• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1164696
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤษภาคม 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 9628 , 00:44:38 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกำแพงเพชร (Kamphaengphet)

อำเภอคลองขลุง (Amphoe Khlong Khlung)

 

ดินแดนหลวงพ่อปลอดภัย ผลไม้รสดี มีชื่อไม้ดอกไม้ประดับ

 

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอคลองขลุง :

เดิมเรียกชื่ออำเภอนี้ว่า "อำเภอขาณุ" ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 35 หน้า 583 ลงวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2464 ซึ่ง "ขาณุ" มีความหมายว่า "ตอ" ครั้นต่อมา ได้มีพระราชกฤษฏีกาเปลี่ยนแปลงชื่ออำเภอนี้ใหม่ให้เหมาะสมกับสภาพท้องที่ คือ "อำเภอคลองขลุง" เนื่องจากบริเวณที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอมีลำคลองขลุงไหลผ่าน

       ในระยะเริ่มแรกนั้น ไม่ทราบแน่ชัดว่าอำเภอคลองขลุงประกอบด้วยจำนวนตำบล หมู่บ้านเท่าใด ทราบแต่เพียงว่า ก่อนปี พ.ศ.2490 เล็กน้อย กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศจัดตั้งกิ่งอำเภอแสนตอแยกจากอำเภอคลองขลุง ประกอบด้วยตำบลแสนตอ ตำบลยางสูง ตำบลระหาน ตำบลสลกบาตร และตำบลบ่อถ้ำ และในปี 2490 กิ่งอำเภอแสนตอได้รับการยกฐานะเป็นอำเภอ โดยเปลี่ยนชื่อใหม่ว่าอำเภอขาณุวรลักษบุรี  ทำให้พื้นที่การปกครองของอำเภอคลองขลุง ลดลงเหลือ 8 ตำบล  จากนั้นอำเภอได้แยกตำบลหมู่บ้านเพิ่มขึ้นตามลำดับ จนกระทั้งถึงปี 2535 มีพื้นที่การปกครอง 16 ตำบล 145 หมู่บ้าน

          กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยกฐานะพื้นที่ของอำเภอคลองขลุงจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอเพิ่มขึ้นอีก 2 กิ่งอำเภอ คือ กิ่งอำเภอทุ่งทราย จัดตั้งเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2535 มีเขตการปกครอง 3 ตำบล 30 หมู่บ้าน ประกอบด้วยตำบลทุ่งทราย ตำบลทุ่งทอง และตำบลถาวรวัฒนา ในปีต่อมาจัดตั้งกิ่งอำเภอปางศิลาทอง เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ.2536 มีเขตการปกครอง 3 ตำบล 27 หมู่บ้าน ประกอบด้วยตำบลโพธิ์ทอง ตำบลหินดาต และตำบลปางตาไว ในปัจจุบันอำเภอคลองขลุงมีพื้นที่การปกครอง 10 ตำบล 91 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ตำบลคลองขลุง ตำบลวังไทร ตำบลวังแขม ตำบลวังบัว ตำบลหัวถนน ตำบลคลองสมบูรณ์ ตำบลท่ามะเขือ ตำบลท่าพุทรา ตำบลวังยางและตำบลแม่ลาด

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอคลองขลุง ตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด อาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้

ทิศเหนือ             ติดต่อกับ อำเภอเมืองกำแพงเพชร

ทิศตะวันออก       ติดต่อกับ อำเภอทรายทองวัฒนา และ อำเภอบึงสามัคคี

ทิศใต้                 ติดต่อกับ อำเภอขาณุวรลักษบุรี และ อำเภอปางศิลาทอง

ทิศตะวันตก         ติดต่อกับ อำเภอเมืองกำแพงเพชร

พื้นที่ :  783.332 ตารางกิโลเมตร

ประชากร :  72,444คน (พ.ศ.2557)

ความหนาแน่น :  92.48 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอคลองขลุง แบ่งพื้นที่การปกครองตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ออกเป็น 10 ตำบล 101 หมู่บ้าน

ที่ตั้ง : ที่ว่าการอำเภอคลองขลุง ถนนสุขาภิบาล 1 ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร 62120 

โทรศัพท์ : 055-781505  โทรสาร : 055-781505

ลักษณะอากาศ :

ภูมิอากาศโดยทั่วไป เป็นแบบมรสุม มี 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ - พฤษภาคม ฤดูฝน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน - ตุลาคม ฤดูหนาว ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - มกราคม

อื่นๆ :

สภาพเศรษฐกิจ

1.อาชีพหลัก ได้แก่ ทำนา ไร่อ้อย ไร่ส้ม

2.อาชีพเสริม ได้แก่ ข้าวโพด เลี้ยงสัตว์

3.จำนวนธนาคาร มี 6 แห่ง ได้แก่

   ธนาคารออมสิน

   ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

   ธนาคารกรุงไทย จำกัด

   ธนาคารกรุงเทพ จำกัด

   ธนาคารกสิกรไทย จำกัด

   ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด

การเกษตรกรรม

1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ข้าว อ้อย ส้ม มันสำปะหลัง

2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญได้แก่ แม่น้ำปิง

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอคลองขลุง

วัดศรีภิรมย์ (Si Pirom Temple)

 

ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 2 บ้านคลองขลุง ตำบลคลองขลุง อำเภอคลองขลุง มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 55 ไร่ 3 งาน 44 ตารางวา สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย เดิมตั้งอยู่เหนือตลาดคลองขลุง อยู่ริมคลองขลุงฝั่งซ้ายปัจจุบัน วัดนี้เดิมชื่อ "วัดพิกุลทอง" พ.ศ.2451 หลวงพ่ออ้วน มีภูมิลำเนาเดิมที่พระตะบอง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนกัมพูชา ใด้มาเรียนหนังสือที่วัดจักรวรรดิติราชาวาส กรุงเทพฯ เมื่อเรียนพอมีความรู้บ้างเล็กน้อย ก็เกิดมีโรคประจำตัวเลยต้องออกจากวัด แล้วก็ได้เดินทางขึ้นมาทางจังหวัดกำแพงเพชร ได้ขึ้นมาถึงอำเภอคลองขลุงและได้มาพักที่วัดพิกุลทอง ซึ่งเป็นวัดไทย (วัดพิกุลทองนั้นมี 2 วัด คือ วัดไทยกับวัดพม่า,วัดพม่าอยู่ฝั่งขวา) เมื่อหลวงพ่ออ้วนได้มาพักอยู่ที่วัดพิกุลทอง วัดไทยกำลังเสื่อมลง พระก็ไม่ค่อยมีอยู่

        ต่อมาชาวบ้านคลองขลุงที่เป็นฝ่ายไทยซึ่งมีมรรคทายกนำ เป็นหัวหน้าพร้อมด้วยนายเถา นายโกสน ชักชวนชาวบ้านโดยมีหลวงพ่ออ้วนเป็นประธาน ช่วยกันย้ายวัดพิกุลทองซึ่งตั้งอยู่ฝั่งนี้มาตั้งอยู่ที่ท้ายตลาดคลองขลุง อยู่ใต้ที่ว่าการอำเภอคลองขลุงในปัจจุบันนี้ เมื่อย้ายวัดมาแล้วก็ช่วยกันสร้างกุฏิสงฆ์ขึ้น ต่อมาได้ปลูกศาลาการเปรียญขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่บำเพ็ญกุศล เมื่อช่วยปลูกสร้างวัดพอเป็นหลักฐานแล้ว ก็ทะนุบำรุงนิมนต์พระสงฆ์ให้มาจำพรรษามิได้ขาด พ.ศ 2461 ย้ายมาได้ประมาณ 8 ปีเศษ วัดมีความเจริญเป็นหลักฐาน หลวงสรรค์สิทธิกิจ นายอำเภอคลองคลุง มีความศรัทธาได้สละทรัพย์ของตนออกสร้างอุโบสถ โดยชักชวนราษฎรให้เข้าร่วมด้วยกำลังกาย และกำลังทรัพย์บ้างตามสมควรแต่ศรัทธา

 

วัดสันติวนาราม (Santi Wanaram Temple)

เป็นวัดที่ตั้งอยู่ตำบลท่ามะเขือ อำเภอคลองขลุง เป็นวัดที่ชาวบ้านมีจิตศรัทธามากวัดหนึ่งในเขตอำเภอคลองขลุง

 

วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี (Roek Rat Samakee Temple)

 

ตั้งอยู่ที่ 116 หมู่ 1 ตำบลวังยาง อำเภอคลองขลุง

พ.ศ.2498 ได้เริ่มสร้าง ดำเนินการโดย ผู้ใหญ่เปรื่อง ฤกษ์หร่าย ได้บริจาคที่ดิน 18 ไร่

พ.ศ.2512 ได้รับอนุญาตสร้างวัด เมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2512

 

พ.ศ.2513 ได้รับอนุญาตตั้งเป็นวัด วันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2513 และ ได้รับพระราชทานวิสุงคาม

               สีมา เมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2513 ต่อมาได้ซื้อที่ดินเพิ่มอีกจำนวน 10 ไร่ และ ได้

               อนุญาตให้โรงเรียนใช้พื้นที่จำนวน 13 ไร่ สร้างโรงเรียน พ.ศ. 2513 ชื่อว่า โรงเรียนวัด

               ฤกษ์หร่ายสามัคคี

 

พ.ศ.2523 ได้เริ่มสร้าง ศาลาการเปรียญ แบบทรงไทย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 16

               เมตร ยาว 36 เมตร สูง 2 ชั้น ขึ้น 1 หลัง สำเร็จ พ.ศ. 2543

พ.ศ.2543 ได้สร้าง ศาลาอเนกประสงค์ แบบทรงไทย สร้างด้วย คอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 14

               เมตร ยาว 42 เมตร สูง 10 เมตร แบบชั้นเดียว ขึ้น 1 หลังสำเร็จ พ.ศ. 2545

 

พ.ศ.2545 เริ่มสร้างกุฏิสงฆ์แบบทรงไทย สร้างด้วยไม้ จำนวน 8 หลังๆละ 2 ห้อง พ.ศ. 2546 สร้าง

               หอระฆัง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดกว้าง 4 เมตร สูง 3 ชั้น ขึ้น 1 หลัง สำเร็จ

               พ.ศ. 2547

พ.ศ.2547 ได้สร้างกุฏิรับรองพระเถระขึ้น 1 หลัง

พ.ศ.2552 สร้างกุฏิเจ้าอาวาส สร้างด้วยไม้ กว้าง 8 เมตร ยาว 14 เมตร สูง 2 ชั้น

 

          วัดฤกษ์หร่ายสามัคคี เริ่มแรก สร้างวัด ได้ปั้นพระพุทธรูป ปางนาคปรก 1 องค์ หน้าตักกว้าง 5 เมตร โดยก่ออิฐ แกนไม้ ต่อมาไม้ผุทำให้พระล้มลง และองค์พระได้แตกไป เหลือแต่เศียร นอนไว้ใต้ต้นโพธิ์ ไม่สามารถทำองค์ใหม่ได้ ต่อมา ชาวบ้านได้สร้างพระนาคปรก ขึ้นใหม่อีก 1 องค์ กลางลานวัด มาปี พ.ศ. 2550 ได้ให้ช่างทำองค์พระขึ้นใหม่โดยใช้เศียร เก่ามาต่อ แต่ไม่มีนาคปรกและให้นามใหม่ว่า พระพุทธวัชรมงคล ปี พ.ศ. 2550 ได้เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมากเป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับจังหวัด ปี พ.ศ. 2551 ได้เป็นวัดส่งเสริมสุขภาพ ดีเด่นระดับเขต เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านวังยางมานาน มีพระพุทธรูปปางนาคปรกที่มีผู้เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก

 

วัดคฤหบดีสงฆ์ (Karuhabodeesong Temple)

   อยู่ที่บ้านท่าพุทรา หมู่ที่ 3 ตำบลท่าพุทรา อำเภอคลองขลุง ห่างจากถนนสายพหลโยธิน ประมาณ 200 เมตร ถ้าเดินทางจากจังหวัดนครสวรรค์ ไปทางเหนือตามถนนพหลโยธิน ทางวัดจะอยู่ทางขวามือ จะมีป้ายบอกทางเข้าบ้านท่าพุทรา ระหว่าง กิโลเมตรที่ 83-84 และ จากจังหวัดกำแพงเพชร ไปทางใต้ตามถนนสายพหลโยธิน ทางเข้าวัดจะอยู่ทางซ้ายมือระหว่างกิโลเมตรที่ 37-38 มีป้ายบอกว่าเข้าบ้านท่าพุทรา

          วัดนี้เป็นเก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร คงมีอายุเป็นร้อยปี ทั้งนี้ เพราะมีคนแก่ที่บ้านท่าพุทราเองเล่าให้ฟังว่า เมื่อเกิดมาจำความได้ก็เห็นมีวัดมาแล้วอย่างนี้ ตามที่สันนิษฐานดูแล้ว บ้านท่าพุทราเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มาก ตามปกติคนไทยเรานับถือพระพุทธศาสนา มีศาสนาพุทธเป็นที่พึ่งทางจิตใจ เมื่อไปอยู่ที่แห่งใดก็ต้องสร้างวัดขึ้นมา พร้อมกับหมู่บ้านเพื่อเป็นที่ทำบุญ และเพื่อเป็นที่ประกอบการกุศลอื่น ๆ อีก เช่น บวชลูกหลานเป็นต้น เพราะคนไทยถือว่า ถ้าเป็นผู้ชายเมื่ออายุครบ  20 ปี บริบูรณ์  จะต้องบวชพระกันทุกคน ถ้าไม่บวชเรียกว่าคนดิบ ฉะนั้น วัดท่าพุทรานี้ก็คงจะสร้างขึ้นมาพร้อมกับบ้านท่าพุทรา ถึงจะหลังบ้างก็คงไม่กี่ปี แต่อย่างไรก็ดี ก็ยังไม่มีใครทราบแน่นอนว่าสร้างกันขึ้นมาแต่เมื่อไร ต่อมาได้รับเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง เมื่อ พ.ศ.2511

           ที่ดินที่สร้างวัดมีจำนวน 20 ไร่ 2 งาน 54 ตารางวา ทิศเหนือจดที่ดินนายยั้ว คชวารี ทิศใต้จดถนนกรมทางเข้าตลาดท่าพุทรา ทิศตะวันออกจดแม่น้ำปิง ทิศตะวันตกจดคลองยาง

ปูชนียวัตถุที่สำคัญของวัด

1.พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2 เมตร สร้างด้วยปูน ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถหลังเก่า

2.รอยพระพุทธบาทจำลอง ประดิษฐานอยู่ภายในมณฑป

 

3.พระพุทธชินราชจำลอง หน้าตักกว้าง 50 นิ้วฟุต สร้างด้วยโลหะ คุณหมออินทร์ จันทภาษา เป็นผู้สร้าง ประดิษฐานอยู่ภายในพระอุโบสถหลังใหม่

4.พระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 2.75 เมตร สร้างด้วยปูน ประดิษฐานอยู่ภายในพระวิหาร มุมตะวันออกด้านใต้ของวัด

 

ถาวรวัตถุของวัด

1.พระอุโบสถหลังเก่า ยาว 11.45 เมตร กว้าง 5.65 เมตร หลังคามุงกระเบื้องปูน

2.พระอุโบสถหลังใหม่ ยาว 22.22 เมตร กว้าง 9.00 เมตร หลังคามุงกระเบื้องเคลือบ

 

3.พระวิหาร 1 หลัง ยาว 11.75 เมตรา กว้าง 8.10 เมตร หลังคามุงสังกะสีแดง

4.ศาลาการเปรียญ 1 หลัง เสาปูนพื้นไม้ ยาว 26 เมตร กว้าง 16 เมตร หลังคามุงกระเบื้องลูกฟูก

 

5.หอสวดมนต์ 1 หลัง สองชั้นยาว 13.29 เมตร กว้าง 16 เมตร หลังคามุงกระเบื้องลูกฟูก

6.โรงเรียนปริยัติธรรม 1 หลัง สร้างด้วยไม้ชั้นเดียว ยาว 24 เมตร กว้าง 11.70 เมตร หลังคามุงสังกะสี ปัจจุบันใช้เป็นสนามสอบธรรม สนามหลวงทุกปี ฯลฯ และยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น อีกหลายรายการ

          วัดคฤหบดีสงฆ์ เป็นวัดที่อยู่คู่บ้านท่าพุทรามานาน และมีเหรียญและพระ ที่มีผู้ที่เคารพนับถือและมีชื่อเสียงมาก คือ “หลวงพ่อปลอดภัย”

 

วัดจันทาราม (Chantharam Temple)

 

 

 

ตั้งอยู่ที่ 1 บ้านวังแขม หมู่ที่ 1 ตำบลวังแขม อำเภอคลองขลุง สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีเนื้อที่ 17 ไร่ 83 ตารางวา อยู่ริมแม่น้ำปิงทางด้านทิศตะวันออก สร้างขึ้นเป็นวัดมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2225 เคยเป็นวัดที่ร้างมาเป็นเวลานาน และ ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ ชาวบ้านในแทบนั้นมักนิยมเรียกชื่อวัดตามชื่อของหมู่บ้านว่า  “วัดวังแขม” และ ต่อมาได้รับการพัฒนาเป็นหลักฐานมั่นคงเริ่มมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2420 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ได้เคยเสด็จประพาททางชลมารค และทรงแวะประทับพักแรมที่ปะรำพิธีที่หาดทรายหน้าวัดนี้ด้วย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2507 วัดจันทาราม จึงได้รับการพัฒนาเรื่อย ๆ มา จนได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2523

 

            วัดแห่งนี้มีพระพุทธรูปที่สาคัญคือ หลวงพ่อศรีมงคล พระประธานในอุโบสถหลังเก่า “ปางมารวิชัย” เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนเป็นอย่างมาก และตามที่ นายร่อน มีชัย อายุ  81 ปี  ได้เล่าว่า วิหารที่หลวงพ่อศรีมงคล ประดิษฐานอยู่ในปัจจุบันนี้ สันนิฐานว่าชาวพม่าเป็นผู้สร้างขึ้น เพราะว่าวิหารหลวงพ่อศรีมงคลได้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เป็นทิศของประเทศของพม่า และไม่ทราบว่าสร้างในปีใดและพ.ศ.ใด ทราบแต่ว่าเป็นวิหารที่เก่าแก่มาก ตามที่คนเก่าแก่เล่ามา เป็นเวลานับหลายร้อยปี(จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร ผู้มาบูรณปฏิสังขรณ์ทราบว่า สร้างสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราวรัชกาลที่2-3)

 

              ส่วนรอยพระพุทธบาทจำลองที่เป็นเนื้อโลหะ ประดิษฐานอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคล ไม่มีใครทราบที่แน่ชัดว่าได้มาอย่างไร และตั้งแต่เมื่อปีใด และ พ.ศ.ใด จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ เช่น ลุงร่อน มีชัยและลุงเหรียญ นาคนาม ที่เป็นบุคคลที่อยู่ใกล้เคียงกับวัด มาโดยตลอด บอกว่าตั้งแต่เป็นเด็กนักเรียน อยู่โรงเรียนวัดก็ได้เห็นรอยพระพุทธบาทมีอยู่ในวิหารหลวงพ่อศรีมงคลแล้ว ต่อจากนั้นลุงเหรียญยังบอก รอยพระพุทธบาทจำลอง อีกว่ามีตัวอักษรอยู่ที่ใบสีมาวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และเป็นตัวเลข ว่า ร.ศ.120 (เป็นรัตนโกสินทร์ศักราช ถ้าเราต้องการแปลงเป็นพุทธศักราช ให้ใช้ 2324 บวก ร.ศ. จะได้เป็นปีพุทธศักราช) เมื่อทางวัดมีงานเทศกาล ใดๆ เช่น งานประจำปีปิดทองไหว้พระ ก็จะยกรอยพระพุทธบาทจำลองออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองรอยพระพุทธบาทกันเป็นประจำ ต่อมาทางคณะกรรมการวัด ก็จะนำออกมาให้ชาวบ้านได้ปิดทองกันในวันงานเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ในตอนนี้ฝาที่สาหรับปิด-เปิดไว้ใส่ปัจจัย ได้ถูกพวกมิจฉาชีพลักไปเสียแล้ว ทางวัดก็ไม่ทราบว่าถูกลักไปตั้งแต่เมื่อไรเช่นกัน สำหรับในตอนนี้พระที่วัดได้ช่วยกันเอาไปเก็บไว้ที่อุโบสถหลังใหม่(ราว พ.ศ.2538 ได้ไปสำรวจวัดจันทาราม พบพระวิหารหลวงพ่อศรีมงคล และรอยพระพุทธบาทอยู่สภาพทิ้งร้าง เพราะพระวิหารชำรุด

 

ศาลเจ้าแม่ทอหูก (Shrine Tahok)

ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่ลาด อำเภอคลองขลุง เป็นศาลเจ้าที่อยู่คู่บ้านบึงลาดมานาน เป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไป

 

บริเวณริมปิง (Side Ping)

 

 

 

ช่วงบริเวณ ม.5 และ ม.4 มีบริเวณริมฝั่งที่สวยงาม โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ จะมีหาดทรายสำหรับเล่นน้ำ อีกทั้งบริเวณริมฝั่ง ม.4 จะมีปลาธรรมชาติ มาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นบริเวณที่แม่น้ำปิงไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำสองสี

 

 อุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า กำแพงเพชร ตาก

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤษภาคม 2010 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          



[ Add to my favorite ] [ X ]