• ป้อมกีตาร์เมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanchai.b@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 121663
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
ป้อม กีตาร์เมา
คนเพลงเพื่อชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
วันจันทร์ ที่ 26 ตุลาคม 2552
Posted by ป้อมกีตาร์เมา , ผู้อ่าน : 2810 , 13:42:10 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                                                           1 ฝนแรก

 

                                กาเหว่าส่งเสียงร้องมาแต่ไกล  ดวงตะวันเริ่มเบิกฟ้าใหม่ในย่ำเช้าของวสันต์ฤดู กบเขียดร่วมกันประสานเสียง

ก้อง ระงมร้องไปทั่วท้องทุ่ง ฝนตกหนักทั้งคืน และเพิ่งจะซาเม็ดลงเมื่อย่ำรุ่งนี้เอง พ่อขนสัมภาระขึ้นเกวียน อีตู้กับอีด่อน ควายคู่ทุกข์

คู่ยากของเรา ยืนเทียมเกวียนรออยู่หน้าบ้าน พี่หมูกับพี่เม้งปีนขึ้นไปนั่งรออยู่บนเกวียนก่อนหน้า พ่อจึงอุ้มผมส่งตามขึ้นไปทีหลัง

          พี่เม้งกับผมยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าโรงเรียน ส่วนพี่หมูจบชั้นป. 4 ตามเกณฑ์บังคับเรียบร้อยแล้ว  เมื่อพี่หมูไม่ได้เรียนต่อ แกจึงต้อง

รับหน้าที่ดูแลน้อง ๆ นั่นคือ พี่เม้งกับผม

          ครอบครัวผมถือว่าเป็นครอบครัวใหญ่ พ่อหงวนและแม่ยงค์ ให้กำเนิดสมาชิกตัวน้อย ๆ ไล่เรียงกันมาแบบหัวปีท้ายปี รวม 6 คน

ด้วยกัน เป็นผู้ชายทั้งหมด เริ่มจาก พี่หมู พี่ชัย พี่กะบุด พี่หลอย พี่เม้ง  และตัวผม

          เมื่อมีลูกมากฐานะครอบครัวของเราจึงอยู่ในขั้นยากจน  แม้พ่อจะเป็นถึงลูกชายครูใหญ่  แต่ปู่ทุยกับย่าน้อย ใช่ว่าจะดูแลเราได้

ทั่วถึง เพราะลูกของปู่ใช่มีแต่เพียงพ่อคนเดียว ไหนจะบรรดาหลาน ๆ อย่างพวกเรา ที่เยอะแยะยั้วเยี้ยยังกะฝูงปลาลูกคอก (ลูกปลา

ช่อน)

          ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับปู่มาว่า  หลังจากที่ปู่สึกจากการเป็นพระ ปู่ก็ได้รับราขการเป็นครู  พื้นเพดั้งเดิมของปู่นั้นมาจาก

มหาสารคาม ต่อมาปู่ถูกย้ายมาสอนในเขตเมืองขอนแก่น โดยการขี่ม้ามาจากเมืองมหาสารคาม  ปู่สอนมาหลายแห่งหน จนมาเจอกับ

ย่า ซึ่งขณะนั้นเป็นนางเอกลิเกที่กำลังโด่งดัง  ปู่เฝ้าติดตามดูนางเอกลิเกคนนี้อยู่หลายครั้งครา ต่อมาก็ได้ผูกสัมพันธ์จนก่อเกิดเป็น

ความรัก  เมื่อรักเริ่มสุกงอม ปู่จึงพร้อมที่จะขอย่าแต่งงาน และได้ลงหลักปักฐาน ณ ที่หมู่บ้านแห่งนี้  พร้อมกับดำรงอาชีพครูเรื่อยมา

จนถึงวัยเกษียณ

          ปู่มีลายสักรอบโคนขาตั้งแต่ขาหนีบเรื่อยลงมาถึงหัวเข่าตามแบบฉบับของคนโบราณ ผมชอบลูบลายสักของปู่เล่นเวลาแกนุ่ง

กางเกงขาสั้น ผมว่ามันสวยดีและดูมีเสน่ห์

          ข้างบ้านปู่ มีชนเผ่ากุลาอยู่คนหนึ่ง แต่ก่อนเป็นพ่อค้าเดินทางค้าขายไปทั่วเขตอิศาน แกคงมาต้องตาสาวสวยในหมู่บ้าน เลย

สละความโสด และเลิกการเป็นชนเผ่าเร่รอน ดำรงชีวิตอยู่กับสาวบ้านป่าสืบมา

          ไม่รู้แกชื่ออะไร แต่เราชอบเรียกแกว่า "พ่อใหญ่กุลา" พ่อใหญ่กุลาคนนี้นี่แหละที่เป็นคนรักษาอาการก้างติดคอพี่เม้ง

          ในวงข้าวพาแลงวันนั้น  เรากำลังเอร็ดอร่อยกับแกงปลาตัวโต ก้างปลาเกิดไปติดคอพี่เม้ง ทำยังไงก็ไม่ยอมออกสักที แม้จะ

เขี้ยวข้าวเหนียวปั้นใหญ่ แล้วเกลือนให้ดันก้างหลุดลงไป แต่ยังไงก็ไม่สำเร็จ จนแม่ต้องรีบพาพี่เม้งขึ้นเรือนไปขอความช่วยเหลือจาก

พ่อใหญ่กุลา

          แกให้พี่เม้งอ้าปากและบริกรรมคาถาพึมพำอยู่สักพัก แล้วแกก็เปล่งเสียงดังออกมาตอนพี่ผมเผลอ เล่นเอาพี่เม้งตกใจกลัวจน

ไม่รู้ว่า ก้างปลาหลุดลงคอไปแต่เมื่อใด

          แม่เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อครั้งพ่อยังหนุ่ม  พ่อเป็นผู้ชายเท่ห์สมาร์ทติดอันดับหนุ่มหล่อในหมู่บ้านเชียวล่ะ วัน ๆ พ่อก็ใช้ชีวิตสนุก

ไปตามวัยหนุ่มแบบไม่นึกถึงอนาคตของตัวเอง ไม่สนใจในการที่จะเรียนต่อ ซึ่งอาจเป็นเพราะการเดินเท้าที่แสนไกล และความ

ลำบากในการเดินทางไปเรียนในตัวเมืองกระมัง พ่อจึงไม่นึกสนุกกับการเรียนในครานั้น ผิดกับอาทองม้วน น้องชายของพ่อ ที่มุ่งมั่น

ตั้งใจเรียนจนในเวลาต่อมาได้รับราชการมีฐานะมั่นคง

          ปู่มีม้าพันธุ์ดีสีน้ำตาลเข้มไว้เป็นพาหนะในการเดินทางไปสอนหนังสือ..วันดีคืนดีพ่อจะแอบขี่มันออกไปจีบสาวงามตามหมู่บ้าน

ต่าง ๆ ในระแวกใกล้เคียงเป็นประจำ รอยแผลเป็นรูปเกือกม้าที่ผมเห็นมันปรากฏเด่นชัดอยู่กลางหน้าผากของพ่อ ตั้งแต่ผมจำความได้

นั้น ก็คือ รอยเท้าของม้าตัวนั้นนั่นเอง ที่ฝากเอาไว้ให้พ่อดูต่างหน้า

           เมื่อพ่อไม่เรียนหนังสือ จึงได้รับบทบาทชีวิตการเป็นชาวนาเต็มขั้นโดยปริยาย และได้เริ่มลิ้มลองรสชาดของความลำบาก

แบบจริงจังเป็นครั้งแรกในตอนที่พ่อออกเรือนมาอยู่กับแม่

          แม่ผมเป็นลูกกำพร้าจบเพียงแค่ชั้นป. 4  ดังนั้น..ชีวิตของครอบครัวมือใหม่จึงดำเนินไปแบบลุ่ม ๆ ดอน ๆ ไหนจะบรรดาลูก ๆ

ที่ทะยอยเกิดตามติดกันมาชนิดหัวปีท้ายปี ไหนจะปัญหาดินฟ้าอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการทำนา สองผัวเมียจึงต้องดิ้นรนทน

เหน็ดเหนื่อยอย่างแสนสาหัสเพื่อความอยู่รอดของครอบครัว

          ตาผมชื่อแสงกล้า เป็นผู้ใหญ่บ้าน  ส่วนยายชื่อสุนทอง เป็นอดีตนางงามของจังหวัด ทั้งสองท่านจากไปตั้งแต่ตอนที่แม่เพิ่ง

อายุได้ไม่กี่ขวบ   เมื่อสิ้นบุญพ่อกับแม่ เด็กหญิงประยงค์พร้อมกับพี่สาวต่างมารดา ได้ถูกนางคำเพด (แม่เลี้ยง) นำพาไปเลี้ยงดูด้วย

ความรักเสมือนลูกตัวเอง แม่เป็นคนเรียนเก่ง นางคำเพดจึงคิดจะส่งเสียให้แม่ได้เรียนสูงขึ้นไป เพราะอนาคตคงจะมีโอกาสได้รับ

ราชการเป็นเจ้าคนนายคนได้โดยไม่ยากนัก  แต่ความฝันของแม่ก็พังทลายลง เมื่อญาติพี่น้องของตาได้ตามแม่ไปถึงบ้านแม่เลี้ยงที่

อยู่ในเขตชานเมือง พร้อมกับยื่นคำขาดให้แม่เก็บข้าวของกลับบ้านในวันนั้น

          ตอนแรกแม่จะไม่ยอมกลับท่าเดียว โดยปีนขึ้นไปหลบอยู่บนต้นไม้ ร้อนถึงยายหลง (ญาติของตา) ต้องถือไม้เรียวออกมาร้องขู่

ให้ลงจากต้นไม้แต่โดยดี  ที่สุดแม่จำต้องกลับบ้านเกิดด้วยความไม่เต็มใจ และเสียดายโอกาสดี ๆ ที่หลุดลอยไป   แม่เคยพูดแบบ

น้อยใจอยู่บ่อย ๆ ว่า  

          "นี่ถ้าตาแกยังอยู่ แม่คงไม่ลำบากขนาดนี้หรอกลูกเอ้ย" 

          ผมจำได้ว่า ถ้าปีไหนฟ้าฝนแล้งหรือข้าวหมดเล้า แม่จะนำพริกและมะพร้าวแห้ง ไปแลกข้าวสารกับยายอ่อน (พี่สาวยายสุนท

อง) และญาติ ๆ ที่บ้านแอวมอง

          บ้านของยายอ่อนอยู่เขตชานเมืองฝั่งทิศตะวันออก  เพราะที่นาของแกอยู่ในเขตพื้นที่ชลประทาน ทำนาได้ปีละ 2 ครั้ง แกจึงมี

ข้าวมากพอที่จะแบ่งปันเจือจุนพวกเราได้ กลับกัน ถ้าปีไหนฟ้าฝนดีเกินขนาดจนทำให้นาข้าวของยายจมน้ำ แกก็จะหอบเอาพริกเกลือ

ปลาร้ากลับมาแลกข้าวสารที่หมู่บ้านเราเช่นกัน

          ยายอ่อนเป็นคนใจดีและอ่อนโยน แกไม่เคยหวงอะไร ๆ ที่แม่ขอ เป็นคนดีมีเมตตาเสมอ ในสายตาของหลาน ๆ อย่างเรา

          ปีนี้ฟ้าฝนดีเป็นพิเศษ ชาวไร่ชาวนาอย่างเราย่อมดีใจเป็นธรรมดา ที่เห็นน้ำท่าเจิ่งนองเต็มท้องทุ่ง   อีตู้ อีด่อน ลากเกวียนพา

เรามาถึงสะพานไม้ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า ท่าข่วม (ท่าข้าม)

          ท่าข่วมเป็นสะพานไม้ที่ทอดข้ามลำห้วยเล็ก ๆ ของหมู่บ้าน กว้างประมาณ 3 เมตร ยาวสัก 5 เมตร  จากการปูพื้นไม้ที่ไม่ชิด

สนิทกัน และความแข็งของเนื้อไม้ ทำให้บรรดาวัวควายแทบจะทุกตัวในหมู่บ้าน ไม่กล้าเดินข้ามสะพานแห่งนี้ แม้ระดับน้ำจะสูงเกือบ

ครึ่งของล้อเกวียน ควายกับคนก็จำเป็นต้องใช้เส้นทางใต้สะพานโดยจำยอม  แต่ยามใดที่สะพานไม้เกิดชำรุด รถยนต์ก็ต้องยอมจำนน

หันกลับมาใช้เส้นทางร่วมกับควายด้วยเหมือนกัน

          อีตู้ อีด่อน เดินฝ่าโคลนถึงจุดกึ่งกลางก็มีอาการชะงัก

          "เกวียนติดหล่มเสียแล้ว"

          พ่อพูดขึ้น พร้อมกับบอกให้เรากระโดดลงไปช่วยกันดันเกวียนที่ติดหล่ม  มันเริ่มขยับอย่างไม่ยากเย็นนักเมื่อคนกับควายร่วม

ประสานแรงส่ง

          เราผ่านเส้นทางสุดโหดมาแล้วด้วยสภาพมอมแมมเปียกปอน พร้อมกับกลิ่นเหม็นตุ ๆ ติดตัว จากขี้ควายที่ผสมอยู่กับขี้โคลน

ใต้น้ำ

          ผมนั่งห้อยขาผิวปากอยู่ท้ายเกวียนอย่างสบายอารมณ์  แล้วก็เริ่มขยับขับบทเพลงพื้นบ้านสั้น ๆ ที่แม่เคยร้องให้ฟังก่อนนอน

ทั้งที่จำได้บ้างไม่ได้บ้าง

          " ควายอีตู้ออกก่อน

          ควายอีด่อนนำก้น

          เอาเชือกพาดก้นเดาะด่องไปนา

          เขาพ่อฮางกา ว่าแมนฮางไก่

          จับขึ้นไข่แมงดาขึ้นฟัก

          ถักสองเส้น ตาเว็นสองหน่วย

          กล้วยสองหวี ขี่ซีสองท่อ

          น้ำออกบ่อไหลมาทม ๆ

          ควายตกตมเขาจมไปล้าง

          ม้าตกส่าง เอาเชือกผูกเคา

          เอ้าเฮาเอ่า  เฮาเอ้าเฮาเอ่า

          เอามันไป เป็นม้าของเฮา..."

          เพลงพื้นบ้านดังแข่งผสานเสียงบดถนนของล้อเกวียนที่ส่งเสียงออดแอดไปตลอดทาง..ไม่นานนัก เกวียนของเราก็มาถึงฝาย

กั้นน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า ฝายใหม่  มองขึ้นไปบนสันคูก็เห็นต้นตังบี้ยืนตระหง่านอยู่โดดเด่น  ลูกตังบี้ เมื่อสุกได้ที่จะออกสีเหลืองอม

ชมพูรสชาดจืดชืด เนื้อข้างในเป็นยางเหนียว แต่เราก็ชอบเก็บกินบ่อย ๆ และเจ้ายางที่เหนียว ๆ ของมันนี่แหละ ใช้แทนกาวจากร้าน

เจ้กในหมู่บ้านได้ดีนักล่ะ และยามใดที่เราจะทำว่าวเล่นกัน ก็ไม่จำเป็นต้องเสียสตางค์ไปซื้อหาแม้แต่บาทเดียว

          เกวียนนำพาเรามาถึงดอนหรือป่าละเมาะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนาเราเท่าใดนัก ต้นพะยูง เสนียด มะค่าแต้ คอมลอม และพรรณไม้

อีกนานาชนิดกำลังเติบโตงอกงามในป่าดอนเล็ก ๆ

          พ่อปลดควายพักเกวียนไว้ใต้ต้นเค็งที่สูงใหญ่ ลูกเค็งหรือลูกหยีนั้น ถ้าผลดิบจะเป็นสีเขียว เมื่อนำมาต้มในน้ำร้อนจนสุกก็จะ

ได้รสชาดอันแสนอร่อย ถูกคอถูกใจสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างเราเป็นไหน ๆ พ่อค้าแม่ค้าหัวใสมักจะต้มมาเร่ขายให้เด็ก ๆ อย่างเราได้

ลิ้มรสอยู่บ่อย ๆ ในราคามัดละหนึ่งสลึง ส่วนผลสุกของลูกเค็งนั้นจะออกสีดำอร่อยไปอีกแบบ

          เราช่วยกันแบกหิ้วสัมภาระคนละเล็กคนละน้อย เดินตามหลังพ่อที่กำลังต้อน อีตู้ อีด่อน เดินไปตามช่องทางสันคูเล็ก ๆ ของ

ห้วยฝายวังเดือนห้า เพื่อข้ามไปอีกฝั่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งเถียงนาหลังน้อยของเรา ลำห้วยที่ไหลผ่านหมู่บ้านของเรานั้น มีสายหลักอยู่เพียง

สายเดียว ซึ่งต้นน้ำก่อตัวมาจากเขต ภูวัด ภูลอมข้าว มันไหลลงมารวมกันที่แอ่งต้นน้ำด้านทิศตะวันตก ลัดเลาะท้องทุ่งของหมู่บ้าน

ตัดผ่านไปด้านทิศตะวันออก

          เมื่อสายน้ำไหลผ่านที่นาของใคร ก็จะถูกกักไว้ด้วยเขื่อนดินเล็ก ๆ เพื่อกักน้ำไว้ใช้ยามหน้าแล้ง ลำห้วยเพียงสายเดียวถูกแบ่ง

เป็นช่วง ๆ และถูกเรียกชื่อไปต่าง ๆ นา ๆ เช่น ห้วยหว้า ฝายเกวียนไต่ ห้วยฝายวังเดือนห้า ฝายกกคอง ฝายใหม่ ฝายน้อย ฝายกอ

บง และคงอีกหลากหลายชื่อที่มันไหลผ่านไป

           ย่าเคยเล่าว่า เมื่อครั้งที่ทวดหอบหิ้วย่าและครอบครัวมาจากบ้านพระยืน (ปัจจุบันคืออำเภอพระยืน) เพื่อมาสร้างบ้านแปลง

เมืองเมื่อก่อนป่าแถวนี้ยังคงความอุดมสมบูรณ์ สัตว์ป่าชุกชุมมากมาย  มีเพียงไม่กี่ครอบครัวที่โยกย้ายมาเบิกป่าถางไพร เพื่อจะสร้าง

ชุมชนใหม่ในครานั้น  ย่าบอกว่า ยามมืดค่ำอย่าได้เผลอ เพราะเสือลายตัวเบ้อเร่อ มันชอบแอบมาคาบหมาที่นอนอยู่ใต้ถุนบ้านเอาไป

กินเป็นประจำ  ด้วยเหตุนี้  แต่ละครอบครัวจึงต้องคอยก่อไฟให้สว่างกันทั้งคืน เพื่อกันเสือร้ายไม่ให้กรายมาใกล้เรือน

          ส่วนลำห้วยสายหลักของหมู่บ้านเมื่อครานั้น  ย่าบอกว่า

          " ลำห้วยลึกกว่านี้มากนัก น้ำใสและเย็นมาก เย็นจนคิงแข็ง"   

          เย็นจนคิงแข็ง หมายถึง เย็นเฉียบจนเนื้อตัวชาไปหมด

          ยามนั้น ไผ่บงขึ้นเต็มทั้งสองฟากฝั่งน้ำ ทำให้มีหน่อบงกินไม่หวาดไม่ไหว  ปูปลามีอยู่มากมาย เวลาน้ำแห้งขอดในฤดูข้าว

เหลืองปลาเล็กปลาใหญ่อัดแน่นอยู่เต็มรู เจอแค่รูสองรูก็พออยู่พอกินแล้ว

          แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ลำห้วยเริ่มตื้นเขิน ความอุดมสมบูรณ์ได้ค่อย ๆ ลดลงไปตามกาลเวลา ลำห้วยธรรมชาติถูกครอบครอง

โดยเจ้าของนาที่มันทอดสายไหลผ่าน  ห้วยฝายวังเดือนห้า เมื่อก่อนเป็นของตาแสงกล้า แต่ท่านได้ยกให้เป็นฝายสาธารณะ

ประโยชน์ของหมู่บ้านไป พวกเราก็ได้ใช้ฝายแห่งนี้นี่แหละเป็นแหล่งหาอยู่หากินในยามลงนา ไม่ว่าจะเป็น กุ้ง หอย ปู ปลา ผักแว่น

ผักบุ้ง สายบัว ผักตบ ผักโตวา ผักคันจอง และอีกหลากหลายสารพัดของกิน

          พ่อไถฮุดนาจนตะวันโด่งฟ้า แม่ถึงออกมาส่งข้าว เพราะแม่ต้องเตรียมกับข้าวให้พี่ ๆ อีกสามคนก่อนไปโรงเรียน น้ำที่เจิ่งนอง

เต็มท้องทุ่ง เชิญชวนให้เราลงไปวิ่งเล่นอย่างสนุกสนานตามประสาวัยเด็ก เล่นน้ำไปก็เก็บปูเก็บหอยไปพราง ได้เยอะราว ๆ ครึ่งคุถัง  

          พ่อหยุดไถนา แล้วปล่อยให้ควายเดินเล็มหญ้าอยู่บนคันแทนาอย่างสบายใจ  แม่ก่อไฟต้มน้ำจนเดือด แล้วค่อย ๆ หย่อนปูและ

หอยลงไปในหม้อ เติมเกลือตามลงไปราวหนึ่งหยิบมือเพื่อเพิ่มรสชาด น้ำจิ้มถูกปรุงขึ้นอย่างง่าย ๆ ด้วยพริกป่นคนน้ำปลา ตามติดมา

ด้วยผงชูรสยี่ห้อดัง อายิโนะโมะโต๊ะ โปะท้ายด้วยน้ำมะนาวร่วมผสมคละเคล้า เท่านี้ก็ได้น้ำจิ้มสูตรเลิศรสแล้ว

          พ่อได้ปลาซิวกับปลาลูกคอก และปลาอื่น ๆ ผสมกันมาประมาณสองถ้วยตราไก่จากไซที่ดักไว้เมื่อตอนเช้า พ่อจัดการคัดแยก

ปลาซิวออกมาไว้ทำแกงต่างหาก

          แกงปลาซิวถ้าจะให้อร่อยต้องใส่ใบเสี้ยว เพราะความเปรี้ยวกำลังดีของใบเสี้ยวอ่อน ๆ ช่วยเพิ่มรสชาดของน้ำแกงร้อน ๆ ได้

วิเศษยิ่งนัก

          ปลาอีกส่วนที่เหลือพ่อห่อด้วยใบตอง เสร็จแล้วจึงราดน้ำปลาร้าตามลงไปจนทั่ว ทุบหอมหัวแดงหั่นตระไคร้ใส่พริกสดลงไป

เป็นลูก ๆ เด็ดใบอีตู่ลาว (แมงลัก) วางโรยหน้า ห่อหมกปลาจึงถูกวางลงบนขี้เถ้าถ่านร้อน ๆ หลังจากเสร็จขั้นตอนในการปรุง

          ตดไม่ทันเหย หมกปลากลิ่นหอมยั่วน้ำลายเจ้าเอยก็ถูกเผยออกมา มันส่งกลิ่นยั่วยวนชวนน้ำย่อยเริ่มทำงานขึ้นมาทันใด

 เปลือกกระดองหอยจิบจี้ถูกนำมาใช้แทนบ่วงหรือช้อนในการตักซดน้ำแกง

          พ่อเป็นคนชอบซดน้ำต้มแกงเอามาก ๆ วันไหนที่สำรับข้าวไม่มีอาหารประเภทน้ำ พ่อมักบ่นประจำว่า กับข้าวไม่อร่อยกินไม่

คล่องคอ จนมีคนตั้งฉายาให้พ่อว่า บักหว่งซดโก๊ก ซึ่งคำว่า "หว่ง" นั้น  ผมก็ยังไม่ทราบความหมายของมันจนทุกวันนี้

          พูดถึงเรื่องการซดน้ำ พ่อผมมีวิธีการกินน้ำข้าวต้มในแบบฉบับของแกที่ไม่เหมือนใคร การหุงข้าวกับเตาถ่านสมัยก่อน คนส่วน

มากมักจะเทน้ำต้มข้าวทิ้งเมื่อหุงข้าวสุก แต่สำหรับพ่อผม แกจะนำถ้วยตราไก่มารองจนเต็ม จากนั้นก็จะตักพริกผงโรยลงไป  แล้วจึง

เหยาะน้ำปลาตามคลุกเคล้า  เสร็จสรรพพ่อก็จับประคองถ้วยตราไก่จ่อปากด้วยมือทั้งสองข้าง  "โก๊ก" เสียงพ่อซดน้ำข้าวต้มดังสนั่น

สมฉายา  ส่วนช้อน มันคงจะน้อยใจอีกตามเคย เพราะเมื่อไหร่ที่พ่อซดน้ำต้มข้าว แกไม่เคยเรียกหาช้อนแม้แต่ครั้งเดียวเลยจริง ๆ

          อีกสองเดือนต่อมาการปักดำก็เสร็จสิ้นลง ผมกับพี่เม้งติดตามพี่หมูไปเลี้ยงควายอยู่บ่อยครั้ง  ส่วนพ่อนั้นชอบตกปลาเป็นชีวิต

จิตใจ  แกชอบแยกตัวออกไปนั่งตกปลาเพียงลำพังผู้เดียวเป็นประจำ คันเบ็ดของพ่อทำจากไม้ไผ่ลำเหมาะมือ พ่อนำปูนานับสิบตัวมา

ตำโขลกจนละเอียด แล้วผสมรำข้าวลงไป  หมักทิ้งไว้จนกลิ่นเหม็นได้ที่เพื่อทำเป็นเหยื่อล่อปลา  เราเรียกมันว่า "เหยื่อโอ่"

          พ่อปั้นเหยื่อโอ่เป็นก้อนกลมโยนลงพื้นผิวน้ำตรงจุดที่พ่อคิดว่ามีปลาชุม  เหยื่อที่ใช้ตกปลาของพ่อจะเป็นพวกปูแป้ง ซึ่งเป็นปู

ที่เพิ่งลอกคราบใหม่ ๆ ทุกส่วนของปูจึงนิ่มอ่อนเหมาะสำหรับเป็นเหยื่อปลาอย่างดี  ถ้าหาปูแป้งไม่ได้พ่อก็จะใช้มันปูที่อยู่ในกระดองปู

ตัวโต ๆ แทน

          พ่อเป็นคนใจเย็นเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด เวลาตกปลาแกจึงนั่งอยู่คนเดียวได้เป็นครึ่งค่อนวัน แม้จะตกปลาได้มั่งไม่ได้มั่งแกก็ไม่

เคยบ่น ผมเคยไปนั่งตกปลากับแกบ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย ซึ่งมันทำให้ผมกลายเป็นคนใจเย็น และอดทนในเวลาต่อมา

          ยามตะวันตรงหัว เมื่อพี่หมูผูกควายไว้ใต้ต้นมะขามริมชายป่าเรียบร้อยแล้ว จึงชวนผมกับพี่เม้ง ลุยเข้าดอนหัวนาเพื่อหาเก็บหา

ลูกหมากเม่า (มะเม่า)  และบักตีนตั่งหรือบักผีผ่วน ที่กำลังสุกเต็มพวง  ส่วนบักกิ่งโก่ย (องุ่นป่า) ที่ล่อตาล่อใจ...เราไม่ค่อยจะใส่ใจมัน

สักเท่าใด เพราะถ้าไม่ได้พกเกลือเตรียมเอาไว้จิ้ม กินเข้าไปก็คันคอตายกันพอดี

          เสียงเด็ก ๆ รุ่นราวคราวเดียวกันตะโกนโหวกเหวกแว่วใกล้เข้ามา ภายในมือต่างก็มีอาวุธประจำกายพกติดตัวมาด้วย มันคือบั้ง

โป๊ะ อาวุธที่เด็ก ๆ อย่างเราต้องมีติดตัวกันทุกคน เวลาเข้าไปเล่นในโคกดอน เป็นอาวุธร้ายที่เราจะใช้เปิดศึกรบกัน

          เมื่อรวมกลุ่มกันได้ เราจึงจัดแจงแบ่งกันออกเป็นสองกลุ่มเพื่อเริ่มกิจกรรมท้าทายความเจ็บปวด ส่วนกระสุนบั้งโป๊ะก็หาได้

สบาย ๆ จากป่าดอน มันคือ ลูกบักคอมลอม และลูกบักเหนียด โดยเฉพาะความแข็งของลูกบักเหนียดนั้น ถ้าใครโดนยิงด้วยกระสุน

ชนิดนี้เข้าไป รับรองเป็นต้องดิ้นพล่านพร้อมกับรอยป้านแดงที่มันฝากไว้กับผิวหนัง

          เราต่างแบ่งกลุ่มสมมุติตัวเองว่าเป็นฝ่ายพระเอก และฝ่ายผู้ร้าย เลียนแบบตามหนังเร่ขายยา ซึ่งนาน ๆ จะผ่านมาฉายให้ดู ต่าง

แย่งกันเป็น สมบัติ เมทะนี, สรพงษ์ ชาตรี, กรุง ศรีวิไล พระเอกในดวงใจ  ส่วนผู้ร้ายในคราบชายหัวโล้นอย่าง พิภพ ภู่ภิญโญ และ

ผู้ร้ายหนวดเข้มอย่าง ดามพ์ ดัสกร นั้น..ไม่ค่อยมีใครอยากจะรับบทกันสักเท่าไร 

          การทำบั้งโป๊ะ ซึ่งใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้ของเรามีดังนี้  นำไม้ไผ่ดิบลำเล็กเหมาะมือมาตัดออกเป็นสองท่อน  ท่อนแรกคือคัน

กระทุ้ง ซึ่งส่วนนี้รูต้องตัน ท่อนที่สองคือส่วนที่เป็นลำกระบอกกระสุนซึ่งจะยาวกว่าท่อนแรก และรูต้องเปิดทั้งสองด้าน  

          เหลาไม้ไผ่แห้งให้พอเหมาะกับรู แล้วตอกเข้าไปในรูคันกระทุ้ง วัดส่วนปลายไม้ให้ต่ำกว่าลำกระบอกนิดหน่อย จึงตัดไม้กระทุ้ง

ที่วัดระยะไว้แล้วด้วยมีด เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ

          วิธีการยิง กระสุนนัดแรกจะถูกไม้กระทุ้งดันเข้าไปปิดคารูตรงส่วนปลายลำกระบอก จากนั้นจึงอัดยิงกระสุนนัดที่สองตามไป

ด้วยการกระแทกด้วยไม้กระทุ้งอีกครั้ง แรงอัดของอากาศในการยิงครั้งที่สองนี่แหละ จะส่งผลให้กระสุนนัดแรกที่อัดรออยู่ข้างหน้า ถูก

ถีบทะยานพุ่งสู่เป้าหมายในทันที

          ปกติบั้งโป๊ะสามารถยิงได้ทีละนัด  แต่เราก็สามารถทำให้มันยิงเบิ้ลได้โดยการตอกส่วนปลายไม้กระทุ้งให้หัวบาน ๆ เข้าไว้

เพราะความบานที่อัดอากาศได้ดีนั้น จะส่งผลให้แรงอัดถีบกระสุนออกไปได้ทั้งสองครั้ง เหมาะกับเหตุการณ์ยิงประจันหน้า และความ

ต่อเนื่องของการยิง

          ส่วนสมรภูมิรบที่ดีเยี่ยมของเราก็คือ ป่าละเมาะและบ่อหินที่อยู่ติด ๆ กันนั่นเอง มันมีมากถึง 3 บ่อใหญ่ เนินชะง่อนและซอก

หลืบหินเหล่านี้นี่แหละ คือที่กำบังอย่างดีของเรา  

          ต่อมาได้มีการสำรวจตรวจสอบกันแล้วว่า  บ่อลูกรังทั้ง 3บ่อ นี้  เป็นแหล่งลูกรังชั้นดีที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ระดับประเทศเลยที

เดียว

          แหละเมื่อใดที่ท่านเดินทางย่ำผ่านถนนในเขตจังหวัดขอนแก่น โดยเฉพาะเขตอำเภอ เมือง บ้านฝาง บ้านไผ่ ชนบท พระยืน

มัญจาคีรี  และเขตใกล้เคียงเหล่านี้

          ให้รู้ไว้เถอะว่า  หินลูกรังมากมายหลาย ๆ ล้านก้อน ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พื้นยางมะตอยมานานหลายสิบปีนั้น  มันได้ถูกขุดขึ้นมาจาก

บ่อลูกรัง บ้านครึมหมากหม้อ หรือชื่อปัจจุบันคือ หมู่บ้านป่าหม้อ  ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดเกิดกายของผมเอง

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
sirikhun วันที่ : 13/02/2010 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sirikhun
i'm spirit of the sea@www.sirikhun.com

ขออ่านย้อนหลังหน่อยนะครับ
ผมชอบอดีตอย่างพี่ มากๆเลย ไม้โป๊ะ ผมก็เล่น ลืมไปเลยว่าเคยเล่น ย้อนถึงเด็กมันสนุกดี กินปลาตัวเล็กๆ กับใบ..ไม่รู้จักแต่คิดว่าคงอร่อย ว่างๆจะไปแถวนั้นหากินบ้าง ฮ่าฮ่าฮ่า

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
บักห่วย(บ่มีน้ำ) วันที่ : 13/01/2010 เวลา : 20.50 น.


นานๆเพื่อนกลับบ้านที ไม่มีโอกาสร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกันเลย...ไว้ครั้งต่อไปจะไม่ให้พลาด เพื่อน(ขอแต่ให้บอกล่วงหน้าแล้วกัน) วันนั้นไม่ได้เจอลูกชาย วันนี้เลยพามาให้ดูหน้า จะ จะ ! เป็นไง? เหมือนใคร?

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 19/11/2009 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

เห็นภาพชนบทเลยครับ นักเขียนชีวิต

ตามมาจากบ้านความทรงจำเก่าๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ครูสบเมย_แม่ฮ่องสอน วันที่ : 15/11/2009 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krubaantong
ครบรอบ  ๒๐  ปี พอดี...


แอบมาดึก ๆ .....มีความสุขกับการทำงานทุกวันครับ...ขอบคุณหลาย ๆ กับมิตรภาพ..... อยู่ดีมีแฮงครับ..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 03.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

หนาวแล้วครับ.
ฝนจางนางจร..

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
virtual วันที่ : 06/11/2009 เวลา : 01.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/virtual
- l\l๐ l)๐ubt ln l\/ly i\/iinl) \/\/here y๐u l3el๐nG -

แวะมาเยี่ยมครับผม ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กอบธรรม วันที่ : 05/11/2009 เวลา : 19.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับแวะมาเยี่ยมครับ.

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 04/11/2009 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

ขอให้ฝัน
.ทำหนังสือ
.สำเร็จครับผม..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
tatuk วันที่ : 03/11/2009 เวลา : 19.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

คึดฮอดควมหลังแท้แล้ว...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 15.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ขอบคุณสำหรับคำติชมครับ...อาจารย์ไพรวรินทร์..ตอนนี้มีพล็อตเรื่องยาวพอสมควร...ร่ายตั้งแต่วัยเยาว์ยัน...วัยหนุ่ม...จะค่อยๆขัดเกลาไปเรื่อยๆครับ....แล้วจะทะยอยปั่นเรื่องมาให้อ่านกันครับ.....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ไพวรินทร์ วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paiwarinkhaongam
มือเปื้อนดิน  จะปั้นดิน  เป็นดวงดาว  ใจเหน็บหนาว  จะเคี่ยวหนาว  เป็นเปลวไฟ

น่าสนใจมากครับ
เขียนบันทึกไว้เยอะๆ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 31/10/2009 เวลา : 02.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีค่ะ....

ความทรงจํามิเคยลบเลือน
เปรียบเสมือน มิตรแท้..

ขอบคุณที่แวะไปทักทายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 28/10/2009 เวลา : 15.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ผมไม่ใช่นักเขียน แต่นี่คือเรื่องราวชีวิตจริงๆในวัยเด็กของผมที่ยังพอจดจำมันได้ อยากให้ผู้อ่านทุกคนรับรู้ถึงวิถีชีวิตชนบทเมื่อ30กว่าปีที่ผ่านมา ว่าเป็นยังไง
ขอคำติชมแนะนำจากทุกท่านด้วยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เดโม เพลง หนูยังรอ (เพลงใหม่) - ป้อม กีต้าร์เมา

เพลงใหม่

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


งานพลงเพื่อชีวิต...คุณเคยฟังหรือไม่ ?
เคยฟังอยู่เหมือนกันจ๊ะ
44 คน
ไม่เคยฟัง..อะไรเหรองานเพลงเพื่อชีวิตใต้ดินเนี๊ยะ..
3 คน

  โหวต 47 คน