*/
  • ไกด์เทพ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sky_express999@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 17685
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
วันอังคาร ที่ 15 เมษายน 2551
Posted by ไกด์เทพ , ผู้อ่าน : 1993 , 11:50:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

:: มอแกน..ชาวเลเผ่าสุดท้ายแห่งอันดามันเหนือ ::

:: มอแกน..คนกล้าทะเล ::

:: ประชากรมอแกน ที่หมู่เกาะสุรินทร์ ::
         ประชากรมอแกนในหมู่เกาะสุรินทร์มีจำนวนขึ้นลงอยู่ระหว่าง 130-200 คน เนื่องจากบางครอบครัวยังอพยพโยกย้ายไปมา และมีการเดินทางไปมาเพื่อเยี่ยมเยียนเพื่อนฝูงญาติพี่น้องอยู่เสมอ อัตราการเกิดค่อนข้างสูง แต่อัตราการตายของเด็กทารกก็สูงด้วยเช่นเดียวกัน มอแกนส่วนใหญ่มีอายุขัยไม่ยืนยาวนัก การติดสาร เสพติด เช่น ยาเส้น เหล้าขาว และสารกระตุ้นอื่นๆ ซึ่งต้องเพิ่มปริมาณการใช้มากขึ้นๆ เพื่อให้ทำงานหนักและอดทนได้ยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ชายมอแกนซึ่งต้องออกทำมาหากินทางทะเลเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก และ ทำให้จำนวนประชากรหญิงชายมอแกนมีสัดส่วนที่ไม่ สมดุล นอกจากนั้น ยังทำให้หญิงหม้ายมีภาระต้อง เลี้ยงดูสมาชิกในครัวเรือนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ทางทำมา หากินจำกัดลง 

:: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหมู่เกาะสุรินทร์ ::
     ก่อนที่หมู่เกาะสุรินทร์จะได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ มอแกนเป็นคนกลุ่มเดียวพักอาศัย และทำมาหากินอยู่ในบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ ในบางช่วงมีคนไทยจากฝั่งเดินทางไปหาไม้หอมหรือของป่าอื่นๆ และพักค้างแรมอยู่บนเกาะ แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆ นอกจากนั้น มีพวกที่เข้าไปตกปลาหรือทำการประมงในรูปแบบอื่นๆ หลังจากที่มีการประกาศให้พื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติ การหาไม้หอมและ การประมงบริเวณหมู่เกาะนี้ก็สิ้นสุดลง

:: อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ::
ในปัจจุบัน การบริหารจัดการอุทยานฯ ดำเนินงานโดยสำนักงานอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ กรมอุทยานแห่งชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเจ้าหน้าที่หลักๆ คือหัวหน้าอุทยานฯ ผู้ช่วยฯ และ เจ้าหน้าที่ที่เป็นข้าราชการอีก 3-4 คน ส่วนที่เหลือประมาณ 30-40 คนนั้นเป็นลูกจ้างชั่วคราว สำนักงานอุทยานฯ ตั้งอยู่ที่ท่าเรือในอำเภอคุระบุรี และที่เกาะสุรินทร์เหนือ ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2504 กิจกรรมต่างๆ ภายในเขตอุทยานต้องถูกจำกัดและ ควบคุม ในทางทฤษฎี พื้นที่ที่จะประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติจะต้องไม่อยู่ใต้การครอบครองหรือมีผู้ถือเอกสารสิทธิใดๆ แต่ในทางปฏิบัติบ่อยครั้งที่มีการประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับที่ทำกินของชาวบ้าน ซึ่งสร้างความลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และในขณะเดียวกันก็จำกัดกิจกรรมทำมาหากินของชาวบ้านด้วย ในกรณีของมอแกนที่หมู่เกาะสุรินทร์ แม้ว่าจะไม่มี ข้อตกลงที่เป็นทางการหรือเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างเจ้าหน้าที่อุทยานฯ และมอแกน แต่เป็นที่เข้าใจกันทุกฝ่ายว่ามอแกนเป็นชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่ทำมาหากิน และพักพิงเกาะสุรินทร์มานานก่อนการประกาศพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติ อีกทั้งวิถีชีวิตรวมทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ของมอแกนก็เรียบง่าย และการทำมาหากินแบบยังชีพก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรที่ได้รับ การปกป้องคุ้มครองน้อยมาก มอแกนจึงอยู่อาศัยในหมู่เกาะนี้ได้ต่อไป และสามารถจะโยกย้ายหมู่บ้านไปยังบริเวณต่างๆ ของเกาะได้ตามวิถีดั้งเดิม ในช่วงต้นของทศวรรษ 2530 หลังจากที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สำคัญ มอแกนได้รับอนุญาตให้นำเปลือกหอยสวยงามมาขายให้นักท่องเที่ยว เปลือกหอยเหล่านี้มีทั้งที่งมมาจากน่านน้ำบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ และบริเวณเกาะต่างๆ ในประเทศเมียนมาร์ การค้าขายเปลือกหอยดำเนินติดต่อกันมาเกือบ 10 ปี และทำรายได้ให้แก่มอแกนช่วงฤดูท่องเที่ยว
 ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ทางอุทยานฯ ได้ยกเลิกการค้าขายเปลือกหอย เพราะเกรงถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ แต่ในขณะเดียวกัน ก็ได้ตั้งกองทุนมอแกนขึ้น เพื่อรับบริจาคเงินจากนักท่องเที่ยว และจากแหล่งอื่นๆ เพื่อเป็นทุนซื้อข้าวสารและสิ่งจำเป็นให้มอแกน เงินบางส่วนจากรายได้ ร้านค้าสวัสดิการอุทยานฯ ก็นำมาจ้างมอแกนเพื่อทำงานในอุทยานฯ เช่น ขับเรือ เก็บขยะ ช่วยงานครัว ล้างชาม ฯลฯ เงินค่าจ้างมอแกนนั้นเบิกจากงบประมาณของรัฐไม่ได้ เพราะมอแกนเป็น “คนไร้รัฐ” ไม่มีสัญชาติและไม่มี บัตรประจำตัวประชาชน ภารกิจหลักของอุทยานฯ คือการปกป้องคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์และการบริการนักท่องเที่ยว ดังนั้น จึงไม่ได้รับการสนับสนุน จากรัฐบาลในเรื่องงบประมาณ และกำลังคนที่ทำงานด้านชนเผ่าและวัฒนธรรม อีกทั้งแผนแม่บทอุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์ ปี พ.ศ. 2543-2547 ไม่ได้เน้นเรื่องเกี่ยวกับ มอแกนมากนัก การตั้งกองทุน การแจกข้าวสาร และการจ้างงาน มอแกน ไม่ได้มีข้อตกลงที่เป็นทางการระหว่างมอแกน และอุทยานฯ แต่เป็นความพยายามของอุทยานฯ ที่จะช่วยเหลือมอแกนที่ขาดรายได้เพราะการยกเลิกขายเปลือกหอย แต่เนื่องจากมอแกนมีวัฒนธรรมการทำมาหากินแบบวันต่อวัน และไม่เคยชินกับการอดออม รายได้จึงถูกใช้จ่ายหมดไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งไปกว่านั้น มอแกนซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคแบบแบ่งซื้อ หรือซื้อปลีก จึงต้องจ่ายเงินในราคาที่แพงขึ้น ทำให้มอแกนต้องพึ่งพาอุทยานฯ มากขึ้นตามลำดับ
   แม้ว่าแผนและนโยบายของอุทยานฯ จะไม่เอื้อกับ การส่งเสริมวิถีชีวิตของมอแกน แต่เท่าที่ผ่านมา แนวปฏิบัติของอุทยานฯ ก็อะลุ้มอล่วยให้กับมอแกนพอสมควร ปัญหาอุปสรรคหนึ่งในการจัดการให้เป็นไปตามกฎระเบียบของอุทยานฯ คือการหามาตรการที่เหมาะสมในการลงโทษผู้ฝ่าฝืนกฎ ที่แล้วมา การลงโทษใช้วิธีตักเตือนด้วยวาจา หรือในกรณีที่ฝ่าฝืนกฎอย่างรุนแรง ก็ใช้การยึดเรือซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการตัดโอกาสในการทำมาหากินของมอแกน ดังนั้น การรักษากฎระเบียบจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะต้องเข้มงวดและผ่อนปรนในเวลาเดียวกัน อย่างไรก็ดี แนวปฏิบัติของอุทยานจะต้องมีความคงเส้นคงวา และการสื่อสารกับมอแกนจะต้องมีความชัดเจน มิฉะนั้น จะเกิดความสับสนไม่แน่นอน และเกิดการเล่าลือต่อๆ กันในกลุ่มมอแกน ทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนระหว่างมอแกนและอุทยานฯ

::หน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ ::
      หน่วยราชการอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีสถานีย่อยอยู่บนเกาะสุรินทร์เหนือ คือหน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำ กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยรักษาพันธุ์สัตว์น้ำนี้ขึ้นตรงกับงานอนุรักษ์ทรัพยากรประมงทะเล จังหวัดกระบี่ กรมประมง บทบาทหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยอนุรักษ์ฯ คือการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการอนุรักษ์ สัตว์น้ำ การตรวจตราและการจับกุมผู้ที่ทำประมงผิดกฎหมาย สถานีย่อยของหน่วยฯ นี้มีขนาดเล็ก เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างประจำและชั่วคราว อีกทั้ง งบประมาณและกำลังคนน้อย จึงไม่สามารถจะ เข้มงวดในการตรวจตราปราบปรามมากนัก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางส่วนพยายามประชาสัมพันธ์ให้ มอแกนเลิกทำการประมงที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การงมหอย ล่าเต่า ฯลฯ ในปี พ.ศ. 2537 มีการจัดตั้งโรงเรียนเล็กๆ ขึ้นสอนวิชาพื้นฐานเช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ พลศึกษา ฯลฯ เพื่อให้เด็กมอแกนมีความรู้เบื้องต้นที่จะสามารถติดต่อสื่อสารกับสังคมใหญ่ได้ โดยจัดให้มีเรือรับส่งและอาหารกลางวันให้ มีเจ้าหน้าที่หน่วยอนุรักษ์หรืออาสาสมัครมอแกนผลัดกันนำเรือรับส่งเด็กๆ และทำกับข้าวให้เด็กรับประทาน ต่อมาทางสำนักงานประถมศึกษา จังหวัดพังงาได้ให้การสนับสนุนการเรียนการสอน โดยให้โรงเรียนสุรัสวดีเป็นโรงเรียน สาขาของโรงเรียนบ้านปากจก ตำบลเกาะพระทอง และให้ตำแหน่งลูกจ้าง เพื่อเป็นครูสอนนักเรียน ส่วนเครื่องแบบ สมุดหนังสือ และอุปกรณ์กีฬานั้นรับบริจาค จากไต้ก๋งเรือประมงที่เดินทางไปมาบริเวณนี้ และจากนักท่องเที่ยว



      นักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนนี้ และอยากเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ประสบปัญหาเพราะต้องไปเรียนต่อที่โรงเรียนบนฝั่ง อยู่ห่างไกลจากครอบครัวและชุมชน แต่หากมีการสนับสนุนให้ทุนการศึกษาและให้เด็กไปเรียนต่อเป็นกลุ่ม เด็กก็จะคลายความคิดถึงบ้านลง หัวใจสำคัญของการเรียนการสอนคือต้องกระตุ้นให้เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้มาประยุกต์ใช้เพื่อการดำรงชีวิตและดำรงอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ซึ่งจะทำให้การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นมีคุณค่าและความหมายกับวิถีของมอแกน

::กรมการปกครอง/องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ::
ในด้านการปกครองส่วนท้องถิ่น หมู่เกาะสุรินทร์ขึ้นอยู่กับตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี บางครั้งมีตัวแทนจากหน่วยงาน ราชการมาเยี่ยมหมู่เกาะสุรินทร์บ้าง แต่ยังไม่มีการวางแนวทางที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องสัญชาติและบัตรประชาชน รวมทั้งบริการสังคมอื่นๆ แก่มอแกน หน่วยราชการเหล่านี้มีการหมุนเวียนข้าราชการบ่อยครั้ง ทำให้การประสานงานและสานต่องานเป็นไปได้ยาก และทำให้การดำเนินงานเรื่องสัญชาติมอแกนไม่ได้รับการใส่ใจและผลักดันเท่าที่ควร จนถึงปัจจุบัน มอแกนยังไม่ได้รับสัญชาติไทย แม้ว่าจะมีบางคนที่แต่งงานกับผู้ที่ถือบัตรประชาชนไทย
นอกจากนั้น กรอบทัศนคติของหน่วยงานรัฐในระดับชาติยังไม่ให้ความสำคัญกับชนพื้นเมือง อันที่จริงแล้ว ถือได้ว่าประเทศไทยยังไม่ยอมรับ การมีอยู่ของ ชนพื้นเมือง รวมทั้งไม่มีแผนงานหรืองบประมาณเพื่อสนับสนุนสถานภาพพลเมือง และการมีส่วนร่วมของ ชนพื้นเมืองในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่าง จริงจัง
:: หน่วยงานอื่นๆ ::
    เจ้าหน้าที่จากหน่วยควบคุมโรคติดต่ออำเภอคุระบุรีได้เดินทางมาที่หมู่เกาะสุรินทร์อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง เพื่อฉีดพ่นยากำจัดยุงและเพื่อตรวจเลือด เจ้าหน้าที่อุทยานฯและมอแกนเพื่อหาเชื้อมาลาเรีย หากมอแกนป่วยไข้ไม่สบาย อาจจะขึ้นฝั่งเพื่อไปพบเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่บ้านปากจก หรือพบแพทย์ที่โรงพยาบาลคุระบุรีหรือโรงพยาบาลระนองได้ แต่การไม่มี บัตรประชาชนทำให้มอแกนไม่อยากเดินทางเข้ามาในเมือง เพราะอาจจะถูกตรวจจับได้ นอกจากนั้น การอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคยและความยากลำบากในการสื่อสารทำให้มอแกนไม่อยากเข้ามาตรวจรักษาในโรงพยาบาลนัก
:: ศูนย์การเรียนชุมชน : โอกาสเรียนรู้ของเด็กมอแกน ::
     มอแกนเป็นชาวเลใช้ชีวิตและเดินทางอยู่ตามเกาะต่าง ๆ ในทะเลอันดามัน มีวิถีชีวิต มีภาษา และวัฒนธรรมที่ต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมไทย ก่อนเกิดสึนามิชาวมอแกนมักจะมีวิถีชีวิตที่เร่ร่อนอยู่ตามหมู่เกาะต่าง ๆ ระหว่าง ไทย-พม่า และหลังจากเกิดสึนามิ ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ได้สร้างบ้านที่ค่อนข้างถาวรให้อยู่บริเวณอ่าวบอน ตำบลพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ซึ่งขณะนี้มีอยู่จำนวน 6 ครัวเรือน ประชากรประมาณ 224 คน เป็นผู้ใหญ่ 122 คน เด็ก 102 คน เดิมทีเด็กเหล่านี้มีโอกาสได้เรียนหนังสือจากโรงเรียนสุรัสวดี ที่ตั้งอยู่บนอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์แต่ด้วยภาวะทางธรรมชาติที่กลืนโรงเรียนไปทำให้เด็กขาดโรงเรียนที่จะเรียนรู้ต่อไป แต่ด้วยพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงห่วงใยเด็ก และคุณภาพชีวิตของชาวมอแกนจึงมีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสำนักบริหารงานการศึกษานอกโรงเรียนและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ร่วมกันจัดการเรียนการสอนในรูปแบบของ “ศูนย์การเรียนชุมชนชาวมอแกน” ขึ้นโดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์มาสนับสนุนการดำเนินงาน เช่น ค่าตอบแทนครู สื่อ และอุปกรณ์ทางการศึกษา โดยเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2548 เป็นต้นมาจากผลงานของครูที่ลงมาปฏิบัติงานได้เกือบปีพบว่าเด็ก ๆ ชาวมอแกนสนุกสนานกับการเรียนรู้เป็นอย่างมาก และครูผู้สอนก็ไม่ได้ยึดห้องเรียนเป็นหลัก แต่ครูจะพาเดินไปรอบหมู่บ้านเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้แก่เด็กในเรื่องของสิ่งแวดล้อม โดยต้องอาศัยเด็กสื่อสารไปยังผู้ปกครอง ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ โดยเฉพาะวิถีชีวิตที่คงจะต้องเปลี่ยนและไม่อยากให้อนุรักษ์ไว้คือ การถ่ายอุจจาระริมหาดในยามเช้าของผู้ใหญ่ ทั้ง ๆ ที่ขณะนี้ได้มีส้วมให้แล้วจำนวน 3 จุด แต่คงจะต้องค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงแต่อย่างไรก็ตาม ภาษาไทยก็ยังมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับชาว มอแกน หากตราบใดยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ เนื่องจากแรงงานส่วนหนึ่งทางอุทยานฯ ได้มาจากชาวมอแกน สำหรับเด็กหากทักทายภาษาอังกฤษได้ก็จะเป็นเสน่ห์สำหรับชาวต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งทุกคน ก็ฝากความหวังไว้กับครู 2 ท่านที่จะทำหน้าที่ครูอาสาสอนชาวมอแกนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเชื่อว่าครูทั้งสองคงมีงานทำอย่างไม่มีวันสิ้นสุด และที่สำคัญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไม่ละเลยในเรื่องของสวัสดิการสำหรับครูผู้เสียสละทั้งสองคนด้วย (เดลินิวส์ พุธที่ 14 มิ.ย. 2549 http://www.dailynews.co.th/)


 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 17/04/2008 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

ฟ้าสวย ทะเลใส
เป็นอีกสถานที่ในหลายๆแห่ง ที่ยังไม่มีโอกาสไปค่ะ

แวะมาทักทาย แล้วจะกลับมาอีกนะคะ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน