• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1134723
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 14650 , 00:50:42 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกำแพงเพชร (Kamphaengphet)

อำเภอลานกระบือ (Amphoe Lan Krabue)

 

แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ ผลิตก๊าซธรรมชาติ

พุทธศาสตร์ลือเลื่อง เมืองแห่งคุณธรรม เลิศล้ำความสะอาด

 

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอลานกระบือ :

อำเภอลานกระบือมีชื่อเรียกตั้งแต่สมัยโบราณว่า "บ้านลานควาย" เนื่องจากสมัยก่อนบริเวณนี้เป็นพื้นที่ป่าดงดิบมีสัตว์ป่ามากมาย โดยเฉพาะ "ควายป่า" มีเป็นจำนวนมาก ฝูงใหญ่ ชอบนอนและกินดินโป่ง ซึ่งเป็นดินที่มีความเค็มตามธรรมชาติและมีอยู่เป็นบริเวณกว้าง สัตว์ป่านานาชนิดต่างก็ชอบกินดินโป่งทั้งสิ้น ณ บริเวณที่ดินโป่งนี้ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของวัดแก้วสุริย์ฉาย เมื่อมีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่ในบริเวณนี้มากขึ้น จึงได้มีการยกฐานะเป็นตำบล และ เปลี่ยนชื่อเป็นตำบล "ลานกระบือ" อยู่ในเขตการปกครองของอำเภอพรานกระต่าย จนเมื่อปี พ.ศ.2520 จึงได้มีการจัดตั้งเป็น "กิ่งอำเภอลานกระ

บือ" และยกฐานเป็น "อำเภอลานกระบือ" ตั้งแต่ปี พ.ศ.2527 เป็นต้นมา

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอลานกระบือตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ         ติดต่อกับ อำเภอคีรีมาศ (จังหวัดสุโขทัย) และ อำเภอบางระกำ (จังหวัดพิษณุโลก)

ทิศตะวันออก   ติดต่อกับ อำเภอบางระกำ(จังหวัดพิษณุโลก) และ อำเภอวชิรบารมี(จังหวัดพิจิตร)

ทิศใต้             ติดต่อกับ อำเภอไทรงาม

ทิศตะวันตก      ติดต่อกับ อำเภอพรานกระต่าย

พื้นที่ :  429.123 ตารางกิโลเมตร

ประชากร :  42,938 คน (พ.ศ.2557)

ความหนาแน่น :  100.05 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอลานกระบือ แบ่งพื้นที่การปกครองตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ออกเป็น 7 ตำบล 67 หมู่บ้าน

ที่ตั้ง : ที่ว่าการอำเภอลานกระบือ หมู่ที่ 6 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร 62170   

โทรศัพท์ : 055-769050   โทรสาร : 055-769050

ลักษณะอากาศ :

ภูมิอากาศโดยทั่วไป มีฤดูหนาว ช่วงระหว่างเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ ฤดูร้อน ช่วงระหว่างเดือน มีนาคม - พฤษภาคม ฤดูฝน ช่วงระหว่างเดือน มิถุนายน-ตุลาคม มีลักษณะแห้งแล้ง แต่ก็มีฤดูกาล ครบสามฤดู คือ ฤดูฝน ,หนาว, ร้อน ซึ่งก็เหมาะแก่การเพาะปลูกและเกษตรกรรม

อื่นๆ :

สภาพเศรษฐกิจ

1.อาชีพหลัก ได้แก่ เกษตรกรรม (ร้อยละ 68) ปศุสัตว์

2.อาชีพเสริม ได้แก่ มะพร้าวเสวย, ผักตบชวาสาน, ข้าวเกรียบผลไม้, ผ้าทอมือ, เสื่อกก, ธูปหอม,

                           น้ำพริกแกง, นมถั่วเหลือง, ดอกไม้ประดิษฐ์ใยบัว, น้ำปลา

3.จำนวนธนาคารมี 2 แห่ง ได้แก่

    ธนาคารกรุงไทย จำกัด

    ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

การเกษตรกรรม

1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าวนาปี อ้อย ถั่วเหลือง ส้มเขียวหวาน

2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่ คลองห้วยใหญ่ คลองมาบไทร คลองน้ำเย็น คลองคณฑี คลองลำแม่ทาบ

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอลานกระบือ

วัดแก้วสุริย์ฉาย (Kaew Surichai Temple)

เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย และเจ้าคณะตำบลลานกระบือ เล่าประวัติวัดแก้วสุริย์ฉายว่า ได้สร้างราวพุทธศักราช 2400 ในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ผู้ที่ยกที่ดินให้สร้างวัดคือ นายแก้ว และนางฉาย ประชาชนจึงร่วมกันสร้างวัดขึ้น ณ ที่ดินแห่งนี้และขนานนามวัดแห่งนี้ว่า “วัดแก้วสุริย์ฉาย”

  หลวงพ่อกลับ

          ในวัดประดิษฐาน หลวงพ่อขำ หลวงพ่อกลับ ซึ่งมีรูปหล่อของท่านทั้งสอง อยู่ในศาลา กลางวัด ว่าท่านทั้งสองเป็นพระอาจารย์ของ เจ้าอธิการยี้ และได้รับการถ่ายถอดวิทยาคุณ จากพระอาจารย์ของท่าน คือหลวงพ่อขำ เป็นอาจารย์ของหลวงพ่อกลับ หลวงพ่อกลับเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อไสว (พระครูวินิจวชิรคุณ) หลวงพ่อไสวเป็นอาจารย์ของเจ้าอธิการยี้ ท่านเป็นพระสงฆ์ที่ทรงวิทยาคุณทางคาถาอาคมยิ่ง เป็นที่พึ่งหลักทั้งทางธรรมะ และทางโลก พระเจดีย์โบราณ สององค์ ซึ่งเป็นที่เก็บอัฐิของเจ้าอาวาสและผู้ที่มีพระคุณต่อวัด และพระอุโบสถ ซึ่งเป็นโบสถ์สมัยโบราณที่ถมดินขึ้นมาสูงมากทำให้ อาคารพระอุโบสถและพระวิหารเสียรูปทรงไป ในโบสถ์มีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เป็นพระประธาน เมื่อสังเกตโดยละเอียด พบว่า ได้นำปูนไปฉาบพระองค์ไว้ จึงอาจสันนิษฐานได้ว่ามี พระที่เป็นโลหะชนิดใดชนิดหนึ่งที่มีคุณค่ามาก มีพระวิหารอยู่หลังพระอุโบสถ เป็นวิหารเก่า ที่ได้รับการบูรณะเปลี่ยนรูปทรงไป แต่ก็ยังดูงดงามตามแบบสถาปัตยกรรมกำแพงเพชร ในสมัยรัตนโกสินทร์ ในศาลาใหญ่มีชมรมผู้สูงอายุ มาชุมนุมจำนวนมาก ได้จัดกิจกรรมร่วมกัน ทั้งการออกกำลังกาย และกิจกรรมบันเทิง นับว่าเป็นการจัดตั้งได้อย่างงดงามมาก

 หลวงพ่อโน   

            นอกจากนั้นลูกศิษย์สายหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน มรณภาพมาครบ 9 ปี แต่ร่างไม่เน่าเปื่อย แถมยังแข็งเป็นหิน นามว่า “หลวงพ่อโน” หรือ “พระครูวินิจวชิรคุณ”

           หลวงพ่อโน อดีตเจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของ จ.กำแพงเพชร ซึ่งมรณภาพเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2544 โดยทางวัดได้ขอพระราชทานเพลิงศพให้ หลวงพ่อโน ในวันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ.2553 ซึ่งตรงกับวันที่หลวงพ่อโนมรณภาพ ครบ 9 ปีพอดี ต่อมาพระครูรัตนวชิโรภาส เจ้าคณะตำบลลานกระบือ เจ้าอาวาสวัดแก้วสุริย์ฉาย พระสมุห์อำนวย อัคควัณโณ รองเจ้าอาวาส พร้อมด้วยนายธำรงค์ จันทร์คง นายกเทศมนตรีลานกระบือ และคณะกรรมการวัดได้ช่วยกันนำโลงศพหลวงพ่อโนออกมา พบว่าศพของหลวงพ่อโน ไม่เน่าเปื่อย สภาพศพแห้งแกร่ง เหมือนคนที่มีรูปร่างผอม ผมบนศีรษะและขนคิ้ว ขนตา และหน้าแข้งยังอยู่ครบ

           นอกจากนี้ คณะลูกศิษย์ได้นำศพ หลวงพ่อโน เปลี่ยนจีวรชุดใหม่ให้ พบว่าหนังช่วงที่อยู่ภายใต้จีวรยังมีสภาพเป็นสีขาวนวลคล้ายผิวคนธรรมดา และไม่มีกลิ่นเหม็นเน่าแต่อย่างใด หลังจากเปลี่ยนจีวรชุดใหม่แล้วจึงนำศพใส่โลงแก้วนำมา ตั้งไว้บนศาลาการเปรียญ เพื่อรอพระราชทานเพลิงศพ

 

          บรรยากาศบนศาลาการเปรียญวัดแก้วสุริย์ฉาย ช่วงสงกรานต์ ซึ่งเป็นที่ตั้งโลงแก้วบรรจุร่างของ หลวงพ่อโน มีประชาชนที่ทราบข่าวความมหัศจรรย์พากันเดินทางมากราบไหว้ขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์จำนวนมากจนล้นศาลา โดยทางวัดได้นำโต๊ะหมู่บูชามาประดับตบแต่ง และนำรูปหลวงพ่อโนที่เปลี่ยนจีวรชุดใหม่อยู่ในท่ายืน ขยายใหญ่มาตั้งให้ประชาชนกราบสักการะ โดยรูปดังกล่าวเหมือนพระที่ยังมีชีวิตหลับตาเดินจงกรม ส่วนบริเวณลานวัดเต็มไปด้วยประชาชนที่ขับรถมาจากทั่วสารทิศ ยืนตามร่มไม้ต่างๆ ทำให้ที่วัดแก้วสุริย์ฉายคึกคักเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นช่วงใกล้วันที่สลากกินแบ่งรัฐบาลจะออกรางวัล ยิ่งมีประชาชนและลูกศิษย์ลูกหาที่เดินทางกลับมาในช่วงเทศกาลสงกรานต์พากันมากราบไหว้ขอพรกันอย่างมากมาย และเสี่ยงโชคเลขวันเกิด วันบวช วันมรณภาพ รวมไปถึงอายุ และพรรษาที่บวช แต่เลขวันพระราชทานเพลิงเป็นเลขที่กล่าวถึงมากที่สุด   

            สำหรับหลวงพ่อโนเกิด เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2475 ที่ อ.พรานกระต่าย อุปสมบทเมื่อวันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2496 ที่วัดแก้วสุริย์ฉาย เป็นลูกศิษย์สายหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จังหวัดพิจิตร อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองไทย โดยหลวงพ่อโนเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่กลับและหลวงปู่ขำ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงินโดยตรง

 

            ต่อมาเมื่อประมาณปี 2536 หลวงพ่อโน อาพาธเป็นอัมพฤกษ์อัมพาต และโรคกระเพาะอักเสบ ต้องเข้าโรงพยาบาลผ่าตัดลำไส้ จนกระทั่งมรณภาพเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2544 ภายในกุฏิ รวมสิริอายุได้ 96 ปี 49 พรรษา

             ขณะที่พระเครื่องที่ หลวงพ่อโน สร้าง เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ลูกศิษย์ว่า มีพุทธคุณทางด้านคงกระพันชาตรี แคล้วคลาดปลอดภัย รวมถึงด้านเมตตามหานิยม โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรกสร้างเมื่อปี 2517 ปัจจุบันลูกศิษย์ลูกหาต่างเก็บไว้หมด มีการเช่าหาองค์ละหลักหมื่นบาท นอกจากนั้นยังมีพระเนื้อดินแบบต่างๆหลายรุ่น ซึ่งก็หายได้ยากเหมือนกัน

 

วัดโพธิ์เตี้ย (วัดปลักไม้ดำ) Pho Tia Temple (Plak Mai Dam Temple)

อยู่ที่บ้านปลักไม้ดำ ม.3 ตำบลลานกระบือ อำเภอลานกระบือ  เป็นวัดโบราณวัดหนึ่ง เดิมชาวบ้านเรียกกันว่า “ วัดงิ้วงาม ” มีหลวงพ่อกล้ายเป็นเจ้าอาวาส หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว หลวงพ่อขำ ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาและเปลี่ยนชื่อวัดจากวัดงิ้วงาม เป็นวัดโพธิ์เตี้ย ตามสัญลักษณ์ของต้นโพธิ์ที่มีลักษณะเตี้ยแคระ ซึ่งปัจจุบันต้นโพธิ์นี้ได้ตายแล้ว

            พระโพธิ์ พัชยาโน รักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งบวชมาได้ เพียง 4 พรรษา แต่ดูมีความตั้งใจและจริงใจในการบริหารและดูแลวัดเป็นอย่างมาก เล่าว่าพระเจดีย์โบราณอายุราว 150 ปี  ซึ่งมีสามองค์ แต่โดนขุดทำลายไป 1 องค์ เหลือให้เห็นเพียง 2 องค์ อยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ มีผู้มาขุดทำลายพระเจดีย์ประมาณ 30 คน  ไม่มีใครที่ตายดีสักคน น่าจะเป็นอุทาหรณ์ ให้คนรุ่นหลังได้รับทราบและระมัดระวังมากขึ้น ในการทำลายโบราณสถานและโบราณวัตถุ เพราะผู้สร้างสาปแช่งไว้

           ด้านหลังพระเจดีย์ เป็นพระอุโบสถ อายุราว 150 ปี สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 เป็นอุโบสถขนาดย่อม เรียกกันโดยทั่วไปว่าโบสถ์มหาอุตม์ คือมีทางเข้าด้านหน้าทางเดียวไม่มีทางออก เหมาะสำหรับปลุกเสก เครื่องราง ของขลังหรือแม้แต่บวชพระ สภาพค่อนข้างทรุดโทรมตามอายุขัยและยังไม่ไดัรับการดูแลอย่างถูกวิถี จากกรมศิลปากร หรือกรมศิลปากรอาจยังไม่ทราบ ว่ามีโบสถ์เก่าแก่อยู่ที่วัดนี้ จึงยังมิได้ขึ้นทะเบียนไว้

            ข้างซ้ายของพระอุโบสถ เป็นพระวิหาร ที่ได้รับการบูรณะและดัดแปลงแก้ไขแล้ว ทำให้สถาปัตยกรรมเดิมถูกดัดแปลงแก้ไขไปโดย ไม่ทราบถึงความสำคัญ อย่างถูกต้องและแท้จริง ทางด้านหน้ามีวิหารขนาดเล็ก มีรูปจำลองหลวงปู่ขำ อดีตเจ้าอาวาส ขนาดเท่าองค์จริง ประดิษฐานไว้คู่กับ รอยพระพุทธบาทจำลอง ที่ย้ายมาจากหน้าพระเจดีย์ ยังอยู่ในสภาพงดงาม สมบูรณ์

 

             สมัยเมื่อปี พ.ศ.2499 เส้นทางคมนาคมทางบก ทุรกันดารมาก ถนนหนทางเป็นดินโคลน จากตัวจังหวัดมา อ.บางระกำ ระยะทาง 15 กม. แต่ก็ต้องใช้เวลาเดินทางเป็นวัน ไม่มีไฟฟ้า-น้ำประปาใช้ การเดินทางมาต้องอาศัยมาทางเรือ โดยนั่งรถโดยสาร ขึ้นเหนือไปลงเรือที่ บ้านกงไกรลาศ มากับเรือบรรทุกสินค้า นำผู้โดยสารมาตลาดบางระกำก็ใช้เวลาหนึ่งวันเต็มๆ มาถึงตลาดบางระกำก็ใกล้ค่ำ ชื่อเสียงเกียรติคุณและวัตถุมงคลของ หลวงพ่อขำ อินทปัญญา จึงเป็นที่รู้จักของคนใน อ.บางระกำ มากกว่าที่อื่นๆ เพราะคนในตลาดบางระกำ ติดต่อค้าขายกับ อ.ลานกระบือ และหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นจำนวนมาก หลายๆ คนที่เคยค้าขายไปๆ มาๆ

             ในยุคสมัยที่ หลวงพ่อขำ ยังคงมีชีวิต วัตถุมงคลของท่าน ช่วยปกป้องคุ้มครองชีวิตให้พ้นภัยจากสัตว์ร้ายซึ่งมีอยู่ชุกชุม และคนร้ายที่ประพฤติตนเป็นโจรอยู่เป็นอันมากในสมัยนั้น ตัวอย่างเช่น นายอั้ง แซ่ลิ้ม ที่เคยนำสินค้าไปขายที่ อ.ลานกระบือ ก็ได้รับความเมตตาอนุเคราะห์จาก หลวงพ่อขำ โดยได้รับ ตะกรุดโทน และ ลูกด้านลงอักขระ ซึ่งมีจำนวนน้อยมาก ( ลูกด้าน ก็คือ ลูกปืนพระรามหก ที่ตำรวจสมัยก่อนใช้ประจำกาย เป็นปืนเล็กยาว เมื่อยิงแล้วไม่ระเบิด ท่านจึงได้นำมาลงอักขระเป็นมหาอุด ถือได้ว่าท่านเป็นเกจิอาจารย์ในยุคแรกที่ทำของอย่างนี้ ) ตะกรุดและลูกด้าน ก็ยังคงตกทอดมาถึงบุตรหลานในปัจจุบัน

              หลวงพ่อขำ วัดโพธิ์เตี้ย ( วัดปลักไม้ดำ ) อ.ลานกระบือ มีความรู้ด้านไสยเวทและอาคมเข้มขลังสูงมาก ได้สร้างเครื่องรางต่างๆ แจกลูกศิษย์ไว้มากในสมัยก่อน ตะกรุดโทนของท่านมีชื่อเสียงมาก มีผู้นำไปใช้ได้ผลกันมาก จนท่านทำไม่ทัน ตะกรุดโทน เป็นลักษณะของตะกั่วทุบด้วยมือ เช่นเดียวกับ ตะกรุด ของ หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง จ. พิจิตร ในฤดูแล้ง เมื่อหนทางคมนาคมไปมาสะดวก จะมีข้าราชการผู้ใหญ่จากตัว จังหวัด กำแพงเพชร และจังหวัดใกล้เคียงเดินทางมาหาท่าน เพื่อขอมงคลวัตถุจากหลวงพ่อขำ เอาไว้คุ้มครองตนอยู่เสมอๆ

              หลวงพ่อขำ อินทปัญญา ก็เป็นศิษย์ของ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน อีกด้วย จากคำบอกเล่าของ คุณลุงทองดี หมีคุ้ม ที่เป็นลูกศิษย์คอยรับใช้ หลวงพ่อขำ มาตลอด ได้เคยเดินทางไปพร้อมหลวงพ่อ ไปพบ หลวงพ่อเงิน ที่วัดบางคลาน หลายครั้ง เพราะ หลวงพ่อขำ มักไปพบเพื่อปรึกษาหารือในเรื่องการสร้างมงคลวัตถุ และการเรียนวิชาอาคมจาก หลวงพ่อเงิน อยู่เสมอ การสร้างตะกรุดโทนของ หลวงพ่อขำ จึงมีอานุภาพเข้มขลังเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับ ตะกรุดของ หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานของ หลวงพ่อเงิน เป็นศิษย์รุ่นเดียวกัน แต่ตะกรุดของ หลวงพ่อพิธ ท่านสร้างเอาไว้มากกว่า คนจึงรู้จักแต่ตะกรุดของ หลวงพ่อพิธ ส่วนตะกรุดของ หลวงพ่อขำ มีน้อยมาก ยากต่อการแสวงหา น้อยคนจะได้รู้จัก นอกจากบุคคลที่ได้รับมากับมือของท่านโดยตรง หลวงพ่อพิธ มรณภาพ ปี พ.ศ.2488 หลวงพ่อขำ มรณภาพ ปี พ.ศ.2482

 

วัดสระแห้ง (Sra Haeng Temple)

สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นวัดโบราณอายุหลายร้อยปี เพราะมีร่องรอยว่าเคยเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัย สุโขทัย กลางลานวัดมีสถานที่ที่สัญณิฐานว่าเป็นอุโบสถ ได้มีการขุดเป็นหลุมลึกลักษณะเป็นกรุพระ มีลักษณะคล้ายสระใหญ่ แม้ฝนจะตกมามากมายขนาดไหน ก็ไม่เคยมีน้ำขังเลย จึงได้ชื่อว่า "สระแห้ง"

 

ศาลาคลองพาน (Sala Klong Phan)

เป็นศาลาไม้สัก สถาปัตยกรรมแบบโบราณ สร้างในสมัยราชกาลที่ 5 สร้างโดยหมอยา ชื่อหมอจล สุขมี รักษาโรคให้ชาวบ้านทั้งใกล้ไกล เป็นที่นับถือของชาวบ้าน ในอดีตศาลานี้สำคัญมาก ทุกเดือน 11 ของทุกปีจะมีมหรสพฉลอง บริเวณข้างศาลามีต้นโพธิ์ 2 ต้น แต่รวมเป็นต้นเดียว เป็นต้นโพธิ์ที่หมอจลอฐิษฐานกับภริยาว่า ถ้าเป็นเนื้อคู่กันให้ต้นโพธิ์รวมเป็นต้นเดียวกันนับว่าเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดมาก

 

แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ (Sirikit Oil Field)

เป็นแหล่งน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทย ได้รับพระราชทานนามว่า “แหล่งน้ำมันสิริกิติ์” ตั้งวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2524 ตั้งอยู่ที่อำเภอลานกระบือ เป็นสัมปทานของบริษัทไทยเชลล์เอ็กซ์พลอเรชั่นแอนด์โปรดักชั่น จำกัด ต่อมาเป็นบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เข้ามาทำการขุดเจาะน้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ ปัจจุบัน แหล่งน้ำมันสิริกิติ์ก็ยังคงเป็นแหล่งน้ำมันบนบกขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2528 บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ได้เข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่สัมปทาน S1 โดยที่บริษัท ปตท.สผ. ถือหุ้นร้อยละ 25 และบริษัทไทยเชลล์ถือหุ้นร้อยละ 75 ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2547 บริษัท ปตท.สผ. ได้ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทไทยเชลล์ ทำให้บริษัท ปตท.สผ. เป็นเจ้าของสัมปทานเอส 1 ทั้งหมด และกลายเป็นผู้ดำเนินการแหล่งน้ำมันสิริกิติ์ แหล่งน้ำมันอันทรงคุณค่าของประเทศไทย

 

 

            แปลงสัมปทาน S1 ซึ่งประกอบด้วยแหล่งต่างๆคือ แหล่งสิริกิติ์, หนองตูม, วัดแตน, หนองมะขาม, หนองหลวง, ปรือกระเทียม, ประดู่เฒ่า และทับแรด ได้ลงนามรับสัมปทาน ในวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ.2522 ผลิตในเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เรียกน้ำมันดิบที่ขุดได้จากแหล่งนี้ว่า "น้ำมันดิบเพชร" และเป็นที่มาของคำว่า "โชติช่วงชัชวาล" เพราะเป็นความหวังแรกของขุมพลังงานของไทย

 

            มีปริมาณก๊าซธรรมชาติ 104 พันล้าน ลบ.ฟุต และน้ำมันดิบ 34 ล้านบาร์เรล ปิโตรเลียมที่ผลิตขึ้นมาจากหลุมผลิตจะถูกส่งผ่านต่อไปยังสถานีผลิตกลาง อ.ลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร ก๊าซและน้ำมันดิบจะถูกแยกออกจากกัน ก๊าซจะถูกส่งไปที่สถานีผลิตกระแสไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีผลิตกลางประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำมันดิบจะถูกส่งจากสถานีผลิตกลางไปยังสถานีรถไฟบึงพระ โดยรถยนต์ และรถพ่วงขนาดความจุคันละ 100 บาร์เรล (เที่ยวละ 200 บาร์เรล) ระยะทางประมาณ 55 กิโลเมตร ต่อจากนั้นน้ำมันดิบจะถูกส่งโดยการรถไฟแห่งประเทศไทยจากสถานีรถไฟบึงพระไปยังโรงกลั่นน้ำมันบางจากและไทยออยล์

 

           ต่อมาในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ.2526 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดแหล่งน้ำมันสิริกิติ์

 

สวนร่มเกล้า (Rom Klao Garden)


สวนสาธารณเพื่อสุขภาพ ร่วมสร้างโดย บริษัท ไทยเชลล์เอ็กซ์พลอเรชันแอนด์โปรดักชัน จำกัด มหาชน และ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด มหาชน เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2530

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]