*/
  • ไกด์เทพ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sky_express999@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-29
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 17671
  • จำนวนผู้โหวต : 3
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม 2552
Posted by ไกด์เทพ , ผู้อ่าน : 2426 , 14:45:06 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

น้ำตกทีลอซู อ.อุ้มผาง จ.ตาก โดย: ดอย ดอกฝิ่น

อำเภออุ้มผาง เดิมทีมีชื่อว่า " อุ้มผาง " เป็นภาษากะเหรี่ยงหมายถึง กระบอกใสจดหมาย หรือกระบอกนำสาสน์ ที่ทำมาจากไม้ไผ่เป็นทรงกระบอกมีฝาปิด เดิมที อุ้มผะ คือเมืองหน้าด่าน มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารเดินทางเข้าออกของพวกพ่อค้าพม่าที่เข้ามาค้าขายหรือติดต่องานต่างๆ สมัยก่อนอุ้มผางเป็นเมืองหน้าด่านตะวันออกมีเขตปกครองขึ้นกับจังหวัดอุทัยธานี ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 ได้ประกาศให้อุ้มผางขึ้นกับจังหวัดตาก โดยเปลี่ยนมา เป็น กิ่งอำเภออุ้มผาง คำว่า "อุ้มผาง"นั้นเป็นคำที่เพี้ยนมาจาก อุ้มผะ และเปลี่ยนสถานะเป็นอำเภออุ้มผาง ซึ่งเป็นอำเภอลำดับที่ 8 มาจนถึงปัจบันนี้.....อำเภออุ้มผางมีพื้นที่ 2,703,362 ไร่ เป็นอำเภอที่มีเนื้อที่มากที่สุดติดอันดับ 1 ใน 8 ของประเทศไทย แต่มีพื้นที่ราบเพียง 3% ของพื้นที่ทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นป่าเขาทำให้มีทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์มาก จนได้ประกาศเป็นมรดกโลก จึงก่อให้เกิดสถานที่ท่องเที่ยว
ทางธรรมชาติมากมาย......สำหรับท่านที่ต้องการเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลขที่ 1ถนนพหลโยธิน ผ่านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ชัยนาท นครสวรรค์ กำแพงเพชร ตากเป็นระยะทางประมาณ 425กิโลเมตร ก่อนถึงจังหวัดตาก 7 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 105แม่สอด-ตาก ถึงอำเภอแม่สอดระยะทาง 86 กิโลเมตร และจากอำเภอแม่สอดมีทางแยกซ้ายตามเส้นทางหลวงหมายเลข 1090 สายแม่สอด-อุ้มผาง ถึงอำเภออุ้มผางเป็นระยะทาง 164 กิโลเมตร บนเทือกเขาถนนธงชัย เป็นเส้นทางที่คดเคี้ยวสลับซับซ้อน มีโค้งทั้งหมด 1,219 โค้ง
เป็นที่รู้จักกันในนามของ ถนนแผ่นดินลอยฟ้า จากอำเภอแม่สอดถึงอำเภออุ้มผางใช้เวลาใน
การเดินทาง 4 - 5 ชั่วโมง รวมระยะทางทั้งหมด 689 กิโลเมตร

::เที่ยวน้ำตกทีลอซู
:: วันแรก ::

หลังจากที่นั่งรถตู้ VIP ออกจาก กทม.พักผ่อนนอนหลับบนรถกันอย่างเต็มที่ ก็มาถึงอำเภอแม่สอด จังหวัดตากประมาณ ตี3 ได้แวะพักรถและเติมน้ำมันประมาณ 30 นาที จากนั้นก็เริ่มออกเดินทางกันสู่อำเภออุ้มผาง ผ่านเส้นทางที่คดเคี้ยว มาถึงที่พัก สวนเรือนแก้วรีสอร์ท ตอนเช้า 7 โมง พอเปิดประตูรถออกมา ....." สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่สวนเรือนแก้วรีสอร์ทครับ เสียงเหน่อๆของพี่สนั่น(ไกด์พื้นที่) ที่ออกมาต้อนรับเรา...พร้อมนำเราขึ้นเรือนพักรับรองที่ได้จัดเตรียมไว้ พร้อมบอกการเตรียมตัวในการท่องเที่ยวน้ำตกที่ลอซูกับเราอย่างเป็นกันอง ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาต่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที่ พอทำธุระส่วนตัวและจัดเตรียมสัมภาระเรียบร้อยแล้ว เสียงพี่สนั่นก็ร้องเรียกอีกครั้ง " เชิญทานอาหารเช้าที่คุ้มมะค่านะครับ " ตามสูตรเหมือเดิมครับ..กาแฟ ไมโล โอวัลติน พร้อมปาท่องโก๋ร้อนๆเพียบเลยครับ พร้อมข้าวต้มทรงเครื่องชุดใหญ่...อาหารเช้ามื้อนี้สุดยอดจริงๆครับอร่อยมากๆขอบอก หลังอาหารให้สมาชิกทำธุระส่วนตัวก่อนออกเดินทางสู่ท่าเรือ เมื่อทุกอย่างพร้อมพี่สนั่นนำสัมภาระต่างๆขึ้นรถสองแถวพร้อมด้วยสมาชิกสู่ท่าเรือ ถึงท่าเรือ พร้อมแจกชูชีพให้คนละตัว ผมบอกให้สมาชิกเอากล้องถ่ายรูปไปด้วย ถ้าหากไม่เอามาจะเสียใจนะครับ ก็มีสถานที่จะให้ได้ถ่าย
ภาพกันเพียบเลย ถ้าหากว่าใครมีถุงกันน้ำหรือถุงพลาสิกก็ควร  ควรเตรียมไปด้วก็ดีจะเป็นประโยชน์มาก สำหรับลำน้ำทีเราใช้ล่องเรือยางนั้นเรียกว่า ลำห้วยแม่กลอง ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำแม่กลองอีกสายหนึ่งที่ไหลที่ไปสู่อำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรีเป็นต้นน้ำที่อุดมสมบูรณ์ มีน้ำตกน้อยใหญ่อยู่ตลอดสองฝั่ง และป่าแห่งนี้ก็ยังมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก จึงได้แต่งตั้งให้เป็นมรดกโลกเลยครับว่าเส้นทางที่เราล่องเรือยางกันนั้ว่ามีที่ใดกันบ้างน้ำตกทีลอจ่อ หลังจากที่เราล่องเรือจากคลองเล็กๆสู่ทางแยกลำน้ำแม่กลองซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักที่เราจะทำการ
ล่องเรือกันอย่างจริงๆเสียทีทั้งสนุกและตื่นเต้นไม่น้อยเลยครับ..หลังจากที่พายเรือมาได้ไม่นาน ก็พบกับน้ำตกที่สวยงามมากเสียงชัตเตอร์ดังแช่ะๆดังอย่างต่อเนื่องกันเลยครับ

                                  

กับภาพที่ปรากฎอยู่ข้างหน้าเหล่าบรรดาสมาชิกทั้งหลายต่างร้องเป็นเสียงเดียวกันว่าสวยมากๆ นี่ คือ "น้ำตกทีลอจ่อ" ครับเสียงพี่สนั่นดังขึ้นมาเชิญถ่ายรูปกันตามสบายครับผมบอก น้ำตกที่ลอจ่อ ซึ่งทอดกระแสของสายน้ำตกที่ตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 80 เมตร สู่ลำห้วยแม่กลองเบื้องล่าง และแสงแดดกระทบกับละอองของน้ำตก ทำให้เห็นม่านละอองฝนสีขาวฟุ้งกระจายที่กระเดนมาถูกตัวช่างสวยงามมาก กลุ่มมอสและเฟริน์เขียวขจีที่เกาะกันเต็มพื้นโขดหินใต้หน้าผาหินเป็นภาพที่สวยงามมาก มีเสียงแว่วๆมาจากท้ายเรือว่า "น้ำตกทีลอจ่อ" เป็นภาษากระเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกสายฝน" ครับ มีสองชั้น ........ชั้นที่สองสามารถเดินทางโดยรถยนต์ใช้เส้นทางอุ้มผาง-บ้านปะละทะซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอ 3 กิโลเมตรและเดินตามไหล่เขาอีก 1 กิโลเมตร ก็จะพบน้ำตกทีลอจ่อชั้นที่สองครับ ที่ชั้นสองนี้เป็นที่พักผ่อนของพวกชาวบ้านที่มาเที่ยวครับ   น้ำตกสายรุ้ง อออกจากน้ำตกทีลอจ่อ ล่องเรือต่อไม่ถึง 10 นาที่ เราก็พบกับน้ำตกขนาดเล็ก มีความสูงประมาณ 10 เมตรเห็นจะได้ ทอด
ยาวขนานกับลำห้วยเป็นระยะทางประมาณ 50 เมตรเห็นจะได้ม่านละอองน้ำฟุ้งขาวเมื่อยามต้องแสงแดด ทำให้เรามองเห็นรุ้งทอดตัวรับแสงอยู่เบื้องหน้าเราอย่าชัดเจน ไม่ใช่แค่รุ้งกินน้ำสายเดียวนะครับ เราเห็นหลายสายตลอดน้ำตกเลยก็ว่าได้ ตะลึงจนเกือบลืมหยิบกล้องขึ้นมาบันทึกภาพไว้เลยครับ ความประทับใจนี้ไม่สามารถบรรยายได้โดยละเอียด นอกจากมาสัมผัสด้วยตัวเองครับ “ถ่ายรูปเสร็จแล้ว เก็บกล้องให้เรียบร้อยนะครับ เดี๋ยวจะพาล่องเรือลอดใต้รุ้งครับ” พี่สนั่นบอกเรา ทุกคนจึงรีบเก็บกันยกใหญ่ “อูยยย” เสียงร้องของสมาชิกดังขึ้น หลังจากที่ผ่านม่านน้ำตกสายรุ้ง ไม่น่าเชื่อครับว่าจะเย็นจับใจขนาดนี้ บางคนถึงกับเริ่มสั่นเพราะความหนาวเย็นของละอองน้ำตกสายรุ้ง..อิอิอิ


บ่อน้ำร้อน เสียงไกด์ดังมาจากท้ายเรือว่า “ เดี๋ยวจะพาไปแช่น้ำอุ่นคลายหนาวครับ ” ไม่จริงมั้ง! ในป่าแบบนี้จะมีน้ำอุ่นได้ยังไง ถ้าจอดเรือแล้วก่อไฟยังจะน่าเป็นไปได้มากกว่า พอล่องเรือตามลำห้วยไปได้ซักระยะหนึ่ง ผมได้พายเรือเข้าจอดทางซ้าย “ ถึงแล้วครับ....บ่อน้ำร้อน ” ไกด์เราเสริมขึ้นหลังจากจอดเรือผูกเรือเรียบร้อยแล้ว ไกด์และผมก็พาคณะเราเดินขึ้นไปข้างบนเดินก็พบกับตาน้ำขนาดกว้าง 4 x5 เมตร "ลองลงแช่ดูครับ อุณหภูมิประมาณ 30-37 องศา มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อุ่นสบายที่สำคัญไม่มีกลิ่นกำมะถันเลยครับ ไม่น่าเชื่อเลยครับว่าธรรมชาติได้สร้างสรรค์อย่างลงตัว โดยไม่ต้องพึ่งมันสมองของมนุษย์เลยครับ
   
แก่งตะโค๊ะบิ เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลเป็นภาษาไทยว่า “แก่งมะม่วงแบน” แก่งขนาดเล็กแต่ก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสมาชิกในเรือได้ครับ ที่มาของซื่อแก่งตะโค๊ะบิคือเมื่อก่อนตอนที่ยังใช้แพไม้ใผ่ในการล่องเรือแก่งตะโค๊ะบิคือแก่งที่น่ากลัวสำหรับนักท่อแพมากเพราะมี ต้นมะม่วงป่าที่มีผลแบนๆขนาดใหญ่กรีดขวางอยู่ยากนักที่จะรอดพ้นไปได้ส่วนมากจะเกิดการชนและก็ตกน้ำกันส่วนใหญ่จึงเป็นที่มาของชื่อแก่งตะโค๊ะบิครับ 
          

น้ำตกมู้ทะลู่ เป็นน้ำตกขนาดเล็กมีชั้นเดียวอยู่ริมฝั่งลำห้วยแม่กลอง มีความกว้างประมาณ 3-4 เมตร สูงประมาณ 2.5 เมตร เกิดมาจากลำห้วยมู้ทะลู่ และไหลตกลงมาจากหน้าผาขนาดเล็กสู่ลำห้วยแม่กลอง เป็นจุดที่ผมและไกด์ท้องถิ่นแวะให้สมาชิกทานอาหารกลางวันกัน “ผัดพริกหมูกับไข่ต้มครับ อาหารกล่องธรรมดา แต่บรรยากาศหาไม่ได้ตามห้างสรรพสินค้าหรือภัตตาคารดังๆเลยนะครับ” หลังทานมื้อเที่ยงที่อร่อย

เสร็จแล้วเราก็เริ่มล่องเรือกันต่อผ่นแก่งเล็กน้อยใหญ่ก็เรียกเสียงเฮจากสมาชิกพอสมควร ถ้ำผาโหว่ เป็นที่แรกเมื่อเราล่องเรือผ่านโค้งน้ำจากท้านรีสอร์ท ถ้ำผาโหว่ เป็นถ้ำขนาดเล็ก ลักษณะตัน เล่ากันว่า สมัยก่อน ได้สำรวจพบเครื่องใช้โบราณ จำพวก หม้อ ไห จาน ชาม ปัจจุบันนี้ได้นำไปเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แล้ว เราได้ล่องเรือกันก็ผ่าน ผาผึ้ง ที่ผาผึ้งนี้เมื่อก่อนมีผึ้งมาอาศัยทำรังเป็นจำนวนมาก เลยมีชื่อว่าผาผึ้งแต่เดี๋ยวนี้ไม่มีรังผึ้งให้เห็นแล้วครับอันนี้ไกด์ท้องถิ่นก็ไม่ได้บอก ที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าผาเลือด เป็นจุดสิ้นระยะของการล่องเรือยางจุดที่หนึ่ง เพื่อเปลี่ยนการเดินทางมาเป็นรถโดยสารพื้นที่ ระยะทางจากผาเลือดไปถึงจุดที่ทำการน้ำตกทีลอซู 15 กิโลเมตร เป็นทางลูกรัง (ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนจะต้องเดินเท้าจากท่าทราย เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร) เมื่อก่อนนี้ทางโหดมาก แต่ปัจจุบันเส้นทางได้พัฒนาแล้ว ทำให้เดินทางได้สะดวกขึ้น
  
น้ำตกทีลอซู ในที่สุดก็เดินทางมาถึงเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง (น้ำตกทีลอซู) พอลงจากรถมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นน้ำตกเลย มีแต่เต้นท์กางเต็มไปหมด พีสนั่นบอกกับเราว่า ตรงบริเวณนี้ป็นลานกางเต้นท์ ส่วนตัวน้ำตกต้องเดินไปอีก 1.5 กิโลเมตร จากนั้นผมจึงบอกว่าให้สมาชิกเก็บสัมภาระเข้าเต้นท์ทำธุระส่วนตัว พักผ่อนกันตามอัธาศัย “พรุ่งนี้เช้าผมถึงจะพาสมาชิกไปชมน้ำตกทีลอซูกันนะครับ” เหตุผลที่ผมไม่พาเข้าชมน้ำตกช่วงบ่ายวันนี้เลยก็เพราะ การเข้าชมน้ำตกช่วงบ่ายนั้นจะมีเวลาเที่ยวน้อย ถ่ายรูปก็ไม่สวย อีกทั้งกว่าจะเดินเข้าไปเวลาก็ใกล้เย็นแล้ว (เจ้าหน้าที่อนุรักษ์จะปิดทางเข้าออกเวลา 17.00 น.) ดังนั้นผมจึงพาสมาชิกไปเล่นน้ำที่ไหลผ่านบริเวณต้นท์ของเรา น้ำใสและเย็นสดชื่นมากครับ และน้ำนี้ก็เป็นน้ำที่ไหลมาจากน้ำตกทีลอซูอีกด้วยนะครับ
: : วันที่สอง : :
    อรุณสวัสดิ์....ยามเช้ากับอากาศที่ไม่หนาวมากเท่าหรอกครับ..เป็นจริงอย่างที่ผมบอกครับว่า..
ทุกอย่างลงตัวหมดทั้งแสงแดด น้ำตก ป่า อากาศดี และช่วงเวลานี้ ดีกว่าตอนบ่ายมากเลยครับ คำว่า......"ทีลอซู"เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ ซึ่งกำเหนิดมาจากสายน้ำ 2 สาย คือ ลำห้วย
แม่จัน กับ ลำห้อยกล้อท้อ ตกลงสู่แอ่งเบื้องล่าง นำตกทีลอซู เป็นน้ำตกหินปูนขนาดใหญ่
มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตรและมีความกว้างประมาณ 500 เมตร ความสูงจากฐานถึงยอด 400 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สม บูรณ์ มีความสวยงามติดอันดับ 1ใน6ของโลกหลังจากเที่ยวชมน้ำตกกันอย่าเต็มที่แล้ว ผมก็พาเพื่อนสมาชิกเดินกลับที่พัก ทานอาหารเที่ยงเสร็จก็ขึ้นรถเดินทางกลับสวนเรือนแก้วรีสอร์ท บรรยากาศดีมากครับ อาหารอร่อย (โดยเฉพาะผัดพักกูด) สุดยอดอาหารของที่นี่ครับถ้ามาที่นี่แล้วไม่ได้ทานพักกูดถือว่ามาไม่ถึงอุ้มผาง สวนเรือแก้วรีสอร์ท ตั้งอยู่บนเนินเขา มีลำห้วยแม่กลองไหลผ่าน ลักษณะห้องพักจะเป็นแบบหมู่คณะ (บ้านหลังเล็กสุดพัก
ห้องละ 4 ท่าน และ หลังใหญ่พักได้ 12 ท่าน ครับ
                
: : วันที่สาม : :
ดอยหัวหมด จุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกไกลสุดตากับทิวเขาที่สลับกันสวยงาม ดอยหัวหมดห่าง จากรีสอร์ทประมาณ 10 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-20 นาที
           
 
 น้ำตกพาเจริญ เป็นน้ำตกขนาดดกลางไหลลดหลั่นเล่นระดับชั้นกันถึง 97 ชั้น ตั้งอยู่อำเภอพบพระ ระหว่างทางแม่สอด-อุ้มผาง เป็นที่แวะรับประทานอาหารกลางวัน และถ่ายภาพเป็นที่ระลึกของพวกเราครับ ตลาดริมเมย เป็นตลาดขายสินค้าของฝาก ติดกับชายแดนไทย-พม่า ตำบลท่าสายลวด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมีแม่น้ำเมยเป็นตัวกั้นพรมแดน (แม่น้ำเมยหรือพม่าเรียกว่า แม่น้ำตองหยิ่น เป็นแม่น้ำ 1 ใน 3 สายที่ไหลขึ้นสู่ทางทิศเหนือ) ที่ตลาดริมเมยนั้นมีสินค้าเด่นๆ คือ พวกของตกแต่งบ้านทำจากไม้สักครับ  ตลาดดอยมูเซอ เป็นตลาดขายสินค้าพื้นเมืองของชาวเขาเผ่ามูเซอ สินค้าจะเป็นจำพวก กล้วยไม้ป่า น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ผัก ผลไม้สด ที่ปลูกแบบไร้สารพิษตามโครงการพระราชดำริ ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางแม่สอด-ตาก ซึ่งเป็นอีกจุดที่เราแวะให้สมาชิกซื้อไปฝากคนทางบ้านครับ  ธรรมชาติ..ป่าเขา ลำธาร และสายหมอก บ้านเกิด  ของพวกชาวเขา หวังว่าจะได้ต้อนรับท่านสมาชิกทุกท่านอีกนะครับ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน