• ป้อมกีตาร์เมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanchai.b@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 122699
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
ป้อม กีตาร์เมา
คนเพลงเพื่อชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2553
Posted by ป้อมกีตาร์เมา , ผู้อ่าน : 2919 , 13:02:00 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน บักห่วย(บ่มีน้ำ) โหวตเรื่องนี้

                                                                       8 กีตาร์ตัวเก่า

 

                               หลังจากที่เลี้ยงควายให้ย่ามาหลายปี ผมจึงอยากจะขอหยุดพักบ้าง ในวันเวลาที่กำลังย่างเข้าสู่วัยหนุ่มเต็มตัว

ช่วงนี้ผมมักจะไปขลุกอยู่กับเพื่อน ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่  ส่วนอีน้อย ควายที่เหลืออยู่ตัวเดียวของเรา พ่อรับหน้าที่เป็นคนเลี้ยงแทนผม

 นาน ๆ ทีผมจึงจะพลัดกันเลี้ยงกับพ่อสักครั้ง

          ลืมบอกไปว่า อีตู้กับอีด่อน ควายที่ผมคลุกคลีมาเมื่อครั้งเยาว์วัยนั้น ได้ถูกขายไปนานแล้ว  ส่วนควายอีน้อย ผมไม่แน่ใจว่า ย่า

ให้มารึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ มันชื่อเหมือนย่าเปี๊ยบ สงสัยแม่คงจะเป็นคนตั้งชื่อ เพราะแม่ไม่ค่อยกินเส้นกับย่า...ฮา

          เมื่อไม่ได้เลี้ยงควายดังก่อน งานรับจ้างขุดถอนมันสำปะหลัง งานในนา รวมถึงงานตัดอ้อย คือสิ่งที่ผมต้องทำ ส่วนเงินที่หามา

ได้ก็เป็นค่าใช้จ่ายในบ้าน และส่งพี่ ๆ เรียน  วันไหนที่ว่างจากงานรับจ้างผมมักตื่นนอนเมื่อตอนตะวันสายโด่งเป็นประจำ จนแม่ต้อง

คอยด่าตะโกน ชนิดทนนอนต่อไปไม่ไหวกันเลยทีเดียว

          ผมมักจะไปขลุกอยู่ที่บ้านอ้ายเป้ด (ญาติรุ่นพี่) เกือบทั้งวัน  อ้ายเป้ดมีกีตาร์เก่า ๆ ทรงคลาสสิค ยี่ห้อ JOJO ซึ่งมีอยู่ตัวเดียวใน

หมู่บ้าน บ้านหลังนี้จึงมักมีวัยรุ่นแวะเวียนเข้าออกอยู่เป็นประจำ หลายคนมานั่งจ่อรอคิวเผื่อจะได้ฝึกหัดกีตาร์ รวมถึงตัวผมด้วย แต่ส่วน

ใหญ่ ผมมักจะเป็นฝ่ายนอนฟังนั่งดูเสียมากกว่า แล้วจึงค่อย ๆ ดูดซับรับความรู้ไปเรื่อย ๆ

          หนังสือ THE GUITAR ของไอเอสซองฮิต  ช่วยให้ผมไม่เซ็งจนเกินไป ได้อ่านเนื้อหาและดูวิธีจับคอร์ดกีตาร์แทนภาคปฎิบัติ

ไปก่อน..ก็ยังดี

          หนังสือเพลงเดอะกีตาร์ ถือเป็นครูอันดับแรก ๆ ของนักดนตรีหลาย ๆ คนก็น่าจะได้ อาศัยดูวิธีการจับคอร์ด การตีคอร์ดแบบ

ง่าย ๆ และการปิ๊กกิ้ง ซึ่งมีคำอธิบายอย่างละเอียดภายในเล่ม  เพียงแค่นี้..สำหรับคนที่มีพรสวรรค์และพรแสวง ก็สามารถเล่นกีตาร์ขั้น

พื้นฐานได้ไม่ยากนัก

          และแล้วโอกาสที่ผมจะได้เล่นกีตาร์ก็มาถึงเสียที  วันหนึ่ง..พี่เป้ดจะต้องเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพ แกได้นำกีตาร์มาฝากไว้

กับพี่เม้ง ซึ่งตอนนั้นพี่เม้งเล่นกีตาร์เป็นก่อนผมแล้ว เพราะมีโอกาสได้จับอยู่บ่อย ๆ

          จากการที่เป็นญาติสนิท พี่เป้ดจึงเชื่อใจที่จะฝากของรักของหวงไว้กับเรา  กีตาร์และหนังสือเพลงกองใหญ่จึงถูกนำมาเก็บไว้

เป็นอย่างดี ถึงตอนนี้ผมก็ไม่จำเป็นต้องรอคิวนานแล้ว  เพราะหลังจากพี่เม้งเล่นเสร็จยามใดผมก็สวมรอยแทนได้ทันที  ผมคัดเลือก

บทเพลงสิ่งแรกและสิ่งสุดท้าย ของวงชาตรี มาฝึกหัดเป็นเพลงแรก เพราะมันมีคอร์ดเพียงแค่สามสีตัว รวมถึงจังหวะที่ช้า ๆ ง่าย ๆ จึง

เหมาะแก่การฝึกเป็นอย่างดี

          ผมคร่ำเคร่งกับการเรียนกีตาร์ด้วยตัวเองประมาณหนึ่งอาทิตย์ ก็สามารถเล่นให้จบเพลงจนได้ แม้จะติดขัดบ้างในช่วงแรก ๆ

แต่จากการฝึกฝนวันแล้ววันเล่า ก็ทำให้ฝีมือผมเริ่มพัฒนาขึ้นมาตามลำดับ

          อายุ 17 ปี คือวัยที่ผมเล่นกีตาร์ได้เป็นครั้งแรก..อาจจะดูช้าไปแต่ก็ถือว่ายังดีที่ได้หัดเล่นจนเป็น จะว่าไปแล้ว อ้ายเป้ดมีส่วน

ช่วยทำให้ผมเล่นกีตาร์เป็นก็น่าจะใช่  เพราะถ้าแกไม่เอากีตาร์มาฝากไว้ที่บ้านเรา ก็ไม่รู้เมื่อไหร่ผมจะมีโอกาสได้สัมผัส และฝึกหัดมัน

สักที

          วันหนึ่ง พี่กะบุดกลับมาเยี่ยมบ้านพร้อมกับกีตาร์ตัวใหม่ยี่ห้อ FUJIYAMA แกซื้อมาในราคาพันกว่าบาท  เป็นกีตาร์ที่สวยและ

เสียงดีเหมาะมือ เล่นง่ายกว่ากีตาร์ของพี่เป้ดเป็นไหน ๆ

          ผมยึดกีตาร์พี่กะบุดไว้ที่บ้าน เมื่อแกกลับไปทำงาน ตอนนี้เราจึงมีกีตาร์อยู่ในบ้านถึง 2 ตัว  ผมพัฒนาการเล่นขึ้นมากพอสมควร

เพราะได้เล่นคู่กับพี่เม้งบ่อย ๆ  เราเริ่มเล่นเข้าขากันได้ดี  แต่พอพี่เม้งเปิดเทอม ก็จะกลับบ้านได้แค่ช่วงปลายสัปดาห์เท่านั้นเพราะ

ต้องพักและเรียนอยู่ในตัวเมือง เราจึงมีโอกาสแจมกันได้ไม่บ่อยนัก

          ผมเป็นหนุ่มช่างฝันคนหนึ่ง ในวัยสิบห้าผมเคยลองเขียนเพลงเล่น ๆ ไว้ 2 - 3 เพลง ก่อนที่จะเล่นกีตาร์เป็นเสียอีก ลืมบอกไป

ว่า เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ผมเล่นเป็นคือ ขลุ่ยผิวจีน มันมีลักษณะคล้าย ๆ ฟรุ๊ท ด้ามของมันทำจากอลูมิเนียมบางเบา (ส่วนมากจะทำ

ด้วยไม้ไผ่)

          ผมชอบหลบไปนั่งเล่นกีตาร์ตามท้องทุ่งเกือบทุกวัน จนแม่เริ่มเอือมระอา บ่อย ๆ เข้าก็เปิดตำราด่า ชนิดให้อายหมากันไปเลย

          "มึงจะเล่นไปทำไมกันนักกันหนา กีตาร์น่ะ.. เล่นแล้วมันทำให้มึงอิ่มท้องได้รึไง" 

          และอีกมากมายสารพัดคำที่แม่ขุดขึ้นมาด่า  แต่ผมก็ไม่เคยใส่ใจ จนแกตั้งฉายาให้ผมว่า

          "บักหมึ๋ดตะกึ๋ด" (ด้านและทนสุด ๆ )

          กิจกรรมที่ผมกับเพื่อนร่วมกันทำอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ การสุมหัวกันในช่วงวันหยุดและตอนกลางคืน ทั้งการเล่นไพ่ (ใครชนะจะได้

เขกเข่ารอบวง) รวมถึงการหอบหิ้วกีตาร์และสัมภาระ ทั้ง เปลนอน หมอน มุ้ง ผ้าห่ม มาม่า ปลากระป๋อง และปลาหมึกแห้ง  มุ่งสู่เถียง

นาน้อยริมฝั่งน้ำ "ห้วยฝายวังเดือนห้า"

          เซียน เขียน พร กบ อึ่ง อู๋ โอ่ย หรั่ง ด้วง วุฒิ อู๊ด โอ๊ด สมดี พี่เม้ง และผม คือเพื่อนอายุไล่เลี่ยกันที่เกาะกลุ่มใหญ่ไปไหนไป

ด้วยแทบจะตลอด

          ครั้งหนึ่ง กบ ด้วง พร และผม เกิดนึกสนุกอยากเขียนเพลงเกี่ยวกับบ้านเกิด โดยต่างคนต่างด้นแต่งเพลงกันสด ๆ ขึ้นมาคนละ

ท่อนสองท่อนจนจบเพลง ผมรับหน้าที่จดเนื้อและร่วมแต่งไปด้วย เราใช้เวลาพอประมาณก็ได้เพลงแนวลำเดินถึงสองกลอน ซึ่งต่อมา

 กลอนลำทั้งสองกลอนที่แต่งโดยเราทั้งสี่คน ก็กลายเป็นเพลงฮิตประจำหมู่บ้านกันไป

          วกกลับมาพูดเรื่องการออกไปสุมหัวที่เถียงนาน้อย ของบรรดาบ่าวขี้คร้านอย่างเราอีกครั้ง  เรานั่งล้อมวงเล่นกีตาร์และพูดคุย

เรื่องสารพัดสารพันกันไปเรื่อย ๆ  มาม่าหม้อใหญ่ส่งกลิ่นหอมหวนยวนใจ พร้อมกับปลาหมึกย่างไฟกรุ่นโชยแตะจมูก เรานั่งกิน

กับแกล้มแซมเหล้า เคล้าเสียงกีตาร์ เฮฮากันไปจนหมดแรง จึงได้จัดแจงกางมุ้งปูเสื่อเพื่อเอนกายลงนอน เดือนหงายกำลังพราย

พร่างกระจ่างแสงนวลเต็มไปทั่วคุ้งฟ้า เสียงหมาจอก (สุนัขจิ้งจอก) ที่ลงมาหากินปลาข่อนหอนรับกันลอยมาแต่ไกล ทุกคนต่างหลับ

ไหลไปพร้อมกับเสียอันโหยหวนชวนขนลุกของมัน ที่แว่วดังมาเป็นช่วง ๆ       

          ผมใช้ชีวิตแบบนี้กับเพื่อนเป็นเวลานานพอสมควร โดยเฉพาะช่วงปิดเทอมหน้าแล้ง เรามักรวมกลุ่มทำกิจกรรมแบบนี้ไม่เว้น

แต่ละวันแม้ช่วงที่เขาลือกันว่า ผีปอบออกอาละวาดหนักในหมู่บ้าน พวกเราก็ยังคงเดินเลาะบ้านให้หมาเหยียบฮอย (เดินรอบหมู่บ้าน

ให้สุนัขเหยียบรอย) ซะก่อน  ไม่งั้นนอนกันไม่หลับ

          พูดถึงเรื่องผีปอบ มันคงเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ผมคือคนหนึ่งที่ได้เจอและสัมผัสมาโดยตรง ผมว่ามันพูดยากที่จะบอกว่าเป็น

เรื่องจริงรึไม่จริง  บ้านผมถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ในเรื่องความเฮี้ยนของผีปอบในละแวกนั้น เขาว่ากันว่าคนที่จะกลายเป็นปอบก็เพราะ

ไปร่ำเรียนวิชาจากทางเขมร และรักษากฏข้อห้ามไม่ได้ ทำให้คุณไสยย้อนกลับมาเล่นงานตัวเอง ปอบนั้นมักจะเป็นเพศหญิงที่ไป

ร่ำเรียนวิชา ทำให้ตัวเองมีเสน่ห์ดึงดูดใจต่อต่อเพศตรงข้าม ซึ่งหนึ่งในวิชาที่รู้จักกันดีแต่จะฟังดูหยาบคายสำหรับคนต่างถิ่นที่ได้ยิน

ได้ฟังชื่ออยู่สักหน่อยนั่นก็คือ วิชาครูหีใหญ่ อาจจะฟังดูเป็นคำหยาบโลน แต่คนอิศานเขามักพูดตรง ๆ กันแบบนี้ล่ะ

          ผมเคยเห็นการจับปอบและการไล่ปอบมานับครั้งไม่ถ้วน ปอบกลัวลำข่าและเหล็กแหลมจากหมอธรรม (ผู้เฒ่าผู้แก่ที่มีความรู้ใน

วิชาอาคม)  ครั้งหนึ่ง ผมนั่งดูหมอธรรมจับปอบลงขวด เพื่อนำไปฝังดิน ครั้งนั้นหมอธรรมจับปอบทีเดียวได้ถึง 5 ตัว  มันออกปากว่า...

มันเป็นปอบผีฟ้าที่อาศัยอยู่ใจกลางหมู่บ้านมานานหลายร้อยปีแล้ว

          ส่วนอาการของคนที่โดนปอบเข้าสิงนั้น มักจะเปลี่ยนจากคนปกติกลายเป็นเซื่องซึม ไม่ยอมสบตาผู้คน เวลาเจอหมอธรรมมัก

กระวนกระวาย ยิ่งโดนลำข่าโบย และโดนเหล็กแหลมปลุกเสกจิ้มเนื้อ ก็จะร้องโอดโอยออกมาด้วยความเจ็บปวด

          เมื่อปอบอาละวาดหนักเข้า ชาวบ้านจึงได้ให้หมอธรรมจัดพิธีใหญ่ขับไล่ โดยการแต่งเซียงข้องขึ้นมาเพื่อติดตาม และจับผี

ปอบ  การแต่งเซียงข้องเป็นประเพณีที่สืบทอดมานานของคนอิศาน ใช้ในการเสี่ยงทายหรือขับไล่วิญญาณชั่วร้าย อุปกรณ์อาจจะใช้

ไม่เหมือนกัน แต่ก็ใกล้เคียงแล้วแต่ท้องถิ่น หมู่บ้านผมจะใช้ไม้ไผ่สองลำยาวพอเหมาะ ผูกขนาบปากข้องที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว จาก

นั้นก็จะคัดเลือกชายหนุ่มแข็งแรงสองคนที่มีธาตุไฟตรงกันมาจับลำไม้ไผ่ ถ้าธาตุไฟตรงกัน เซียงข้องก็จะพาคนทั้งสองออกเดิน ใน

ขณะที่มือทั้งสองข้างของทั้งสองคนกวัดแกว่งเป็นจังหวะไปพร้อมกันโดยอัตโนมัติ ซึ่งคนทั้งสองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง เพราะมือ

มันขยับไปของมันเอง

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การแต่งเซียงข้องต้องมีผู้เก่งกล้าด้านวิชาอาคมด้านนี้เท่านั้นที่จะทำพิธีดังกล่าวให้ได้ผล วันนั้น..ครูอาสาจาก

ต่างถิ่นที่เพิ่งย้ายมาประจำในหมู่บ้าน ไม่ยอมเชื่อในพิธีกรรม จึงขอลองจับเซียงข้องกับหนุ่มในหมู่บ้าน ปรากฏว่าแกเดินแกว่งเซียง

ข้องคู่กับหนุ่มอีกคน ไล่ตามผีปอบไปรอบ ๆ หมู่บ้าน โดยไม่สามารถบังคับมือตัวเองได้ และเมื่อถูกเปลี่ยนตัวออกจากพิธี แกถึงกับร้อง

ออกมาทันทีว่า

          "เชื่อแล้ว ๆ "

          หลายปีต่อมา หมู่บ้านผมก็ยังขึ้นชื่อในเรื่องผีปอบ จนมีทีวีช่องหนึ่งออกมาถ่ายทำพิธีไล่จับปอบแบบแต่งเซียงข้อง และเรียก

หมู่บ้านของผมว่า "หมู่บ้านผีปอบ" เป็นข่าวดังไปทั่วประเทศ

          คืนเดือนหงายสกาว หนุ่มสาวต่างนัดแนะรวมตัวกันลงข่วงที่ลานวัด เพื่อเตรียมซ้อมรำต้อนรับบุญผะเหวด (พระเวส ) หรืองาน

บุญมหาชาติ ที่กำลังจะมาถึง  ดอกสะแบงที่เราออกไปเก็บมาจากหัวไร่ปลายนาเมื่อกลางวัน ถูกร้อยใส่เส้นด้ายเป็นพวงยาว ห้อย

ประดับประดาศาลาวัดอย่างสวยงาม เสียงกลองยาวและเสียงฉาบใบใหญ่ ให้จังหวะการร่ายรำดังก้องอยู่กลางลานวัด  เราต่างพากัน

ร้องตามจังหวะกลองยาวแบบขี้เล่นว่า

          "กินป่นกุ้งเทิงเผ็ดเทิงเค็ม ๆ ๆ ๆ "

          พูดถึงลานวัด ณ ที่แห่งนี้ มีกิจกรรมมากมายหลายหลากที่มาใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในงานบุญต่าง ๆ  เป็นลานแสดง

ชั่วคราวของบรรดานักร้องลูกทุ่งคนดังที่เคยแวะเวียนมา ไม่ว่าจะเป็น สังข์ทอง สีใส  ดาว บ้านดอน และอีกหลายคนที่จำไม่ได้ หรือ

จะเป็นหมอลำดังอีกหลายคณะที่วนเวียนมาเปิดการแสดง รวมถึงหนังเร่ขายยา และหนังกลางแปลงที่นำหนังใหม่ ๆ มาให้เราดูอยู่บ่อย

 ๆ

          "กระสอบละบาท ๆ "  เป็นคำที่ผมได้ฟังจนชินหูทุกครั้งที่หนังเร่ขายยามาเยือน  มันเป็นการโฆษณาขายลูกอม (ฮอลล์)  ซึ่ง

หนึ่งแพ็คจะบรรจุไว้ 4 เม็ด แต่..เพื่อจะให้ฟังดูอลังการ  โฆษกจึงมักหยิบมุขเด็ดนี้มาใช้เมื่อถึงเวลาเบรคขายสินค้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่

หนังกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มทุกทีสิน่า  ส่วนสินค้าที่เขานำมาจำหน่ายก็จะเป็น ยาสตรีเพ็ญภาคตราพยานาค ยาหม่องตราถ้วยทอง ตรา

ห้าเจดีย์ และตราลิงถือลูกท้อ รวมถึงเจ้าลูกอมกระสอบละบาทที่กล่าวถึงด้วย

          สงกรานต์ เป็นช่วงงานบุญใหญ่ของบ้านเรา หนุ่มสาวที่ออกไปขายแรงที่เมืองกรุง ต่างบ่ายหน้าคืนเรือน เพื่อรดน้ำดำหัวผู้

หลักผู้ใหญ่ตามประเพณีที่สืบทอดกันมา  วัดเถาว์วัลย์ ซึ่งเป็นวัดประจำหมู่บ้านของเรา คราคร่ำไปด้วยผู้คน หนุ่มสาวที่เพิ่งกลับมา

จากเมืองกรุง  ต่างพากันแต่งตัวสีสันสดใส บทเพลงไกลบ้าน ของ ขวัญชัย เพชรร้อยเอ็ด แว่วดังมาจากปากฮอร์นที่แขวนอยู่บนเสา

สูงกลางศาลาหมู่บ้าน  ฟังแล้วดั่งจะตอกย้ำถึงเรื่องราวชีวิตจริงของไอ้หนุ่มบ้านนาได้เป็นอย่างดี

          เมื่อวสันต์ฤดูย่างเข้ามาเยือน  ผมกับเพื่อนได้ชักชวนกันออกไปจับอึ่งที่โคกหัวนาอ้ายเป้ด โดยใช้ตะเกียงเจ้าพายุเป็นไฟ

นำทาง บ้างก็ใช้ไฟจับสัตว์สวมติดหัว แล้วทะยอยออกเดินตามกันเป็นขบวน

          ท่ามกลางสายฝนพรำ  อึ่งอ่างกำลังออกมาเริงรำรับฝนใหม่โดยไม่รู้ว่าภัยกำลังมาถึงตัว มันถูกจับยัดลงใส่ข้องตัวแล้วตัวเล่าจน

เริ่มจะเต็ม เรามัวแต่จับอึ่งจนเพลินเลยทำให้เดินห่างจากหมู่บ้านไปไกลหลายกิโล กว่าจะรู้สึกตัวก็หาทางกลับบ้านไม่ได้เสียแล้ว  แต่

ยังดีที่มองเห็นแสงตะเกียงวับแววอยู่ในกระท่อมเถียงนาเบื้องหน้า เราจึงเดินฝ่าสายฝนตรงไปยังกระท่อมหลังนั้น เจอลุงแก่คนหนึ่งนั่ง

อยู่บนเถียงนา ถามไถ่จึงได้ความว่า เรากำลังจะมุ่งหน้าเข้าสู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง แกจึงบอกให้เราหันหลังเดินย้อนกลับไปตามถนนใหญ่ที่

อยู่ห่างจากเถียงนาออกไปไม่ไกลนัก แกบอกว่า

          "เดินไปเรื่อย ๆ ก็จะถึงเอง"

          เรากลับมาถึงบ้านเกือบเที่ยงคืนด้วยความอ่อนเพลีย พักได้สักประเดี๋ยว เซียน ซึ่งเป็นเชฟฝีมือดีประจำกลุ่ม ไม่รอช้า รีบ

จัดการต้มอึ่งใส่ใบมะขามอ่อนหม้อใหญ่ในทันใด ความหิวจากการที่ยังไม่ได้กินข้าวเย็นผสมความเหนื่อยจากการเดินหาทางกลับบ้าน

ทำเอาเพื่อน ๆ ต่างพากันนอนหมดแรง

          ผมรีบจัดแจงตักต้มอึ่งใส่ถ้วยให้เร็วไวเพื่อเสิร์ฟส่งผองเพื่อนเมื่อต้มเริ่มสุกได้ที่ จากนั้น เสียงซดน้ำต้มอึ่งก็ดังขึ้นเป็นระยะ ๆ

รอบวงข้าว  รสชาดของต้มอึ่งใส่ใบมะขามในยามดึกฝีมือของเซียนนั้น บอกได้คำเดียวว่า

          "สุดยอดจริง ๆ "  

          ยามเมื่อลมหนาวกลับมาเยือนใหม่ วันไหนที่รวมกลุ่มกันได้ พวกเรายังคงใช้เถียงนาเป็นที่หลับนอนตอนกลางคืนเช่นเดิม ไม่

ว่าจะเป็นเถียงนาน้อย "หนองจาน" ของปู่ หรือเถียงนาน้อย "ห้วยฝายวังเดือนห้า" ของผมก็ตาม

          เมื่อลมหนาวโชยมาเยือนอีกครั้ง น้ำในลำห้วยเริ่มเหือดคลอง เขียดอีโม้ เขียดขาคำ กระโดดเต้นแตกตื่นขณะที่เราเดินผ่าน

บรรดาบ่าวขี้คร้านจึงได้นัดรวมตัวกันเตรียมตัวไปจับเขียด

          ครานี้เราไปนอนนาของเซียนที่อยู่ไกลจากหมู่บ้านออกไปพอสมควร  บริเวณที่นาของเซียน ชาวบ้านต่างเรียกกันว่า "ดอนว่าน

ไฟ" เป็นเมืองเก่าโบราณ น่าจะยุคเดียวกับชุมชนโบราณหนองสา และชุมชนโบราณพระยืน (อำเภอพระยืนในปัจจุบัน) ที่อยู่ในยุค

สมัย พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (ราวปี พ.ศ. 1345 - 1393 ) ซึ่งชุมชนโบราณเมืองพระยืนนั้น เจ้าเมืองชนบทได้เดินทางมาพบเจอโดย

บังเอิญเมื่อราวมากกว่าร้อยปีที่ผ่านมา

          ที่ผมสันนิษฐานว่า ทั้งสามเมืองน่าจะอยู่ในยุคสมัยเดียวกันนั้น เพราะว่า ทั้งสามชุมชนโบราณ มีระยะห่างกันแค่ชุมชนละไม่

เกินสามกิโลฯ เท่านั้น และยังตั้งอยู่ในลุ่มน้ำสายเดียวกันด้วย  ซึ่งมันคือลำห้วยที่ไหลพาดผ่านหมู่บ้านของผมในปัจจุบันนั่นเอง

          เมื่อเก็บสัมภาระไว้เถียงนาเรียบร้อย ไฟจับสัตว์ก็ถูกนำออกมาเตรียมพร้อมในการจับเขียด เราเดินตามลำห้วยที่น้ำเริ่มเหือด

คลองเดินจ้องไปเรื่อย ๆ  เขียดตัวแล้วตัวเล่าถูกจับยัดลงข้องที่เตรียมมาใส่มันโดยเฉพาะ ไม่นานเขียดก็เริ่มเต็มข้องเพียงพอแล้ว

สำหรับอาหารที่จะต่อชีวิตพวกเรา

          "อโหสิกรรมให้ข้าด้วยนะเจ้าเขียดน้อย"

          ผมกล่าวพึมพำอยู่ในใจขณะเดินกลับเถียงนา

          ในช่วงปลายหน้าแล้ง ลูกหว้าสุกสีม่วงอมดำดกดื่นเต็มไปทั้งต้น มันเป็นผลไม้ป่าผลไม้นาที่มีรสชาดอร่อยเหลือหลาย  แต่ถ้า

กินเยอะเกินไป ปากของคุณจะเหมือนเด็กที่โดนป้ายด้วยยามหาหิงส์ยังไงยังงั้น

          บักขาม (มะขาม) บักทัน (พุธทรา) บักโก (ตะโก) บักเกีย (มะเกลือ) กำลังแตกช่อใบอ่อนเมื่อเจอฝนใหม่ หน้าแล้งกำลังจะสิ้น

สุดลงในไม่ช้า วันนี้ผมนัดกับเพื่อน ๆ ว่า จะไปไต้แมงจินูนกัน 

          หลังอาทิตย์อัสดง..ผมกับเพื่อน ๆ ช่วยกันหอบเอาสาด (เสื่อ) และหิ้วเอาคุถังที่บรรจุน้ำอยู่พอประมาณ มุ่งหน้าสู่ท้องทุ่งพร้อม

กับตะเกียงเจ้าพายุ หลังจากผีเลิกตากผ้าอ้อมไปไม่นาน

          การไต้แมงจินูนนั้นต้องไปตอนหัวค่ำ เพราะแมงจินูนชอบออกมากินใบไม้อ่อนในช่วงนั้น เราจัดการปูเสื่อลงใต้ต้นมะขามที่

หมายตาไว้แต่ตอนกลางวัน แล้ววางตะเกียงเจ้าพายุไว้บนสาดเสื่อเพื่อเป็นไฟล่อ ไอ้หรั่งซึ่งรูปร่างสูงใหญ่ รีบปีนป่ายขึ้นไปออกแรง

เขย่ากิ่งไม้ให้ขยับ  แมงจินูนที่กำลังเพลินกินยอดอ่อนของใบไม้ ร่วงลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว  ระหว่างตกถึงพื้น มันก็เริ่มขยับปีกมุ่งหน้า

สู่แสงไฟที่สว่างจ้าอยู่เบื้องล่าง และตกลงไปยังสาดเสื่อที่เราปูไว้ต้อนรับมันอย่างดี   แมงจินูนนั้น..เมื่อถูกโยนลงไปแช่ในน้ำที่บรรจุ

อยู่ในคุถัง ต่างก็หมดซึ่งอิสระภาพไร้หนทางที่จะโบยบินกลับขึ้นมาได้อีก

          แมงจินูนไม่ใช่แมงกุ๊ดจี่  จินูนอยู่บนต้นไม้ ชอบกินใบไม้อ่อนเป็นอาหาร เช่น ใบมะขาม พุธทรา มะม่วง ตะโก และมะเกลือ  จิ

นูนมีทั้งตัวเล็ก และตัวใหญ่

          ส่วนกุ๊ดจี่อาศัยอยู่ตามกองขี้วัวขี้ควาย ถึงรูปร่างลักษณะอาจจะคล้าย ๆ กัน แต่ก็สามารถดูออกได้ไม่ยากนัก  การที่จะได้กุ๊ดจี่มา

เป็นอาหารประทังชีวิตในแต่ละครั้งนั้น  เราต้องทนกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ และกล้าสัมผัสขี้ควายได้โดยไม่รังเกียจ ถึงจะได้ลิ้มรสใน

ความอร่อยของมัน

          ชีวิตผันผ่านไปวันแล้ววันเล่า  การที่จะดำรงตนให้อยู่รอดได้นั้น คนอิศานต้องกินทุกอย่างที่หามาได้ ยกเว้นสิ่งที่กินเข้าไปแล้ว

ก่อเกิดอันตรายต่อชีวิต ซึ่งเราสืบทอดการแยกแยะสิ่งที่กินได้ไม่ได้มาจากบรรพบุรุษของเราเอง

          อาหารหลากหลายในแต่ละฤดู  ถูกสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนหล่อเลี้ยงชีวิตผองคนในชนบทบ้านนา สืบเนื่องต่อมาอย่าง

ยาวนาน

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 18/09/2010 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

มาดูกีต้าร์ตัวเก่า

กับคั่วแมงอี่นูน..

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 10/09/2010 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

กว่าจะมาเป็นเพลง....
http://songforlife.exteen.com/20100817/entry-7
....ไม่เกี่ยวกับกระทู้ครับแต่อยากเก็บเอามาให้ชมกัน

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า..พระมเหศวร รุ่น ช้างป่าต้น

ความทรงจำเก่าๆดีๆ...ภาพเดียวกันครับท่าน...

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาทักทาย..พร้อมกับอ่านเรื่องเล่า...ในอดีตของผมครับ......

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
MT-PONG วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา


wow

ต้มอึ่ง

บักว้า

แมงจินูน

อาหารคุ้นเคยๆเป็นตาแซบขนาดเด้อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 06/09/2010 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

โอ๊ย
.มาอยากซดน้ำแกงแท้น๊อ...
คั่วแมงกี่นูน..นำ..

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ฮอยล้อ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 20.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hoylaws

แวยามทางนี้ของกินอึตปือ
ครับมักเหมิดแหละเพลงได๋กะดาย

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สาวอิสานอินเตอร์ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 12.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spj
เฮียมนี้เป็นดั่งดวงดอกไม้     บานอยู่กลางดงฝนบ่ตกลงโฮย                     สิหล่นขุคาต้น

แวมาทักทาย บักหมึดตะกึด

คือสิคักเนาะ ฟังตะซือกะฮู้

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 12.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม

เคยเห็นในทีวีราคาแพงมากเลยนะคะ
ที่เสียบไม้ย่าง4-6ตัว 60บาท

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ประจิ้มประเจ๋อ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yuiboc
สะเปะสะเปือยเรื่อยเปื่อยอยู่เรื่อยไป & รัก"ทองกบ"ที่โลกในสุดเลย! โอ้เย่เย๊เย่  ฮ่าๆๆและ+อีก28.75ฮ่า...จิ้มมียิ้มสุข...ยิ้มสุขส่งให้ด้วยใจเปี่ยมสุข สวัสดีครับผม


สวัสดีตอนเทียงค่ะ"บักมึ๊ดตะกึ๊ด"
ทานมื้อเที่ยงแล้วนะคะ




หน้าตาน่าทานนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 05/09/2010 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

อ๊ะ ! ๆ คน...คอเดียวกัน พันจอกยังน้อยไป เคยกินตอนเด็ก ๆ ที่บ้านเรียกแมงอีนูน และอีกอย่างที่กินอร่อย แมงเหนี่ยง ครับ โตแล้วไม่ได้กินอีกเลย... ขอบคุณที่ไปเยือนครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลมโชยริมหน้าผา วันที่ : 03/09/2010 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lomchooy

คิดถึงวัยเด็กเลย

มีช่วงชีวิตเหมือนๆกันเลยครับ

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
tatuk วันที่ : 03/09/2010 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tatuk
เรานี่แหละ ผู้ปกป้องชาติและราชบัลลังก์! 

แวะมารำลึกควมหลัง
สมัยเด็กก็หัดเล่นเพลง "สิ่งแรกและสิ่งสุดท้าย" เช่นกันครับ

สบายดีเนาะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เดโม เพลง หนูยังรอ (เพลงใหม่) - ป้อม กีต้าร์เมา

เพลงใหม่

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]


งานพลงเพื่อชีวิต...คุณเคยฟังหรือไม่ ?
เคยฟังอยู่เหมือนกันจ๊ะ
44 คน
ไม่เคยฟัง..อะไรเหรองานเพลงเพื่อชีวิตใต้ดินเนี๊ยะ..
3 คน

  โหวต 47 คน