• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1134126
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 8727 , 00:41:14 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกำแพงเพชร (Kamphaengphet)

 

กรุพระเครื่อง เมืองคนแกร่ง ศิลาแลงใหญ่

กล้วยไข่หวาน น้ำมันลานกระบือ เลื่องลือมรดกโลก

 

ประวัติ และความเป็นมา :

จังหวัดกำแพงเพชร เป็นที่ตั้งของเมืองเก่าที่ปรากฏหลักฐานอยู่ในประวัติศาสตร์ไทยไม่น้อยกว่า 700 ปี เคยเป็นเมืองเก่าที่นับว่ามีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมือง เช่น เมืองชากังราว นครชุม ไตรตรึงษ์ เทพนคร และเมืองคณฑี นอกจากนี้เมืองกำแพงเพชรยังเป็นเมืองที่สองที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ครองเมือง มีบรรดา

ศักดิ์เป็น "พระยาวชิรปราการ" ต่อมาในปี พ.ศ.2459 ได้เปลี่ยนเมืองกำแพงเพชรเป็นจังหวัดกำแพงเพชร

 

         ตามประวัติศาสตร์ กล่าวว่ากำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านของสุโขทัยมีฐานะเป็นเมืองลูกหลวง เดิมเรียกชื่อว่า "เมืองชากังราว"และมีเมืองบริวารรายล้อมอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ไตรตรึงษ์ เทพนคร ฯลฯ การที่กำแพงเพชรเป็นเมืองหน้าด่านรับศึกสงครามในอดีตอยู่เสมอ จึงเป็นเมืองยุทธศาสตร์มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายเช่น กำแพงเมืองคูเมือง ป้อมปราการ วัดโบราณ มีหลักฐานให้สันนิษฐานว่า เดิมเคยเป็นที่ตั้งของเมือง  2 เมือง  สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายไว้ว่าเมืองหนึ่งตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตก มีพระมหาธาตุอยู่ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเมืองเดิมที่เรียกชื่อว่า “ชากังราว” พระเจ้าเลอไท กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์สุโขทัย เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1890 ต่อมามีการสร้างอีกเมืองหนึ่งทางฝั่งตะวันตกเช่นกัน เมืองนี้ปรากฏชื่อในจารึกของพระมหาธรรมราชาลิไท กษัตริย์องค์ที่ 5 แห่งราชวงศ์สุโขทัยได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นชื่อว่า เมืองนครชุม เป็นเมืองที่มีวัดวาอารามใหญ่โตหลายวัด เป็นฝีมือการสร้างในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ต่อมาเกิดเกาะขึ้นตรงกลางหน้าเมืองนครชุม สายน้ำเปลี่ยนทางเดินไปทางทิศตะวันตก ทำให้เมืองนครชุมเป็นเมืองดอน จึงได้ย้ามมาสร้างเมืองใหม่ทางฝั่งตะวันออกตรงข้ามกัน เมืองที่สร้างใหม่นี้มีป้อมกำแพงมั่นคงแข็งแรงไว้ต่อสู้ข้าศึก มีลำน้ำทั้งเก่าและใหม่เป็นคูเมือง คงเห็นว่าเป็นเขื่อนขันธ์ที่มั่นคง จึงให้ชื่อว่า " เมืองกำแพงเพชร "

 

       ครั้นเมื่ออำนาจของกรุงสุโขทัยเริ่มเสื่อมลง พระเจ้าอู่ทองสามารถตั้งกรุงศรีอยุธยาขึ้นเป็นเมืองเอกทางใต้ได้ และพอถึงสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (พลั่ว) รัชกาลที่ 3 แห่งกรุงศรีอยุธยา พระองค์สามารถยกทัพมาตีกรุงสุโขทัยได้ จากสงครามนี้ทำให้เขตปกครองของสุโขทัยถูกแบ่งออกเป็น 2 อาณาเขต คือเมืองชากังราว (กำแพงเพชร) ระแหง (ตาก) และพระบาง (นครสวรรค์) เมืองทางฝั่งแม่น้ำปิงถูกแบ่งเป็นเขตหนึ่ง และเมืองสุโขทัย สองแคว สวรรคโลก พิจิตร เมืองทางฝั่งแม่น้ำยมและน่านอีกเขตหนึ่ง ทั้งสองเขตมีเมืองราชธานีปกครองเมืองเล็กในย่านของตน สำหรับทางแม่น้ำปิงนั้นได้รวมเมืองชากังราว และเมืองนครชุม ยกเป็นราชธานีปกครองเมืองทางลุ่มแม่น้ำปิงในย่านนี้ โดยโปรดฯ ให้พระยายุธิษฐิระ ราชบุตรบุญธรรมเป็นผู้ครองเมือง ส่วนทางด้านลุ่มแม่น้ำยมและน่าน ให้เมืองพิษณุโลกเป็นราชธานี มีพระเจ้าไสยลือไท หรือพระมหาธรรมราชาที่ 3 เป็นผู้ครองเมือง และในสมัยที่ยังมีการทำสงครามกับพม่านั้น กำแพงเพชรมีบทบาทในการทำสงครามหลายครั้ง เป็นที่ตั้งในการการทำสงครามต่อสู้กับพม่า ทั้งตั้งรับ ที่พักพล ที่เตรียมเสบียงอาหาร บางครั้งพม่ามีกำลังมากก็ต้องอพยพผู้คนลงมาอยู่ที่อยุธยา เคยถูกพม่ายึดเป็นที่มั่นหลายครั้ง และถูกทำลายเสียหายอยู่เสมอ เป็นเมืองที่พระเจ้าตากสินดำรงพระยศครั้งสุดท้ายก่อนจะเสด็จขึ้นเสวยราชย์ ณ กรุงธนบุรี เป็นพระยาวชิรปราการผู้สำเร็จราชการเมือง

 

       ปัจจุบันจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เพราะมีโบราณสถานเก่าแก่ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงหลายแห่งรวมอยู่ใน"อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร" ที่ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์ และ วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2534 และ ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ยังคงสมบูรณ์ ทั้งป่าไม้ นก สัตว์ต่าง ๆ อาทิ อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อุทยานแห่งชาติคลองลาน และอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงามอีกด้วย

ที่ตั้งและพื้นที่ :

  จังหวัดกำแพงเพชร ตั้งอยู่ในภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 358 กิโลเมตร  ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง  จังหวัดที่อยู่ติดกัน (จากทิศเหนือ วนตามเข็มนาฬิกา) ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ และตาก จังหวัดกำแพงเพชรมีพื้นที่ 8,607.5 ตารางกิโลเมตร (5,379,68 7.5 ไร่) (อันดับที่ 22) ทางทิศเหนือและทิศใต้ของจังหวัดเป็นที่ราบ ทางทิศตะวันตกเป็นภูเขาสลับซับซ้อนและเป็นต้นน้ำของลำธารต่าง ๆ เช่น คลองสวนหมาก คลองวังเจ้า คลองขลุง และคลองแขยง ซึ่งจะไหลลงสู่แม่น้ำปิง ที่เป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านกลางพื้นที่ของจังหวัดตั้งแต่เหนือสุดจนใต้สุด

ประชากร :  729,522 คน (พ.ศ.2557)(อันดับที่ 34)

ความหนาแน่น :  84.75 คน / ตารางกิโลเมตร (อันดับที่ 54)

อาณาเขตและการปกครอง :  ติดต่อกับจังหวัดใกล้เคียง ดังนี้

ทิศเหนือ               ติดต่อกับ อำเภอวังเจ้า จังหวัดตาก และอำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย

ทิศใต้                  ติดต่อกับ อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์

ทิศตะวันออก         ติดต่อกับ อำเภอบางระกำ จ.พิษณุโลก และอ.โพธิ์ทะเล อ.วชิรบารมี จ.พิจิตร

ทิศตะวันตก           ติดต่อกับ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก

จังหวัดกำแพงเพชร แบ่งการปกครองออกเป็น 11 อำเภอ 78 ตำบล 823 หมู่บ้าน คือ อำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอไทรงาม อำเภอคลองลาน อำเภอขาณุวรลักษบุรี อำเภอคลองขลุง อำเภอพรานกระต่าย    อำเภอลานกระบือ  อำเภอทรายทองวัฒนา  อำเภอปางศิลาทอง  อำเภอบึงสามัคคี อำเภอโกสัมพีนคร

ศูนย์ราชการ : ศาลากลางจังหวัดกำแพงเพชร หมู่ที่ 6 ถ.กำแพงเพชร-สุโขทัย ต.หนองปลิง อ.เมืองกำแพงเพชร จ.กำแพงเพชร 62000  โทรศัพท์ : 055-705004 โทรสาร : 055-705099

ลักษณะภูมิประเทศ :

   มีแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นแม่น้ำสายหนึ่งที่มาบรรจบเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลผ่านตอนกลางของจังหวัดจากเหนือจรดใต้ ทางตะวันออกเป็นที่ราบ ส่วนทางตะวันตกเป็นภูเขาสลับซับซ้อน อุดมด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และน้ำตก ลักษณะภูมิประเทศ จังหวัดกำแพงเพชรมีแม่น้ำปิงไหลผ่านเป็นระยะทางยาวประมาณ 104 กิโลเมตร มีลักษณะภูมิประเทศ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ คือ

ลักษณะที่ 1 เป็นที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงตอนล่างแบบตะพักลุ่มน้ำ (ALLUVIAL TERRACE) มีระดับความ

                 สูงประมาณ 43-107 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อยู่บริเวณทางด้านทิศตะวันออก

                 และใต้ของจังหวัด

ลักษณะที่ 2 เป็นเนินเขาเตี้ยๆ สลับที่ราบ พบเห็นบริเวณด้านเหนือ และตอนกลางของจังหวัด ลักษณะที่ 3 เป็นภูเขาสลับซับซ้อน เป็นแหล่งแร่ธาตุ และต้นน้ำลำธารต่างๆ ที่สำคัญ เช่น คลองวัง

                 เจ้า คลองสวน หมาก คลองขลุง และคลองวังไทร ไหลลงสู่แม่น้ำปิง

      โดยสรุป ลักษณะพื้นที่ของจังหวัดกำแพงเพชร ด้านตะวันตกเป็นภูเขาสูงลาดต่ำลงมาสู่แม่น้ำปิง ทางด้านตะวันออก ลักษณะดินเป็นดินปนทรายเหมาะแก่การทำนา และปลูกพืชไร่ แม่น้ำปิงเป็นแม่น้ำสำคัญที่ไหลผ่านกลางจังหวัดจากเหนือไปใต้ ผ่านอำเภอเมืองกำแพงเพชร อำเภอคลองขลุง อำเภอขาณุวรลักษบุรี แล้วเข้าเขตจังหวัดนครสวรรค์

ภูมิอากาศ :

สภาพอากาศจังหวัดกำแพงเพชร ฤดูร้อนมีอุณหภูมิค่อนข้างสูง ฤดูหนาวมีอากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะทางด้านตะวันตกของจังหวัดที่มีแนวเทือกเขาเป็นจำนวนมาก ปริมาณน้ำฝนในฤดูฝนโดยเฉลี่ยน้อยกว่าจังหวัดภาคกลางตอนล่าง

การคมนาคม :

   การคมนาคมสะดวกเพียงทางเดียวคือ ทางรถยนต์ ไม่มีทางรถไฟหรือสนามบิน ต้องไปใช้บริการของจังหวัดใกล้เคียง ทางรถไฟสายเหนือผ่านจังหวัดพิจิตรและจังหวัดพิษณุโลก ส่วนสนามบินมีที่จังหวัดสุโขทัยและพิษณุโลก ประกอบกับทางถนนมีความสะดวกรวดเร็วกว่า สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสารและรถไฟ รายละเอียดการเดินทางมีดังนี้

1. ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านจังหวัดอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี นครสวรรค์ เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1 ถึงจังหวัดกำแพงเพชร รวมระยะทาง 358 กิโลเมตร

2. ทางรถโดยสารประจำทาง

- มีบริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ - กำแพงเพชร ทุกวัน รายละเอียดติดต่อสอบถามได้ที่สถานีขนส่งสายเหนือ ถนนกำแพงเพชร โทร. 02-9363670, 02-9362852–66 กำแพงเพชร โทร. 055-799103 หรือ www.transport.co.th

- ทันจิตต์ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 02-2720143, 02-2720146    กำแพงเพชร โทร. 055-712095

- วินทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 02-2725263   กำแพงเพชร โทร. 055-713971

การเดินทางไปอำเภอต่าง ๆ : 

ระยะทางจากอำเภอเมืองกำแพงเพชรไปยังอำเภอต่างๆ 11 อำเภอ

อำเภอเมืองกำแพงเพชร

0

กิโลเมตร

อำเภอพรานกระต่าย

25

กิโลเมตร

อำเภอโกสัมพีนคร

30

กิโลเมตร

อำเภอคลองขลุง

42

กิโลเมตร

อำเภอไทรงาม

46

กิโลเมตร

อำเภอคลองลาน

52

กิโลเมตร

อำเภอทรายทองวัฒนา

53

กิโลเมตร

อำเภอลานกระบือ

59

กิโลเมตร

อำเภอขาณุวรลักษบุรี

70

กิโลเมตร

อำเภอปางศิลาทอง

79

กิโลเมตร

อำเภอบึงสามัคคี

90

กิโลเมตร

 

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด :

ตราประจำจังหวัดกำแพงเพชร

 

    

เป็นรูปกำแพงเมืองประดับเพชรเปล่งประกายแห่งความงดงามโชติช่วง ประดิษฐาน อยู่ในรูปวงกลม ตราประจำจังหวัด หมายถึง กำแพงเมืองโบราณของเมืองกำแพงเพชรซึ่งเป็นมรดกที่ล้ำค่าทางประวัติศาสตร์และโบราณคดี แสดงเกรียติประวัติที่น่าภาคภูมิใจของชาวเมืองนี้ และเป็นที่มาของชื่อจังหวัดกำแพงเพชร รูปวงกลม หมายถึง ความกลมเกลียว สมัครสมานสามัคคี รักใคร่มีน้ำใจ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวกำแพงเพชรทั้งมวล ความหมายโดยสรุป คือ กำแพงเพชรเป็นเมืองที่มีกำแพงเมืองมั่นคงแข็งแกร่งสวยงาม เป็นมรดกแห่งอดีตอันยิ่งใหญ่ประจักษ์พยานแห่งความรุ่งโรจน์โชติช่วงในอดีตที่น่าภาคภูมิใจ เมืองมีความเจริญรุ่งเรือง ผู้คนพลเมืองมีความสมัครสมานสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอันดี

ดอกไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร

ชื่อดอกไม้         : ดอกพิกุล

ชื่อวิทยาศาสตร์   : Mimusops elengi Linn.

ชื่อสามัญ           : Bullet Wood, Spanish Cherry

วงศ์                  : SAPOTACEAE

ชื่ออื่น               : กุน(ภาคใต้), แก้ว(ภาคเหนือ), ซางดง(ลำปาง), พิกุลป่า(สตูล), พิกุลเขา, พิกุลเถื่อน(นครศรีธรรมราช),

                         พิกุล(ทั่วไป)

ลักษณะทั่วไป     : พิกุลเป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลางสูงประมาณ 8–15 เมตร เป็นพุ่มทรงกลมใบ ออกเรียงสลับกันใบมนรูปไข่

                         ปลายแหลมลักษณะโคนใบมน สอบขอบใบโค้งเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบเป็นมันสีเขียว ดอกเป็นดอกเดี่ยว

                         ออกดอกเป็นกระจุกตามง่ามใบหรือยอด มีกลีบดอกประมาณ 8 กลีบ เรียงซ้อนกัน กลีบดอกเป็นจักรเล็กน้อย

                         สีขาวนวลมีกลิ่นหอมมาก ผลรูปไข่หรือกลมรีผลแก่มีสีแสด เนื้อในเหลือง รสหวาน ภายในมีเมล็ดเดียว

การขยายพันธุ์     : การเพาะเมล็ด, ตอนกิ่ง

สภาพที่เหมาะสม : ดินทุกชนิด แสงแดดจัดมาก

ถิ่นกำเนิด           : อินเดีย, พม่า และมาเลเซีย

 

ต้นไม้ประจำจังหวัดกำแพงเพชร

 

ชื่อพันธุ์ไม้          : สีเสียดแก่น (Acadia catechu)

ชื่อสามัญ            : Catechu tree

ชื่อวิทยาศาสตร์    : Acacia catechu Willd

วงศ์                   : LEGUMINOSAE

ชื่ออื่น                : สะเจ (เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), สีเสียด (ภาคเหนือ), สีเสียดแก่น (ราชบุรี), สีเสียดเหนือ (ภาคกลาง),

                          สีเสียดแก่นเหนือ สีเสียดเหลือง (เชียงใหม่)

ลักษณะทั่วไป      : เป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูงถึง 15 เมตร เปลือกสีเทาคล้ำแตกเป็นสะเก็ดบาง เรือนยอดเป็นรูปกรวยต่ำ ๆ

                          ตามกิ่งก้านมีหนาโค้ง เป็นคู่ ทั่วไปใบประกอบรูปขนนก 2 ชิ้น มีก้านแขนง 10 - 20 คู่ ใบย่อยเล็กเรียงกัน

                          อยู่หนาแน่นประมาณก้านละ 30 - 50 คู่ ดอกเล็กออกเป้นช่อแบบหางกระรอก สีเหลือง กลิ่นหอมอ่อน ๆ

                          ยาวประมาณ 5 - 10 เซนติเมตร ผลเป็นฝักแบนบาง แคบ สีน้ำตาลแตกเมื่อแห้ง ขยายพันธุ์โดยเมล็ด

สภาพที่เหมาะสม  : ออกดอกระหว่างเดือนเมษายน - เดือนพฤษภาคม เป็นผลระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนกรกฎาคม

ถิ่นกำเนิด            : ถิ่นเดิมของไม้ชนิดนี้อยู่ในประเทศอินเดียทนความแห้งแล้ง ทนไฟได้ดี ขึ้นได้ดีในที่แห้งแล้งและภูเขาหิน

ประโยชน์            : ไม้ใช้ทำเสา ตง คาน สะพาน ทำด้ามเครื่องมือทางการเกษตร ให้น้ำฝาด ชนิด Catechol ฟอกหนัง และ

                          ให้สีน้ำตาล ใช้ย้อมผ้า แห อวน หนัง ก้อนสีเสียดเป็นยาสมานแผล แก้โรคท้องร่วง บิด ไข้จับสั่น อมแก้ไอ

                          แก้เสียงแห้ง รักษาแผลของต่อมในลำคอ รักษาเหงือก ลิ้นและฟัน รักษาโรคผิวหนัง ล้างแผลไฟไหม้

อาชีพ :

   อาชีพหลักคือ การทำนา และทำไร่ เช่นเดียวกับจังหวัดอื่นๆ แหล่งเพาะปลูกอยู่ในบริเวณที่ราบทางตะวันออก ที่ราบลุ่มแม่น้ำปิงและลำน้ำสายต่างๆ พืชไร่ที่นิยมปลูกกันมากได้แก่ กล้วย โดยเฉพาะกล้วยไข่มีชื่อเสียง อ้อย ข้าวโพด ถั่วต่างๆ มันสำปะหลัง ฯลฯ ทรัพยากรป่าไม้ มีไม้สัก ไม้ยาง ไม้กระยาเลย มีอาชีพทำป่าไม้กันพอสมควร เช่น หวาย น้ำมันยาง และน้ำผึ้ง น้ำมันดิบ เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ขุดพบในท้องที่อำเภอลานกระบือ การทำอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมในจังหวัดส่วนมากเป็นชนิดที่อาศัยผลผลิตทางเกษตรมาผลิตหรือแปรรูป และมักเป็นอุตสาหกรรมขนาดย่อม

เทศกาล งานประเพณี :
งานประเพณีนบพระ-เล่นเพลง

 

งานนี้จัดขึ้นในระหว่างวันมาฆบูชา หรือวันเพ็ญเดือนสาม ซึ่งจะเป็นช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เป็นการฟื้นฟูงานประเพณีดั้งเดิมตามหลักฐานในศิลาจารึกเมืองพระชุม หรือ เมืองนครชุม ซึ่งกล่าวถึงการจัดขบวนแห่ไปนับพระมาตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัย ลักษณะการจัดงานในปัจจุบันจะมีการตกแต่ง ริ้วขบวนอย่างสวยงาม โดยมีผู้เข้าร่วมขบวนแต่งการแบบโบราณแล้วเคลื่อนขบวนข้ามแม่น้ำปิงไปนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์ที่ฝั่งนครชุมมีการแสดงมหรสพ ศิลปวัฒนธรรมไทย และการออกร้านของ ส่วนราชการ

 

ประเพณีงานสารทไทย กล้วยไข่เมืองกำแพงเพชร

  เป็นการจัดงานเฉลิมฉลองวันสาร์ทไทยในวันขึ้น 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำของเดือนกันยายนทุกปี และมีจุดมุ่งหมายที่จะเผยแพร่กล้วยไข่ ซึ่งเป็นผลไม้พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของจังหวัดในงานนี้จะมีการประกวด และจําหน่ายกล้วยไข่ การแข่งขันกวนกระยาสาร์ท งานนิทรรศการ ทางการเกษตร การออกร้านจําหน่ายสินค้าและการแสดงมหรสพ ต่างๆ

 

งานเทศกาลกินก๋วยเตี๋ยว เที่ยวเมืองกำแพง

 เทศกาลกินก๋วยเตี๋ยว ก๋วยเตี๋ยวเป็นอาหารจานด่วนยอดนิยมของคนกำแพงเพชร และนักท่องเที่ยวที่มักแวะมากินในช่วงมื้อกลางวัน กำแพงเพชรมีร้านก๋วยเตี๋ยวอร่อย ๆ หลายแห่งที่อร่อยแบบไม่ต้องเติมเครื่องปรุง เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยวชากังราว ที่มีเส้นเหนียวนุ่ม ปรุงด้วยหมูแดง อร่อยทั้งแห้งและน้ำ นอกจากนี้ยังมีบะหมี่เหลืองขึ้นชื่อ ร้านกำแพงเพชรโภชนา ร้านเซี้ยงบะหมี่ ทางจังหวัดจึงได้จัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงต้นเดือนธันวาคม มีการออกร้านก๋วยเตี๋ยวรสอร่อยที่ขึ้นชื่อ ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเลือกได้ตามใจชอบ

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]