• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1133780
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันพุธ ที่ 4 พฤศจิกายน 2552
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 5196 , 20:39:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกาญจนบุรี (Kanchanaburi)

ไร่คุณมน (Rai Khun Mon)

 

 

ความเป็นมาของไร่คุณมน :

ตั้งอยู่ที่ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรี ประมาณ 35 กิโลเมตร ไปตามถนนสายกาญจนบุรี-บ่อพลอย (ทางหลวงหมายเลข  ก่อนถึงซาฟารีปาร์ค  1 กิโลเมตร (ตรงข้ามวัดหนองกระทุ่ม))เป็นสวนเกษตรแบบผสมผสาน สวนผักปลอดสารพิษและโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นานาชนิด อาทิ น้ำนมข้าวโพด น้ำผัก กล้วยอบแห้ง ขนุนอบแห้ง กระยาสารทเคลือบน้ำผัก อาหารชีวจิตเพื่อสุขภาพ ฯลฯ บนพื้นที่ 150 ไร่ ด้วยเครื่องจักรอันทันสมัย สร้างอาชีพให้กับชุมชนท้องถิ่น ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมสวนเกษตร ชมขั้นตอนการผลิตได้อย่างใกล้ชิดและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ต่างๆได้ โดยติดต่อขอเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ คุณมนรัตน์ สารภาพ โทร. 034-531487, 081-9156798, 081-9447971 (สายตรง) เปิดตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. (ไม่เสียค่าเข้าชม) สอบถามการท่องเที่ยวเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรได้ที่  สำนักงานเกษตรจังหวัดกาญจนบุรี  โทร. 034-512924, 034-511254 ต่อ 13

          บนผืนดินของชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี นอกจากพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน ที่ดินผืนหนึ่งราว 100 กว่าไร่ได้ถูกจัดให้เป็นแหล่งแปรรูปทางการเกษตรของชุมชนในนาม "ไร่คุณมน" แหล่งผลิตน้ำนมข้าวโพดรายแรกๆ ของเมืองไทย และผลิตภัณฑ์แปรรูปการเกษตรอีกหลายอย่าง อาทิ กล้วยน้ำว้าและกล้วยหอมอบสุญญากาศ เป็นแหล่งสร้างงานสร้างรายได้อีกแห่งหนึ่งให้กับชาวบ้านชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม

  ในทุกๆ เช้าของวันใหม่ดวงอาทิตย์สาดทอแสงสีส้มกระทบกับใบข้าวโพดสีเขียวตองอ่อน กลิ่นหอมจากหม้อต้มน้ำนมบนเตาฟืนส่งกลิ่นกรุ่นมาแต่ไกล ข้าวโพดหลายพันฟัก กล้วยหลายร้อยหวีถูกลำเลียงเข้าสู่โรงแปรรูป  ชาวบ้านราว  40 กว่าคนมารวมตัวกันที่แหล่งแปรรูปการเกษตรของชุมชน บ้างมาปอกข้าวโพด บ้างอยู่ในโรงอบกล้วย โรงต้มนมข้าวโพด ราวกับนี่จะเป็นภารกิจสำคัญของพวกเขาอีกอย่างหนึ่ง นอกเหนือไปจากการทำนาทำไร่ซึ่งเป็นอาชีพหลัก

            เมื่อ 8-9 ปีก่อนในฐานะที่พอมีอันจะทำอะไรได้มากกว่าคนอื่นๆ มนรัตน์ สารภาพ ได้นำเงินก้อนหนึ่งที่เก็บสะสมมาตลอดการใช้ชีวิตร่วมกับสามีเพื่อซื้อที่ดินผืนหนึ่งราว 100 กว่าไร่ โดยหวังจะสร้างกำไรจากที่ดินผืนเปล่า ในการทำสวนเกษตรจัดสรร ไว้ขายให้กับนักคิดนักฝันทั้งหลายที่อยากผันตัวเองมาใช้ชีวิตเป็นชาวไร่ แต่ด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกัน ทั้งสภาพภูมิประเทศที่แห้งแล้งทุรกันดารและขาดเงินทุน ทำให้เธอไม่สามารถประคับประคองธุรกิจครั้งนั้นให้ประสบความสำเร็จได้ 

            คุณมนรัตน์เล่าว่า "ตอนนั้นทุกอย่างมันกดดันไปหมด ถนนที่จะทำเข้ามาก็ถูกตัดงบประมาณ ไฟฟ้าก็ไม่มีใช้ สวนเราก็ปลูกกันเองและก็จ้างชาวบ้านมาช่วย ไม่ได้ทำตามแบบแปลนทฤษฎีอะไร เพราะถ้าจะให้ลงทุนทำอย่างนั้น เราคงไม่ไหว เงินเรามีไม่พอ ตอนนั้นรู้สึกทุกข์มากๆ ก็เลยปิดโครงการไป"

    แม้จะปิดโครงการไปแล้ว แต่ชาวบ้านที่เคยมาช่วยงานก็ยังแวะเวียนมาอยู่เรื่อยๆ มนรัตน์จึงให้ชาวบ้านที่เคยมาช่วยเหลือเข้ามาใช้พื้นที่เพาะปลูกที่ไร่ โดยแลกกับการให้ช่วยดูแลต้นไม้ไปด้วย มนรัตน์คิดหาวิธีต่อไปว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้มีรายได้เพิ่มเข้ามาในไร่ และเธอก็เริ่มนึกไปถึงการแปรรูปทางการเกษตรจากผลผลิตที่มีอยู่ในไร่และในชุมชน

          "ไร่คุณมน" ตั้งขึ้นเมื่อราวปี 2542 ผลิตภัณฑ์แรกที่ทำออกมาคือ ข้าวหลาม ซึ่งเพียงแค่ครั้งแรกก็ประสบความสำเร็จ เพราะได้เสิร์ฟอยู่บนสายการบินหลักของประเทศอย่างสายการบินไทย ติดตามมาด้วยกระยาสารทน้ำผัก จนกระทั่งมาถึง "น้ำนมข้าวโพด" ผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับคนทั้งประเทศได้รู้ว่าในข้าวโพดก็มีน้ำนม

          คุณมนรัตน์เล่าว่า "ตอนที่เราไปขอ อย. ครั้งแรกๆ เขาไม่ยอมให้เลย เขาบอกไม่มีชื่ออยู่ในสารบบ เราต้องสู้มากเลยทั้งไปค้นคว้า ไปหาข้อมูลมาอ้างอิง ไปออกงานเอาของไปให้เขาชิม เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าในเมล็ดข้าวโพดมีน้ำนมอยู่จริงๆ เคยจนถึงขั้นเอาเมล็ดข้าวโพดไปบีบให้เขาดูเลยว่า ในข้าวโพดก็มีน้ำนมนะ จนได้พบกับผู้ใหญ่หลายๆ ท่านได้ลองชิมแล้วก็ให้คำแนะนำและช่วยเหลือจนเราได้ อย. คือคนไทยส่วนใหญ่ยังยึดติดกับคำว่า อย. อย่างในเรื่องของวัตถุดิบบางอย่างเราก็ไม่สามารถควบคุมให้ออกมาได้เหมือนเดิมทุกครั้ง เช่น คุณปลูกมะม่วงจะกำหนดได้ไหมว่า ให้ออกมารสชาติแบบนี้ทุกปี ต่อให้เป็นมะม่วงต้นเดียวกัน รสชาติก็ยังไม่เหมือนกันเลย"

   นอกจากน้ำนมข้าวโพดแล้ว ไร่คุณมนยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอีกหลายอย่าง ได้แก่ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอมอบสุญญากาศ และ ไอศกรีมข้าวโพด ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

          คุณมนรัตน์เล่าว่า "หลังจากทำน้ำนมข้าวโพดแล้ว ก็หันมาสนใจเรื่องของกล้วยอบสุญญากาศ ในตอนแรกเราทำเฉพาะกล้วยน้ำว้าก่อน ซึ่งได้รับรางวัลชนะเลิศจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ในงานเกษตรสินค้าแปรรูป ปี 2545 และได้ออร์เดอร์ของบางจาก 6 แสนชิ้นจากงานโอทอป ซึ่งตอนหลังมีมาเพิ่มใหม่เป็น 8 แสนชิ้น คือคนเขาคงไม่เคยเห็นที่ไหน ของเราเป็นกล้วยอบสุญญากาศขายด้วย และต่อไปอาจจะทำในรูปของการท่องเที่ยวเชิงเกษตรร่วมกัน"

          แม้จะประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดีและช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่ก็มีอยู่หลายครั้งเช่นกันที่เธอมักถูกมองว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว

         คุณมนรัตน์เล่าว่า "เราเคยเขียนโครงการเข้าไปขอความช่วยเหลือ แต่กลับถูกมองว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว คือเขาไม่เข้าใจว่าในการทำโปรดักส์ขึ้นมาสักชิ้นหนึ่ง มันต้องมีเจ้าภาพ หลายคนมักจะไปมองที่ชื่อ "ไร่คุณมน" อยากถามกลับไปว่าในตอนนั้นสมัยก่อนที่รัฐยังไม่มีนโยบายส่งเสริมสินค้าโอทอป หากไปติดต่อเรื่องธุรกิจแล้วบอกว่าเป็นแม่บ้านเกษตรกรจะมีใครสนใจอยากซื้อ ไม่มีใครอยากทำธุรกิจด้วย เพราะเขามองว่าถ้าเป็นชาวบ้านสินค้ามักไม่มีคุณภาพ คือในเชิงธุรกิจมันทำได้ลำบากมาก เราก็เลยต้องใช้คำว่า "ไร่คุณมน ชุมชนบ้านหนองกระทุ่ม" ถึงแม้จะเป็นธุรกิจ แต่ถามว่าเราเอาเปรียบเกษตรกร เราเอาเปรียบสังคมไหม วัตถุดิบที่แปรรูปเราก็ใช้ของสมาชิกในพื้นที่ เราไม่เคยกดราคา ชาวบ้านที่มารับจ้างก็มีรายได้ประจำ ไม่ต้องดิ้นรนเข้าไปหางานทำในกรุงเทพฯ ครอบครัวก็ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เราอยากให้มองตรงจุดนี้มากกว่า"

           แทบจะในทุกๆ เดือนนอกจากการแปรรูปทางการเกษตร ไร่คุณมนยังเป็นแหล่งความรู้ให้ผู้คนได้เข้ามาศึกษาค้นคว้า มีทั้งคนไทยและคนต่างประเทศ มนรัตน์ได้รับรางวัลทำประโยชน์ด้านการเกษตร จากสมาคมวิทยาศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ และครูภูมิปัญญาไทยด้านโภชนาการ ปี 2546 จากสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เธอวางเป้าหมายในอนาคตว่า คงจะขยายการแปรรูปต่อไปจากวัตถุดิบที่มีอยู่

          คุณมนรัตน์เล่าว่า "เราพยายามจะนำทุกส่วนที่เหลือมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างเปลือกข้าวโพดที่เหลือก็นำมาทำโบผูกถุงขนม หรือนำไปเลี้ยงวัว กากที่เหลือที่ก็นำไปเลี้ยงเป็ด ทำให้ได้ไข่เป็ดสีเหลืองน่ากิน เปลือกกล้วยก็มาทำเป็นปุ๋ย ต่อไปก็จะทำเพิ่มขึ้นไปอีก แต่จะเป็นในไลน์เดียวกัน อาจเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งในอนาคตข้างหน้า  เราอยากทำเป็นศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาด้วย  เรามีความภาค

ภูมิใจลึกๆ ว่า ที่เติบโตมาได้จนถึงทุกวันนี้ แม้มันจะไม่ใหญ่โตอะไรมาก แต่เราก็ได้สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับสังคม เรายังอยากจะเป็นชาวไร่คอยถ่ายทอดความรู้ให้กับคนทั่วไป ไม่ต้องออกไปเต้นตามกลองที่ใครตี"

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 1/11/2559

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]