• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1172158
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันเสาร์ ที่ 27 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 16854 , 01:34:03 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกระบี่ (Krabi)

 

แหล่งถ่านหิน ถิ่นหอยเก่า เขาตระหง่าน ธารสวยรวยเกาะ

เพาะปลูกปาล์ม งามหาดทราย ใต้ทะเลสวยสด

มรกตอันดามัน สวรรค์เกาะพีพี

-

 

ประวัติ และความเป็นมา :

จังหวัดกระบี่ เป็นเมืองที่ตั้งขึ้นมาประมาณ 100 ปีเศษ ไม่ใช่เมืองเก่าแก่ ได้มีการขุดพบหลักฐานต่างๆ ที่มีอายุมานาน ซึ่งสันนิฐานกันว่า บริเวณนี้ในอดีตเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่สำคัญทางชายฝั่งตะวันตกและเสื่อมสลายไปเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน

   ความหมายของคำว่า " กระบี่" มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า ครั้งหนึ่งมีผู้ขุดพบกระบี่หรือ อาวุธมีดดาบโบราณใหญ่เล่มหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับกระบี่เล่มใหญ่ จึงนำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่ และต่อมาไม่นานก็ขุดพบมีดดาบโบราณเล็กอีกเล่มหนึ่ง รูปร่างคล้ายกับมีดดาบโบราณเล่มใหญ่ จึงนำมามอบให้กับเจ้าเมืองกระบี่เช่นกัน เจ้าเมืองกระบี่เห็นว่าเป็นอาวุธดาบโบราณสมควรเก็บไว้เป็นของคู่บ้านคู่เมือง เพื่อเป็นศิริมงคล แต่ขณะนั้นยังสร้างเมืองไม่เสร็จจึงได้นำไปเก็บไว้ในถ้ำเขาขนาบน้ำหน้าเมืองโดยวางดาบหรือกระบี่ไขว้กัน ซึ่งลักษณะการวางดาบหรือกระบี่ดังกล่าว ก็ได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของ สัญลักษณ์ตราประจำจังหวัด คือดาบไขว้เบื้องหลังมีภูเขา และทะเล และ บ้านที่ขุดพบดาบใหญ่ ได้ตั้งชื่อว่า "บ้านกระบี่ใหญ่" บ้านที่ขุดพบดาบเล่มเล็กได้ตั้งชื่อ "บ้านกระบี่น้อย" หรือ เพราะจังหวัดนี้มีป่าเขา มีลิงอาศัยอยู่มาก จึงเรียกว่า กระบี่(อ่านเรื่องรามเกียรติ์)บ้างก็ว่ากระบี่นั้นเป็นคำแผลงมาจากภาษามลายูว่า กะรอบี ซึ่งภาษาปักษ์ใต้เรียกว่า ส้มหลุมพีเป็นส้มชนิดหนึ่งที่มีมากในท้องถิ่น มียอดคล้ายระกำ มีหนามมาก รสเปรี้ยวจัด ใช้ผสมน้ำพริก มีชาวมลายูและชาวจีนที่เข้ามาค้าขายได้เรียกเพี้ยนเป็น "กะ-ลู-บี" หรือ "คอโลบี" ต่อมาได้ปรับเป็นสำเนียงไทยว่า กระบี่

   จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานว่า บริเวณเมืองกระบี่เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ มีผู้ค้นพบเครื่องมือยุคหินเป็นจำนวนมาก กระจัดกระจายทั่วไป และยังพบภาพเขียนสีโบราณบนผนังถ้ำหลายแห่งในเขตจังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะบริเวณอำเภอคลองท่อม ดินแดนนี้แต่เดิมคือ เมืองบันไทยสมอ 1 ใน  12 เมืองนักษัตร  มีตราประจำเมืองเป็นรูปลิง (ปีวอก) ในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ กรุงธนบุรี เมืองกระบี่ (เมืองบันไทยสมอ) มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ เรียกว่า ตำบลปกาไสย  เป็นเพียงแขวงหนึ่งอยู่ในอำนาจการปกครอง และบังคับบัญชาของเมืองนครศรีธรรมราช (อาณาจักรตามพรลิงค์) จนในสมัยรัชกาลที่ 4  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าพระยาผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช (เจ้าพระยานคร ( น้อย )) ได้มอบให้ปลัดเมืองไปตั้งค่ายทำเพนียดคล้องช้าง ในท้องถิ่นที่บ้านปกาไสย หรือกาไสย เพื่อนำส่งเป็นสินค้าออก และได้มีราษฎรจากเมืองนครศรีธรรมราช อพยพมาตั้งหลักแหล่งทำมาหากินเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นชุมชนใหญ่ ต่อมาพระยาปลัดเมืองฯ จึงยกฐานะเป็นแขวงเมืองกาไสย  หรือ  ปกาไสย ซึ่งตั้งอยู่ริมคลองปกาไสย

   ปี พ.ศ.2415 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพิจารณาเห็นว่าแขวงเมืองปกาไสยมีความเจริญพอที่จะยกฐานะเป็นเมืองได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองปกาไสย และพระราชทานนามว่า เมืองกระบี่

        เมื่อได้ประกาศตั้งขึ้นเป็นเมืองแล้ว โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งที่ทำการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่ (สามแยกบ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ปัจจุบัน มีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองกระบี่คนแรก มีฐานะเป็นเมืองเอก ขึ้นอยู่กับเมืองนครศรีธรรมราช

        ต่อมาในปี พ.ศ.2418 ได้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แยกเมืองกระบี่ออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราช เป็นหัวเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ในฐานะ " หัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก " โดยอยู่ใต้การดูแลของสมุหพระกลาโหมครั้นเมื่อจัดให้มีการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลขึ้น จึงได้โอนไปขึ้นกับมณฑลภูเก็ตเมื่อปี พ.ศ.2438 และในปี พ.ศ.2443 สมัยพระยารัษฏานุประดิษฐ์ (คอซิมบี้ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต  ได้พิจารณาเห็นว่า ศาลากลางจังหวัดที่บ้านตลาดเก่านั้น ไม่สะดวกต่อการคมนาคม เพราะสมัยนั้นต้องอาศัยการคมนาคมทางเรือเป็นพาหนะ จึงได้ให้พระยาอุตรกิจพิจารณ์ เจ้าเมืองกระบี่สมัยนั้น ย้ายมาที่ตั้งเมืองไปอยู่ตำบลปากน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้ปากอ่าวเป็นร่องน้ำลึก เรือใหญ่สามารถเข้าเทียบท่าได้สะดวก เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัด พ.ศ.2476 กระบี่จึงมีฐานะเป็นจังหวัด ตามระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน

ที่ตั้งและพื้นที่ :จังหวัดกระบี่ ตั้งอยู่ทางด้านฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้ ติดกับทะเลอันดามันอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปตามทางหลวงแผ่นดินประมาณ 814 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) และ ถนนสายเอเชีย (A4) มีพื้นที่ทั้งหมด 4,708.512 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 2,942,820 ไร่ (อันดับที่ 46) ประกอบด้วยภูเขา ที่ดอน ที่ราบ หมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะ อุดมไปด้วยป่าชายเลน ตัวเมืองกระบี่มีแม่น้ำยาวประมาณ  5 กิโลเมตร ไหลผ่านลงสู่ทะเลอันดามันที่ตำบลปากน้ำ นอกจากนี้ยังมีคลองปกาไสย คลองกระบี่ใหญ่ และ คลองกระบี่น้อย มีต้นกำเนิดจากเทือกเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกระบี่ คือ เทือกเขาพนมเบญจา

ประชากร : 456,811 คน (พ.ศ.2557)(อันดับที่ 60)

ความหนาแน่น : 97.02 คน / ตารางกิโลเมตร (อันดับที่ 50)

อาณาเขตและการปกครอง : ติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ           ติดต่อกับจังหวัดพังงา และ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ทิศใต้              ติดต่อกับจังหวัดตรัง และ ทะเลอันดามัน

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับจังหวัดนครศรีธรรมราช และ จังหวัดตรัง

ทิศตะวันตก       ติดต่อกับจังหวัดพังงา และ ทะเลอันดามัน

กระบี่ แบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 53 ตำบล 374 หมู่บ้าน คือ อำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเขาพนม อำเภอเกาะลันตา อำเภอคลองท่อม อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา อำเภอลำทับ อำเภอเหนือคลอง

ศูนย์ราชการ : ศาลากลางจังหวัดกระบี่ ถนนอุตรกิจ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ 81000  โทรศัพท์ : 075-611144  โทรสาร : 075-622138

 

ลักษณะภูมิประเทศ :

 

   ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดกระบี่ เป็นจังหวัดทางด้านตะวันตกของภาคใต้ มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติ อุดมไปด้วยป่าไม้แสม และไม้โกงกาง พื้นที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างแหว่งเว้าปรากฏขึ้นอยู่ทั่วไป นับแต่บริเวณชายฝั่งทะเลขึ้นมาจนถึงที่ราบบางตอนบนแผ่นดิน ด้วยเหตุที่มีภูเขาหินปูนซึ่งใช้เวลาก่อกำเนิดมานานนับล้านปีอย่างมากมายนี้เอง ทำให้เกิดถ้ำใหญ่น้อยมีหินงอกหินย้อยหลายแห่ง กระบี่มีภูเขาสูงมากๆ เช่นนี้มีกี่แห่งในภาคใต้ เช่น เขาพนมเบญจา ซึ่งอยู่ในทิวเขาภูเก็ต มีระดับความสูง   1,397 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีเมฆปกคลุมอยู่ตลอดเวลา แบ่งเขตระหว่างอำเภอเมืองกระบี่กับอำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทว่าภูเขาลูกนี้กลับอยู่ในเขตอำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ และเขาพนมเบญจานี้เองเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญ คือ แม่น้ำกระบี่ ทางตอนเหนือประกอบด้วยเทือกเขายาวทอดตัวไปในแนวเหนือ ใต้ สลับกับสภาพพื้นที่แนบลูกคลื่นลอนลาด และลอนชัน มีที่ราบชายฝั่งทะเลทางด้านตะวันตก บริเวณทางตอนใต้ มีสภาพภูมิประเทศ เป็นภูเขากระจัดกระจายสลับกับพื้นที่แบบลูกคลื่น ส่วนบริเวณทางตอนใต้สุด และตะวันตกเฉียงใต้ มีสภาพพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่นลอนลาดจนถึงค่อนข้างราบเรียบ และมีภูเขาสูงๆ ต่ำๆ สลับกันไป บริเวณด้านตะวันตก มีลักษณะเป็นชายฝั่งติดกับทะเลอันดามัน ยาวประมาณ 166 กิโลเมตร ตามบริเวณชายฝั่งอันยาวเหยียดนี้เองที่บางตอนเป็นอ่าวเวิ้งเว้าเข้ามาในแผ่นดินมาก จนเรียกกันว่าอ่าวลึก อันเป็นที่ตั้งของอำเภออ่าวลึก ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือ ไกลออกไปในทะเลประกอบด้วยหมู่เกาะน้อยใหญ่ ประมาณ  130 เกาะ แต่เป็นเกาะที่มีประชากรอาศัยอยู่เพียง 13 เกาะ  นอกนั้นเป็นเกาะหิน ไม่มีพื้นดินหรือที่ราบทำมาหากิน เกาะที่สำคัญ ได้แก่ เกาะลันตา เป็นที่ตั้งของอำเภอเกาะลันตา อีกเกาะหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากคือ เกาะพีพี ซึ่งอยู่ในท้องที่ตำบลอ่าวนาง เขตอำเภอเมือง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามติดอันดับของโลก บางเกาะที่อยู่ห่างจากชายฝั่งมาก รอบๆเกาะมักมีแนวปะการัง บางเกาะเต็มไปด้วยสวนมะพร้าว และบางเกาะเป็นที่อยู่อาศัยของนกนางแอ่นจำนวนมาก ซึ่งกลายเป็นสินค้าที่มีราคาอย่างหนึ่งของจังหวัด บริเวณตัวเมืองมีแม่น้ำกระบี่ ยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ไหลผ่านตัวเมืองกระบี่ ลงสู่มหาสมุทรอินเดียที่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมือง นอกจากนี้ยังมีคลองปกาไสย คลองกระบี่ใหญ่ และคลองกระบี่น้อย ซึ่งมี่ต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาพนมเบญจา เทือกเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดกระบี่  (สูงประมาณ  1,200 เมตร) พื้นที่ส่วนใหญ่จึงเหมาะแก่การเกษตรอันได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว มะม่วงหิมพานต์ กาแฟ ข้าว ผลไม้ ได้แก่ เงาะ ทุเรียน เป็นต้น

ภูมิอากาศ :

  สภาพอากาศจังหวัดกระบี่ เป็นแบบมรสุมเขตร้อนซึ่งได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีฝนตกชุกตลอดปี และมีเพียง 2 ฤดู คือ

ฤดูร้อน มี 4 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ไปจนถึงเดือนเมษายน

ฤดูฝน  มี 8 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไปจนถึงเดือนธันวาคม โดยเฉพาะช่วงพฤษภาคมถึงตุลาคม ฝนจะตกชุกมากที่เรียกกันว่าฝนแปดแดดสี่

          จากการที่มีลักษณะภูมิอากาศแบบมรสุม ในเขตร้อน อุณหภูมิในแต่ละฤดูกาลจึงไม่แตกต่างกันมากนัก คือ อยู่ระหว่าง 16.9 - 37 องศาเซลเซียส ปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยอยู่ในช่วงประมาณ 2,069 - 2,568 มิลลิเมตรต่อปี บางฤดูมีคลื่นแรง ฤดูกาลท่องเที่ยวของหมู่เกาะอยู่ระหว่างเดือนตุลาคมถึงเมษายน

การคมนาคม :

สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารและรถไฟ รายละเอียดการเดินทางมีดังนี้

1. ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร-ระนอง-พังงา กระบี่ รวมระยะทางประมาณ 946 กม. หรือใช้ทางหลวงหมายเลข 4 ถึง จังหวัดชุมพรต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 41 ผ่านอำเภอหลังสวน อำเภอไชยา เข้าอำเภอสระเวียง จ.สุราษฎร์ธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 4035 ถึงอำเภออ่าวลึก จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 อีกครั้ง เข้าสู่ จ.กระบี่ รวมระยะทางประมาณ 814 กม.

2. ทางรถโดยสารประจำทาง มี บริษัท ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ทุกวัน สอบถามข้อมูล โทร.02-4351199 หรือ www.transport.co.th

   1. บริษัทขนส่ง

   2. บริษัทลิกไนท์ทัวร์

   3. บริษัทศรีสุเทพทัวร์ ขึ้นรถที่สถานีขนส่งสายใต้

   - รถโดยสารธรรมดา ออกจากสถานีขนส่ง

   - รถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้

3. ทางรถไฟ ออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ มาลงที่สถานีรถไฟจังหวัดตรังหรือสถานีรถไฟทุ่งสงจังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นต่อรถยนต์โดยสารหรือรถแท็กซี่รับจ้างเข้าจังหวัดกระบี่ สอบถามรายละเอียดได้ที่หน่วยบริการการเดินทาง การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 02-2204334, 02-6218701 ต่อ 4334 หรือ www.railway.co.th

4. ทางเครื่องบิน จากท่าอากาศยานกรุงเทพ ลงที่สนามบินจังหวัดกระบี่ ต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดกระบี่และ ระหว่างกรุงเทพ - กระบี่สามารถเดินทางได้ 3 สายการบิน

         1.การบินไทย Thai Airways International ทุกวัน วันละ 3 เที่ยวบิน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เพิ่ม 1 เที่ยวบินสอบถามรายละเอียด โทร.1566, 02-2800060, 02-6282000 หรือ www.thaiairways.com

         2.ภูเก็ตแอร์ Phuket air ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน
         3.บางกอกแอร์เวย์ Bangkok airways ทุกวัน วันละ 1 เที่ยวบิน
 สอบถามรายละเอียด โทร.02-5354843, 075-662955-6 หรือ www.bangkokair.com

การเดินทางภายในจังหวัด
จากสถานีขนส่งเมืองกระบี่มีรถโดยสารประจำทาง (สองแถว) ไปยังสถานที่ซึ่งเป็นที่ตั้งขอองแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น บ้านห้วยโต้ บ้านหนองทะเล บ้านเขาทอง หาดนพรัตน์ธารา สุสานหอย อ่าวนาง บ้านคลองม่วง บ้านในสระ อำเภอเขาพนม อำเภอเหนือคลอง อำเภอคลองท่อม บ้านบ่อม่วง บ้านหัวหิน บ้านคลองพน อำเภอลำทับ อำเภออ่าวลึก อำเภอปลายพระยา สามารถขึ้นรถได้ที่ห้างสรรพสินค้าโว้ค ถนนมหาราช ในตัวเมืองกระบี่ ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่นสามารถใช้บริการรถแท็กซี่ หรือเช่ารถจากบริษัทนำเที่ยวต่างๆในตัวเมืองกระบี่)

การเดินทางไปอำเภอต่าง ๆ: 

ระยะทางจากอำเภอเมืองกระบี่ ไปยังอำเภอต่างๆ 8 อำเภอ

 อำเภอเมืองกระบี่

0

กิโลเมตร

 อำเภอเหนือคลอง

17

กิโลเมตร

 อำเภอเขาพนม

39

กิโลเมตร

 อำเภอคลองท่อม

42

กิโลเมตร

 อำเภออ่าวลึก

43

กิโลเมตร

 อำเภอปลายพระยา

66

กิโลเมตร

 อำเภอลำทับ

67

กิโลเมตร

 อำเภอเกาะลันตา

103

กิโลเมตร

 

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด :

ตราประจำจังหวัดกระบี่
      

ตราประจำจังหวัด หมายถึง รูปกระบี่ไขว้ เบื้องหลังมีภูเขาและทะเล กระบี่ไขว้ หมายถึง อาวุธโบราณซึ่งมีผู้ค้นพบในท้องที่จังหวัด จำนวน 2 เล่ม ภูเขา หมายถึงเทือกเขาพนมเบญจา ซึ่งเป็นภูเขาสูงสุดของกระบี่ ซับซ้อนกันถึง 5 ยอด จึงเรียกว่า พนมเบญจา มีเมฆปกคลุมตลอดเวลา และกั้นเขตแดนกับจังหวัดอื่น ทะเล หมายถึง อาณาเขตอีกด้านหนึ่งของกระบี่ ซึ่งติดกับฝั่งทะเลอันดามันหรือมหาสมุทรอินเดีย

 

ต้นไม้ประจำจังหวัด:

 

 

ชื่อพันธุ์ไม้           : ทุ้งฟ้า

ชื่อสามัญ            : ................................

ชื่อวิทยาศาสตร์    : Alstonia macrophylla Wall. ex G. DonX

วงศ์                   : Apocynaceae

ชื่ออื่น                : กระทุ้งฟ้าไห้ ทุ้งฟ้าไก่ (ชุมพร), ตีนเทียน (สงขลา), ทุ้งฟ้า (ภาคใต้), พวงพร้าว

                            (ปัตตานี)

ลักษณะทั่วไป : จัดเป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่มีความสูงได้ประมาณ 15-25 เมตร เรือนยอดเป็นรูปไข่แกมรูปกรวยแหลม ค่อนข้างโปร่ง ลำต้นมีลักษณะเปลาตรง กิ่งใหญ่ตั้งฉากกับล้ำต้นเป็นวงรอบ โคนต้นเป็นพูพอน เปลือกต้นเรียบเป็นสีขาวอมเทาหรือสีเทาอ่อน มีรูระบายอากาศทั่วไป เปลือกต้นเมื่อสับดูจะมีน้ำยางสีขาวเหนียว ๆ ซึมออกมา ส่วนเนื้อไม้มีสีค่อนข้างเหลือง เมื่อทิ้งไว้นาน ๆ จะเป็นสีน้ำตาลแกมเหลือง เสี้ยนไม้ตรง เนื้อไม้มีความละเอียดปานกลางและสม่ำเสมอ แข็ง เลื่อย ไสกบ และตบแต่งได้ง่าย ผึ่งแห้งได้ดี มีความถ่วงจำเพาะประมาณ 0.54 ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินที่ลึกและมีการระบายน้ำได้ดี หรือในสภาพระบบวนเกษตร และควรปลูกในช่วงประมาณต้นฤดูชน เพื่อให้กล้าไม้มีเวลาตั้งตัว และระบบรากเจริญยึดดินได้ดีก่อนสิ้นฤดูฝน ซึ่งจะช่วยทำให้กล้าไม้สามารถรอดตายได้ตลอดฤดูแล้ง สามารถพบขึ้นได้ทั่วไปในป่าดงดิบและบนพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมหรือพื้นที่ที่เคยถูกแผ้วถางมาก่อนทางภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งบริเวณนี้จะมีปริมาณของน้ำฝนตกชุกและมีความชุ่มชื้นมาก นอกจากนี้ในต่างประเทศยังพบขึ้นกระจายในอินเดีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นิวกีนี พม่า และมาเลเซีย
ขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : เจริญเติบโตในสภาพดินลึก ระบายน้ำได้ดี ต้องการความชื้นมาก
ถิ่นกำเนิด : ป่าดงดิบ ภาคใต้

 

อาชีพ :

ประชากรจำนวนส่วนใหญ่ปลูกยางพารา ประมาณ 700,000 ไร่ ปลูกปาล์มน้ำมัน 400,000 ไร่ ปลูกกาแฟ ปลูกข้าว ทำการประมง และอุตสาหกรรมบริการ ฯลฯ

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกระบี่

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 1/11/2559

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            



[ Add to my favorite ] [ X ]