• ไกด์พงษ์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hs1dgb@gmail.com Tel. 081-8429142 ID Line : hs1dgb
  • วันที่สร้าง : 2007-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 491
  • จำนวนผู้ชม : 1171570
  • ส่ง msg :
  • โหวต 301 คน
ไกด์อิสระภายในประเทศ (Domestic)..................หัวหน้าทัวร์ เวียดนาม, มาเลเซีย, จีน, กัมพูชา, ลาว กรุณาติดต่อ 081-842-9142
เที่ยวเมืองไทยไปได้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ อยากรู้จักเมืองไทย ข้อมูลเมืองไทย อยากได้ไกด์พาเที่ยว เวียดนาม, มาเลย์เซีย, พม่า, ลาว, เขมร บอกผม จะจัดให้ครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guidepong
วันอาทิตย์ ที่ 6 มิถุนายน 2553
Posted by ไกด์พงษ์ , ผู้อ่าน : 1117 , 01:07:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

จังหวัดภูเก็ต (Phuket)

อำเภอถลาง (Amphoe Thalang)

 

ขุนเขาโอบล้อม เพียบพร้อมวัฒนธรรม

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ ขบวนแห่กินผัก อนุรักษ์ประเพณี

 

 

ประวัติความเป็นมาของอำเภอถลาง :

พื้นที่เดิมของเกาะถลาง หรือ เกาะภูเก็ต ในแผนที่ของคลอดิอุส ปโตเลมี ประมาณ พ.ศ. 700 ระบุไว้ในชื่อ JUNK CEYLON เมื่อครั้งที่หลวงจีนอี้จิงเดินทางผ่านไปสืบพระพุทธศาสนาเรียกบริเวณนี้เป็น SILAN เปลี่ยนเสียงเป็น สลาง ในสมัยสุโขทัย มีปรากฏในจดหมายเหตุไทย - ฝรั่งเศส เป็น Jun Salon ฝ่ายเอกสารไทยใช้ ฉลาง มาจนถึงรัชกาลที่ 3 จึงมีปรากฏคำ ถลาง แทนชื่ออื่นทั้งหมด ในหัวเมืองฝั่งทะเลตะวันตกของภาคใต้มีศูนย์กลางปกครองที่เมืองถลาง เจ้าเมืองถลางจะได้รับโปรดเกล้าฯเป็นผู้สำเร็จราชการแปดหัวเมือง (เมืองกระ เมืองคุระ เมืองคุรอด เมืองตะกั่วป่า เมืองตะกั่วทุ่ง (บางคลี) เมืองกราภูงา เมืองภูเก็จ และเมืองถลาง) ศูนย์กลางการปกครองเมืองถลางในสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ อยู่ที่บ้านลิพอน (ตำบลศรีสุนทร)มีพญาถลางคางเสงเป็นเจ้าเมือง ย้ายไปอยู่ที่บ้านดอน (ตำบลเทพกระษัตรี)มีพญาถลางจอมเฒ่าบ้านดอนเป็นเจ้าเมือง และเกาะบ้านเคียน (ตำบลเทพกระษัตรี) ในสมัยกรุงธนบุรี มีพญาถลางจอมรั้งบ้านเคียน พญาถลางอาด พญาถลางชู พญาสุรินทราชพิมลอัยาขัน เป็นเจ้าเมือง อำเภอถลางในอดีตเป็นเมืองของสองวีรสตรีท้าวเทพกระษัตรี และ ท้าวศรีสุนทร เดิมเรียกว่า อำเภอเมืองถลาง มีเจ้าเมืองปกครองเรียกว่า พระยาถลาง ได้จัดตั้งเป็นอำเภอ เมื่อปี พ.ศ. 2441 

ที่ตั้งและอาณาเขต :

อำเภอถลาง อยู่ทางทิศเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ ติดต่อกับ อำเภอตะกั่วทุ่ง (จังหวัดพังงา)

ทิศตะวันออก ติดต่อกับ อ่าวพังงา

ทิศใต้ ติดต่อกับ อำเภอเมืองภูเก็ตและอำเภอกะทู้

ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ทะเลอันดามัน

พื้นที่ : 252.0 ตารางกิโลเมตร

ประชากร : 80,630 คน (พ.ศ.2552)

ความหนาแน่น : 319.96 คน / ตารางกิโลเมตร

การปกครองส่วนภูมิภาค : อำเภอถลาง แบ่งพื้นที่การปกครองตามพระราชบัญญัติ ลักษณะปกครองท้องที่ออกเป็น 8 ตำบล 46 หมู่บ้าน

ที่ตั้ง : ที่ทำการปกครองอำเภอถลาง 357 หมู่ที่ 1 ถนนเทพกระษัตรี ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83110 โทรศัพท์ : 076-311046 โทรสาร : 076-311046

ลักษณะอากาศ :

ภูมิอากาศโดยทั่วไปเป็นแบบอบอุ่นชื้น มี 2 ฤดู คือ ฤดูร้อน และ ฤดูฝน

อื่นๆ :

สภาพเศรษฐกิจ

1.อาชีพหลัก ได้แก่ เกษตรกรรม รับจ้าง ทำสวนยางพารา สวนผลไม้ สวนมะพร้าว ทำการประมง

2.อาชีพเสริม ได้แก่ เลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ผักสวนครัวรั้วกินได้ ทำผ้าบาติก

3.จำนวนธนาคาร มี 6 แห่ง ได้แก่
1. ธนาคารทหารไทย โทร.076-311366

2. ธนาคารกรุงเทพ โทร.076-311275

3. ธนาคารออมสิน โทร.076-311502

4. ธนาคารนครหลวงไทย โทร.076-311020

5. ธนาคาร ไทยพาณิชย์

6. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ฯ

การเกษตรกรรม และอุตสาหกรรม

1.ผลผลิตทางการเกษตรที่สำคัญ ได้แก่ ยางพารา สวนมะพร้าว สวนสับปะรด

2.ชื่อแหล่งน้ำที่สำคัญ (แม่น้ำ/บึง/คลอง) ได้แก่ - 

 

สถานที่ที่น่าสนใจ ในเขตอำเภอถลาง 

วัดมงคลวราราม (วัดในยาง) (Mongkol Wararam Temple (Nai Yang Temple))

 

ตั้งอยู่ที่ 99 บ้านในยาง หมู่ที่ 1 ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต 83140 สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 23 ไร่ 20 ตารางวา น.ส.3 ก. เลขที่ 410 อาณาเขต ทิศเหนือ ยาว 4 เส้น 5 วา ติดต่อกับที่นาเอกชน ทิศใต้ยาว 4 เส้น 5 วา ติดต่อกับที่สวนของนายชวลิต ทิศตะวันออกยาว 6 เส้น 8 วา ติดต่อกับหมู่บ้านในยาง ทิศตะวันตกยาว 6 เส้น 16 วา ติดต่อกับที่นาซึ่งเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัดมงคลวราราม มีที่ธรณีสงฆ์ 9 แปลง เนื้อที่ 87 ไร่ 2 งาน 31 ตารางวา น.ส.3 ก. เลขที่ 410,496 และหลักฐานเป็นทะเบียนที่ดิน เป็นวัดเดียวที่ตั้งอยู่ในตำบลสาคู ชาวบ้านเรียกว่า “วัดในยาง” อยู่ห่างจากถนนเทพกระษัตรีตรงหลักกิโลเมตรที่ 28 ทางแยกเข้าท่าอากาศยานภูเก็ตประมาณ 5 กิโลเมตร อยู่ใกล้ชายทะเลมีหาดทรายขาว ซึ่งเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์

 

               วัดมงคลวราราม สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2300 เดิมมีนามเดิม “วัดในยาง” ตามชื่อบ้าน สันนิษฐานว่าชาวบ้านร่วมใจกันสร้างขึ้น โดยมีหลวงพ่อหนังสือเป็นประธาน และได้เป็นเจ้าอาวาสรูปแรก บริเวณตั้งวัดเดิมเป็นป่าไม้นานาพรรณ และมีสัตว์ป่านานาชนิด ในสมัยของพระสมุห์เริง นนทิโย เป็นเจ้าอาวาส ได้เปลี่ยนจากนามเดิมเป็น “วัดมงคลวราราม” สืบต่อมาจนตราบเท่าทุกวันนี้ ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.2455 เขตวิสุงคามสีมากว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร ได้ผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ.2456 ในด้านการศึกษาได้เปิดสอนพระปริยัติธรรมเริ่มมาตั้งแต่ พ.ศ. 2490นอกจากนี้ทางวัดยังได้สร้างโรงเรียนประชาบาลให้แก่ทางราชการ เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2456 ขึ้นในที่ดินวัดมงคลวราราม และจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขึ้นในปีพ.ศ. 2522

 

                พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบต่ำบ้างสูงบ้าง สภาพแวดของสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีอุทยานแห่งชาติ ภูเขา ท่าอากาศยาน ทะเลอันดามัน และหาดทรายที่สวยงาม ส่วนอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง 8 เมตร ยาว 18 เมตร สร้างใน พ.ศ.2522 โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคา 2 ชั้น หน้าบันเป็นภาพปั้นเรื่องพุทธประวัติ ประตู 4 ช่อง หน้าต่าง 8 ช่อง พื้นปูด้วยหินอ่อน ส่วนศาลาการเปรียญกว้าง 21 เมตร ยาว 40.50 เมตร และอาคาคลังเก่าใช้เป็นหอสวดมนต์ มีกุฎีสงฆ์จำนวน 8 หลัง เป็นอาคารไม้และคอนกรีต 2 ชั้น และชั้นเดียว สำหรับปูชนียวัตถุมีรูปปั้นหลวงพ่อหนังเสือ หลวงพ่อสมภารเจ้าวัด และหลวงพ่ออุปัชฌาย์รอด

                หลวงพ่อหนังเสือเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก เล่ากันว่าท่านนุ่งห่มด้วยผ้าย้อมด้วยน้ำฝาดเพียง 3 ผืน เวลานั่งหรือนอนจะใช้หนังเสือปูก่อนเป็นประจำชาวบ้านจึงขานนามท่านว่า “หลวงพ่อหนังเสือ” องค์พระเก่าแก่แห่งวัดนี้ ซึ่งในอดีตเคยเป็นเจ้าอาวาสและเป็นพระธุดงด์มาจากจังหวัดศรีสะเกษ ผู้เคร่งครัดชำนาญในพุทธศาสตร์และวิทยาอาคม เมื่อท่านมรณภาพแล้วผู้เลื่อมใสในศรัทธาได้สร้างรูปปั้นของท่านไว้สักการบูชาที่อนุสาวรีย์หลวงพ่อหนังเสือ ที่ผ่านมาองค์พ่อท่านหนังเสือได้รับการบูรณะซ่อมแซมอยู่หลายครั้ง หลังสุดเมื่อราว พ.ศ. 2530 โดยมีพระป้อม (พระลูกวัด) ขออนุญาตจากหลวงพ่อพระครูวิเชียรปัญญาคุณซึ่งเป็นเจ้าอาวาสสมัยนั้น ได้ทำการขุดฐานเก่าเพื่อสร้างฐานใหม่ พบเศียรพระในยุคโบราณซึ่งฝังอยู่ใต้ฐานและมีของมีค่าอื่นอีกมากมายอยู่ในบริเวณนั้น โดยมีพระครูวิเชียรปัญญาคุณ เจ้าอาวาส นายสมปอง ประทีป ณ ถลาง ไวยาวัจกร และชาวบ้านประมาณ 4-5 คน อยู่ในเหตุการณ์ และมีการบันทึกภาพโดยนายศิริ สมพงษ์มิตร ครูโรงเรียนวัดมงคลวราราม ในสมัยนั้น

                ภาพที่พบเป็นเศียรพระพร้อมช่วงบ่าจมลงไปอยู่ใต้ดินที่ขุด เห็นได้ว่าเป็นเศียรพระโบราณเก่าแก่มากแต่ก็ไม่ได้มีการบันทึกไว้ว่าสร้างขึ้นเมื่อสมัยใด แต่คงพอสันนิษฐานได้ว่าเป็นยุคเก่าแก่มาก และเป็นหลักฐานที่บ่งบอกได้ว่าบริเวณวัดมงคลวราราม (วัดในยาง) ปัจจุบันนี้เมื่อหลายร้อยปีก่อนก็เคยเป็นวัดมาก่อนเช่นกัน

                เศียรพระที่ขุดพบใต้ฐานรูปปั้นพ่อท่านหนังเสือเมื่อครั้งบูรณะรูปปั้นองค์พ่อท่านหนังเสือและมณฑปหลังปัจจุบัน เมื่อราว พ.ศ.2530 ที่มาของเศียรพระมีการบอกต่อจากผู้เฒ่าผู่แก่ในบริเวณนั้นว่า “เศียรพระนี้เป็นเศียรจริงของพ่อท่านหนังเสือ” หลังจากที่ท่านมรณะภาพแล้วชาวบ้านและศิษยานุศิษย์ในยุคสมัยนั้นได้นำสังขารท่านมาบรรจุไว้ใต้ฐาน

วัดไม้ขาว (Mai Khao Temple)

 

 

ตั้งอยู่ที่บ้านไม้ขาว หมู่ที่ 4 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต สังกัดคณะสงฆ์ธรรมยุติ มีที่ดินตั้งวัดเนื้อที่ 7 ไร่ 3 งาน 2 ตารางวา อาณาเขตทิศเหนือยาว 3 เส้น 6 วา ติดต่อกับที่สวนของนายมาต ทิศใต้ยาว 3 เส้น 6 วา ติดต่อกับที่สวนของนางเกี้ยม ทิศตะวันออกยาว 2 เส้น 1 วา ติดต่อกับที่สวนของนายเต้ ทิศตะวันตกยาว 2 เส้น 14 วา 3 ศอก ติดต่อกับพรุไม้ขาว พื้นที่ตั้งวัดเป็นที่ราบ สภาพแวดล้อมเป็นที่สวนของเอกชนโดยรอบ ส่วนอาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฎีสงฆ์

 

 

               วัดไม้ขาว ได้รับอนุญาตให้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2498 โดยมีนางบี๋ แปลกฤทธิ์ เป็นผู้ดำเนินการสร้างวัดในที่ดินของตนเอง กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งเป็นวัดเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2500 วัดนี้ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 2 กันยายน พ.ศ.2501 เนื่องจากเป็นวัดที่สร้างขึ้นมาเพื่อพระสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ศึกษาเพื่อปฏิบัติให้รู้แจ้งเห็นจริง จึงมีพระสงฆ์อยู่จำพรรษามากตลอดปี

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง (The Thalang National Musem)

 

ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ตำบลศรีสุนทร อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต บริเวณสี่แยกอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร ห่างจากอนุสาวรีย์ไปทางถนนสายป่าคลอกประมาณ 200 เมตร เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

อัตราค่าเข้าชม : คนไทย 20 บาท ชาวต่างประเทศ 100 บาท ติดต่อสอบถาม โทร. 076-311426, 076-311025

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติถลาง สังกัดสำนักงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ 12 ภูเก็ต กรมศิลปากร มีเนื้อที่ 13 ไร่

 

ประวัติความเป็นมา

พิพิภัณฑสถานแห่งชาติ ถลาง เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติที่ประชาชนในท้องถิ่นร่วมใจกันจัดสร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมโบราณวัตถุและวัตถุอันมีค่าต่าง ๆ นำมาจัดแสดงให้ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ โบราณคดี ศิลปวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ต เป็นศูนย์รวมทางการศึกษาและข้อมูลทางการศึกษาและข้อมูลทางวิชาการของพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมไปจนถึงการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และสนับสนุนกิจการด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ในวาระครบรอบ 200 ปี วีรสตรีศึกเมืองถลาง

          ในปี พ.ศ. 2528 ชาวจังหวัดภูเก็ตจึงได้ร่วมมือกับกรมศิลปากร ดำเนินการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติถลางขึ้นและขอให้กองพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเป็นผู้ร่างโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวบนเนื้อที่ 13 ไร่ เป็นที่ของวัดโคกยางซึ่งได้ร้างไป

           อาคารพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติถลาง ได้เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2528 ตัวอาคารพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แห่งนี้ได้รับการออกแบบโดยนำรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นภาคใต้มาประยุกต์เป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่คงทนถาวร โดยยังคงรักษาลักษณะบ้านท้องถิ่นของชาวภูเก็ตไว้ อันทรงคุณค่าในแง่ของการอนุรักษ์บ้านแบบโบราณเป็นอย่างดี และจากการประกวดผลงานด้านสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม ชื่อรางวัล Gold Medal อันเป็นผลงานการออกแบบของ นายอุดม สกุลพาณิชย์อาคารหลังนี้จึงได้รับรางวัลผลงานด้านสถาปัตยกรรมดีเด่น ประเภทส่งเสริมศิลปะและวัฒนธรรม มาประดับเป็นเกียรติให้กับชาวภูเก็ตอีกด้วย การดำเนินการก่อสร้างและจัดแสดงโบราณวัตถุได้แล้วเสร็จและเปิดให้ประชาชนเข้าชมในระยะแรก ปี พ.ศ. 2530 แล้วดำเนินการเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2532 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติถลาง เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2532

 

           พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินี้ มี 2 อาคาร อาคารหลังแรกจัดแสดงเรื่องก่อนประวัติศาสตร์ของชายฝั่งทะเลตะวันตก แรกเริ่มประวัติศาสตร์เมื่ออารยธรรมอินเดียได้ขยายอิทธิพลเข้ามาเผยแพร่ในเมือง ประวัติและวิธีการทำเหมืองแร่ดีบุก และสวนยางพาราซึ่งเป็นอาชีพหลักของผู้คนในภูมิภาคนี้ รวมถึงศิลปะพื้นบ้านและชาติพันธุ์วิทยาของกลุ่มชนที่อาศัยอยู่บริเวณคาบสมุทรมลายู อาคารหลังที่ 2 จัดแสดงฉากและเรื่องราวของศึกเมืองถลาง ระหว่างไทยกับพม่า ชีวิตความเป็นอยู่และประเพณีที่น่าสนใจของชาวจีนฮกเกี้ยนในภูเก็ต และเรื่องราว ความเป็นมาและถิ่นอาศัยของชาวเลในภูเก็ต ทั้งการแต่งกาย อาคารบ้านเรือนจำลอง และข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

ห้องจัดแสดง

ได้เน้นหนักถึงเนื้อหาด้านวิชาการ เกี่ยวกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณคดี และชาติพันธุ์วิทยา ของกลุ่มชนชาวภูเก็ต และจังหวัดชายทะเลทางภาคใต้ของประเทศไทย วัตถุประสงค์หลัก เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานวีรกรรมของท้าวเทพกษัตรี ท้าวศรีสุนทร ในการสงครามกับพม่า เมื่อ พ.ศ. 2328 เสริมสร้างให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ประจำท้องถิ่น มีส่วนรับใช้สังคม เป็นการแสดงเอกลักษณ์ด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของกลุ่มชน ผู้อาศัยในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง มีรายละเอียดดังนี้

1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ แสดงความเป็นอยู่ของมนุษย์สมัยก่อน ประวัติศาสตร์ แหล่งโบราณคดีสมัยก่อนประวัติศาสตร์ แถบชายฝั่งทะเลอันดามัน และโบราณวัตถุที่ขุดพบบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันตกภาคใต้ของไทย เทวรูปจากตำบลเหล ตะกั่วป่า จังหวัดพังงา

2. อารยธรรมอินเดียบนคาบสมุทรภาคใต้แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างอินเดียกับดินแดนคาบสมุทรภาคใต้ของประเทศไทยที่มีมาแต่โบราณนับพันปี โดยยังคงมีศิลปะโบราณวัตถุเป็นหลักฐานสำคัญ ได้แก่ เทวรูปพระนารายณ์ หรือพระวิษณุ รวมถึงพระพิมพ์ดินดิบแบบต่างๆ สถูปจำลอง ลูกปัด เป็นต้น

3. ประวัติศาสตร์ของจังหวัดภูเก็ต แสดงเรื่องเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ตนับแต่อดีต เหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น เหตุการณ์เมื่อครั้งศึกถลาง ความเจริญรุ่งเรืองของภูเก็ตในสมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี และการศึกษาจากจดหมายเหตุของชาวต่างประเทศ การจัดแสดงประกอบด้วย โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ แผนที่ ภาพวาด และรูปจำลองโบราณสถาน เส้นทางเดินเรือ ทิศทางลม ท่าจอดเรือและแหล่งชุมชนโบราณของดินแดนชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกแถบภาคใต้ของประเทศไทย เช่นกลุ่มชนซาไก

4. ชาติพันธุ์วิทยา แสดงเอกลักษณ์ ด้านศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีความเป็นอยู่ อาชีพ เครื่องมือเครื่องใช้ ของกลุ่มชนผู้อาศัยอบยู่ในจังหวัดภูเก็ต เช่น เกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวจีน ชาวเล การทำเหมืองแร่ การทำสวนยางพารา เป็นต้น

หาดสุรินทร์ (Surin Beach)

 

อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 24 กิโลเมตร จากตัวเมืองภูเก็ตใช้เส้นทาง 402 เมื่อถึงอนุสาวรีย์วีรสตรีแล้วไปทางซ้ายมืออีก 12 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในชายหาดสวยของเกาะภูเก็ต ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะหันหน้าไปทางทะเลอันดามัน ชายหาดยาวประมาณ 1 กิโลเมตร หาดที่อยู่ริมเชิงเขา บริเวณเหนือหาดมีต้นสนทะเลต้นใหญ่ๆ อยู่เรียงราย และบริเวณเหนือหาดด้านขวามือเป็นสนามกอล์ฟ หาดสุรินทร์ชายหาดไม่เหมาะแก่การเล่นน้ำ เพราะมีลักษณะลาดชัน และในฤดูมรสุมจะมีคลื่นลมจัดมาก ชายหาดเต็มไปด้วยร่มหลากสีสันและเตียงผ้าใบไว้บริการนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวที่หาดนี้ส่วนมากจะเป็นฝรั่งชาวยุโรป ผมดำอย่างเอเชียไม่ค่อยมี ปริมาณนักท่องเที่ยวไม่เยอะเหมือนหาดป่าตอง

 

         จุดเด่นของหาดสุรินทร์อยู่ที่น้ำทะเลสีเขียวอมฟ้าที่ใสมองเห็นถึงทรายด้านล่าง ทรายที่หาดนี้ถึงแม้จะไม่ขาวมากแต่ก็ละเอียด และหาดสะอาด ที่ปลายหาดทั้งสองด้านเป็นแหลมยื่นไปในทะเล แน่นไปด้วยแนวต้นมะพร้าว

         กิจกรรมของนักท่องเที่ยวที่หาดสุรินทร์คงหนีไม่พ้นการเล่นน้ำทะเล ที่หาดนี้มีแนวทุ่นเล่นน้ำไม่ให้เรือเข้ามา เล่นกีฬาริมชายหาด นอนอาบแดด หรือจะลองหัดเล่นเรือใบ เช่าเจ็ตสกีขับเล่นก็ได้

 

         ศาลาไทยด้านหลังหาดสุรินทร์ “สัญลักษณ์สถานที่เสด็จพระราชดำเนิน ปฎิบัติพระราชกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ประชาชน เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550” จัดสร้างโดย อบต.เชิงทะเล ใช้งบ 13 ล้านบาท ด้านในจัดแสดงนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อครั้งเสด็จเยือนจังหวัดภูเก็ต เมื่อครั้งอดีต เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม ซึ่งจะทำให้ได้ทราบถึงหาดสุรินทร์เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดภูเก็ต

หาดแหลมสิงห์ (Laem Singh Beach)

 

จากหาดสุรินทร์ประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซึ่งเป็นถนนส่วนบุคคลเข้าสู่หาดแหลมสิงห์ อาจจะขออนุญาตผ่านถนนส่วนบุคคล หรือเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นทางเดินไปตามลาดเขาลงสู่ชายหาด หาดทรายแหลมสิงห์เป็นหาดเล็กๆ ทรายขาวสะอาด ทางซ้ายมือของหาดเป็นแหลมเล็กๆ ที่มีโขดหินสวยงาม เรียกว่า แหลมสิงห์

           แหลมสิงห์มีชายหาดไม่กว้างมากนัก อยู่ระหว่างหาดสุรินทร์และหาดกมลา เดินทางจากหาดกมลาประมาณ 15 นาที หรือหาดสุรินทร์ประมาณ 10 นาที โดยทางเดินลงหาด จะมีทางเข้าสองทาง ทางแรกจะมีแผนป้ายทางหลวงเป็นจุดบอกทางเข้า และอีกทางจะมีโขดหินและต้นไม้ขนาดใหญ่ เป็นจุดบอกทางเข้า ไปยังหาดแหลมสิงห์ ทั้งสองทางจะต้องเดินเท้าลงบันได และลัดเลาะป่าไปยังบริเวณหาด แหลมสิงห์จัดได้ว่าเป็นหาด ที่สวยงามแห่งหนึ่ง ที่มีน้ำทะเลสีฟ้าครามสดใส เม็ดทรายขาวละเอียด โดยบริเวณหาดจะพบกับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เล่นน้ำหรือ นอนอาบแดดเป็นส่วนใหญ่ แหลมสิงห์นับว่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวของชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

 

จุดเด่น

- บริเวณหาดมีเม็ดทรายทสีขาวและละเอียดมาก

- ตรงจุดขึ้นลงหาดบริเวณริมเชิงเขามีจุดรับส่งหรือแท็กซี่บริการนักท่องเที่ยว

- มีร้านอาหารขนาดเล็กอยู่บริเวณหน้าหาดประมาณ 7-8 ร้าน

- บริเวณหาดให้ความรู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก เนื่องจากถูกล้อมรอบไปด้วยป่าไม้ธรรมชาตินานาพันธุ์

- เป็นที่นิยมและรู้จักของนักท่อวเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

- มีทางเดินจากเนินเขาลงไปยังหน้าหาด อยู่สองทาง

- บริเวณหาดมีร่มชายหาดไว้บริการนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

- ฤดูท่องเที่ยว มีเพ็คเกจทัวร์เพื่อเดินทางไปชมปะการัง ณ บริเวณเกาะแววจากหน้าหาดแหลมสิงห์ได้

จุดด้อย

- การเดินทางไปยังหน้าหาดค่อนข้างลำบากเนื่องจากต้องเดินทางผ่านแนวป่าธรรมชาติลงไปยังเนินเขาประมาณ 50 เมตร

- ทางเข้าค่อนข้างหายากเนื่องจากหาดอยู่บริเวณริมเชิงเขา และมีป้ายบอกทางลงเพียงนิดเดียว

- บริเวณหาดมีความยาวไม่มากนัก

- ไม่มีแหล่งช็อปปิ้งใดๆในบริเวณชายหาด

- หากเดินทางมาโดยรถยนต์ จะหาที่จอดรถค่อนข้างยากเนื่องจากไม่มีจุดจอดรถที่เตรียมไว้ให้สำหรับนักท่องเที่ยว และทางเข้าทั้งสองทางเข้า ก็ตั้งอยู่บริเวณโค้งของถนนหลวงอีกด้วย

หาดบางเทา (Bang Tao Beach)

 

อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตประมาณ 24 กิโลเมตร ตามถนนเทพกษัตรีย์ไปทางเหนือสู่อนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ท้าวศรีสุนทร จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนศรีสุนทรไปอีก 12 กิโลเมตร จนถึงหาดสุรินทร์เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงอ่าวบางเทา เป็นหาดบางเทาเป็นหาดที่มีความยาวมากที่สุดแห่งหนึ่งของภูเก็ต และเป็นหาดที่เงียบสงบอยู่ริมเชิงเขา มีต้นสนทะเลเรียงรายอยู่บริเวณเหนือหาด บริเวณชายหาดเม็ดทรายไม่ละเอียดเท่าไร แต่มีความขาวมาก พื้นที่บางส่วนได้ถูกพัฒนาเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหรูหราระดับ 5 ดาวหลายแห่ง จึงเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาก แต่ในฤดูที่มีมรสุม คลื่นค่อนข้างแรง ไม่แนะนำให้ลงเล่นน้ำในทะเล สำหรับผู้ที่ชื่นชอบ การดำน้ำชมปะการังนอกชายฝั่งทางตอนเหนือของอ่าวก็มีปะการังที่สวยงามเช่นกัน และเหมาะสำหรับการเล่นน้ำ กีฬาทางน้ำต่างๆ เป็นชายหาดยอดนิยมของนักกีฬาวินด์เซิร์ฟด้วยสายลมอ่อนๆ ที่พัดโชยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ทุกปีหาดบางเทายังเป็นสถานที่จัดการการแข่งขันระดับนานาชาติหลายรายการ เช่น งานไตรกีฬาจังหวัดภูเก็ต ซึ่งจัดขึ้นในเดือนธันวาคมของทุกปี

 

จุดเด่น

- บริเวณใกล้ๆหาดมีโรงแรมภูเก็ตขนาด 5 ดาวหลายแห่งไว้บริการ

- มีร้านอาหารบริการนักท่องเที่ยวหลายแห่งด้วยกัน

- เม็ดทรายบริเวณหาดมีความขาวแต่ไม่ละเอียดมากนัก

- มีแหล่งช็อปปิ้งขนาดเล็ก

- มีจุดรับส่งนักท่องเที่ยวหรือแท็กซี่

- เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่มีระดับเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะชาวต่างชาติ

จุดด้อย

- บริเวณทางเข้าชายหาดค่อนข้างจะหายาก เนื่องจากบริเวณรอบๆเต็มไปด้วยโรงแรมขนาด 5 ดาวหลายแห่ง

- ไม่มีร่มชายหาดไว้บริการนักท่องเที่ยวทั่วไป โดยร่มชายหาดส่วนใหญ่จะเป็นของโรงแรมที่ไว้บริการนักท่องเที่ยวของโรงแรมเท่านั้น

สวนน้ำสแปลชจังเกิ้ล (Splash Jungle Water Park)

 

 

คือ สวนน้ำขนาดใหญ่ซึ่งถูกเนรมิตขึ้นบนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ริมหาดไม้ขาวภายใน Centara Grand West Sands Resort & Villas Phuket เพื่อที่จะนำเสนอทางเลือกอันแสนสุขหรรษาให้แก่กลุ่มนักท่องเที่ยวเกือบทุกเพศทุกวัยด้วยเครื่องเล่นและบริการอันหลากหลายที่เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะบุคคล โดยมีพนักงานซึ่งได้รับการอบรมฝึกฝนเป็นการเฉพาะคอยอำนวยความสะดวกและคอยดูแลรักษาความปลอดภัยประจำอยู่ทุกๆ หน่วยบริการภายในสวนน้ำ

 

              ภายในมีการตกแต่งและดีไซน์โดยรวบรวมแหล่งมหัศจรรย์งดงามของโลก ทั้งประติมากรรมแนวอินคา มายา, แอฟริกา เอเชีย, ตุรกี, ยุโรปเหนือ, อเมริกาเหนือ และขั้วโลกเหนือมารวมกันไว้ที่นี่ โดยมีเครื่องเล่นที่เด่น ๆ มากมาย อาทิ "เลซี่ ริเวอร์" ที่จะทำให้คุณได้ผจญภัยกับล่องน้ำที่มีความยาวถึง 335 เมตร สุดเร้าใจ ต่อด้วย "เวฟพูล" The Wave Pool เป็นเครื่องเล่นที่จำลองคลื่น 6 ระดับสุดมัน หรือ "อควา เพลย์พูล" The Aqua Play Pool สระน้ำที่สนุกสนานกันได้ทั้งครอบครัวตั้งแต่เด็กเล็กไปจนกระทั่งถึงพ่อแม่ผู้ปกครองกับสไลเดอร์หลากหลายระดับความสูง รวมไปถึงเครื่องเล่นที่เป็นไฮท์ไลท์อย่าง "บูมเมอแรงโก้" Boomerango เป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นที่คนรักความตื่นเต้นต้องไม่พลาดและ "ซูเปอร์โบว์ล" The Super Bowl ถือเป็นเครื่องเล่นที่มีความโดดเด่นเป็นอันดับต้นๆ ของ สแปลช จังเกิ้ล ที่จะทำให้คุณสนุกสนานจนขอต่อรอบสอง Lazy River สัมผัสกับประสบการณ์แห่งความเกียจคร้านด้วยการเกาะห่วงยางล่องลอยไปตามแม่น้ำจำลองความยาว 335 เมตร North Pole Hot Spring Pool หลังจากเหน็ดเหนื่อยไปกับเครื่องเล่นอันหลากหลายก็ได้เวลาผ่อนคลายโดยการนั่งแช่ในสระน้ำวนอุ่นๆ ขนาดยักษ์ที่ตกแต่งภูมิทัศน์อย่างสวยงามราวกับสระแห่งนี้ตั้งอยู่กลางขั้วโลกเหนือ นอกจากนี้ยังมีเครื่องเล่นทางน้ำต่าง ๆ อาทิเช่น Kid Aquarium ,Igloo Sauna ,Splash Bar ,Coconut Cafe ,Jungle Deli ,ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็นสไลด์ถังน้ำขนาดใหญ่ ปืนฉีดน้ำหลากหลายขนาดต่างกัน มาร่วมประสบการณ์สุดมันกันได้รับรองจะติดใจจนถอนตัวไม่ขึ้น

            สวนน้ำสแปลชจังเกิ้ล ตั้งอยู่ที่ 65 หมู่ 4 ไม้ขาวซอย 4 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต 83110 โทรศัพท์ : 076-372111

เวลาเปิด-ปิด : เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.

 

แหล่งที่เที่ยวอื่นๆ ในอำเภอถลาง :

 วัดพระทอง (พระผุด) (Wat Phra Thong (Phrabhud))

 วัดพระนางสร้าง (Wat Phra Nang Sang)

 อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร (Monument Thao Thep Kasattri Thao Sri Sunthon)

 เทพสตรี-เทพกระษัตรี (Thepsatri-Thepkrasattri)

 อุทยานแห่งชาติสิรินาถ (Sirinat National Park)

 อุทยานสัตว์ป่าเขาพระแทว (Khao Phra Thaeo Wildlife Park)

 

เว็ปที่เกี่ยวข้อง





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]