• ป้อมกีตาร์เมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanchai.b@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 121727
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
ป้อม กีตาร์เมา
คนเพลงเพื่อชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
วันอังคาร ที่ 2 สิงหาคม 2554
Posted by ป้อมกีตาร์เมา , ผู้อ่าน : 3933 , 03:47:47 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชายแม้น โหวตเรื่องนี้

                                                                     11 งานหนักไม่เคยฆ่าคน

                              หลังจากที่ได้ประสบการณ์จากบางกอกแบบไม่ค่อยประทับใจ  ผมก็กลับมาเก็บตัวอยู่บ้านนอกอีกหลายเดือน จน

วันหนึ่ง พี่หยาด ซึ่งเป็นญาติกัน ได้มาชักชวนให้ผมเข้าไปทำงานในตัวเมือง  ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับงานที่จะต้องทำนั้น  แกบอกให้

รู้แบบคร่าว ๆ ว่า  เถ้าแก่เจ้าของร้านขายมอเตอร์ไซค์ที่แกทำงานอยู่ด้วย เขาจะทำสนามไดร์ฟกอล์ฟ และอยากจะได้คนไปดูแลงาน

ที่นั่น

          ไอ้ศักดิ์..คือเพื่อนที่เคยเลี้ยงควายด้วยกันเมื่อตอนวัยแตกพาน  มันถูกพี่หยาดชักชวนไปพร้อมกับผม  ดังนั้น หนุ่มบ้านนอก

ตกงานอย่างเรา จึงตกลงปลงใจเดินทางเข้าเมืองในวันถัดมา

          สถานที่แห่งนี้ ครั้งหนึ่งเคยเป็นสนามแข่งรถมอเตอร์ไซค์ มีขนาดกว้างใหญ่หลายไร่พอสมควร ตอนนี้รถแทรกเตอร์ขนาดใหญ่

กำลังไถโค่นต้นไม้ใหญ่น้อยที่ขึ้นอยู่เต็มบริเวณให้ราบคาบ

          สิ่งที่เราได้รับมอบหมายในวันแรก คือการตัดต้นไม้และกิ่งไม้ใหญ่น้อยตามขอบกำแพง ในส่วนที่รถแทรกเตอร์ไม่สามารถจะ

โค่นลงได้  เราจัดการล้มต้นไม้ใหญ่น้อยข้างกำแพงด้วยมีดกับเลื่อย ต่างช่วยกันตัดช่วยกันเผาอยู่ทั้งวัน

          มือที่ห่างหายจากการจับจอบเสียมไปเสียนาน เมื่อยามมันมาจับมีดอีโต้ ฟาดฟันกิ่งไม้น้อยใหญ่ จากที่เคยอ่อนนุ่ม กลับเริ่มพอง

ห้อเลือด พร้อมกับตุ่มพองใส ๆ ผุดขึ้นมาทั้งสองฝ่ามือ

          วันแรกของการทำงาน เล่นเอาผมหมดแรงจนเกือบจะท้อ  บ้านไม้เก่า ๆ ซึ่งปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นสนามรถแข่ง คือที่พัก

ของผมกับศักดิ์  บรรยากาศของบ้านพักน่ากลัวใช้ได้ทีเดียว ตกดึก ๆ ลมหนาวโบกสะบัดพัดกอไผ่ข้างบ้าน ดังเกรียวกรูจนขนลุกซู่

ชวนให้เกิดอาการกลัวผีขึ้นมาทันใด...แต่ด้วยความอ่อนเพลีย จึงเผลอผลอยหลับไปอย่างง่ายดายในเวลาต่อมา

          วันหนึ่ง หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จเรียบร้อย ผมนั่งคุยกับศักดิ์ได้ไม่นาน ก็แยกย้ายกันเข้านอน ต่างหลับไหลด้วยความอ่อนล้า

จากงานเมื่อกลางวัน  ผมได้เข้าสู่ภวังค์แห่งฝันในเวลาต่อมา ในฝันนั้น..ผมเห็นหญิงสาวนางหนึ่ง ใส่ชุดไทยโบราณ มีผ้าสะไบเฉียง

พาดบ่า ยืนปรากฏกายอยู่ตรงหน้าประตู..แล้วค่อย ๆ เดินผ่านปลายเท้าทะลุหายเข้าไปในฝาไม้ฝั่งหน้าต่าง เหตุการณ์ฝันประหลาด

ครั้งนี้ เล่นเอาผมกับศักดิ์ขวัญหนีดีฝ่อไปหลายวัน

          สองอาทิตย์ผ่านไป ผมกับศักดิ์ ช่วยกันถางต้นไม้ข้างกำแพงจนเตียนโล่ง  สนามแข่งรถที่เคยเต็มไปด้วยต้นไม้กับวัชพืชรกชัฏ

  บัดนี้ ได้เริ่มปรากฏรูปร่างของสนามฝึกหัดกอล์ฟขึ้นมาบ้างแล้ว

          ผมได้เปลี่ยนหน้าที่ใหม่เมื่องานหนักหมดลง  ผมถูกมอบหมายงานให้เป็นคนจดบันทึกเที่ยวรถที่ขนดินเข้ามาถมในพื้นที่ ใช้

เวลาอยู่เดือนกว่า ๆ ที่ผืนใหญ่จึงถูกถมจนเต็มตามที่ต้องการ

          รถแทรกเตอร์ปรับเกลี่ยดินวุ่นอยู่ทั้งวัน  บางส่วนที่ต้องใช้แรงคนก็เป็นหน้าที่ของผมกับศักดิ์  กรีนทุกกรีนในสนาม ผมกับศักดิ์

มีส่วนในการออกแรงร่วมกันทั้งนั้น

          สองเดือนผ่าน  สนามคืบหน้าไปประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์  ผมจึงตัดสินใจกลับบ้าน เพราะรู้สึกว่า คงไม่เหมาะกับงานแบบนี้ ทั้ง

ที่เจ้าของโครงการบอกว่า เมื่อสนามเสร็จสมบูรณ์ดีแล้ว เขาพร้อมจะรับเราเข้าเป็นพนักงานในนั้น แต่ยังไง ๆ ผมก็ไม่คิดที่จะอยู่ที่นั่น

ต่อไปอยู่ดี

          ส่วนไอ้ศักดิ์ มันยอมตกลงที่จะยู่ที่นั่นต่อ และอีกไม่นานมันก็ได้ภรรยาเป็นคนแถวนั้นไป  ในเวลาต่อมา..สนามไดร์ฟกอล์ฟแห่ง

นั้น ก็ได้ถูกตั้งชื่อว่า ขอนแก่นไดร์ฟวิ่งเร้นจ์

          ผมกลับมาอยู่บ้านอีกครั้ง และต้องมาทนฟังเสียงบ่นของแม่อีกหลายเดือน ในฐานผู้บ่าวขี้คร้าน ผมพยายามติดต่อกับไอ้เตี้ย

อดีตเพื่อนร่วมห้อง เกี่ยวกับเรื่องงานอยู่บ่อยครั้ง  เตี้ยมีน้องชายทำงานอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านตลาดโต้รุ่ง  มันช่วยเดินเรื่อง จนผม

ได้เข้าไปทำงานในโรงแรมแห่งนั้น

          ผมได้รับบรรจุเข้าเป็นพนักงานทั่วไป ทำหน้าที่ทุกอย่างที่เขาเรียกใช้  ตั้งแต่ เช็ดกระจก ขัดพื้น ปูผ้าเตียงนอน ทำห้องช่วยแม่

บ้าน และรับเสื้อผ้าของแขกลงไปซักรีด แต่สิ่งทีหนักหนาสาหัสในความรู้สึกของผมมากสุด คือการเก็บผ้าปูที่นอน ที่รองรับเกมส์

สวาท ที่เพิ่งผ่านไปใหม่ ๆ หมาด ๆ   ซึ่งเต็มไปด้วยคราบคาวโลกีย์ ที่เขาทิ้งเอาไว้ให้ผมได้ดูต่างหน้า

          ผมรวบรวมผ้าปูเตียงจากห้องต่าง ๆ ทำเป็นมัดใหญ่ เหมือนกับการมัดหญ้าให้ควายเมื่อครั้งที่อยู่บ้านนอก จัดการยกขึ้นตั้งบน

หัว แล้วแบกลงมาเข้าห้องซักรีด  นี่ถ้าเป็นคนมีครูมีวิชา คงจะเสื่อมราคาค่าความขลังกันไปนานแล้วกระมัง

          ในบางวัน เมื่อพนักงานล้างจานในคอฟฟี่ช็อปลางาน ผู้จัดการก็มาตามตัวผมไปช่วยจนถึงตีหนึ่งก็หลายครา ทั้งที่มันเป็นเวลา

เลิกงานของผม  เมื่อใช้งานหนักมากเข้า ผมก็ชักจะเริ่มรู้ทัน เลยแอบปีนขึ้นไปหลบอยู่บนหลังคาสังกะสีของห้องพักบนดาดฟ้าซะเลย

          ผมรับเงิน เดือนละ 900 บาท ที่โรงแรมอยู่ 4 เดือน เตี้ยจึงจัดการฝากให้ผมเข้าทำงานในที่เดียวกับมัน  ยอมรับว่า แค่ 4 เดือน

ในโรงแรมแห่งนี้  ผมได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ มากมาย..ซึ่งมันช่วยให้ผมรู้จักการดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมเมือง ได้ดีขึ้น

          บริษัทขอนแก่นแหอวน จำกัด  ผมได้ฟังประวัติคร่าว ๆ จากปากของไอ้เตี้ยมาว่า ครอบครัวของเถ้าแก่เจ้าของบริษัทแห่งนี้ เป็น

คนจีน รับพวก ตาข่าย แห และอวน จากกรุงเทพฯ มาขายในห้องแถวไม้เก่า ๆ ในตลาดกลางเมือง  ต่อมาจึงคิดอยากจะสร้างโรงงาน

ขึ้นมาผลิตขายเอง  จึงได้ซื้อเครื่องทอมือสองจากไต้หวันมาจำนวน 10 เครื่อง พร้อมกับรวบรวมพนักงาน และผู้ชำนาญการได้

ประมาณ 60 คน จากนั้นจึงเปิดตัวบริษัทแห่งนี้ขึ้นมา

          ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี บริษัทก็เติบโตขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว สามารถขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกหลายศูนย์  มีพนักงานเพิ่มขึ้นหลาย

พันคน (ปัจจุบัน บริษัทขอนแก่นแหอวน จำกัด เป็นบริษัทผลิต แห อวน และตาข่าย ที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก) 

          อย่างที่บอก ผมเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ด้วยการฝากของไอ้เตี้ยเพื่อนรัก  ถ้าผมมาสมัครเองคงไม่ผ่านแน่นอน  เพราะเขามี

การวัดส่วนสูงยังกับการเกณฑ์ทหาร..แน่ะ  ความสูงแค่ 155 เซนต์ฯ อย่างผม คงไม่สามารถเข้าทำงานได้แน่นอน ถ้าไม่มีเพื่อนช่วย

          ผมถูกส่งเข้าไปอยู่ในฝ่ายผลิตเครื่องจักร แผนกอุปกรณ์ ในตำแหน่งช่างขัดกระสวยทองเหลือง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์ที่

ประกอบเครื่องทอ แบบกระสวยทองเหลืองที่หล่อมาจากโรงงานในเมืองกรุง ถูกส่งมาให้เรา ขัด เจียร์ เจาะ กลึง ซึ่งกว่าจะออกมา

เป็นกระสวยสำเร็จได้ ต้องผ่านขบวนการอยู่หลายขั้นตอนทีเดียว  แผนกของเราจึงเต็มไปด้วยเศษฝุ่นละอองทองเหลือง ที่ปลิวคลุ้ง

อยู่ทั้งวัน

          เราต้องสวมชุดคลุมหรือชุดหมี รวมทั้ง แว่นตา และผ้าปิดจมูก ให้มิดชิด  ทั้งแป้งทั้งคารามายด์มีให้ใช้ตลอด เพราะเราต้องใช้

มันช่วยบรรเทาอาการคัน อันเนื่องมาจากผงฝุ่นทองเหลือง  บางครั้งไม่ไหวกันจริง ๆ ถึงกับต้องอาบน้ำกันเลย

          ด้วยค่าแรงที่ได้รับวันละ 55 บาท ผมต้องเก็บเงินอยู่ร่วมสองเดือน จึงใช้หนี้คืนให้ย่าได้สำเร็จ เพราะก่อนที่จะเข้าทำงาน ผม

ได้ไปหยิบยืมแกมาเป็นค่าประกันการทำงานถึง 500 บาท

          ดนตรี..เสียงเพลง  เหมือนชะตาของผมที่ต้องเจอกับมันซะทุกที่ไป เมื่อเข้าทำงานได้ไม่นาน ไอ้เตี้ยชวนผมไปดูมันซ้อมดนตรี

ในห้องซ้อมของบริษัท  มันเล่าให้ผมฟังว่า  เจ้าของโรงงานชอบดนตรีมาก ถึงขนาดจ้างครูดนตรีเก่ง ๆ จากเมืองกรุง มาสอนโน๊ตให้

แก่นักดนตรีในบริษัท นอกจากนั้น ยังได้จ้างคนมาทำเพลงให้บริษัทถึง 10 เพลง  แล้วอัดเป็นเทปออกมาขายให้พนักงาน และแจกให้

ลูกค้าด้วย ซึ่งบางเพลงในอัลบั้ม ยังถูกนำไปเป็นเพลงโปรโมทประชาสัมพันธ์จังหวัดเสียด้วย

          กลับมาที่เรื่องวงดนตรีในโรงงานต่อ.. ก่อนที่ผมจะเข้ามาทำงานนั้น บริษัทมีวงดนตรีอยู่ถึงสองวง วงไอ้เตี้ยเล่นแนวลูกทุ่ง

หมอลำประมาณนั้น  ส่วนอีกวงจะเล่นเพลงตลาด และเพื่อชีวิต แต่ต่อมา วงไอ้เตี้ยก็ได้ยุบตัวลง

          วันหนึ่ง ผมมีโอกาสตามมันขึ้นไปดูเขาซ้อมเพลงกันอีกครั้ง ขณะนั้นมือเบสของวงกำลังร้องเพลง Have you everseen the

rain  แบบตะกุกตะกักอยู่หลายเที่ยว  เห็นแล้วคันปากอยากจะร้องแทนขึ้นมาทันใด จึงบอกทางวงออกไปว่าตัวเองพอร้องได้ ขอลอง

หน่อยบ้างประไร อะไรประมาณนั้น

          หลังจากที่ผมได้รับอนุญาตให้ร้องจนจบเพลง สมาชิกในวงต่างมีความเห็นตรงกันว่า ยินดีรับผมเข้าประจำวงในตำแหน่งนัก

ร้องนำ  จากนั้นมา งานหลักของผมจึงเริ่มเบาลง เพราะเวลาส่วนหนึ่งของผมไปอยู่ที่ห้องซ้อมดนตรี..ยิ่งถ้ามีโปรแกรมแสดงด้วยแล้ว

วันทั้งวันผมแทบจะไม่ได้ทำงาน เพราะมัวแต่ขลุกอยู่กับการเตรียมการแสดง

          ผมเป็นนักร้องนำในวงด้วยการร้องเพลงแนวตลาดอยู่ราวปีกว่า ๆ วันหนึ่ง ก็ได้เจอคนที่ทำให้ผมค้นพบแนวทางของตัวเองโดย

บังเอิญ

          พี่แขก เป็นหนุ่มรุ่นพี่ ทำงานอยู่แผนกศูนย์ข้อมูล แกมาขอใช้ห้องซ้อม เพื่อไปเล่นในงานเลี้ยงของแผนก บทเพลงเพื่อชีวิต

ล้วน ๆ ทั้งคาราวานและพงษ์เทพ ถูกแกถ่ายทอดผ่านกีตาร์เพียงตัวเดียว จนทำให้ผมทึ่งและประทับใจในความสามารถนั้น

          ผมกับพี่แขกเริ่มสนิทกันมากขึ้น  ครั้งหนึ่ง ผมตามแกไปยังห้องพัก ก้าวแรกที่ย่างเข้าไปในบ้านของแก สายตาของผมก็ไป

สะดุดที่หนังสือเพลงเก่า และเหล่าบรรดาหนังสือหายาก ที่ถูกเก็บรวบรวมเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 500 เล่ม  รวมไปถึงเทปคาสเซ็ทเพลงเพื่อ

ชีวิตไม่ต่ำกว่า 300 ม้วน ที่ถูกจัดเรียงอยู่ข้าง ๆ กองหนังสือ เห็นแล้วผมถึงกับอึ้งทึ่งไปชั่วขณะ

          จากวันนั้น ผมสัญญากับตัวเองว่า จะต้องเดินตามรอยพี่แขกให้จงได้ เพราะแกคือคนแรกที่ทำให้ผมค้นพบตัวตนที่แท้จริงของ

ตัวเอง และรู้ว่า จะเลือกเดินแนวทางใดในถนนสายดนตรี

          2535 เข้าปีที่สองในการทำงาน ผมอยากจะซื้อกีตาร์โปร่งไว้ใช้งานแบบ Onstage สักตัว  Samick คือกีตาร์โปร่งเสียงดีที่ผม

เลือกใช้ แต่มันเป็นแค่กีตาร์โปร่งธรรมดาเท่านั้น  ผมจึงจัดหาคอนแท็ค (ปิ๊กอัพ) มาติดมันอีกที พร้อมกับซื้อเมาท์ออร์แกนมาหัดเป่า

ควบคู่กันไปด้วย เพราะบทเพลงของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์  สไตล์มือดีดปากเป่า กำลังเริ่มฮิตติดตลาด

          ผมขลุกอยู่กับการซ้อมกีตาร์หลังเลิกงานทุกวัน บ้าคลั่งซ้อมชนิดที่ว่า ขายวิญญาณให้ปีศาจ ก็น่าจะได้ (จำมาจากบทความใน

หนังสือบันเทิงคดี ที่เคยอ่านมา เกี่ยวกับเรื่องราวของนักกีตาร์ที่ขายวิญญาณให้ปีศาจจนเก่งกาจขึ้นมา)  แต่อันที่จริงแล้ว ผมก็ไม่ได้

เก่งกล้าสามารถอย่างมือกีตาร์ตาน้ำข้าวเหล่านั้นหรอกนะ 

          ผมใช้เฉลียงหน้าห้องเป็นเวทีโชว์ในตอนหัวค่ำของทุกวัน บรรดานักศึกษาสาวห้องเช่าข้างล่าง ต่างได้รับอานิสงค์ จากการ

ด้นบรรเลงเพลงสดของผมโดยถ้วนหน้า

          เมื่องานปีใหม่ของบริษัทมาถึง ผมได้รับโอกาสให้ขึ้นโชว์เดี่ยวโฟล์คเป็นครั้งแรกในชีวิต  เป็นโชว์ที่ถือว่าออกมาได้ดี และไม่

เสียทีที่ผมแอบซุ่มซ้อมมานานหลายเดือน การเดี่ยวกีตาร์ผสมการเป่าเมาท์ออร์แกน สไตล์ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ เป็นเรื่องใหม่  มีนักดนตรี

เพียงไม่กี่คนที่ทำได้  มันจึงทำให้ผมเป็นที่รู้จักของคนนับพันภายในชั่วข้ามคืน บ่อยครั้งที่ผมมักถูกเรียกว่า ป้อม  พงษ์สิทธิ์

          ในเวลาต่อมา ผมก็รับฉายาใหม่โดยบังเอิญ มันเกิดขึ้นในวงเหล้าจากคำพูดลอย ๆ ของเซียน พ่อครัวประจำกลุ่มหนุ่มขี้คร้าน

ของเรา

          วันนั้น..ขณะที่บรรยากาศแห่งการร่ำสุรากำลังออกรส  เพื่อน ๆ เริ่มคะยั้นคะยอให้ผมรีบเร่งบรรเลงเพลงให้ฟัง เพราะนาน ๆ ครั้ง

เราจึงจะมีโอกาสรวมตัวกันได้  เซียนเอ่ยขึ้นลอย ๆ ว่า

          "ไอ้นี่ถ้ามันไม่เมามันเล่นไม่ออกหรอก  ต้องเติมเหล้าให้มัน ป้อมมันกีตาร์เมา"  

          คำพูดของเพื่อนประโยคนี้นี่เอง ที่ทำให้ผมสะดุดใจ และได้เริ่มใช้ฉายาใหม่ นาม ป้อม  กีตาร์เมา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

          ผมเริ่มเป็นที่รู้จักและมักถูกว่าจ้างให้ไปเล่นงานต่าง ๆ อีกหลายครา ด้วยสนนราคาค่าตัว ครั้งละ 100 - 200 บาท  ซึ่งถือว่า

เป็นค่าตัวในช่วงเริ่มต้นของการเดี่ยวโฟล์ค ที่ไม่เลวทีเดียว

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 02/08/2011 เวลา : 08.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ล่วงเลยมาถึงตอนที่11แล้วสินะ....ไม่น่าเชื่อว่าตั้งแต่ตอนที่1มาถึงตอนี้ที่11นี้ผมใช้เวลาเขียน เกือบจะ2ปี....กับเรื่องราวที่ยังพอจะจำได้กับอดีตที่ผ่านมา.....คงเหลืออีกสัก2-3ตอนก็น่าจะสรุปได้.....นั่นหมายถึงจะเป็นเรื่องเล่าให้ลูกหลานได้รู้และจดจำต่อไป.....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เดโม เพลง หนูยังรอ (เพลงใหม่) - ป้อม กีต้าร์เมา

เพลงใหม่

View All
<< สิงหาคม 2011 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


งานพลงเพื่อชีวิต...คุณเคยฟังหรือไม่ ?
เคยฟังอยู่เหมือนกันจ๊ะ
44 คน
ไม่เคยฟัง..อะไรเหรองานเพลงเพื่อชีวิตใต้ดินเนี๊ยะ..
3 คน

  โหวต 47 คน