• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1161459
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอังคาร ที่ 1 มิถุนายน 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 8085 , 01:53:50 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดกระบี่ (Krabi)

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

(Thanbok Khoranee National Park)

 

 

ประวัติความเป็นมา : 

  อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี มีชื่อว่า "ธารอโศก" มีลักษณะเป็นป่าดงดิบและเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า ครอบคลุมพื้นที่ 65,000 ไร่ หรือ 104 ตารางกิโลเมตร ในท้องที่อำเภออ่าวลึก และ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าดงดิบที่มีธารน้ำไหลลอดภูเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน เล่นน้ำ พบแหล่งศิลปะ ถ้ำจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นภาพเขียนสีโบราณที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อใช้ในพิธีกรรม

           ธารโบกขรณี ตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ที่ 2 ตำบลอ่าวลึกใต้ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีเนื้อที่ 37.5 ไร่ เป็นป่าดงดิบอยู่ในระหว่างหุบเขา เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีธารน้ำไหลลอดภูเขาผ่านบริเวณนี้แล้วไหลลงสู่ทะเลที่ตำบลแหลมสัก ต้นน้ำเกิดจากเขาถ้ำน้ำผุด เขาถ้ำเพชร ในท้องที่ตำบลอ่าวลึกเหนือ อำเภออ่าวลึก อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 4 กิโลเมตร แล้วไหลมาตามลำคลอง เรียกว่า "คลองอ่าวลึก" ในปี พ.ศ.2496 นายวิเวก จันทโรจน์วงค์ ข้าหลวงประจำจังหวัดกระบี่ ได้แวะมาเยี่ยมชมธารอโศกแล้วเห็นว่า สถานที่นี้มีความสวยงามควรที่จะได้สงวนไว้เป็นพื้นที่ของทางราชการ เพื่อจะได้ใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน ไม่ให้ราษฎรเข้าบุกรุกถือครอง จึงได้สงวนไว้เป็นของทางราชการตั้งแต่นั้นมา ในปลายปี พ.ศ.2496 พลโทบัญญัติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มาตรวจราชการที่อำเภออ่าวลึก ได้แวะพักที่ธารอโศกและพอใจในทิวทัศน์แห่งนี้มาก เห็นว่าชื่อที่เคยเรียกไว้เดิมยังไม่เหมาะสมจึงตั้งชื่อใหม่ว่า "ธารโบกขรณี"
        ครั้นต่อมาปี พ.ศ.2498 ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ได้เสนอกรมป่าไม้ขอให้จัดตั้งธารโบกขรณีเป็นสวนรุกขชาติ ซึ่งกรมป่าไม้ได้รับในหลักการและดำเนินการตั้งแต่นั้นมา โดยอยู่ในความดูแลของกองบำรุง และ เมื่อวันที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2502 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จโดยรถยนต์พระที่นั่งจากจังหวัดพังงามาทรงประทับ ณ สวนรุกขชาติธารโบกขรณี ทั้งสองพระองค์ทรงลงพระปรมาภิไธยที่หินปากถ้ำน้ำลอดด้านขวามือ และได้ทรงปลูกต้นศรีตรังไว้ในสวนรุกขชาติแห่งนี้ด้วย 
          จังหวัดกระบี่ ได้มีหนังสือที่ กษ 0009/11446 ลงวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ.2527 ส่งรายงานการสำรวจเบื้องต้นของ นายประพันธ์ อินทรมณี ผู้ช่วยป่าไม้จังหวัดกระบี่ และนายสมจิตร สภาวรัตนภิญโญ นักวิชาการป่าไม้ 4 และ หนังสืออำเภออ่าวลึก ที่ได้ตรวจสอบเกี่ยวกับปัญหาในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ โดยได้เสนอความเห็นว่า สวนรุกขชาติธารโบกขรณีประกอบด้วยทิวทัศน์สวยงามในบริเวณพื้นที่ป่าและภูเขาใกล้เคียงกับสวนรุกขชาติ ยังมีความสวยงามตามธรรมชาติหลายแห่ง มีสภาพป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นป่าแหล่งต้นน้ำลำธาร เห็นสมควรอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ให้เป็นอุทยานแห่งชาติ
    กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งที่ 1516/2527 ลงวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2527 ให้ นายสมจิตร สภาวรัตนภิญโญ นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปดำเนินการสำรวจหาข้อมูลเพิ่มเติม ผลการสำรวจรายงานตามหนังสือลงวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2527 ว่า พื้นที่ดังกล่าวมีจุดเด่นและธรรมชาติที่สวยงามหลายแห่ง การคมนาคมสะดวก เหมาะที่จะจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้จึงได้มีคำสั่งที่ 336/2528 ลงวันที่ 1 มีนาคม พ.ศ.2528 ให้ดำเนินการจัดตั้งพื้นที่สวนรุกขชาติธารโบกขรณีและพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียงในท้องที่จังหวัดกระบี่เป็นอุทยานแห่งชาติโดยใช้ชื่อว่าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีซึ่งอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีได้ทำการสำรวจพื้นที่ป่าเพิ่มเติม โดยมีหนังสือที่ กษ 0713(ธน)/51 ลงวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2529 และที่ กษ 0713(ธน)/15 ลงวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ.2530 เห็นสมควรกำหนดพื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียงที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยว และสมควรที่จะอนุรักษ์เป็นสมบัติของชาติตลอดไป ผนวกเข้าเป็นอุทยานแห่งชาติด้วย 
          กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติซึ่งมีมติในการประชุมครั้งที่ 1/2531 เมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ.2531 เห็นชอบในหลักการที่จะให้กำหนดพื้นที่ธารโบกขรณีและพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอุทยานแห่งชาติ และอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีได้มีหนังสือที่ กษ 0718(ธน)/27 ลงวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ.2531 เสนอให้ผนวกพื้นที่หมู่เกาะเหลาบิเละ (เกาะห้อง) เข้ากับพื้นที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีด้วย
 

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ถูกประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 โดยพระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินบริเวณพื้นที่ป่าปากลาวและป่าคลองบากัน ป่าคลองกาโหรด และป่าคลองหิน พื้นที่ป่าบริเวณใกล้เคียง และบริเวณหมู่เกาะเหลาบิเละ ในท้องที่ตำบลอ่าวลึกใต้ ตำบลอ่าวลึกเหนือ ตำบลแหลมสัก ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก และตำบลเขาทอง อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ 104 ตารางกิโลเมตร ซึ่งได้ประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 115 ตอนที่ 67 ก ลงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ.2541 นับเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 86 ของประเทศ

          อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่น่าสนใจแห่งหนึ่ง ประกอบด้วยภูเขาหินปูน ป่าดิบ ป่าชายเลน และเกาะต่าง ๆ เนื่องจากอุทยานฯ มีพันธุ์ไม้ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นป่าดงดิบ ป่าพรุ ป่าชายหาด ป่าชายเลน รวมถึงสังคมพืชน้ำใต้ท้องทะเล ซึ่งเหมาะกับผู้สนใจท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ได้แก่ เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ  2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่เดินภายในอุทยานฯ ระยะทาง 1 กิโลเมตร และ เส้นทางเดินจากอุทยานฯ ไปป่าชายเลน ระยะทาง 3-4 กิโลเมตร

ภูมิประเทศ :

   อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี บางส่วนมีสภาพพื้นที่เป็นเขาสูงชันที่ทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่บางส่วนมีลักษณะแบบคาร์ส (Karst Topography) มีบ่อหรือพื้นยุบตัวของหินเบื้องล่าง (sink hole) มีลักษณะของธารน้ำใต้ดิน สภาพพื้นที่เป็นแบบลูกคลื่น ทั้งลอนลาดและลอนชัน  มีเขาโดดเตี้ย (monadnock) ของหินปูน  ซึ่งมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงชันกระจายอยู่ทั่วไป ประกอบด้วย ถ้ำสระยวนทอง ควนสอง เขาลูกบ้า ถ้ำทะลุฟ้า เขาลอดใต้ เขาช่องลม เขานอก เขาตากรด เขาอ่าวน้ำ เขาอ่าวม่วง เขาใสโต๊ะดำ เขาใหญ่ปากช่องลาด และพื้นที่บางส่วนเป็นหมู่เกาะในทะเลอันดามันประกอบด้วย เกาะเหลาบิเละ (เกาะห้อง) เกาะเหลากา  เกาะเหลาเหรียม  เกาะปากกะ  เกาะเหลาลาดิง  เกาะยะลาฮูดัง  เกาะเหลาบุโล๊ะ (เกาะผักเบี้ย) เกาะกามิด เกาะปาหุเสีย เกาะฮันตู เกาะจาบัง เกาะเมย เกาะกาโรส เกาะแตก เกาะมีไลย เกาะอ่าวช้างตาย เกาะเลาดัว เกาะรงมารง (เกาะขลุ่ย) เกาะแหลมค้างคาว เกาะแหลมทะลุ เกาะแหลมตุโดด เกาะช่องลาดใต้ และเกาะฮาม
           พื้นที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีเป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารในพื้นที่อำเภออ่าวลึกหลายสาย ที่สำคัญได้แก่ คลองมะรุย คลองกลาง คลองน้ำตก คลองอ่าวลึก และคลองกาโรส

ภูมิอากาศ :

     เป็นแบบมรสุมในเขตร้อน มี 2 ฤดู คือฤดูฝนและฤดูร้อน หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ฝนแปดแดดสี่หมายถึง ฤดูฝน 8 เดือน ฤดูร้อน 4 เดือน
ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนถึงเดือนธันวาคมของทุกปี เดือนกันยายนจะเป็นเดือนที่มีปริมาณฝนตกมากที่สุดในรอบปี เดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในรอบปีประมาณ 26.4 องศาเซลเซียส

ฤดูร้อน เริ่มจากกลางเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายนของทุกปี เดือนกุมภาพันธ์จะเป็นเดือนที่มีปริมาณฝนตกน้อยที่สุดของปีอากาศช่วงนี้จะร้อน เหมาะแก่การท่องเที่ยว เดือนเมษายนเป็นเดือนที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 29 องศาเซลเซียส

พืชพรรณไม้และสัตว์ป่า :

            สภาพโดยทั่วไปของป่าบริเวณอุทยานแห่งชาติ มีสังคมพืชในเขตอุทยานแห่งชาติสามารถจำแนกออกได้เป็น
ป่าดงดิบ พบในบริเวณเทือกเขาสูงชัน พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ หลุมพอ ตะเคียน เคี่ยม อินทนิลน้ำ ตะแบก โสกน้ำ มะม่วงป่า ไข่เขียว ยางนา ตำเสา พืชพื้นล่างและพืชอิงอาศัยเป็นพวกระกำ หวาย ไผ่ป่า เต่าร้าง หมากเทา บอน เฟิน กล้วยป่า และเอื้องป่า เป็นต้น
ป่าชายเลน ขึ้นอยู่ในดินเลนริมทะเลและตามบริเวณปากแม่น้ำใหญ่ ในบริเวณเขาถ้ำลอดใต้ อ่าวน้ำ   แหลมสัก คลองบากัน และคลองกาโรสบางส่วน พันธุ์ไม้ที่สำคัญได้แก่ โกงกางใบใหญ่ โกงกางใบเล็ก ตะบูนดำ ตะบูนขาว ลำพู ลำแพน ถั่วขาว ถั่วดำ พังกาหัวสุม และแสม
ป่าพรุ พบในบริเวณที่มีน้ำจืดขังอยู่ตลอดปีของเขาช่องลมตอนใต้ มีเนื้อที่ไม่มากนัก ด้วยสภาพพื้นที่ป่าในปัจจุบันไม่เป็นผืนป่าขนาดใหญ่ติดต่อกัน ทำให้สัตว์ป่าที่หลงเหลืออยู่มีไม่มากนักที่พบเห็นได้แก่ หมูป่า เสือปลา กระจงหนู ชะนี ลิง ค่าง ชะมดหางปล้อง เม่นใหญ่แผงคอยาว ลิ่น นากเล็บสั้น กระแต กระรอก อ้นเล็ก พังพอนธรรมดา บ่าง หนู ไก่ป่า นกดุเหว่า นกเขาใหญ่ นกเขาชะวา นกกวัก นกเอี้ยงสาลิกา นกยางเปีย เหยี่ยวแดง นกตบยุง นกขุนทอง นกแซงแซว นกขมิ้น นกหัวขวาน นกกางเขนดง นกกางเขนบ้าน นกเด้าลมหลังเทา นกปรอด เต่า งู กบ และอึ่งอ่าง ฯลฯ ในห้วยลำคลองมีปลาน้ำจืดที่พบเห็นโดยทั่วไปได้แก่ ปลาช่อน ปลาตะเพียน ปลาเสือข้างลาย ปลาแก้มช้ำ ปลาซิว ปลาดุก ปลาหัวตะกั่ว ปลาไหล ปลากดเหลือง ปลากระดี่นาง ปลากระดี่หม้อ ปลากัด ปลาตูหนา ปลาหมอไทย ปลากระทุงเหวเมือง และปลากระสูบขีด
           อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีครอบคลุมท้องน้ำทะเลประมาณ 64.3 ตารางกิโลเมตร มีสัตว์น้ำที่สำคัญและมีเป็นจำนวนมากทั้งพวกหอย ปู กุ้ง ปลากะรัง ปลากะพงแดง ปลาผีเสื้อ ปลานกแก้ว ปลาสลิดหิน ปลาสิงโต ปลาการ์ตูน ปลิงทะเล ดาวทะเล แมงดาทะเล ดอกไม้ทะเล เม่นทะเล ฟองน้ำ ปะการังอ่อน ปะการังเขากวาง ปะการังสมอง และปะการังเห็ด เป็นต้น

การเดินทาง :

ทางรถยนต์

จากกระบี่ ไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ไปอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ถึงสี่แยกอ่าวลึก แล้วเข้าสู่ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 4039 เป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติ รวมระยะทางจากตัวเมืองกระบี่ ประมาณ 48 กิโลเมตร

ทางรถโดยสารประจำทาง

รถโดยสารประจำทาง เส้นทาง กรุงเทพ-กระบี่ ระยะทาง 814 กิโลเมตร อัตราค่าโดยสารสำหรับรถธรรมดา ราคา 300 บาท รถปรับอากาศ 450 บาท ปรับอากาศชั้น 1 ราคา 486 บาท 24 ที่นั่ง 650 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10 ชั่วโมง โดยซื้อตั๋วลงที่สี่แยกอ่าวลึกและโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง หรือรถยนต์รับจ้างอ่าวลึกเหนือ-อ่าวลึกใต้ ไปยังอุทยานฯ

เครื่องบิน

การเดินทางโดยเครื่องบิน เที่ยวบินกรุงเทพฯกระบี่ จากท่าอากาศยานดอนเมือง สู่ท่าอากาศยานกระบี่ แล้วเดินทางต่อโดยรถยนต์หรือรถโดยสารประจำทางถึงสถานีขนส่งจังหวัดกระบี่ ไปยังอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ซึ่งมีรถประจำทางหลายสายให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ เช่น รถโดยสารธรรมดา อัตราค่าโดยสาร ราคา 20 บาท ปรับอากาศ 30 บาท รถตู้ประจำทางปรับอากาศ ราคา 30 บาท จากสี่แยกอ่าวลึกไปอุทยานแห่งชาติ ระยะทาง 2 กิโลเมตร ค่าโดยสารรถ 2 แถว หรือรถจักรยานยนต์รับจ้าง ราคา 10 บาท

 

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบจองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติผ่านระบบออนไลน์ทางอินเตอร์เน็ต

สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จองที่พักและบริการอุทยานแห่งชาติ คลิกที่นี่

(จองบ้านพัก-บริการ) (Online-Reservation)

-

ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ :

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี
2/2 หมู่ที่ 2 ถนนอ่าวลึก-แหลมสัก ต.อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ 81110
โทรศัพท์ :  075-681096  โทรสาร :  075-681096 

 

สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

61 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

โทรศัพท์ : 02-5610777, 02-5796666 ต่อ 1743,1744

 

แผนที่อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี


สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี

หมู่เกาะห้อง (Hong Island)

    เป็นหมู่เกาะที่ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่หลายเกาะ อาทิเช่น เกาะเหลาหรือเกาะซากา เกาะเหลาเหรียม เกาะปากกะ เกาะเหลาลาดิง เป็นต้น โดยมีเกาะห้องหรือเกาะเหลาปิเละ เป็นเกาะทางตอนใต้ที่ใหญ่ที่สุด ลักษณะโดยทั่วไปเป็นเขาหินปูน มีแนวปะการังทั้งในระดับน้ำตื้นและน้ำลึกเหมาะแก่การดำน้ำ ตกปลา น้ำทะเลที่นี่เป็นสีเทอคอยส์ หาดทรายขาวสวย และทุกเดือนมีนาคมที่เกาะนี้จะเป็นที่รวบรวมของฝูงปลาขนาดเล็กมากมายที่มาชุมชนกันอย่างน่าอัจศจรรย์ จุดเด่นของเกาะนี้คือ ชายหาดด้านหน้าเกาะโค้งเกือบจะเป็นครึ่งวงกลม ฤดูท่องเที่ยวของเกาะห้องคือ ช่วงปลายเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม จุดชมวิวที่สวยที่สุดอยู่ที่ชายหาดด้านหน้าและทะเลในซึ่งอยู่ทางด้านทิศเหนือ บนเกาะห้องมี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ระยะทาง 400 เมตร รอบ ๆ เกาะห้องสามารถพายเรือแคนูได้

 

 บนเกาะมีที่สำหรับกางเต็นท์ ค่าธรรมเนียมกางเต็นท์พักแรมบนเกาะคนละ 20 บาท โดยต้องนำเต็นท์มาเอง  นักท่องเที่ยวที่จะขึ้นเกาะห้องจะต้องเสีย ค่าเข้าชมอุทยานฯ  คนไทย ผูใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างประเทศ ผู้ใหญ่  200 บาท เด็ก  100 บาท การไปเที่ยวชมสามารถเช่าเรือหางยาวจากอ่าวนาง ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

       เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ประจำปี 2551 ประเภทแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติภาคใต้ดีเด่น
      หมายเหตุ: ที่บริเวณเกาะห้อง ทางอุทยานฯ มีกำหนดปิดเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.-30 ก.ย. ของทุกปี

เกาะเหลาบิเละ (Lou Bee Le Island)

 

เกาะเหลาบิเละ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เกาะห้อง เป็นเกาะที่มีทัศนียภาพสวยงามมาก ล้อมรอบด้วยน้ำทะเลสีคราม มีกัลปังหาและปะการังรอบเกาะ โดยมีจุดที่น่าสนใจได้แก่ อ่าวบิเละ เป็นอ่าวที่มีหาดทรายโค้งเป็นรูปนกบิน ทรายละเอียดขาวสะอาด น้ำทะเลใส มีฝูงปลาเล็กๆ แหวกว่ายให้เห็นอยู่ทั่วไป ชายทะเลเหมาะแก่การเล่นน้ำ
 

         อ่าวห้อง เปรียบเสมือนสระน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ ผนังเป็นหน้าผาชันโดยรอบ ลักษณะคล้ายห้อง มีประตูทางเข้าเพียงทางเดียว กว้างประมาณ 10 เมตร สามารถนำเรือเข้าไปได้ พื้นเป็นทรายขาวสะอาดราบเรียบเสมอกัน น้ำตื้นและใสมาก เหมาะแก่การเล่นน้ำ และยังเป็นที่หลบคลื่นลมของชาวประมงเมื่อมีพายุพัดผ่าน
         การเดินทางไปเกาะห้อง คือ เดินทางไปตามถนนอ่าวลึก-กระบี่ แยกไปตามทางเข้าหาดนพรัตน์ธารา แล้วเลยไปแหลมป่อง ลงเรือที่ทับแขกรีสอร์ท นั่งเรือประมาณ 30 นาที

ถ้ำผีหัวโต หรือถ้ำหัวกะโหลก (Skull cave or cave ghost big head)

   

ถ้ำผีหัวโต ตั้งอยู่ในเขตอำเภออ่าวลึกในเทือกเขาผีหัวโต ซึ่งมีลักษณะเป็นเขาหินปูน เป็นถ้ำในภูเขาที่มีห้วงน้ำและป่าโกงกาง ล้อมรอบ นั่งเรือจากท่าเรือบ่อท่อไปประมาณ  10 นาที เลยทางแยกไปถ้ำลอดใต้เล็กน้อย จากปากถ้ำมองเข้าไปจะเห็นทางแยกเป็น  2 ทาง ทางซ้ายมือจะตัดตรงไปยังด้านหลังของถ้ำที่เป็นโพรงใหญ่ มีแสงสว่างส่องเข้ามาถึงได้ ส่วนด้านขวามือเป็นทางที่จะตรงเข้าไปยังห้องโถงของตัวถ้ำ แต่เดิมภายในถ้ำเคยพบหัวกะโหลกมนุษย์ซึ่งมีขนาดโตกว่าปกติจึงมีชื่อว่า ถ้ำผีหัวโต ภายในถ้ำแบ่งได้เป็น 2 คูหาขนาดใหญ่ มีภาพเขียนศิลปะดั้งเดิม เขียนด้วยสีแดง ดำ เหลือง น้ำตาล น้ำตาลเหลือง น้ำตาลแดงหรือน้ำตาลเข้ม สามารถแบ่งภาพเขียนตามบริเวณที่พบได้ 23 กลุ่ม จำนวน 238 ภาพ ซึ่งภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์อายุกว่า 2,000 – 3,000 ปี สภาพของถ้ำโปร่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก แสงสว่างส่องเข้าไปถึงสามารถชมภาพเขียนได้ชัดเจน ภายในถ้ำยังมีเปลือกหอยแครงจำนวนมากทับถมกันอยู่จนกลายเป็นหิน

   

นอกจากจะพบภาพเขียนศิลปะดั้งเดิมที่ถ้ำผีหัวโต ยังสามารถพบภาพเขียนตามเพิงผาและผนังถ้ำบนเกาะน้อยใหญ่ในเขตป่าชายเลนตอนกลางอุทยานแห่งชาติ เป็นแหล่งภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ เช่นที่ แหลมถ้ำเจ้ารี แหลมท้ายแรด แหลมไฟไหม้ ถ้ำชาวเล เกาะกาโรส ระยะทางแหลมสัก-แหลมไฟไหม้  5 กิโลเมตร แหลมสัก-ถ้ำชาวเล  2 กิโลเมตร แหลมสัก-เขากาโรส หรือเกาะกาโรส 7 กิโลเมตร การเดินทางเช่าเหมาเรือหางยาวที่ท่าเรือแหลมสักตามระยะใกล้-ไกล และควรเดินทางช่วงน้ำขึ้นจะได้ขึ้นฝั่งสะดวก ซึ่งแต่ละแห่งก็มีความสวยงามตามธรรมชาติแตกต่างกันไปด้วย

ถ้ำลอดเหนือและถ้ำลอดใต้ (Tham Lod Cave, North and South Lodge)

  

ตั้งอยู่อำเภออ่าวลึก อยู่ห่างจากอุทยานฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร ใกล้กับถ้ำผีหัวโตประมาณ 300 เมตร ลักษณะเป็นภูเขาที่มีคลองลอดผ่าน มีโพรงถ้ำลักษณะเป็นอุโมงค์ ตรงกลางเป็นช่องกว้างแล่นเรือลอดผ่านไปมาได้  ระยะทางประมาณ  150 เมตร สวยงามด้วยหินงอกหินย้อยเรียงรายตลอดแนวอุโมงค์ ถ้ำลอดใต้เป็นอุโมงค์ใต้เขาหินปูน มีธารน้ำไหลผ่านอุโมงค์แคบ มีหินงอกและหินย้อยสวยงาม ส่วนถ้ำลอดเหนือเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่ มีแนวอุโมงค์คดเคี้ยวและยาวกว่าถ้ำลอดใต้ เรือสามารถแล่นผ่านได้ในช่วงน้ำลงเท่านั้น

 

การเดินทางไปถ้ำลอด คือ ไปตามถนนอ่าวลึก-แหลมสัก ประมาณ  5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาไปท่าเทียบเรือบ่อท่อ อีกประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วลงเรือรับจ้างไปตามลำคลองท่าปรัง นั่งเรือผ่านป่าชายเลนอีกประมาณ 10 นาที ถึงถ้ำผีหัวโต-ถ้ำลอด อยู่ห่างจากธารโบกขรณี ประมาณ  7 กิโลเมตร นอกจากนั้นบริเวณนี้ยังสามารถพายเรือแคนูชมทิวทัศน์ป่าชายเลนที่สงบร่มรื่นได้ ค่าเช่าเรือแคนู 1,200 บาท/คน รวมอาหารกลางวัน  โดยสามารถเช่าเรือได้จากบริเวณท่าเรือบ่อท่อ

น้ำตกธารโบกขรณี (Than Bok Khorani Waterfall)

 

ตั้งอยู่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ เดิมชื่อ ธารอโศก เพราะมีต้นอโศกขึ้นอยู่ริมธาร เป็นธารน้ำลอดออกมาจากถ้ำ สภาพทั่วไปเป็นธารน้ำธรรมชาติไหลลงมายังแอ่งน้ำน้อยใหญ่ซึ่งอยู่ต่างระดับกัน รายรอบด้วยป่าไม้ร่มรื่น สามารถลงเล่นน้ำได้ มีฝูงปลาหลากชนิดแหวกว่ายให้เห็นตลอดเวลา อุดมไปด้วยไม้ป่านานาชนิด ออกดอกสะพรั่งสวยงามตามฤดูกาล ด้านเหนือของธารโบกขรณี มีมณฑปพระพุทธบาทจำลองที่แกะสลักจากไม้ ประดิษฐานอยู่ใกล้กับศาลาบูชาเจ้าพ่อโต๊ะยวน-โต๊ะช่อง

ถ้ำเพชร (Diamond Cave)

ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ต.อ่าวลึกเหนือ อ.อ่าวลึก อยู่ห่างจากสี่แยกตลาดอ่าวลึกเหนือ  3 กิโลเมตร บริเวณด้านหน้ามีพระพุทธรูปปูนประดิษฐานอยู่ และมีหินสะท้อนแสงซึ่งส่องประกายสวยงามราวกับเพชรตามผนังถ้ำ การไปเที่ยวชมถ้ำเพชร สามารถติดต่อขอคนนำทางจากอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณีได้ ทั้งนี้ควรนำไฟฉายติดตัวไปด้วย

ถ้ำเขาพระ (Khao Phra Cave)

ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ต. อ่าวลึกใต้ อ.อ่าวลึก ห่างจากที่ว่าการอำเภอประมาณ 2 ก.ม. ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปใหญ่  3 องค์ รอบฐานมีพระพุทธรูปไม้แกะสลักองค์เล็กตั้งอยู่โดยรอบ ฐานจะสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ แต่จากคำบอกเล่ากล่าวกันว่าสร้างพร้อมกับพระบรมธาตุเมืองนครฯ เนื่องจากผู้ศรัทธาที่จะเดินทางเอาทรัพย์สินเงินทองไปร่วมสร้างองค์พระบรมธาตุได้ทราบข่าวการสร้างองค์พระธาตุเสร็จสิ้นแล้ว จึงพร้อมใจกันสร้างพระพุทธรูป 3 องค์นี้ขึ้น พร้อมกับฝังทรัพย์สินเงินทองไว้อีกด้วย จากความเชื่อของชาวบ้านดังกล่าวก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะเส้นทางระหว่างอ่าวลึก-ปากลาว-ปากพนม ตลอดแม่น้ำตาปีนั้นเป็นเส้นทางเดินข้ามแหลมมลายูมาแต่โบราณเส้นทางหนึ่ง

ถ้ำชาวเล (Chao Le Cave)

 

อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของแหลมสัก ในเวิ้งอ่าวที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติอันสวยงามของเกาะแก่งและภูผา ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยและภาพเขียนสมัยก่อนประวัติศาสตร์เป็นรูปคน รูปสัตว์ และรูปทรงเรขาคณิตต่าง ๆ หลายภาพด้วยกัน สันนิษฐานว่าจะมีอายุอยู่ในช่วงหลังภาพเขียนที่ถ้ำผีหัวโต บริเวณถ้ำชาวเลสามารถพายเรือแคนูได้ สำหรับการไปเที่ยวชมสามารถโดยสารเรือประจำทางหรือเรือเช่าจากท่าเรือบ้านแหลมสัก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 -10 นาที ก็เดินทางโดยเรือหางยาวถึงที่ถ้ำชาวเล และเพิงผาแหลมชาวเลตามลำดับ จะพบภาพเขียนสีโบราณให้ได้ชมและศึกษาเรียนรู้ได้จากไกด์ชุมชนแหลมสัก 

เกาะกาโรส (Karos Island)

   

เกาะกาโรส อยู่ทางด้านตะวันออกของปลายแหลมสัก เป็นเส้นทางการท่องเที่ยวทะเลแห่งใหม่ของจังหวัดกระบี่ ซึ่งมีจุดขายอยู่ที่การพายเรือหรือนั่งเรือหัวโทง เที่ยวชมความงามของธรรมชาติ นับเป็นรายการที่เหมาะสำหรับคนที่รักการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เกาะกาโรสถูกบุกเบิกเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่อยู่ในพื้นที่ชุมชนเขากาโรส หมู่บ้านควนโอ หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 2 ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก เนื่องจากเทือกเขากาโรส ประกอบด้วยธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ และภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ที่พบบริเวณหน้าผาหินและถ้ำต่างๆยังไม่เป็นที่รู้จัก ภายในเกาะกาโรสมีทั้งป่าชายเลน แม่น้ำลำคลอง เวิ้งอ่าว เทือกเขาหินปูน เป็นบริเวณที่สามารถพายเรือแคนูได้

 

          การเดินทางนั่งเรือหางยาวออกจากท่าเทียบเรือบ้านควนโอ ล่องไปตามเส้นทางการท่องเที่ยว สัมผัสระบบนิเวศวิทยาที่คงความอุดมสมบูรณ์ เช่น ป่าโกงกาง แสม ตะบูน ลำพูน พบสัตว์นานาชนิด เช่น ลิง ค้าง นกหลายชนิด และสัตว์ทะเล ที่อาศัยอยู่บริเวณป่าโกงกาง พื้นที่โดยรอบ เหมาะในการล่องเรือ และพายเรือแคนูชมธรรมชาติ หน้าผาสลับกับพืชพันธุ์ไม้นานาชนิด แหล่งภาพเขียนสีโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์หลายจุด และถ้ำคลังซึ่งอยู่ใกล้เคียงกัน ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยหินงอก หินย้อยที่มีความสวยงามแปลกตาลักษณะที่แตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ

  ตามเส้นทางจะต้องลัดเลาะซอกซอนถ้ำเข้ามาในลากูนของเกาะกาโรส เพื่อชม "ภาพ เขียนโบราณ"บนโขดหินของเกาะกาโรส สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ   3,000-3,500 ปี โดยลักษณะภาพเขียนสีแดง เป็นภาพลักษณะคล้ายคนและสัตว์ ภาพที่เขียนในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ที่เชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มชนที่อยู่ย่านนั้นในอดีต ที่ดำรงชีวิตด้วยการอาศัยทรัพยากรทางทะเลในการดำรงชีพและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นอกจากจุดนี้ ยังพบบนหน้าผาอีกแห่งเป็นภาพเรขาคณิต เป็นรูปวงกลมเล็กๆ สีแดงทึบ มีลายเส้นประวัติศาสตร์ ที่นี่ยังรอการพิสูจน์และสำรวจแบบจริงจัง

เกาะแดง (Daeng Island)

มีหาดทรายสวยงามยาว 25 เมตร มีถ้ำลอดกว้าง 70 เมตร สูง 20 เมตร เป็นบริเวณที่ดำน้ำดูปะการังได้

 

อุทยานแห่งชาติในจังหวัดกระบี่ :

อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา อำเภออ่าวลึก อำเภอเขาพนม อำเภอเมือง

อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี อำเภออ่าวลึก อำเภอเมือง

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา อำเภอเกาะลันตา

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี อำเภอเมือง

เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาประ-บางคราม  อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่  อำเภอวังวิเศษ อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง

 

แผนที่อำเภอต่างๆ ในจังหวัดกระบี่

 

 

ไกด์พงษ์ แก้ไข 1/11/2559

http://www.oknation.net/blog/guidepong

 

ต้องการปรึกษา, มีคำถามหรือปัญหา, ตั้งกระทู้ต่างๆ, รับสมัครงาน

ต้องการมัคคุเทศก์ หรือหัวหน้าทัวร์ และผู้ช่วยมัคคุเทศก์





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]