาล ผู้สำเร็จราชการเมืองนครราชสีมา องคมนตรี และ รัฐมนตรี ได้บริจาคทรัพย์สร้างกู่ขนาดเล็ก บรรจุพระอัฐิท้าวสุรนารีขึ้นใหม่ที่วัดกลาง (วัดพระนารายณ์มหาราช) สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2442 (ร.ศ.118)

        วัดพระนารายณ์มหาราช พระอารามหลวงชั้นตรี ตั้งอยู่ที่ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง โดยอยู่ระหว่างถนนอัษฏางค์และถนนจอมพล สภาพถนนภายในตัวเมืองเป็นถนนราดยางอยู่ในสภาพดี การคมนาคมสะดวกและปลอดภัยมีรถประจำทาง รถรับจ้าง และสามล้อบริการอย่างสะดวกและรวดเร็ว เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาพร้อมกับการสร้างเมืองในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มุมวัดด้านถนนจอมพลเป็นที่ตั้งศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เรียกอีกชื่อหนึ่งว่าวัดกลาง ซึ่งมีความหมายอีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นวัดศูนย์กลางของเมืองนครราชสีมา มาแต่เดิม นอกจากนี้ภายในบริเวณวัดพระนารายณ์มหาราช มีศาลพระนารายณ์มหาราชเป็นที่ตั้งเทวรูปพระนารายณ์สี่กร อยู่ในท่ายืน สูง 17 นิ้ว สร้างด้วยหินทรายฝีมือขอม เป็นเทวรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดนครราชสีมามาช้านาน มีประตูทางเข้าวัดได้ 4 ทาง คือ ด้านติดถนนอัษฏางค์ ถนนจอมพล ถนนประจักษ์ และทางด้านถนนจอมพลที่ติดกับตลาดอันเป็นทางเข้าศาลพระนารายณ์ ภายในวัดพระนารายณ์มหาราชมีพระอุโบสถอยู่กลางสระน้ำ ส่วนตรงข้ามเป็นพระวิหาร ด้านขวามือของวิหารเป็นศาลา ส่วนด้านซ้ายมือของวิหาร เป็นโรงเรียนปริยัติธรรมซึ่งจะมีสอนพุทธศาสนาแก่เด็กนักเรียนในวัน อาทิตย์เป็นประจำ บริเวณใจกลางวัด มีต้นโพธิ์ใหญ่ล้อมรอบ ด้วยลานสนามหญ้า ด้านหลังพระวิหารเป็นเขตสังฆาวาสซึ่งมีต้นไม้เรียงอยู่เป็นทิวแถว สภาพศาลพระนารายณ์มหาราช มีลักษณะเป็นศาลกว้าง ภายในเต็มไปด้วยดอกไม้ของบูชามากมาย และมีควันธูปเทียนลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ และเนื่องจากอยู่ติดกับตลาดจึงทำให้ จอแจเป็นพิเศษ รอบ ๆ บริเวณวัดพระนารายณ์มหาราชเป็นตึกแถวอาคารพาณิชย์และตลาด แล้วยังอยู่ย่านใจกลางเมือง จึงทำให้เกิดเสียงรบกวนเข้ามาในวัดเป็นประจำ

 

โบราณสถานวัดปรางค์ทอง (Wat Pang Thong Archaeological Site)

  

ตั้งอยู่ที่บ้านพุดชา ห่างจากตัวเมือง 25 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (โคราช-ขอนแก่น) ถึงสี่แยกจอหอเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 205 เป็นระยะทาง 5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2198 อีก 10 กิโลเมตร เป็นกลุ่มศาสนาแบบขอม ประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสก่อด้วยอิฐ ส่วนยอดได้รับการดัดแปลงในสมัยหลังเป็นรูปกรวยสี่เหลี่ยมแบบเจดีย์ล้านช้าง องค์ปรางค์มีประตูเดียว หันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีทับหลังทำด้วยหินทรายสลักลวดลายเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ อยู่เหนือประตู ทางด้านทิศตะวันออก เป็นศิลปะเขมรแบบบันทายศรี อายุราวต้นศตวรรษที่ 16 องค์ปรางค์มีประตูปลอมอีก 3 ด้าน ภายในเรือนธาตุมีจิตรกรรมฝาผนังสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันลบเลือนเกือบหมดแล้ว

 

บ้านสวนแม่ศรี (Ban Suan Mae Sri)

 

ตั้งอยู่ตำบลหมื่นไวย เป็นเรือนทรงไทย ที่ปลูกสร้างอยู่บนเนื้อที่ 38 ไร่ เรือนไทยหลังนี้มีทั้งหมด 13 ห้อง ใช้วัสดุก่อสร้างเป็นของโบราณ ส่วนหลังคาเป็นกระเบื้องดินเผาด่านเกวียน เรือนแม่ศรีเป็นเรือนไทยที่สวยงาม พื้นชั้นล่างเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูน ส่วนขั้นบนเป็น เรือนไม้ทรงไทยของเก่าทั้งหมด ในห้องแต่ละห้องจะมีลักษณะแตกต่างกันออกไป ผู้ก่อสร้างท่านเป็นอดีตข้าราชการสังกัดผังเมือง เกษียณอายุราชการแล้ว ภายในเก็บของเก่า เป็นอาคารพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านได้ เป็นบ้านทรงไทยโบราณที่ควรแก่การอนุรักษ์

 

สวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 (King Rama 9 Park)

 

ตั้งอยู่ตำบลหนองไผ่ล้อม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ และเป็นสถานที่ออกกำลังกาย

 

วัดป่าสาละวัน (Wat Pa Salawan)

 

ตั้งอยู่ในตัวเมือง หลังสถานีรถไฟนครราชสีมา เป็นวัดหนึ่งที่ได้เก็บรักษาพระบรมสารีริกธาตุ เป็นวัดที่เก็บพระอัฐิธาตุของเกจิอาจารย์ที่เป็นที่เคารพบูชาของศาสนิกชนโดยทั่วไป คือ อาจารย์เสา อาจารย์มั่น และอาจารย์ทิม รวมทั้งอัฐิของอาจารย์สิงห์ อดีตเจ้าอาวาสที่ได้บุกเบิกสร้างวัดแห่งนี้

 

วัดศาลาทอง (Wat Sala Thong)

 

 

ตั้งอยู่ที่ตำบลหัวทะเล ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 1 กิโลเมตร เป็นวัดธรรมยุติ เดิมบริเวณวัดเป็นป่าทึบ มีพระบรมสารีริกธาตุ ประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์องค์เล็ก ปัจจุบันได้ก่อพระเจดีย์ใหญ่ครอบองค์เดิมไว้ และมีพระพุทธรูปนั่งองค์ใหญ่ ปางป่าเลไลยก์

 

วัดศาลาลอย (Wat Sala Loi)

 

  

ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง ทางเข้าแยกจากถนนรอบเมืองเข้าไปประมาณ 500 เมตร ตั้งอยู่ติดกับลำตะคองซึ่งไหลพาดผ่านตอนเหนือของตัวเมืองไปลงสู่แม่น้ำมูล ท้าวสุรนารีกับท่านปลัดสามี สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2370 จุดเด่นของวัดอยู่ที่พระอุโบสถซึ่งได้รับรางวัลดีเด่นแนวบุกเบิกอาคารทางศาสนา จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ในปี พ.ศ. 2516 และพระอุโบสถหลังใหม่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2510 เป็นอุโบสถที่สร้างแบบศิลปไทยประยุกต์ เป็นรูปสำเภาโต้คลื่น ใช้วัสดุพื้นเมืองคือกระเบื้องดินเผาด่านเกวียนนำมาประดับตกแต่ง เช่น ผนังด้านหน้าอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ผนังด้านหลังเป็นภาพตอนพระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ส่วนบานประตูเป็นโลหะลายนูน ภาพเล่าเรื่องเวชสันดรชาดก (13 กัณฑ์) ภายในมีพระประธานปูนปั้นสีขาว ปางห้ามสมุทร เป็นพระพุทธรูปยืนประทับ ณ ประตูเมืองสังกัสนคร หน้าประตูอุโบสถมีปูนปั้นรูปท้าวสุรนารีนั่งพนมมือกลางสระน้ำ ตัวอุโบสถล้อมรอบด้วยกำแพงแก้วรูปเสมา สัญลักษณ์ของเมืองเสมาเดิม ด้านข้างมีสถูปขนาดเล็ก ซึ่งเคยใช้เป็นที่บรรจุอัฐิท้าวสุรนารี

 

ปราสาทหินพนมวัน (Pra Sat Hin Phanom Wan)

 

 

ตั้งอยู่ที่บ้านมะค่า ตำบลบ้านโพธิ์ เดินทางไปตามถนนสายโคราช-ขอนแก่น ทางหลวงหมายเลข 2 (นครราชสีมา-ขอนแก่น) ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาไปตามทางราดยางอีก 5 กิโลเมตร เป็นโบราณสถานสมัยขอม สร้างราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 เพื่อเป็นเทวสถาน ต่อมาภายหลังดัดแปลงเป็นพุทธสถาน ตัวปราสาทหินพนมวัน สร้างเป็นปรางค์มีฉนวน (ทางเดิน) ติดต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาว 25.50 เมตร กว้าง 10.20 เมตร พระปรางค์มีประตูซุ้ม 3 ด้าน ซุ้มประตูด้านทิศเหนือประดิษฐานพระพุทธรูปยืนปางประธานอภัย 1 องค์ ลักษณะศิลปะแบบอยุธยา รอบปราสาทเป็นลานกว้างมีระเบียงคดก่อด้วยหินกว้าง 54 เมตร ยาว 63.30 เมตร ประกอบด้วยประตูทางเข้า 4 ทิศ ปราสาทแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่น่าชม น่าศึกษาแห่งหนึ่ง

 

ตลาดไม้ดอกไม้ประดับ (Flower Market)

 

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 บ้านคลองกระบือ ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จากตัวเมืองนครราชสีมาใช้เส้นทางนครราชสีมา – กรุงเทพฯ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าเส้นทางโคกกรวด – มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี อีก 500 เมตร เป็นศูนย์รวมไม้ดอกไม้ประดับแหล่งใหญ่ที่อยู่ใกล้ตัวเมืองที่สุด เป็นตลาดกลางดอกไม้ของจังหวัด มีการจัดงานไม้ดอกไม้ประดับทุกปี ช่วงเดือนกุมภาพันธ์

 

ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

(Nakhon Ratchasima Rajabhat University Cultural Center)

ตั้งอยู่ในบริเวณสถาบันราชภัฏนครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ เป็นเรือนไม้สองชั้นและเรือนโคราช เป็นสถานที่รวบรวมภาพและประวัติโบราณสถาน ประวัติศาสตร์ รูปภาพศิลปะ ของใช้สมัยโบราณและเงินตราต่างๆเปิดให้ชมในวันและเวลาราชการ

 

สวนสโมสรกอล์ฟสุรนารี (Suranari Golf Club)

             ตั้งอยู่ในค่ายสุรนารี ต.ไผ่ล้อม อ.เมือง จ.นครราชสีมา โทร: 044-255530-8 มีจำนวน 9 หลุม เปิดทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น. (มีห้องอาหาร)

 

พิพิธภัณฑ์ไม้กลายเป็นหิน และทรัพยากรธรณีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(Museum of Petrified Wood And Mineral Resources, Northeast)

 

ตั้งอยู่หมู่ที่ 7 ตำบลสุรนารี การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 304 (นครราชสีมา-ปักธงชัย) ระยะทาง 19 กิโลเมตร เป็นอุทยานที่มีเศษไม้และท่อนไม้กลายเป็นหิน มีอายุประมาณ 1 - 70 ล้านปี ตั้งแต่ระดับผิวดินถึงระดับความลึก 8 เมตร มีขนาดต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ขนาดก้อนกรวดจนถึงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 50 ซม. และยาวมากกว่า 1 เมตร จำนวนกว่า 10,000 ชิ้น มีสีสันต่าง ๆ กัน และต่างก้อนกัน

 

สวนแก้ว (Suan Kaew)

อยู่ริมถนนสายโคราช-ปักธงชัย ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นสวนพักผ่อนหย่อนใจของชาวจังหวัดนครราชสีมา อัตราค่าเข้าชมสวนแก้ว เด็ก 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท

 

ศูนย์จำหน่ายของดีเมืองโคราช (Distribution Center of The City of Korat)

 

 

 

ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา เป็นศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน หลายประเภท อาทิเข่น ผ้าไหม ผ้าทอพื้นเมือง เซรามิค ศิลปะประดิษฐ์จากพืชและดอกไม้ประดิษฐ์ เป็นต้น เปิดให้ชมทุกวัน เวลา 08.30-16.30 น.

 

ท้าวสุรนารี (Thao Suranari)

นางสาวบุญเหลือ (Miss Boonluea)

ประตูเมืองนครราชสีมา (Gates of The City Nakhonratchasima)

สวนสัตว์นครราชสีมา (Nakhonratchasima Zoo)

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมา

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 1/11/2559

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]