• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1170746
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 14904 , 01:05:40 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดภูเก็ต (Phuket)

 

ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง

สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม

 

 

ประวัติและความเป็นมา :

       จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีลักษณะต่างจากจังหวัดอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นจังหวัดเดียวในประเทศไทยที่พื้นที่ของจังหวัดทั้งหมดเป็นเกาะในมหาสมุทรอินเดีย

         การเดินทางเข้าสู่ภูเก็ตนอกจากทางเรือแล้ว สามารถเดินทางโดยรถยนต์ซึ่งมีเพียงเส้นทางเดียวผ่านทางจังหวัดพังงา โดยข้ามสะพานสารสินและสะพานคู่ขนาน คือ สะพานท้าวเทพกระษัตรี เพื่อเข้าสู่ตัวจังหวัด และทางอากาศโดยมีท่าอากาศยานนานาชาติภูเก็ตรองรับ ท่าอากาศยานนี้ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะ

 

        จากประวัติศาสตร์ไทย ภูเก็ตเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรตามพรลิงก์ อาณาจักรศรีวิชัย สืบต่อมาจนถึงสมัยอาณาจักรศิริธรรมนคร เรียกเกาะภูเก็ตว่า เมืองตะกั่วถลาง เป็นเมืองที่ 11 ใน 12 เมืองนักษัตร โดยใช้ตราเป็นรูปสุนัข จนถึงสมัยสุโขทัย เมืองถลางไปขึ้นกับเมืองตะกั่วป่า ในสมัยอยุธยา ชาวฮอลันดาชาวโปรตุเกส และชาวฝรั่งเศส ได้สร้างสถานที่เก็บสินค้าเพื่อรับซื้อแร่ดีบุกจากเมือง(ถลาง)ภูเก็ต

       " ภูเก็ต " ได้มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีที่บ้านกมลา อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ขุดพบเครื่องมือหินและขวานหินเป็นการแสดงให้ทราบว่ามีมนุษย์อาศัยในดินแดนแถบนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ปีมาแล้วและได้มีหลักฐานการกล่าวถึงดินแดนในแถบนี้อีกครั้ง เมื่อปี พ .ศ.700 หรือ คริสต์ศตวรรษที่ 2 ในบันทึกของนักเดินเรือ ชื่อ คลอดิอุส ปโตเลมี กล่าวถึงผืนดินหรือแผ่นดินในส่วนนี้ว่า แหลมตะโกลา เป็นผืนดินที่ถูกดันออกมาทางใต้กลายเป็นแหลมยาวๆ อยู่ส่วนปลายสุดของจังหวัดพังงา อันเนื่องมาจากการเคลื่อนไหวของรอยเลื่อน ของเปลือกโลกขนาดใหญ่ ที่เรียกว่า รอยเลื่อนคลองมารุย (Klong Marui Fault) ซึ่งวางตัวเป็นแนวยาวจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีและพังงา ลงมาทางทิศตะวันออกของภูเก็ต ต่อมาได้ถูกคลื่นลมในทะเลกัดเซาะ และตัดพื้นที่ดังกล่าวนี้ ออกจากผืนแผ่นดินใหญ่ จนกลายเป็นเกาะโดยเกิดร่องน้ำระหว่างจังหวัดภูเก็ตและพังงาขึ้น ที่เรียกว่า ช่องแคบปากพระ (เป็นร่องน้ำแคบ ๆ โดยส่วนที่ลึกที่สุดลึกเพียง 8-9 เมตร )

        ในปัจจุบัน จากหนังสือภูมิศาสตร์บันทึก เมื่อปี พ.ศ.700 ของนักเดินเรือ คลอดิอุส ปโตเลมี ที่เรียกผืนดินในบริเวณนี้ว่า แหลมตะโกลา ได้มีปรากฎหลักฐานการกล่าวถึง ผืนดินในบริเวณนี้อีกครั้ง จากบันทึกและแผนที่การเดินเรือมาเอเชียตะวันออกของชาติยุโรป ระหว่างพ.ศ.2054-2397 เรียกผืนดินนี้ว่า จังซีลอน

 

         นอกจากนี้ ได้มีหลักฐานเกี่ยวกับการเรียกขาน ผืนดินนี้ของชาวทมิฬ์ในปี พ.ศ.1568 ว่า มณิคราม หมายถึง เมืองแก้ว ซึ่งมีความหมายตรงกับชื่อ ภูเก็จ ที่ปรากฎในจดหมายเหตุเมืองถลาง ฉบับที่ 1 ในปีพ.ศ.2328 และได้มีการเรียกขานเรื่อยๆ จนกลายเป็น ภูเก็ต ซึ่งได้ปรากฎในราชกิจจานุเบกษา มาตั้งแต่ พ.ศ.2450 เป็นต้นมา ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า ชื่อของจังหวัดภูเก็ตที่ได้มีการกล่าวขานตั้งแต่ในอดีตจนกระทั่งปัจจุบันนั้น ประกอบด้วย แหลมตะโกลา มณิคราม จังซีลอน ภูเก็จ และภูเก็ต ซึ่งในบางครั้งได้มีการเรียกขานว่า สิลัน ถลาง และทุ่งคาร่วมด้วย เดิมคำว่า ภูเก็ต นั้นใช้คำว่า ภูเก็จ อันแปลว่า เมืองแก้ว จึงใช้ตราเป็นรูปภูเขา(ภู) มีประกายแก้ว(เก็จ) เปล่งออกเป็นรัศมี (ดูตราที่ผ้าผูกคอลูกเสือ) ตรงกับความหมายเดิมซึ่งชาวทมิฬเรียก มณิครัม(มณิคราม) ตามหลักฐาน พ.ศ. 1568

         ภูเก็ตเป็นที่รู้จักของนักเดินเรือที่ใช้เส้นทางระหว่างจีนกับอินเดีย โดยผ่านแหลมมลายู หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดก็คือ หนังสือภูมิศาสตร์และแผนที่เดินเรือของคลอดิอุส ปโตเลมี เมื่อประมาณ พ.ศ. 700 กล่าวถึงการเดินทางจากแหลมสุวรรณภูมิลงมาจนถึงแหลมมลายูซึ่งต้องผ่านแหลมจังซีลอน หรือเกาะภูเก็ต(เกาะถลาง)นั่นเอง คำว่า ภูเก็ต คาดว่าน่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า บูกิต(ในภาษามลายูแปลว่าภูเขา) หรือที่เคยรู้จักแต่โบราณในนาม เมืองถลาง

        ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้เกิดสงครามเก้าทัพขึ้น พระเจ้าปดุงกษัตริย์ของประเทศพม่าในสมัยนั้น ได้ให้แม่ทัพยกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้ เช่น ไชยา นครศรีธรรมราช และให้ยี่หวุ่นนำกำลังทัพเรือพล 3,000 คนเข้าตีเมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง และเมืองถลาง ซึ่งขณะนั้นเจ้าเมืองถลาง (พญาพิมลอัยาขัน) เพิ่งถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงจัน ภรรยา และคุณมุก น้องสาว จึงรวบรวมกำลังต่อสู้กับพม่าจนชนะเมื่อวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2328 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ท่านผู้หญิงจันเป็น ท้าวเทพกระษัตรี และคุณมุกเป็นท้าวศรีสุนทร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้รวบรวมหัวเมืองชายทะเลตะวันตกตั้งเป็น มณฑลภูเก็ต และเมื่อปี พ.ศ. 2476 ได้ยกเลิกระบบมณฑลเทศาภิบาล เปลี่ยนมาเป็น จังหวัดภูเก็ต จนถึงปัจจุบัน

กลุ่มประชากร :

 

ชาวเล ป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่มาอาศัยอยู่บนเกาะภูเก็ต จากนั้นมาจึงกลุ่มชนอื่น ๆ อพยพตามมาอีกจำนวนมาก ทั้งชาวจีน ชาวไทย ชาวมาเลเซีย ฯลฯ จนมีวัฒนธรรมเฉพาะเป็นของตนเองสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นสีสันอย่างหนึ่งของภูเก็ต ตามบันทึกของฟรานซิส ไลต์ กล่าวถึงชาวภูเก็ตว่าเป็นพวกผสมผสานกันทางด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรมกับชาวมลายู โดยเฉพาะคนไทยจำนวนมากในสมัยนั้นทำตัวเป็นทั้งอิสลามมิกชนและพุทธศาสนิกชน คือ ไม่รับประทานหมูแต่สักการะพระพุทธรูป ขณะที่กัปตันทอมัส ฟอร์เรสต์ ชาวอังกฤษที่เดินเรือมายังภูเก็ต ใน พ.ศ. 2327 ได้รายงานว่า "ชาวเกาะแจนซีลอนพูดภาษาไทย ถึงแม้ว่าเขาจะเข้าใจภาษามลายู พวกเขามีลักษณะหน้าตาคล้ายกับชาวมลายู ท่าทางคล้ายชาวจีนมาก"

        ปัจจุบันชาวภูเก็ตส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนกลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ชาวจีนฮกเกี้ยน ชาวจีนช่องแคบ ชาวจีนกวางตุ้ง ฯลฯ รวมไปถึงชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม แถบอำเภอถลาง โดยเฉพาะชาวไทยมุสลิมมีจำนวนถึงร้อยละ 20-36 ของประชากรในภูเก็ต มีมัสยิดแถบอำเภอถลางราว 30 แห่งจาก 42 แห่งทั่วจังหวัด มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล กลุ่มอูรักลาโว้ยและพวกมอแกน (มาซิง) ซึ่งมอแกนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มย่อย คือ มอเกนปูเลา (Moken Pulau) และ มอเกนตาหมับ (Moken Tamub) และยังมีชนกลุ่มต่างชาติอย่างชาวยุโรปที่เข้าลงทุนในภูเก็ต รวมไปถึงชาวอินเดีย มีชาวคริสต์ในภูเก็ตราว 300 คน ชาวสิกข์ที่มีอยู่ราว 200 คน และชาวฮินดูราว 100 คน และแรงงานต่างด้าวชาวพม่า ลาว และเขมรราวหมื่นคน

ภาษาถิ่น :

ภาษาถิ่นของจังหวัดภูเก็ตเป็นภาษาถิ่นใต้ที่ไม่เหมือนถิ่นอื่นในภาคใต้ โดยจะมีสำเนียงภาษาจีนฮกเกี้ยนและภาษามลายูปนอยู่มาก ดังนั้นภาษาถิ่นภูเก็ตจึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พบได้เฉพาะแถบภูเก็ตและพังงาเท่านั้น ในอดีตนั้นชาวพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในภูเก็ตนั้นส่วนใหญ่ล้วนเป็นชาวจีนอพยพมาจากมณฑลฮกเกี้ยน เมื่อเข้ามาอาศัยอยู่ในภูเก็ตแล้วก็ได้นำเอาวัฒนธรรมต่าง ๆ มากมายเข้ามาใช้ หนึ่งในนั้นก็คือ ภาษา ซึ่งในยุคแรก ๆ นั้นได้ติดต่อสื่อสารกันด้วยภาษาจีนฮกเกี้ยน ต่อมามีการค้าขายมากขึ้นต้องติดต่อกับต่างชาติมากขึ้น ชาวจีนฮกเกี้ยนบางส่วนก็ไปมาหาสู่กับปีนัง มาเลเซียบ้าง มีการค้าขายแร่ดีบุกต่าง ๆ มากขึ้น ทำให้ภาษามลายูหรือภาษามาเลย์เริ่มเข้ามาผสมปนเข้าด้วยกันกับภาษาฮกเกี้ยน ทำให้เกิดเป็นภาษาที่ผสมสำเนียงเข้าด้วยกัน เป็นภาษาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในภูเก็ตและใกล้เคียง ภาษาฮกเกี้ยนในภูเก็ตนั้นปัจจุบันยังคงมีใช้อยู่เพียงแต่สำเนียงอาจจะเพี้ยนไปจากภาษาฮกเกี้ยนเดิมบ้าง เพื่อปรับให้เข้ากับการออกเสียงของคนภูเก็ต ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาฮกเกี้ยนที่ใช้กันในปีนัง มาเลเซีย หรือสิงคโปร์ เนื่องจากมีการปรับเสียงให้เข้ากับสัทอักษรการออกเสียงของคนภูเก็ต บางคำในภาษาฮกเกี้ยนจึงไม่เหมือนกันภาษาฮกเกี้ยนแท้ของจีน แต่ก็ใกล้เคียง นอกจากนี้ยังพบว่าระบบไวยากรณ์ที่ใช้นั้นบ้างก็ยืมมากจากภาษาฮกเกี้ยนด้วย ภาษาภูเก็ตบ้างก็เรียก ภาษาบาบ๋า

ที่ตั้งและพื้นที่ : จังหวัดภูเก็ต ตั้งอยู่ทางภาคใต้ และมีพื้นที่ประมาณ 543.034 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่มากเป็นอันดับที่ 76 ของประเทศ

  

ประชากร :  386,605 คน (พ.ศ. 2558)(อันดับที่ 64)

ความหนาแน่น : 711.93 คน/ตร.กม. (อันดับที่ 5)

อาณาเขตและการปกครอง :

ทิศเหนือ ติดกับ จังหวัดพังงา  

ทิศใต้ ติดกับทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

ทิศตะวันออก ติดกับทะเลเขตจังหวัดพังงา

ทิศตะวันตก ติดกับทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย

จังหวัดภูเก็ต แบ่งการปกครองออกเป็น 3 อำเภอ 17 ตำบล 104 หมู่บ้าน คือ อำเภอเมืองภูเก็ต กระทู้ ถลาง

ศูนย์ราชการ : ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต ถนนสุรินทร์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 83000 โทร: 076-222886, 076-354875 โทรสาร 076-222886

ลักษณะภูมิประเทศ :

ลักษณะภูมิประเทศของจังหวัดภูเก็ตเป็นภูเขาสลับซับซ้อน ทอดตัวในแนวเหนือใต้ ภูเขาส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตก คิดเป็นพื้นที่ประมาณร้อยละ 70 ของเกาะ เป็นที่ราบประมาณร้อยละ 30 ของเกาะ ที่ราบส่วนใหญ่อยู่บริเวณตอนกลาง ฝั่งตะวันออก และบริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะ ชายฝั่งด้านตะวันออกมีสภาพเป็นหาดโคลนและป่าชายเลน เช่น หาดสะปำ หาดป่าคลอก หาดอ่าวปอ เป็นต้น

         ส่วนทางตะวันตกชายหาดมีลักษณะเป็นหาดทรายขาวสวยงาม เช่น หาดในยาง หาดป่าตอง หาดกะตะ หาดกะรน หาดทรายแก้ว หาดไม้ขาว หาดในทอน หาดเลพัง หาดบางเทา หาดสุรินทร์ หาดกมลา หาดในหาน เป็นต้น การวางตัวของภูเขาทางทิศตะวันตกของเกาะเป็นเกราะกำบังลมและฝน ทำให้ภูเก็ตปลอดภัยจากลมพายุที่รุนแรง ภูเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดภูเก็ต คือภูเขาไม้เท้าสิบสอง มีความสูง 529 เมตร อยู่ในเขตตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้

         ภูเก็ตไม่มีแม่น้ำสายสำคัญ มีแต่คลองขนาดเล็กสายสั้น ๆ เช่น คลองท่าจีน คลองบางชีเหล้า คลองบางโรง คลองกมลา คลองบางใหญ่ คลองท่ามะพร้าว คลองพม่าหลง คลองโคกโตนด คลองกะลา คลองท่าเรือ เป็นต้น ลำคลองเหล่านี้เคยมีสภาพเป็นคลองลึกและกว้าง จนเรือสำเภาขนาดใหญ่ใช้เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าเข้าออกเมืองภูเก็ตในสมัยโบราณ แต่บัดนี้ได้กลายเป็นคลองที่ตื้นเขินและแคบลง

 

         ทั้งนี้เนื่องจากการทำเหมืองแร่ทำให้มีตะกอนดินไหลมาทับถมจนตื้นเขินทำให้คลองบางสายไม่เหลือสภาพเดิมให้เห็นและบางสายมีแต่เพียงชื่อเรียกขานเท่านั้น สภาพทางภูมิศาสตร์ของภูเก็ตได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก ทั้งนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ ทั้งสภาพทางธรณีวิทยาและสภาพทางภูมิศาสตร์ด้านอื่น ๆ ซึ่งสามารถแบ่งลักษณะภูมิประเทศออกเป็น 3 บริเวณ คือ

1. บริเวณที่เป็นภูเขาสูงชัน ส่วนใหญ่อยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะ ภูเขาส่วนใหญ่มีระดับความสูงมากกว่า 100 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล มีหินรองรับคือ หินแกรนิต อันเกิดจากแมกม่าที่ดันตัวขึ้นมาเป็นมวลขนาดใหญ่จากภายในโลก ไม่มีแนวตัดมากจึงคงทนต่อการผุกร่อนทำลาย บริเวณภูเขาสูงเหล่านี้จะกินพื้นที่มากกว่าบริเวณอื่น ๆ พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าไม้เขตร้อนชื้น เช่น บริเวณภูเขาในเขตตำบลกมลา ป่าตอง กะตะ กะรน รวมถึงเขาพระแทวในเขตอำเภอถลาง

2. บริเวณที่เป็นลอนลูกคลื่น เป็นบริเวณที่เชื่อมต่อกับที่สูงชัน เป็นพื้นที่ราบระหว่างหุบเขา บางส่วนเป็นหินแกรนิต รวมไปถึงหินชั้นและหินแปรด้วย บริเวณนี้มักพบทางน้ำไหลผ่านหรือเกิดแหล่งน้ำในบริเวณใกล้เคียง ทำให้มีความเหมาะสมในการทำการเกษตร เช่น บริเวณบ้านบางทอง บ้านตะเคียน บ้านลิพอน บ้านคลอง บ้านดอน เป็นต้น

3. บริเวณที่ราบต่ำ พื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชายฝั่ง เกิดจากสาเหตุต่าง ๆ กันไป คือ

    3.1 เกิดจากการกัดเซาะของแม่น้ำลำธาร พื้นที่เหล่านี้มักอยู่บริเวณปากแม่น้ำหรือบริเวณหุบเขากว้าง อันเกิดจากการทับถมของตะกอนที่แม่น้ำพัดพามา

    3.2 เกิดจากการกัดเซาะและการทับถมของตะกอน โดยการกระทำของคลื่นลม ส่วนใหญ่อยู่ทางตะวันตกของเกาะ ทั้งนี้เพราะลมประจำถิ่นทางทิศตะวันตก มีอิทธิพลในการช่วยกัดเซาะ ทำให้ชายฝั่งตะวันตกของเกาะเป็นหาดทรายสีขาวสะอาด เพราะเกิดจากการทับถมของทรายที่เป็นแร่ควอทซ์ (Quartz) บางแห่งมีซากแตกหักของเปลือกหอยและปะการัง เช่น บริเวณป่าตอง กะรน กะตะ เป็นต้น

    3.3 เกิดจากอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลง จนเกิดเป็นบริเวณน้ำท่วมถึงและที่ราบต่ำน้ำกร่อย จะพบบริเวณชายฝั่งทางทิศตะวันออกของเกาะ เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลทั้งน้ำจืดและน้ำเค็ม จัดอยู่ในระบบนิเวศน์วิทยาแบบน้ำกร่อย (Estuarine Ecology) บางแห่งเป็นที่ลุ่มน้ำขัง (Swamp) ดินตะกอนที่ถูกพัดพาจะมีลักษณะเป็นเลนโคลน เนื่องจากบริเวณทิศตะวันออกของเกาะภูเก็ตมีลมสงบ พืชพรรณธรรมชาติเป็นป่าชายเลน พันธุ์ไม้ที่พบเห็น เช่น จาก แสม โกงกาง เป็นต้น

ภูมิอากาศ :

ภูเก็ตมีลักษณะอากาศเป็นภูมิอากาศเขตศูนย์สูตร มีอุณหภูมิเกือบจะคงที่ตลอดทั้งปี ความแตกต่างของอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 16.9 ถึง 35.4 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงในเดือนมีนาคมและเมษายน และลดลงเล็กน้อยในเดือนธันวาคม ภูเก็ตได้รับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่งผลให้มีลักษณะอากาศชุ่มชื้นตลอดปี ปรากฏฤดูกาลเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนและฤดูร้อน ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน ถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ส่วนฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคม อัตราเฉลี่ยฝนตกประมาณ 170 วัน ต่อปี ฝนตกชุกในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม และแล้งที่สุดระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมช่วงเดือนพฤศจิกายน-เมษายน เป็นช่วงที่อากาศดีที่สุดไม่มีฝน ท้องฟ้าแจ่มใส

การคมนาคม :

 

เดินทางจากกรุงเทพฯ

รถยนต์ :

จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ข้ามสะพานสารสิน เข้าจังหวัดภูเก็ต ระยะทาง 862 กิโลเมตร

รถโดยสารประจำทาง :

บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถโดยสารทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ไปภูเก็ตทุกวัน สอบถามรายละเอียด โทร. 02-4347192 (รถปรับอากาศ) และโทร. 02-4345557-8 (รถธรรมดา)  

บริษัทเอกชน ติดต่อ บริษัท ภูเก็ต เซ็นทรัล ทัวร์ กรุงเทพฯ โทร. 02-4343233 ภูเก็ต โทร. 076-213615, 076-214335 และบริษัท ภูเก็ตท่องเที่ยว กรุงเทพฯ โทร. 02-4355018, 02-4355034 ภูเก็ต โทร. 076-222107-9 สถานีขนส่งภูเก็ต โทร. 076-211480

รถไฟ :

ไม่มีบริการรถไฟจากกรุงเทพฯ ไปภูเก็ตโดยตรง หากต้องการเดินทางโดยรถไฟต้องไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วต่อรถประจำทางเข้าจังหวัดภูเก็ต สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, 02-2237010, 02-2237020, 02-2204334 หรือ www.railway.co.th

เครื่องบิน :

   มีบริการเที่ยวบินระหว่าง กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ทุกวัน สอบถามตารางบิน และข้อมูลเพิ่มเติมที่สายการบินต่างๆ ดังนี้

1. การบินไทย โทร. 1566, 02-2800060, 02-6282000 สำนักงานภูเก็ต โทร. 076-211195, 076-212499, 076-212946

2. ภูเก็ตแอร์ โทร. 02-6798999

3. บางกอกแอร์เวส์ โทร. 02-2655555

4. ไทยแอร์เอเชีย โทร. 02-5159999

5. วันทูโก โทร.1126 และยังมีบริการเครื่องบินน้ำ ระหว่าง ภูเก็ต - กระบี่ เกาะพี่พี และเกาะลันตา หรือนำเที่ยวทางอากาศทะเลอันดามัน ติดต่อ บ.เดสทิเนชั่นแอร์ โทร. 02-2615323 (เปิดให้บริการ เดือนกรกฎาคม 2549)

เดินทางภายในจังหวัด

   ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีการเดินทางภายในจังหวัดสะดวก มีรถตุ๊กตุ๊ก และรถสองแถวบริการไปตามสถานที่ต่าง ๆ เช่น หาดราไวย์ หาดป่าตอง อ่าวฉลอง แหลมพันวา หาดกมลา หาดสุรินทร์ ห้าแยกฉลอง อ่าวมะขาม หาดกะตะ หาดกะรน หาดไนยาง อำเภอกะทู้ สามารถขึ้นรถได้บริเวณตลาดสด ใกล้วงเวียนน้ำพุ ถนนระนอง ค่าโดยสารขึ้นอยู่กับระยะทาง นอกจากนั้นการเดินทางจากสนามบินมายังตัวเมืองภูเก็ต สามารถใช้บริการรถแท็กซี่เข้าตัวเมืองภูเก็ต หรือไปยังหาดต่างๆ ในอัตราค่าบริการตามระยะทาง และมีบริการ airport bus เข้าตัวเมืองภูเก็ต 

         ส่วนในตัวเมืองก็มีบริการรถตู้ปรับอากาศ และรถแท๊กซี่รับส่งไปสนามบิน ติดต่อบริษัท ทัวร์รอยัล เอ็นเตอร์ไพรส์ ถนนวิชิตสงคราม โทร. 076-235268-71 หรือสนามบินภูเก็ต โทร. 076-351221 สำหรับรถตู้ปรับอากาศ จะมีระหว่างเวลา 07.00-18.00 น. รถออกทุกชั่วโมง สำหรับรถแท๊กซี่ ต้องโทรแจ้งล่วงหน้า 1 ชั่วโมง

เดินทางระหว่างจังหวัด

จากภูเก็ต มีบริการรถโดยสารธรรมดาจากสถานีขนส่ง ถนนพังงา ไปจังหวัดกระบี่ นครศรีธรรมราช พังงา ระนอง สุราษฎร์ธานี ตรัง สตูล หาดใหญ่ และเกาะสมุย รายละเอียดติดต่อ สถานีขนส่งภูเก็ต โทร. 076-211480, 076-211977 นอกจากนั้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มีเที่ยวบินจากภูเก็ตไปจังหวัดใกล้เคียง เช่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ตรัง และหาดใหญ่ และบริษัท บางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบินระหว่างภูเก็ต-สมุย ให้บริการอีกด้วย และมีเรือโดยสาร จากภูเก็ต ไป หมู่เกาะพีพี หรือ เรือนำเที่ยว ไปเช้าเย็นกลับ ระหว่างภูเก็ต กับ หมู่เกาะพีพี หรือ หมู่เกาะสิมิลัน ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว

การเดินทางไปอำเภอต่าง ๆ
ระยะทางจากอำเภอเมืองภูเก็ตไปยังอำเภอต่างๆ 3 อำเภอ 

อำเภอเมืองภูเก็ต  

0

กิโลเมตร

อำเภอกะทู้

10

กิโลเมตร

อำเภอถลาง

19

กิโลเมตร

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด :

   

ตราประจำจังหวัด : ตราประจำจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบัน เริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ.2528 เป็นรูปอนุสาวรีย์สองวีรสตรี อยู่ในวงกลมล้อมด้วยลายกนก ซึ่งแสดงถึงวีรกรรมอันห้าวหาญของท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทรที่ได้ปกป้องเมืองถลางให้พ้น จากการรุกรานของพม่า เมื่อปลายปีมะเส็ง พ.ศ.2328 สำหรับอักษรย่อของจังหวัดภูเก็ต ที่ใช้ในทางราชการ คือ " ภก "

ต้นไม้ประจำจังหวัด :

 

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถได้ทรงโปรดพระราชทาน กล้าไม้มงคล ให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตนำไปปลูกเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ประชาชนชาวจังหวัดภูเก็ต เนื่องในงานรณรงค์โครงการปลูกป่าถาวร เฉลิมพระเกียรติ ฯ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2537

 

ชื่อพันธุ์ไม้ : ประดู่อังสนาหรือประดู่บ้าน

ชื่อสามัญ : Burmese Rosewood , Burma Padauk
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 
Millettia Pterocarpus indicus Willd
วงศ์ : Leguminosae
ชื่ออื่น : ดู่บ้าน, ดู่ป่า (ภาคเหนือ), ประดู่บ้าน ประดู่ลาย (ภาคกลาง), สะโน (มลายู-นราธิวาส), ประดู่ไทย (ภาคกลาง), ประดู่กิ่งอ่อน (ทั่วไป) อะนอง, ดู่

ลักษณะทั่วไป : เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่สูง 10-25 เมตร ผิวเปลือกต้นสีน้ำตาลเข้มหรือดำคล้ำ เป็นพูไม่กลมแตกกิ่งก้านสาขากว้างมีเรือนยอดทึบแตกเป็นสะเก็ดแตกเป็นร่องตื้นๆ ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก มีใบย่อย ประกอบอยู่ประมาณ 6-12 ใบ แผ่นใบรูปรี โคนใบมนรี ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ เป็นมันสีเขียว ใบมีขนาดยาวประมาณ 2-3 นิ้ว กว้างประมาณ 1-2 นิ้ว ออกดอกเป็นช่อขนาดใหญ่ รูปดอกถั่ว สีเหลือง ออกดอกช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ผล เป็นรูปโล่ มีครีบเป็นแผ่นกลม ตรงกลางนูน ผลมีขนเล็กๆปกคลุม ขนาดผลโตประมาณ 4-6 เซนติเมตร

ขยายพันธุ์ : โดยการเพาะเมล็ด
สภาพที่เหมาะสม : กลางแจ้ง ต้องการน้ำปานกลาง พบในป่าดิบภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปสามารถปลูกได้ทั่วไป ต้องการน้ำปานกลาง

ถิ่นกำเนิด : มาเลเซีย แถบทะเลอันดามัน มัทราช และอ่าวเบงกอล

ประโยชน์ :เนื้อไม้ใช้ทำสิ่งก่อสร้าง เปลือกให้น้ำฝาดสำหรับฟอกหนังและให้สีน้ำตาล สำหรับย้อมผ้า แก่นให้สีแดงคล้ำ

ดอกไม้ประจำจังหวัด :

 

ชื่อสามัญ : ดอกเฟื่องฟ้า (Bougainvillea, Paper flower, Kertas)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : 
Bougainvillea hybrid, Bougainvillea spp.
วงศ์ : Nyctaginaceae
ชื่ออื่น : Peper Flower, Kertas, ตรุษจีน , ดอกต่างใบ, ดอกกระดาษ

ลักษณะทั่วไป : เป็นพรรณไม้ยืนต้นประเภทพุ่มกึ่งเลื้อย อายุยืนหลายสิบปี ขนาดตั้งแต่พุ่มเล็กถึงพุ่มใหญ่ มีหนามขึ้นตามลำต้นอยู่ ลำต้นมีความยาวประมาณ 1 – 10 เมตร มีลำเถาแข็งแรงเลื้อยไปได้ไกล ลำต้นมีหนามติดอยู่เป็นระยะๆ อยู่เหนือใบ ลักษณะทรงพุ่มตัดแต่งได้ บังคับทิศทางการเจริญเติบโตได้ ใบเดี่ยว แตกออก สลับกับกิ่ง หรือเยื้องกัน มีขนขึ้นปกคลุมเล็กน้อย มีสีเขียวหรือใบด่าง รูปร่างรีแหลมยาว 3-6 ซม. กว้าง 2-3 ซม. ใบประดับลักษณ ะคล้ายรูปหัวใจหรือรูปไข่มี 3-5 ใบ มีหลายสี เช่น ม่วง แดง ชมพู ส้ม ฟ้า เหลืองและอื่นๆ ผู้พบเห็นทั่วไปมักเข้าใจว่าใบประดับคือดอก ส่วนดอก มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศและไม่สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อ ตามซอก ใบหรือปลายกิ่งแต่ละช่อมี 3 ดอก เป็นหลอดยาว 1-2 ซม. ติดอยู่ที่เส้นกลางใบของใบประดับ ส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าดอกคือเกสรดอก ดอกเป็นชนิดไม่มีกลีบดอก มีกลีบเลี้ยง 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ 5-10 อัน การปลูกเลี้ยงในประเทศไทยมักจะเกิดการกลายพันธุ์ โดยเนื้อเยื่อบริเวณตามีการเปลี่ยนแปลงในระดับเซลทำให้ส่วนต่างๆ เปลี่ยนไป เช่น สีของใบประดับเปลี่ยนไป กลายพันธุ์เป็นใบประดับซ้อน กลายพันธุ์เป็นใบด่าง กลายพันธุ์เป็นดอกกระจุก เป็นต้น ต้องการแสงแดดจัดในสภาพกลางแจ้ง ได้รับแสงแดดตลอดวัน ถ้าได้รับแสงแดดไม่เพียงพอจะทำ ให้สีของใบไม่เข้มออกดอกน้อย ต้องการอุณหภูมิ ปานกลางหรือร้อนชื้น เมื่อโตขึ้น ต้องการน้ำปานกลาง ถึงค่อนข้างต่ำ ถ้ารดน้ำมากเกินไปจะไม่ออกดอก

ขยายพันธุ์ : การขยายพันธุ์เฟื่องฟ้า นิยมทำกันอยู่ 2 ลักษณะ คือ การปักชำกิ่งและการเสียบยอด
สภาพที่เหมาะสม : ดินร่วนซุย ดินร่วนปนทราย แสงแดดจัด ทนแล้งได้ดี

ถิ่นกำเนิด : ถูกค้นพบครั้งแรกในประเทศบราซิลโดยนักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศสราว ค.ศ. 1766-1769 และได้ถูกนำไปปลูกยังส่วนต่าง ๆ ของโลก เริ่มจากยุโรป อเมริกาเหนือ และ เอเชีย สำหรับในประเทศไทย มีการนำพันธุ์เฟื่องฟ้าเข้ามาจากสิงคโปร์ครั้งแรกราว พศ. 2423 ใน สมัยรัชกาลที่ 5 พันธุ์เฟื่องฟ้าในประเทศไทยมีไม่น้อยกว่าต่างประเทศ เนื่องจากเฟื่องฟ้าเจริญเติบโตได้ดีในประเทศไทย และกลายพันธุ์เกิดเป็นพันธุ์ใหม่ขึ้นมากมาย

การเป็นมงคล :คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นเฟื่องฟ้าไว้ประจำบ้าน สามารถสร้างคุณค่าของชีวิตให้สูงขึ้น เพราะเฟื่องฟ้าเป็นพรรณไม้ ที่ได้รับสมญาว่าเป็นราชินีแห่งไม้ประดับเนื่องจากสามารถนำเฟื่องฟ้าไปใช้ประโยชน์ในด้านสุนทรียภาพเพื่อประดับสวนอาคาร บ้านเรือน และสถานที่สำคัญต่างๆ นอกจากนี้คนไทยโบราณยังมีความเชื่ออีกว่าเฟื่องฟ้าเป็นไม้มงคล และมีความสำคัญของเทศกาลตรุษจีน เพราะต้นเฟื่องฟ้าสามารถออกดอกสะพรั่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนจึงทำให้บางคนเรียกต้นเฟื่องว่าว่าต้นตรุษจีนดังนั้นบางคนเชื่อว่า เมื่อช่วงดอกเฟื่องฟ้าบานแสดงถึง ความเบิกบาน สว่างไสว ความรุ่งเรือง ที่ก้าวไกลแห่งชีวิต

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก : เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัย ควรปลูกต้นเฟื่องฟ้า ไว้ทางทิศตะวันออก ผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธเพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เพื่อเอาประโยชน์ทั่วไปทางด้านเป็นสิริมงคล ให้ปลูกในวันพุธ และถ้าจะให้เป็นสิริมงคลยิ่งขึ้น ผู้ปลูกควรเป็นสตรีเพราะเฟื่องฟ้าเป็นราชินีแห่งไม้ประดับ ดังนั้นชื่อจึงเหมาะสมอย่างยิ่งกับสุภาพสตรี

คำขวัญประจำจังหวัด :

ไข่มุกอันดามัน สวรรค์เมืองใต้ หาดทรายสีทอง สองวีรสตรี บารมีหลวงพ่อแช่ม

เศรษฐกิจ :

 

โครงสร้างเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตขึ้นอยู่กับการท่องเที่ยวเป็นหลัก พิจารณาจากผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดภูเก็ต ณ ปี พ.ศ.2551 พบว่าสาขาการผลิตที่มีสัดส่วนสูงสุด คือ สาขาโรงแรมและภัตตาคาร สาขาการขนส่งและคมนาคม และสาขาค้าส่งค้าปลีก สัดส่วนร้อยละ 38.92 , 14.12 และ 10.54 ตามลำดับ ภาวะเศรษฐกิจการค้าของจังหวัดภูเก็ต ในปี พ.ศ.2552 ชะลอตัว โดยพิจารณาได้จากภาคอุปทานด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดชะลอตัว รวมถึงอุปทานภาคการเกษตร(ยางพารา) ที่ปรับตัวลดลง ในขณะเดียวกันอุปสงค์ด้านการลงทุนและการอุปโภคบริโภคภาคเอกชนชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน

อาชีพ :

มีอาชีพหลักคือ อาชีพทางเกษตรกรรม เป็นส่วนสำคัญของประชากรส่วนใหญ่ของเกาะ ผลผลิตทางเกษตรส่วนใหญ่เป็น ยางพารา มะพรัาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์และสัปปะรด ประชากรส่วนหนึ่งทำฟาร์มเลี้ยงกุ้งอยู่ทางทิศตะวันออกและทิศใต้ของเกาะ นอกจากนี้ฟาร์มหอยมุกยังเป็นส่วนหนึ่งของเศรษกิจหลักของ จังหวัดเช่นกัน อาชีพประมงยังคงเป็นอาชีพสำคัญของเศรษฐกิจหมู่เกาะ ด้วยเหตุนี้อุตสาหกรรม ต่างๆ จึงเติบโตอย่างรวดเร็วเป็นผลให้มีงานว่าจ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จำนวนมากเกิดขึ้นเป็น เงาตามตัวเพื่อรอบรับการก่อสร้างอาคารสำนักงานและโรงแรมต่างๆ รวมทั้งโครงการที่อยู่อาศัยขนาดเล็ก

ด้านการอุตสาหกรรม ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมห้องเย็น

เทศกาลและประเพณีของจังหวัด :

วันท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร

(Thao Thepkrasattri and Thao Srisoonthorn)

 

ทุกวันที่ 13 มีนาคม ของทุกปี จะมีการจัดงานเฉลิมฉลองและการแสดงแสง สี เสียง เพื่อเป็นการระลึกถึงการชนะศึกในสงครามเก้าทัพกับพม่าสมัยรัชกาลที่ 1 โดยมีคุณหญิงจัน และคุณหญิงมุกเป็นผู้นำชาวถลางในรบ และต่อมาเมื่อมีชัยชนะ จึงได้รับการสถาปนา เป็นท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรตามลำดับ สอบถามรายละเอียด มูลนิธิท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร โทร. 076-211281

พิธีลอยเรือของชาวเล (Picture this Floating Ceremony)

ประเพณีลอยเรือ หรือลอยเรือชาวเล เป็นพิธีกรรมที่สำคัญอย่างหนึ่งของชาวเลที่ยึดถือปฏิบัติและสืบทอดกันมาช้านาน โดยชาวเลมีความเชื่อว่าเป็นการสะเดาะเคราะห์เพื่อให้สมาชิกในหมู่บ้านรอดพ้น จากสิ่งที่ชั่วร้ายทั้งปวง ด้วยการขออำนาจจากผีหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้านให้ช่วยขับไล่สิ่ง อัปมงคล และรวมทั้งเป็นพิธีกรรมที่แสดงถึงความขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองให้พวกเขาได้ อยู่รอดปลอดภัยตลอดฤดูมรสุม โดยใช้เรือเป็นพาหนะบรรทุกสิ่งชั่วร้ายออกไป ปล่อยให้ไหลไปตามสายน้ำ

 

          ชาวเล ถือว่าการลอยเรือเป็นประเพณีสำคัญที่สุดในรอบปี นิยมจัดขึ้นปีละ 2 ครั้งๆ ละ 3 วัน คือในวันขึ้น 14, 15 ค่ำ และแรม 1 ค่ำ ของเดือน 6 กับเดือน 11 ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูมรสุม ส่วนวันลอยเรือชาวเลบางแห่งจะพากันไปเซ่นไหว้ผีหมู่บ้านก่อนเพื่อความเป็น สิริมงคล ส่วนในการต่อเรือพิธี หรือ ปลาจั๊ก ซึ่งทั้งหมู่บ้านจะต่อกันเพียงลำเดียว ไม้ที่ใช้ต่อเรือจะเป็นไม้เนื้ออ่อน ส่วนมากนิยมใช้ไม้ระกำ โดยเรือปลาจั๊กจะมีขนาดกว้าง 2 ฟุต ยาวประมาณ 6 ฟุต ตกแต่งลวดลายอย่างสวยงาม ใบเรือทำจากผ้าดิบ และยังมีการแกะสลักไม้ระกำ เป็นนายท้ายเรือ พายนำเครื่องใช้ประจำวัน อาทิ มีด ครก เสื้อผ้า รองเท้า ฯลฯ ใส่ไปในเรือด้วย จากนั้นเมื่อทำการต่อเรือเสร็จแล้ว ในตอนค่ำ ผู้นำครอบครัวจะนำตุ๊กตาที่แกะสลักเป็นรูปคนโดยแกะจากไม้ระกำ ตามจำนวนสมาชิกของครอบครัว พร้อมทั้งตัดเล็บมือ เล็บเท้า เส้นผมของทุกคนในบ้าน ตลอดจนของแห้ง เช่น กะปิ เกลือ หมาก พลู ที่เตรียมมาใส่ลงไปในเรือด้วย

           สำหรับการลอยเรือนั้น ในตอนค่ำจะมีหนุ่มสาวชาวเล ร่วมกันเต้นรำวง ร้องรำรองแง็งกันอย่างครึกครื้นสนุกสนานจนกระทั่งถึงรุ่งสางของวันใหม่ จากนั้นก็จะมีการนำรือปลาจั๊กปล่อยลงกลางทะเล เมื่อแน่ใจว่าเรือได้ลอยหายลับไปแล้ว จึงเป็นอันว่าเสร็จพิธีกรรมหลัก

           หลังจากนั้นพวกผู้ชายจะเข้าป่าไปหาไม้มาทำเป็นรูป ไม้กางเขนจำนวน 7 อัน ที่ปลายไม้ทั้งสองด้านติดใบกะพ้อ นำไปปักเรียงเป็นแถวตามแนวตั้งจากบกออกสู่ทะเลตรงบริเวณที่วางเรือพิธี ไม้นี้ชาวเล เรียกว่า กายู่ฮาปัด เป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ คอยปัดรังควานไม่ให้สิ่งอัปมงคลกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีก ชาวบ้านจะปักไม้นี้ไว้จนถึงเช้าวันพรุ่ง จึงถอนออกไปปักใหม่เป็นแนวนอนยาวตลอดตั้งแต่หัวหมู่บ้านจนถึงท้ายหมู่บ้าน เป็นอันเสร็จพิธีลอยเรือ บรรดาพี่น้องชาวเลจากที่ต่างๆที่สนุกสนานรื่นเริงกันมาหลายวันก็ถึงคราวต้อง เลิกรา รอจนกว่าพิธีลอยเรือในครั้งหน้าจะเวียนมาบรรจบอีกวาระหนึ่งจึงถอนไม้กายู่ปา ฮัดท่อนเก่าออก เพื่อนำท่อนใหม่มาปักแทน

           ปัจจุบันประเพณีลอยเรือของชาวเล มักจะหาชมได้ยากลงทุกที เนื่องจากกระแสความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาในสังคมยุคปัจจุบัน แต่ก็มีชาวเลบางพื้นที่ยังคงยึดถือปฏิบัติประเพณีนี้ตามแบบเดิมอยู่ ได้แก่ ชาวเลที่ราไวย์ สะปำ พีพี เกาะลันตา และ เกาะสิเหร่

เทศกาลท่องเที่ยวภูเก็ต (Phuket Travel Fair)

 

จัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน ของทุกปี เริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี 2528 ที่หาดป่าตอง เพื่อเป็นการเชิญชวน ให้นักท่องเที่ยว มาเที่ยวภูเก็ตในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว เพิ่มมากขึ้นภายในงานจะมีิกิจกรรม ที่น่าสนใจต่างๆ มากมายอาทิเช่น การจัดการประกวด Miss Visitor และการแข่งขันกีฬาทางน้ำ

เทศกาลอาหารทะเล (Sea Food Fiesta)

 

ช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปีจะเป็นช่วงมรสุม ซึ่งเป็นช่วงที่มีจำนวนนักท่องเที่ยว ที่มาท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต จำนวนไม่มากนัก ดังนั้นทางจังหวัดภูเก็ต จึงได้จัดให้มี เทศกาลอาหารทะเล ประจำจังหวัดภูเก็ตขึ้น เพื่อเป็นการดึงดูดใจนักท่องเที่ยว ในงานจะมีกิจกรรมมากมายอาทิเช่น การเดินขบวนพาเหรด การออกร้านขายอาหาร ของร้านอาหารที่มีชื่อเสียงในจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น

การแข่งขัน Phuket King ’s Cup Regatta

 

จัดขึ้นในเดือนธันวาคม ณ หาดในหาน โดยชมรมนักเล่นเรือยอช์ทนานาชาติจังหวัดภูเก็ตเป็นเจ้าภาพ http://youtu.be/wMcpRdIiTgI

การแข่งขันลากูน่าไตรกีฬา (The Laguna Phuket Triathlon)

 

จัดขึ้นที่ ลากูน่า ภูเก็ต จะจัดขึ้นในระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม ที่ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เป็นการแข่งขันไตรกีฬาคือ ว่ายน้ำ 1,800 เมตร ขี่จักรยาน 55 กิโลเมตร และวิ่ง 12 กิโลเมตร เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจสำหรับนักกีฬาทั่วโลก และมีการถ่ายทอดสดทั้ง ในประเทศและต่างประเทศ

งานประเพณีปล่อยปลา (Fish Traditional)

 

ตรงกับวันที่ 13 เมษายน หรือวันสงกรานต์ของทุกปี กรมประมงได้กำหนดให้เป็นวันประมงแห่งชาติ มีประเพณีปล่อยลูกเต่าลงทะเลโดยจะจัดงานในบริเวณหาดต่างๆ ในภูเก็ต

เทศกาลปล่อยเต่า (Releasilng Turtle Festival)

 

 

เป็นเทศกาลที่่จัดขึ้นเป็นประจำในวันสงกรานต์ คือวันที่ 13 เมษายน ของทุกปีซึ่งเป็นวันเดียวกับ วันประมงแห่งชาติด้วย โดยมีการจัดขึ้นที่อุทยานแห่่งชาติหาดในยาง และในวันนี้จะมีการปล่อยลูกเต่า ที่มีการเพาะเลี้ยงไว้กลับสู่ทะเล Held on Songkran, the nationwide Thai water festival, on April 13 which is also National Fisherman?s Day. Baby turtles are released into the sea at various locations.

เทศกาลอาหารภูเก็ต (Food Festival Phuket)

 

เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต และสร้างทางเลือกที่ดีให้แก่ผู้มาเยือนเมืองภูเก็ต การจัดงานเทศกาลอาหารพื้นเมืองของดีชาวภูเก็ต จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการพัฒนา และส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตโดยนำวัฒนธรรมด้านอาหารพื้นเมืองภูเก็ตมาเป็นสื่อในการนำเสนอสู่ตลาดท่องเที่ยว เพื่อสร้างทางเลือกให้แก่นักท่องเที่ยวในการเข้ามาเยือนเมืองท่องเที่ยว กิจกรรมมีหลากหลาย เช่น การแข่งขันตำส้มตำภูเก็ต การประกวดมิสภูเก็ต และประกวดมีสดอกไม้เหล็ก การแสดงดนตรี พร้อมกิจกรรมการละเล่นของนักเรียนในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต สาธิตการปรุงอาหาร ทำขนมไทย แกะสลักผักผลไม้ น้ำแข็ง ออกร้านจำหน่ายอาหารและผลิตภัณฑ์ นิทรรศการด้านการสาธารณสุข Clean Food Good Taste, กิจกรรมลานวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านจังหวัดภูเก็ต เป็นต้น การจัดงาน นับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างมุมมองใหม่ ให้แก่การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต โดยการสร้างมาตรฐานของอาหารพื้นเมืองไปสู่ระดับสากลเพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ ได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมอีกด้านหนึ่งของภูเก็ต โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชนทุกภาคส่วน สอบถามรายละเอียด ททท. สำนักงานภูเก็ต โทร. 0762-11036, 0762-12213

Chang Regatta Moonlight Night

 

"ช้าง" จัดงาน "Chang Regatta Moonlight Night" เพื่อรับกิจกรรมการแข่งขัน Phuket King's Cup Regatta ซึ่งเป็นกิจกรรมการแข่งขันกีฬ่าเรือใบที่บริษัทไทยเบฟให้การสนับสนุน การแข่งขันกีฬาเรือใบ เป็นการแข่งขันระดับนานาชาติ มีเรือใบเข้าแข่งขันกว่า 90 ลำ จากเอเชีย แปซิฟิกและยุโรป จำนวน 30 ประเทศ ซึ่งบริษัทไทยเบฟฯ ให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องและมีความตั้งใจ ที่จะทำให้การแข่งขันกีฬาเรือใบเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง และสร้างกิจกรรมเสริมให้กับการแข่งขันเพื่อเพิ่มสีสันและความน่าสนใจมากขึ้น การจัดงาน Chang Regatta Moonlight Night ขึ้น เพือร่วมเฉลิมฉลองการแข่งขันกีฬาเรือใบชิงถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวฯ ซึ่งผู้ร่วมงานจะเป็นทีมผู้เข้าแข่งขันเรือใบทั่วโลกกว่า 2,000 คน และนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งประชาชนในท้องที่ที่ให้ความสนใจ โดยรูปแบบของงานจะเป็นแบบปิดหาด เปิดแผ่น หรือ Dancing in the Moonlight with DJs Spin on the beachโดยรายได้ส่วนหนึ่งไทยเบฟ มอบให้กับสาธารณกุศลในท้องถิ่นของจังหวัดภูเก็ต

Phuket International Marine Expo (PIMEX)

 

จัดที่ Royal Phuket Mriana อำเภอเมือง โดยการแสดงสินค้า อุปกรณ์ทางน้ำ เรือยอร์ช ตัวแทนสถานที่จอดเรือ สิ่งอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับ Marine Industry จาก หลายประเทศทั่วโลก สอบถามรายละเอียด Imange Asia Events โทร. 076-264491 หมายเหตุ - กำหนดการจัดงานอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนเดินทาง

 

เทศกาลและประเพณีจีน

ตรุษจีน (Chinese New Year)

ประเพณีไหว้เทวดา (Respect Angel Tradition)

เทศกาลพ้อต่อ (Pho Tor Festival)

เทศกาลเฉ่งเบ๋ง (เช้งเม้ง) (Qing Ming Festival)

ประเพณีไหว้พระจันทร์ (Mid Autumn Festival)

 ประเพณีกินผัก / กินเจ (Traditional Vegetarian / Vegan)

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]