• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1111195
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอังคาร ที่ 11 พฤษภาคม 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 7861 , 14:06:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกาฬสินธุ์ (Kalasin)

อำเภอคำม่วง (Amphoe Kham Muang)

 

ดินแดนแห่งขุนเขาภูพาน ถิ่นฐานวัฒนธรรมผู้ไทย

ผ้าไหมแพรวา ชาวประชาประสานใจ

 

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอคำม่วง :

อำเภอคำม่วง เดิมขึ้นอยู่กับการปกครองของอำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ต่อมาทางราชการเห็นว่า อำเภอสหัสขันธ์ มีอาณาเขตกว้างใหญ่เกินไปที่จะปกครองดูแลอย่างทั่งถึง กระทรวงมหาดไทยจึงได้ประกาศ จัดตั้งกิ่งอำเภอคำม่วงขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2515 มีพื้นที่การปกครองในขณะนั้น 3 ตำบล ได้แก่ตำบลทุ่งคลอง ตำบลโพน และตำบลสำราญ ต่อมาเมื่อ วันที่  18 กันยายน พ.ศ. 2519 ได้มีพระราชกฤษฏีกาจัดตั้งกิ่งอำเภอคำม่วงเป็น "อำเภอคำม่วง"ซึ่งมีที่ว่าการอำเภอคำม่วง ตั้งอยู่บ้านคำม่วง หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งคลอง "คำม่วง" มีความหมายแยกเป็น 2 คำ คือ คำว่า "คำ" เป็นการเรียกลักษณะของน้ำที่มีการไหลซึม ออกมาตลอดเวลา และ คำว่า "ม่วง" เป็นชื่อของต้นไม้ (ต้นมะม่วง) ฉะนั้นคำว่า "คำม่วง" จึงเป็นการเรียกชื่อของต้นไม้ขนาดใหญ่ ที่ขึ้นอยู่กลางลำธาร ซึ่งเมื่อพิจารณาดูแล้วคล้ายมีน้ำไหลจากโคนต้นตลอดเวลา ราษฏรจึงได้ตั้งชื่อลำธารนั้นว่า "ลำห้วยคำม่วง" และ ทางราชการได้นำมาตั้งชื่ออำเภอจนถึงปัจจุบัน

          สำหรับคนกลุ่มแรกที่มาจัดตั้งหมู่บ้านนี้ เป็นกลุ่มคนที่อพยพมาจากบ้านกุดสิม(ปัจจุบันบ้านกุดสิม อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์) เมื่อรวมกันได้จึงตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านเก่าเดื่อ (ปัจจุบันคือหมู่ที่ 6 ตำบลทุ่งคลอง) ต่อมาได้เกิดโรคฝีดาษระบาดและได้ขยายอาณาเขตไปตั้งหมู่บ้านต่างๆอีกมากมายซึ่งขณะนี้มีจำนวน 71 หมู่บ้าน

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอคำม่วง อยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ           ติดต่อกับ อำเภอวังสามหมอ (อุดรธานี)และ อำเภอกุดบาก (สกลนคร)

ทิศตะวันออก     ติดต่อกับ อำเภอภูพาน (สกลนคร) และ อำเภอสมเด็จ

ทิศใต้               ติดต่อกับ อำเภอสมเด็จ และ อำเภอสหัสขันธ์

ทิศตะวันตก       ติดต่อกับ อำเภอสามชัย

พื้นที่ : 621.0 ตารางกิโลเมตร

ประชากร : 48,728  คน (พ.ศ.2557)

ความหนาแน่น : 78.46 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอคำม่วง แบ่งพื้นที่การปกครองตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ออกเป็น 6 ตำบล 71 หมู่บ้าน

ที่ตั้ง : ที่ว่าการอำเภอคำม่วง ถนนสมประสงค์ ตำบลทุ่งคลอง อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46180 

โทรศัพท์ :  043-879431, 043-879089        โทรสาร : 043-879431

ลักษณะอากาศ :

ภูมิอากาศโดยทั่วไปมีฝนตกซุก แต่ในบางปีจะมีฝนทิ้งช่วงบ้าง โดยฤดูจะเริ่มประมาณเดือน พฤษภาคม-ตุลาคม ส่วนฤดูหนาวอากาศจะหนาวเย็นเป็นเวลานานตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์

อื่นๆ :

สภาพเศรษฐกิจ

1.อาชีพหลัก ได้แก่ ทำนา ปลูกไร่อ้อย มันสำปะหลัง

2.อาชีพเสริม ได้แก่ ทอผ้าไหมแพรวา รับจ้าง ปลูกพุทธา เลี้ยงสัตว์ (วัว)

3.จำนวนธนาคาร มี 1 แห่ง ได้แก่  ธนาคาร ธ.ก.ส.   โทร. 043-879010

การเกษตรกรรม

1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย

2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่  อ่างเก็บน้ำห้วยสมอทบ

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอคำม่วง

วัดป่าภูเขาทอง (Pa Pu KhaoTong Temple)

ตั้งอยู๋ที่ตำบลทุ่งคลอง เป็นวัดของทางพุทธศาสนา บนเนินเขาสูง มีธรรมชาติที่สวยงามมาก ใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญบุญและพักผ่อนอารมณ์ ของผู้ที่ต้องการความสงบทางจิตใจได้เป็นอย่างดี

 

วัดป่ารังสีปาลิวัน (Pa Rangsipariwan Temple)

 

ผู้ไทยที่บ้านโพนเป็นชาวพุทธ ที่วัดป่ารังสีปาลิวัน บ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง มีพระบรมฐาตุเจดีย์ฐิตสีลมหาเถรานุสรณ์เป็นเจดีที่สง่างามตามคติพุทธศาสนา แฝงด้วยสัญลักษณ์ของการเป็นตัวตนของการเป็นตัวตนของชุมชนบ้านโพนโดยใช้แพรวาเป็นสื่อ ภายในมีพระบรมสารีริกธาตุและพระธาตุของเกจิอาจารย์ที่ล่วงลับไปแล้ว

        พุทธศาสนิกชนร่วมกันสร้างขึ้น เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 จะประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พิธีเปิดและฉลอง โดยมีพระธรรมวิสุทธิมงคล(หลวงตาพระมหาบัว ญาณสมฺปนฺโน) เป็นประธาน ในวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550

พระบรมธาตุเจดีย์ฐิตสีลมหาเถรานุสรณ์นี้สร้างขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อ

1. เป็นปูชนียสถาน บรรจุพระบรมสารีริกธาตุซึ่งประทานโดยเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก(เจริญ สุวฑฺฒโน) พระอรหันตธาตุ อัฐิธาตุของพระบุรพาจารย์กรรมฐานสายพระอาจารย์เสาร์ กนฺตสีโล พระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต และอัฐิธาตุของ หลวงปู่พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล ป.ธ.9) เป็นต้น

2. เป็นเจติยานุสรณ์ แด่ หลวงปู่พระอริยเวที อดีตเจ้าอาวาสวัดรังสีปาลิวัน

3. เป็นพิพิธภัณฑ์ จัดเก็บอัฐบริขาร ชีวประวัติของหลวงปู่พระอริยเวที และชีวประวัติของพระบุรพา

จารย์สายกรรมฐาน ทั้งนี้เพื่อเป็นศาสนสถานที่กราบไหว้ สักการบูชา ที่ศึกษาค้นคว้า ยึดถือเป็นทิฏฐานุคติ แล้วน้อมนำไปปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน เป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา อันเป็นบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่ และจะยังหิตานุหิตประโยชน์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายตลอดกัลปาวสาน

 

         ประวัติย่อหลวงปู่พระอริยเวที (เขียน ฐิตสีโล ป.ธ.9) อดีตเจ้าอาวาสวัดรังสีปาลิวัน เกิดเมื่อวันที่  29 ตุลาคม พ.ศ.2456 บ้านโพน ตำบลโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงแก่มรณภาพ  เมื่อวันที่  5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2546 รวมอายุ  90 ปี บรรพชา อายุ 15 ปี เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2470 อุปสมบท อายุ 21 ปี เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ.2477 ที่วัดสุทธจินดา จังหวัดนครราชสีมา  จบการศึกษาเปรียญธรรม 9 ประโยค ในสังกัดสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร พ.ศ.2485ในปีเดียวกันกับเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (เจริญ สุวฑฺฒโน) ซึ่งเป็นสหธรรมิกในสำนักเดียวกัน ตำแหน่งการงาน พ.ศ. 2478–2481 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดสุทธจินดา และ วัดศาลาทอง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ.2482–2485 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร และสำนักเรียนวัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ตำแหน่งทางการปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2485 ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสังฆสภา พ.ศ.2490 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุทธจินดา พ.ศ.2494 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา  ตำแหน่งทางสมณ

ศักดิ์ พ.ศ.2490 ได้รับพระราชทางแต่งตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระอริยเวที” หลวงปู่พระอริยเวที ได้เข้ากราบฟังธรรม ปฏิบัติธรรมในสำนักของพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต  หลังจากที่จบเปรียญธรรม  9 ประโยคใหม่ ๆ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ติสฺโส อ้วน) นำไปฝาก

 

ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา (Thai Cultural Center, the silk fabric that)

 

อยู่ที่ตำบลโพน อ.คำม่วง (ห่างจากจังหวัดประมาณ 85 กม.) ศูนย์วัฒนธรรมผู้ไทย ผ้าไหมแพรวา เป็นแหล่งที่แสดงถึงภาพความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของชาวผู้ไทย  มีบ้านเรือนไทย   4 หลัง ประกอบด้วย อาคารวิจิตรแพรวา ศาลาเฉลิมพระเกียรติ อาคารโปงลางและงานการแสดงพื้นบ้านอื่นๆ ของจังหวัด รวมถึงศูนย์พิพิธภัณฑ์ผู้ไทย พร้อมกับหาซื้อผ้าไหมแพรวาและสินค้าของที่ระลึกต่าง จากแหล่งผลิตในราคาท้องถิ่น

 

        บ้านโพน เป็นหมู่บ้านของชาวผู้ไทยซึ่งมีวัฒนธรรมที่เจริญมานาน ชาวผู้ไทยไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนจะมีชีวิตที่สงบสุข สวยงาม บ้านโพนเหมือนหมู่บ้านย้อนยุคเก็บอดีตที่ชัดเจนไว้จนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านโพนมีวัฒนธรรมเป็นพี่น้องกันทั้งหมู่บ้าน ประกอบด้วย พ่อ แม่ ลูก พี่น้องที่มาจากสายเลือดเดียวกันและครอบครัวที่เป็นลูกล่าม ลูกที่ผูกพันกันของพ่อแม่ที่ไม่ใช่พ่อแม่ที่ให้กำเนิด แต่เป็นผู้ที่ทำหน้าที่มาสู่ขอและเป็นประธานทำพิธีแต่งงานให้ พ่อแม่ที่เป็นผู้สู่ขอคู่แต่งงานนี้ จะทำหน้าที่เป็นล่ามให้คู่แต่งงานตลอดชีวิต กรณีที่คู่แต่งงานมีปัญหา พ่อแม่ล่ามจะเป็นผู้ไกล่เกลี่ยแก้ปัญหาแทนพ่อแม่ที่ให้กำเนิด

 

        ชาวผู้ไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนจะรักการทอผ้า  ผ้าไหมทอลวดลายพิเศษของชาวผู้ไทยมีถิ่นกำเนิดที่บ้านโพนแล้วดังไปทั่วโลก เรียกว่า ผ้าแพรวา “แพร” หมายถึง ผ้า และ “วา” หมายถึง ความยาว 1 วา คือ 2 เมตร ผ้าแพรวาในอดีตจะทอหน้าแคบ ยาว แต่ปัจจุบันพัฒนาให้เป็นผ้าทอหน้ากว้าง

 

         แพรวานั้นมีลวดลายวิจิตรพิสดารกว่าผ้าไหมที่อื่นจนขึ้นชื่อว่า “แพรวาราชินีแห่งไหม” ความงามอันเลื่องลือนี้เกิดจากลวดลายของแพรวา ซึ่งมีลวดลายที่แตกต่างกันถึง 60 ลาย ผู้ที่ชื่นชอบแพรวาเลือกลายและขนาดตามที่ตนชอบ อาทิ แพรวาลายเกาะ แพรวาลายล่วง (แพรวา 2 สี) ผ้าสไบ 10 ลาย ผ้าพันคอ ผ้าแพรวา 3 สี สไบเล็กใหญ่ รวมทั้งแพรวาที่เป็นผ้าปูกลางโต๊ะ ผ้ารองจานซึ่งพัฒนามาจากผ้าแพรมน ซึ่งเป็นผ้าพันผมเมื่อแต่งกายแบบบ้านโพนเต็มชุด วิถีชาวบ้านโพนทุกคนจะผูกพันและทุ่มเทให้กับแพรวา ซึ่งนับวันลวดลายของแพรวาจะเปล่งประกายท้าทายให้ทุกคนมาพบกับศิลปินพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผู้ถักทอแพรวาอันสวยงามนี้ให้กับทุกคนในโลก

 

          ด้วยวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมการเปลี่ยนของสังคมในชุมชนยังมีน้อย บ้านโพนจึงเหมะสำหรับเป็นที่ท่องเที่ยว ที่พักผ่อนในท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ จุดเด่นของบ้านโพน ได้แก่ อากาศที่ไม่ร้อนอบอ้าว อาหารพื้นบ้านจะเป็นอาหารธรรมชาติ ที่ไม่มีสารพิษ เพราะชาวบ้านโพนนิยมรับประทานผักประเภทใบจากต้นไม้ใหญ่ ใบไม้ที่มีรสเปรี้ยว มีกลิ่นหอม จะนำมารับประทาน ดิบ ๆ กับอาหารประเภทยำ หลน หรืออาหารสำคัญของชาวอีสาน คือ ปลาร้าปรุงแบบต่าง ๆ และส้มตำ แกงที่เป็นอาหารพื้นบ้านจานเด็ด ได้แก่ แกงไก่บ้านใส่หนอหวายอ่อน ๆ รสชาติหวานซ่อนขมของยอดหวาย อร่อยจนลืมไม่ลง ไก่บ้านและน้ำจิ้มสูตรเด็ดของบ้านโพนที่ทำใหม่ทุกวัน

 

อ่างเก็บน้ำห้วยสังกะ (Huai Sang Ka Reservoir)

 

อยู่ที่ตำบลทุ่งคลอง เป็นอ่างเก็บน้ำที่เคยได้รับรางวัลรองชนะเลิศ ในการประกวดแหล่งน้ำขนาดเล็กที่มีภูมิสภารอบอ่างที่เป็นธรรมชาติ มีลำห้วยไหลผ่านเหมาะสมที่จะใช้เป็นบรรยากาศในการพักผ่อน อ่างเก็บน้ำนี้เป็พระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  เมื่อ  16 ธันวาคม พ.ศ.2548 เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2549-2550

 

อ่างเก็บน้ำห้วยคำม่วง (Huai Kham Muang Reservoir)

อยู่ที่ตำบลทุ่งคลอง เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีตาดหินที่กว้างที่จะใช้พักผ่อน

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกาฬสินธุ์

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 1/11/2559

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]