• ป้อมกีตาร์เมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanchai.b@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 121662
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
ป้อม กีตาร์เมา
คนเพลงเพื่อชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
วันศุกร์ ที่ 20 พฤศจิกายน 2552
Posted by ป้อมกีตาร์เมา , ผู้อ่าน : 4095 , 18:56:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                                                                       2 ฤดูเก็บเกี่ยว 

 

                     วสันต์ฤดูจากไปแล้วเมื่อปลายเดือนตุลาฯ ที่ผ่านมา  บัดนี้ รวงข้าวสีทองกำลังอร่ามเรือง เหลืองสะพรั่งเต็มไปทั่วท้อง

ทุ่ง ราวกับว่า บรรดาอาเจ็กในตลาดเยาวราช ได้พากันขนทองคำออกมาโปรยลงสู่ผืนแผ่นดินอันแสนแร้นแค้นแห่งนี้

          พ่อเพิ่งจะลงมือเกี่ยวข้าวเป็นวันแรก โดยมีแม่และพี่หมูช่วยอีกสองแรง ส่วนผมและพี่เม้ง นั่งเล่นอยู่ใต้ร่มค้อใกล้ ๆ กัน  พ่อมวน

ยาใบตองเดินเข้ามายังใต้ร่มค้อ หลังจากที่เกี่ยวข้าวไปครึ่งแปลง แกนั่งสูบยาใบตองอย่างสบายอารมณ์  สักพักจึงใช้เคียวเกี่ยวเอา

ตอซังข้าวขึ้นมา แล้วพูดกับเราว่า

          "เดี๋ยวจะทำปี่ซังข้าวให้เป่าเล่น"

          พ่อเฉือนคมเคียวเลยข้อต่อซังข้าว ตรงที่จะใช้ปากเป่าขึ้นไปนิดหน่อย แล้วตัดปลายลำที่ถัดลงมาให้เป็นรูโล่ง ใช้นิ้วโป้งกับ

นิ้วชี้บีบตรงใต้ข้อต่อลำข้าวให้แตก จากนั้นก็ใช้มือสองข้างดันลำให้โก่งขึ้น ใช้ใบข้าวแห้งแหย่สิ่งอุดตัน (เยื่อขาว) ในลำข้าวออกให้

หมด เท่านี้ก็เป็นอันสำเร็จเสร็จปี่

          เมื่อจดจำวิธีการทำปี่ซังข้าวจากพ่อได้แล้ว ก็ถึงตาเราจะหัดทำเองบ้างล่ะ พี่เม้งกับผมใช้เวลาในการลงมือทำไม่นานมากนัก

เสียงของปี่ซังข้าวก็ดังสนั่นลั่นทุ่ง เพราะเราคาบปี่ซังข้าวเอาไว้ในปากคนละตั้งสามอัน

          พี่หมูจูงควายไปผูกไว้ใต้ต้นมะขามใกล้ชายป่า  แกหายเข้าไปในดอนหัวนาครู่ใหญ่ จึงเดินออกมาพร้อมกับบักเล็บแมวสุกกิ่ง

เบ้อเร่อ

          บักเล็บแมวสุก สีจะออกน้ำตาลถึงดำ รสชาดหวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ผลดิบจะเป็นสีเขียวอ่อนรสชาดเปรี้ยวพอดี แต่หนามอัน

แหลมคมที่มาพร้อมกับกิ่งของมันนี่สิ ใครที่โดนเกี่ยวโดนตำ รับรองว่า เป็นต้องได้เลือดและปวดได้เรื่องแน่นอน

           "พระหิวข้าวแล้วแม่"  

           พี่หมูบอกกับแม่เมื่อเสียงกลองเพลลั่นตึง ๆ  แม่หยุดเกี่ยวข้าว จับได้เสียมและ ข้อง (ภาชนะที่ทำด้วยไม้ไผ่สำหรับใส่ปู ปลา)

แล้วเดินห่างออกไปไม่ไกลนัก  ประมาณครึ่งชั่วโมง แม่ก็กลับมาพร้อมกับปูนาราวสิบตัว และกบตัวใหญ่อีกหนึ่งตัว

          "กบไงใช่ไหมแม่...เหลืองอ๋อยเชียว"

          พี่หมูถาม

          "ใช่"

          แม่ตอบ..แล้วเดินเลี่ยงไปเตรียมทำอาหาร

          กบไง คือกบที่โตเต็มวัย มักจะหลบจำศีลในช่วงเวลาหมดฤดูฝน โดยการขุดดินให้เป็นหลุมโพรงพอเหมาะกับตัว จากนั้นกบจะ

ดันดินปิดปากรูโพรงจนสนิท ดินส่วนที่กบดันขึ้นปิดรูนั้นเราเรียกว่า ไง  ไงกบนั้น ถ้าไม่สังเกตุให้ดี หรือไม่ใช่เซียนหากบแล้ว ยากนัก

ที่จะรู้ได้  จากการที่จะต้องจำศีลเป็นเวลานาน ๆ  กบจึงต้องสะสมอาหารและไขมันเก็บไว้ในร่างกายเยอะ ๆ  ดังนั้น รสชาดความอร่อย

ของเนื้อกบในช่วงนี้ จึงถือว่าดีที่สุดกว่าช่วงไหน ๆ  ไม่ว่าจะ อ่อม เอาะ ป่น หรือหมกใส่ปลีกล้วย ก็อร่อยไม่แพ้กัน  ส่วนผักที่ใช้ในการ

ทำอ่อมและเอาะนั้น ก็ต้องเป็น ผักชีลาว ผักบั่ว ผักแขยง ผักอีตู่ เพราะผักเหล่านี้มีกลิ่นอันหอม ซึ่งจะช่วยเพิ่มให้รสชาดดีขึ้น ที่สำคัญ

มันยังช่วยขจัดกลิ่นคาวได้ดีนัก

          ไม่เฉพาะกบเท่านั้นที่ทำอาหารได้อร่อยในฤดูเก็บเกี่ยว  ปูนา หนูพุก หนูท้องขาว ก็มีรสชาดความอร่อยไม่แพ้กัน

          พูดถึงเรื่องหนู การจะขุดหนูแต่ละครั้งนั้น คันแทนาที่ว่าใหญ่ ๆ ต้องหมุ่นอุ้ยปุ้ย หรือเละไม่มีชิ้นดี เสียทุกครั้งไป เพราะความลึก

และวกวนของรูหนูที่กินเนื้อที่คันแทนายาวไปหลายเมตร เวลาขุดหา จึงทำให้คันแทนาหมุ่นอุ้ยปุ้ย ส่วนคนขุดก็เหมื่อยแอ้แล้  (เหนื่อย

แทบขาดใจ)

          "ตีนแตกเขิบเขียดอีโม้ดีใจ"

          เป็นคำพูดหยอกล้อคนส้นเท้าแตก โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาว ผมกับพี่ชายต่างพากันเดินแบบกระหย่องกระแหย่งเพราะเจ็บส้น

เท้า สาเหตุที่ทำให้มันแตก  เพราะการชอบลุยโคลนหาปลาข่อนในช่วงฤดูเก็บเกี่ยวของเรานั่นเอง

          คำว่า ปลาข่อน หมายถึง "ปลาหลากหลายชนิด ที่แออัดยัดเยียดอยู่ในแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่กำลังจะแห้งขอดลง"  ในช่วงที่ข้าว

กำลังสุกเหลืองถึงช่วงเก็บเกี่ยว คือช่วงที่มีปลาข่อน ปลาส่วนมากจะเป็นพวก ปลาดุก ปลาข่อ ปลาเข็ง ปลาหลด ปลาซิว ปลาจี่

เดิด  

          บางครั้ง การหาปลาข่อนของผมก็ถือว่าโชคดีหนักหนา เมื่อได้เจอโผ่งปลา (หลุมปลาขนาดใหญ่ที่มีทั้งปลาตัวเล็กตัวใหญ่อัด

แน่นอยู่ในนั้น)  เพียงเจอแค่หลุมสองหลุม ก็อาจจะได้มากจนเต็มข้องกันเลยทีเดียว

          ในค่ำคืนอันเหน็บหนาว สายลมพัดกราวเย็นเยือกจับใจ ใบไม้สีเหลืองร่วงกรูตามแรงซู่สะบัดของสายลม  แม่ซื้อผ้าห่มขี้งามา

สามผืนใหญ่จากเงินขายข้าวปัดลาน  เพื่อจะให้เพียงพอกับหกชีวิตน้อย ๆ ได้ห่มคลุมกายคลายหนาว

          พ่อนำตอไผ่แห้งมาก่อไฟกองใหญ่หน้าลานบ้าน  หลังข้าวเย็น เราต่างลงจากเรือนมานั่งรอบกองไฟที่พ่อก่อเตรียมไว้  ขณะนั้น

เอง ผมก็เหลือบมองไปเห็นโคมลอยที่กำลังทะยานผ่านพ้นกอไผ่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเบื้องบน  ไส้โคมที่ผสมขี้ยาง เมื่อโดนความร้อนเผา

ไหม้ ก็ก่อเกิดลูกไฟร่วงหยดลงมาเป็นทางยาว  มันช่วยสร้างสีสันและเพิ่มมนต์เสน่ห์ให้กับโคมลอยได้เป็นอย่างดี

          พี่อ่อง ลูกชายของอาดวน แกวิ่งได้เร็วราวกะม้าหนุ่ม  ครั้งหนึ่งแกเคยท้าแข่งเก็บโคมลอยกับเพื่อน ๆ อีกหลายคน โดยมี

ตำแหน่งนักวิ่งกระดูกเหล็กเป็นเดิมพัน

          คืนนั้น แกวิ่งไปในความมืดจาง ๆ ท่ามกลางเดือนหงาย ผ่านทุ่งข้าวที่กำลังรอการเก็บเกี่ยว วิ่งไปแหงนมองบนท้องฟ้าไป ชนิด

ลืมมองเส้นทาง จนทำให้ตัวเองพลาดถลาตกคันนาจนป่าข้าวราบเป็นหน้ากอง  นั่งจุกท้องอยู่สักพัก จึงได้เริ่มขยับแรงสาวเท้าวิ่งไล่

ตามติด กว่าจะพิชิตโคมมาเป็นของตัวเองได้ เล่นเอาซะเหงื่อไหล  เพราะโคมมันลอยไปไกลถึงป่าโคกใหญ่ ห่างหมู่บ้านออกไปร่วม

3 กิโลฯ  แล้วแกก็ได้โอ่ประกาศศักดาว่า  อันฝีตีนของข้านั้นหนา ช่างเหนือกว่าผู้ใดใน "โจกโหลกฟ้า"  (กว้างไกลไปทั่วจักรวาล)

จากการชิงเก็บโคมลอยมาได้ในครานั้น

          ข้าวเหนียวใหม่สีขาวนวลที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจ ถูกแม่จกออกมาจากก่องข้าวน้อย แม่เอาข้าวมาโอบลำไม้ไผ่ที่เหลาพอเหมาะ

 ใช้เกลือโรยจนทั่วปั้นข้าว จากนั้นก็ย่างไฟจนกลายเป็นสีเหลืองหอมน่ากิน เราเรียกมันว่า ข้าวจี่

      ข้าวจี่ที่อร่อยจะต้องทาด้วยไข่  แต่นานทีปีหนเราจึงจะได้ลิ้มรสของมัน  เพราะส่วนมากแม่จะเก็บไข่ไว้ทอดเป็นกับข้าว สำหรับมื้อ

กลางวันของพวกเรา เวลาไปเรียน

          พ่อได้เม็ดมะขามมาหนึ่งกำมือ วางลงไปในกะโป๋ หรือกะลามะพร้าว กลบด้วยขี้เถ้าถ่านร้อน ๆ  ชั่วประเดี๋ยวเสียงเม็ดมะขามก็

แตกดังเป๊าะแป๊ะ ๆ บางเม็ดก็ฟ้ง (กระเด็น) ออกมานอกกะลา  สักพักพ่อก็รีบคว่ำกะโป๋ลงกับพื้น เพราะกลัวเม็ดมะขามไหม้  แล้วจัดการ

เขี่ยเม็ดมะขามออกจากขี้เถ้าถ่าน  จากนั้น เสียงจากการขบเคี้ยวเม็ดมะขามคั่ว หรือที่เราต่างเรียกมันว่าบักฟ้าสนั่น ก็ดังลั่นไปรอบกอง

ไฟ ส่วนคนที่เคี้ยวไม่ไหวเพราะความแข็งของมันก็อมไว้ในปาก บ้างก็แช่น้ำรอให้มันอ่อนตัวลง เพราะมันช่วยทำให้เคี้ยวได้สะดวกฟัน

ขึ้น

           ข้าวจี่ถูกแบ่งปันให้ทุกคนได้ลิ้มรส  พี่ชัยบอกแม่ว่า

          "น่าจะเอาไข่มาทาเน๊าะ" 

           แม่จึงบอกลูกชายว่า

          "ไข่มันแพง เอาไว้เป็นกับข้าวไปโรงเรียนดีกว่าลูกเอ้ย"   

          ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ  พี่ ๆ บางคนนอนขดตัวอยู่ภายใต้ผ้าห่มข้างกองไฟ ผมลุกวิ่งคว้าไขว่ไล่จับเจ้าหิ่งห้อยตัวน้อย

ที่กระพริบแสงวาววับบินผ่านหน้าไปมา กระโดดไขว่คว้าอยู่ไม่นาน หิ่งห้อยน้อยตัวนั้นจึงได้ลงมาเปล่งประกายแสงอยู่ในอุ้งมือสมใจ

          ยามนั้น  พระจันทร์ลอยเด่นขึ้นมาตรงหัวพอดี  ดึกดื่นลมยิ่งโหมแรงขึ้นเป็นทวี ไผ่สีกอส่งเสียงเอียดออหวูหวิวยามต้องลม  ฟัง

แล้วต้องข่มความกลัว  ยิ่งนกเค้าแมวมาระรัวผสมเสียงประหลาด บรรยากาศก็เริ่มน่าขนลุกขนชันไปกันใหญ่

          ปกติในเวลากลางคืนนั้น เราได้อาศัยแสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันก๊าด ที่ทำจากกระป๋องนมข้นหวานตราหมี ส่วนไส้ตะเกียงได้

มาจากเศษผ้าห่มขี้งาของแม่ แต่คืนนี้จันทร์ฉายเต็มดวง มันจึงช่วยขับทอก่อแสงสว่าง ส่องนำทางได้เป็นอย่างดี

          เราลุกจากกองไฟเมื่อเริ่มดึกมากแล้ว สายลมหนาวเริ่มสะบัดแรงขึ้นกว่าเดิม เสียงสนูว่าวแว่วลอยมาแต่ไกลจากฟากฟ้า เรา

ต่างก็รู้ว่า...มันเป็นว่าวธนู (สนู) ของตาปอย ซึ่งเป็นเซียนว่าวประจำหมู่บ้าน สนูของแกทำจากใบลานติดขี้สูด ผูกติดกับคันไม้ไผ่ที่

เหลาพอเหมาะได้ที่ แล้วดัดโก่งคล้ายคันธนู นำไปผูกติดตรงส่วนหัวของว่าวอีลุ้ม หรือว่าวจุฬาก็ได้

          ทุก ๆ เย็น ตาปอยมักจะนำว่าวออกไปชักขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นประจำ  ท่ามกลางความเงียบสนิทในช่วงดึกของทุกค่ำคืน เสียงธนู

ว่าวของแกก็จะดังก้องชัดไปทั่วคุ้งฟ้า  ว่ากันว่าการเล่นว่าวธนูในฤดูเก็บเกี่ยวนั้น ก็เพื่อต้องการให้เทวดาและนางฟ้าได้รับรู้ว่า ได้เข้า

สู่ช่วงเวลาของการเก็บเกี่ยวแล้ว ขออย่าได้ปล่อยฝนให้ตกลงมาอีก เพราะจะทำให้ผลผลิตที่กำลังเก็บเกี่ยวนั้น เกิดความเสียหายได้

          แสงจากหิ่งห้อยที่ผมไล่จับเมื่อตอนหัวค่ำ กระพริบพราวเวียนไปวนมาอยู่ภายในในมุ้งสี่เหลี่ยม จากมุมนี้กระพริบไปมุมโน้น ผม

เฝ้านอนมองดูอย่างเพลินตา จนเริ่มดิ่งจมเข้าสู่เพลาแห่งห้วงภวังค์

          ดึกมากแล้ว ธนูว่าวล้อลมแว่วดังดื๋อดึงดื๋อดึ่ง  ป่านนี้ผู้คนในหมู่บ้านคงหลับไหลด้วยความอ่อนล้า เพราะความเหน็ดเหนื่อย

จากงานในไร่นามาทั้งวัน

          ภายใต้ผ้าห่มขี้งาของแม่ ผมนอนหลับตาพริ้ม นึกขอบคุณตาปอยที่ได้สรรค์สร้างบทเพลงจากแดนสวรรค์ ส่งลงมาขับกล่อม

ผองคนทั้งหมู่บ้าน ตลอดยามรัตติกาลอันหนาวเหน็บ   

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ซออู้ วันที่ : 26/11/2009 เวลา : 15.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phongsakk
คิดอะไรมากพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว

อ่านแล้วนึกถึงบรรยากาศเก่าๆ
แต่ตอนที่เล่ามายังเกิดมะทัน ฮาๆๆ
เป็นกำลังใจให้เด้ออ้าย
..ทางบ้านให้อภัยแล้ว เอ้ย...
ทางบ้านสบายดีทุกคน บ่มีแต่เงินนั่นละ 55+
แม่ใหญ่ยงค์ก็สบายดี
คึดฮอดหลานข้าวปุ้นอยู่เด้อ
( น้องซายหล่า )

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 25/11/2009 เวลา : 01.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มีแต่ของโปรดจ่าเลยครับผม.
หมากเล็บแมว.
จี่ข้าวจี่..
คั่วในหมากขาม..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กอบธรรม วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับ แวะมาทักทายครับ.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 22/11/2009 เวลา : 16.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

นี่เป็นตอนที่สองที่ต่อเนื่องมาจากฝนแรก หวังว่าคงแทรก
มุมแปลกๆให้ท่านได้สดับ ยังมีต่ออีกเรื่อยๆครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เดโม เพลง หนูยังรอ (เพลงใหม่) - ป้อม กีต้าร์เมา

เพลงใหม่

View All
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]


งานพลงเพื่อชีวิต...คุณเคยฟังหรือไม่ ?
เคยฟังอยู่เหมือนกันจ๊ะ
44 คน
ไม่เคยฟัง..อะไรเหรองานเพลงเพื่อชีวิตใต้ดินเนี๊ยะ..
3 คน

  โหวต 47 คน