• ป้อมกีตาร์เมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chanchai.b@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-03-20
  • จำนวนเรื่อง : 42
  • จำนวนผู้ชม : 121663
  • ส่ง msg :
  • โหวต 26 คน
ป้อม กีตาร์เมา
คนเพลงเพื่อชีวิต
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
วันอาทิตย์ ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by ป้อมกีตาร์เมา , ผู้อ่าน : 1969 , 14:36:49 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สลาตัน โหวตเรื่องนี้

13 ชีวิตต้องเดินทาง

 

                             หลายปีที่ผมทำงานอยู่ในบริษัท หลากสิ่งหลายอย่างผ่านมาและผ่านไป มากมายผู้คนที่ได้พบพาน ทั้งเพื่อนร่วม

งานร่วมสังสรรค์ ที่เจอกันในวาระที่แตกต่าง บ้างก็ล้มหายตายจากไปกับวันเวลา บางคนยังตรึงตราอยู่ในความทรงจำยากที่จะลืม

เลือน

          ชีวิตคู่ของผมเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2539  พร้อมกับภาระที่หนักอึ้ง  อีก 3 ปีต่อมา จุ้ย (วรมัน) ลูกชายคนแรกของผมก็ได้ลืมตา

ขึ้นมาดูโลก ท่ามกลางสถานะการณ์ด้านการเงินที่ไม่ค่อยจะดีนัก ผมรับภาระที่หนักขึ้นกว่าเดิม และยังคงตะลอนเล่นดนตรีเพื่อเป็น

รายได้พิเศษมาจุนเจือครอบครัวเรื่อยมา ในขณะที่กลางวันก็ทำงานบริษัทไปตามปกติแบบไม่เต็มร้อยนัก เพราะผลสะสมจากการดื่ม

และนอนเกือบสว่างแทบทุกวัน

          ถึงแม้ผมจะเคยผ่านการเล่นดนตรีตามสวนอาหารหรือเธคใหญ่ ๆ มาแล้วก็ตาม  แต่จนแล้วจนรอด ผมก็มิเคยได้รับโอกาส

เข้าไปเล่นในผับเพื่อชีวิตใหญ่ ๆ ตามที่ใจต้องการสักที ทั้งที่ผมก็ผ่านเวทีประกวดโฟล์คซองระดับจังหวัด จนสามารถคว้าแชมป์การัน

ตีฝีมือได้ในระดับหนึ่งมาแล้วก็ตาม

          ครั้งหนึ่ง ผมเคยเดินไปของานกับร้าน "ฟูนัน" ผับเพื่อชีวิตที่ดังที่สุดในขอนแก่นแบบทีเล่นทีจริง แต่ก็ถูกปฎิเสธอย่างนุ่มนวล

 ซึ่งผมก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรมากมาย ประสบการณ์ของผมอาจจะยังน้อยเกินไปสำหรับการจะไปยืนอยู่ที่ตรงนั้น

          คืนค่ำอันหนาวเหน็บปลายปี 2540  หลังจากเสร็จภาระกิจงานดนตรีที่ร้านประจำ  ผมตั้งใจว่าจะลองแวะร้านเหล้าเปิดใหม่แห่ง

หนึ่งชื่อ มูนแอนด์เลเกอร์ แต่ผมจะขอเรียกว่า ร้านอีเกิ้งก็แล้วกัน เพราะว่า ในร้านมีการทำรูปอีเกิ้งหรือพระจันทร์ดวงใหญ่ ลอยเด่นอยู่

หลังเวทีเป็นที่สะดุดตายิ่งนัก  ร้านนี้ตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ ซึ่งผมเล็ง ๆ เอาไว้เมื่อหลายวันก่อน

          รถเครื่องคู่ใจพาผมมาหยุดที่หน้าร้านในเวลาไม่ดึกมากนัก ผมเลือกมุมสงบพร้อมกับสั่งเบียร์มาดื่มย้อมใจ กระเป๋ากีตาร์ถูกวาง

ไว้ข้าง ๆ ตัว  ผมนั่งจิบเบียร์เย็น ๆ เคล้ากับสายลมหนาวไปเรื่อย ๆ  ส่วนสายตาก็สอดส่ายมองบรรยากาศไปรอบ ๆ

          เจ้าของร้านเป็นชายหนุ่มท่าทางทะมัดทะแมง ชำเลืองมองมาที่ผมเป็นระยะ ๆ  สักพัก คงจะทนไม่ไหว เลยเดินเข้ามาขอนั่งคุย

ด้วยพร้อมกับการแนะนำตัวเอง แกชื่อโจ้ ส่วนแฟนแกที่อยู่หน้าเคาเตอร์นั้นชื่อเสา บทการสนทนาของเราดำเนินไปเรื่อย ๆ จึงมาหยุด

ลงที่ แกอยากจะให้ผมลองขึ้นไปร้องเพลงให้ฟัง เพราะที่ร้านยังไม่มีนักดนตรี

          เข้าทางผมพอดี  เพราะที่ผมมาครั้งนี้ก็อยากมาขอออร์ดิชั่นเหมือนกัน  โดยไม่รอช้า..ผมรีบจัดเตรียมอุปกรณ์สำหรับการโชว์

แล้วรีบก้าวขึ้นเวทีในทันใด

          บทเพลงเพื่อชีวิตเพลงแล้วเพลงเล่าถูกผมขับขานออกมาเป็นระยะไม่ขาดสาย  ระหว่างนั้น ทั้งแขกและเจ้าของร้าน ต่างทะ

ยอยส่งเครื่องดื่มพร้อมกับทิปขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

          เวลาของการออร์ดิชั่นล่วงเลยไปร่วมสองชั่วโมงจึงหยุดลง แกเข้ามานั่งคุยกับผมอีกครั้ง โดยตกลงให้ผมเริ่มงานได้ในวันพรุ่ง

นี้เลย

          พี่โจ้กับพี่เสา มีอาชีพเป็นนักข่าวของสถานีโทรทัศน์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และเพิ่งมาเปิดศูนย์ที่ขอนแก่นหมาด ๆ  ทั้งสองเป็นคน

ใจดี เท่าที่ได้คลุกคลีพูดคุย ผมจึงทำงานด้วยความสบายใจ ไม่อึดอัดเหมือนบางร้านที่เคยร่วมงาน เรียกว่าอยู่กันสบาย ๆ แบบพี่แบบ

น้อง

          ร้านเหล้าแห่งนี้ถูกนักเลงดีมาลองของเป็นประจำ ทั้งมาขอเก็บค่าคุ้มครอง เสนอขายยาบ้าก็มี บางทีกินแล้วไม่มีเงินจ่าย  รึมี

แต่ไม่จ่ายก็ไม่รู้ จนสุดท้าย เลยถูกลากตัวออกไปกระทืบนอกร้านจนได้

          วันหนึ่ง ท่าน สจ.สมศักดิ์ ซึ่งเป็นคนรู้จักมักคุ้นกับพี่โจ้  มีเรื่องเขม่นกับวัยรุ่นโต๊ะข้าง ๆ  ขณะที่แกกำลังจะโดนตีด้วยขวดเบียร์

 เด็กในร้านซึ่งคอยคุมดูสถานะการณ์อยู่แล้ว ได้รีบปรี่เข้าล็อคตัวคู่กรณีได้ทันท่วงที ไอ้หนุ่มโชคร้ายคนนั้นจึงถูกลากตัวออกไปนอก

ร้าน และถูกกระทืบจนอ่วมอรทัย  พรรคพวกในกลุ่มของมันรีบสั่งเคลียร์บิล แล้วสลายตัวออกจากร้านไปในเวลาอันรวดเร็ว

          ผ่านไปสักชั่วโมง...พวกมันก็ยกโขยงขับรถเครื่องวนกลับมาใหม่  พร้อมกับระดมยิงหนังสติ๊กเข้าใส่พวกเรา แล้วรีบบิดรถเครื่อง

หนีไปอย่างรวดเร็ว  นับว่าโชคยังดี ที่ไม่มีใครโดนลูกหนังสติ๊กที่พวกมันระดมยิงเข้ามา

          เมื่อพากันตั้งสติได้ เราจึงรีบเตรียมตัวรอต้อนรับการกลับมาของพวกมันอีกครั้ง ครานี้คงได้รบกันถึงใจแน่  แต่..จนแล้วจนรอด

ตลอดคืนนั้น พวกมันก็มิยอมโผล่มาให้เห็นหน้าอีกเลย

          ในวันถัดมา ผมก็มีโอกาสได้เจอะเจอพี่นิด ลายเสือ เจ้าของเพลง ขุนเขายะเยือก ที่โด่งดังเป็นครั้งแรก แกเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของ

พี่โจ้  เห็นว่ามาส่งข่าวเกี่ยวกับอัลบั้ม ห้วยเกิ้ง ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ ๆ กับค่ายเรไรเร็คคอร์ด นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสกับศิลปินผู้นี้

ซึ่งในวันเวลาต่อมา มิตรภาพของคนสร้างงานอย่างเรา ก็ก่อตัวเหนียวแน่นเป็นแก่นก้อนสืบมา

          เนื่องจากทางร้านไม่มีหลังคา เปิดกันแบบโอเพ่นแอร์ มีแค่เคาท์เตอร์เท่านั้นที่พอจะคุ้มฟ้าคุ้มฝนได้  ดังนั้นเมื่อย่างเข้าฤดู

มรสุมร้านจึงได้ปิดตัวลงโดยปริยาย..พี่โจ้บอกว่าจะหาทำเลเปิดใหม่อีกครั้ง โดยให้ผมรอไปก่อน

          ในช่วงรองานจากพี่โจ้ ผมถูกติดต่อให้ไปช่วยงานที่ร้านซึ่งกำลังจะเปิดตัวใหม่ เจ้าของร้านเป็นพนักงานในบริษัทเดียวกับผม

 แกชื่อ พี่พร แฟนแกเป็นช่างศิลป์ชื่อ พี่เรือง พี่เรืองเปิดร้านสกรีน-เขียนป้ายอะไรทำนองนั้น  แต่ช่วงกลางคืนแกอยากจะลองเปิดขาย

เหล้ายาดองสูตรเย็นควบคู่กันไป โดยจะให้โฟล์คซองเป็นตัวชูโรง

          คืนแรกของร้านยาดองน้องใหม่ที่มีแค่ 4 โต๊ะ ประสบผลสำเร็จเกินคาด ทั้ง 4 โต๊ะเต็มในเวลาอันรวดเร็ว วันต่อมาพี่เรื่องจึงได้

ขยับขยายเพิ่มขึ้นเป็น 10 โต๊ะ  แต่ก็เต็มอีกเช่นเดิม..จนต้องเพิ่มจำนวนโต๊ะลงเต็มพื้นที่ ถึงป่านนั้นแขกก็ยังคงแน่นร้านอยู่ดี

          ส่วนด้านดนตรี  ผมได้มือโซโล่ของวงบริษัทมาช่วยอีกแรงชื่อ พี่กว่าง น้ำเสียงถอดแบบน้าแอ๊ด คาราบาวได้ใกล้เคียงมาก ลืม

บอกไปว่า วงดนตรีบริษัทได้เปลี่ยนสมาชิกใหม่ไปหลายคน ซึ่งมาจากหลายแผนก พี่ศักดิ์ พี่ตุ๋ย พี่จรุง พี่กว่าง ป๋าตึ๋ง และตัวผม

ทั้งหมดนี้ คือนักดนตรีรุ่นใหม่ไฟแรงในนามวง หนามบักจับ ที่เล่นเพลงแนวเพื่อชีวิตเสียส่วนใหญ่ ซึ่งก็ได้รับความนิยมในบริษัทเป็น

อย่างดี

          วกมาเรื่องร้านยาดองกันต่อ นอกจากโฟล์คแบบดูโอ้ของผมกับพี่กว่าง ที่มีลีลาน้ำเสียงใกล้เคียงน้าแอ๊ดกับน้าปูแล้ว ก็ยังมี

เดี่ยวโฟล์คซองอีกคน มาสลับช่วงกับเรา..ยิ่งในเวลาต่อมา เราได้คู่ผัวเมียในนามวง ก้านธูป มาสร้างสีสันอีกแรง ทำให้ร้านยาดองที่

ชื่อ หัวมุม เป็นที่ร่ำลือฮือฮาในหมู่นักท่องราตรีเป็นอย่างมาก  ขนาดผับใหญ่ ๆ ยังต้องคอยส่งนักดนตรีมาแอบดูความเคลื่อนไหวของ

ร้านอยู่เนือง ๆ

          และแล้ว...ยุคทองของร้านยาดองก็ฟูเฟื่องสุด ๆ  มันผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ด วัน ๆ ผมต้องเดินสายเล่นถึงคืนละสามร้าน แต่

เพียงไม่นาน เหล้ายาดองก็เดินทางมาถึงจุดอิ่มตัว และหายไปจากวงการในเวลาไม่เกินสองปี

          หลังจากนั้น..ผมก็ได้เข้าไปร่วมงานกับวงก้านธูปที่ผับเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ในช่วงนี้นี่เองที่อาการป่วยเรื้อรังของพ่อผมเริ่มทรุดหนัก

 พ่อนอนอยู่ในห้องไอซียูมาหลายวันแล้ว  วันหนึ่ง ผมจึงพาลูกชายที่กำลังย่างเข้าสองขวบไปเยี่ยมปู่ของแก  พ่อมองดูหลานชายด้วย

ความเอ็นดูแต่ไร้ซึ่งคำพูดใด ๆ  ท่าทางพ่อคงจะเหนื่อยกับสิ่งที่พ่อกำลังต่อสู้อยู่กับมัน ผมพูดอะไรไม่ออกได้แต่กุมมือพ่อแล้วบีบเบา

ๆ เพื่อส่งความรู้สึกถึงแก

          วันต่อมา..หลังเสร็จจากการทำบุญเลี้ยงเพลพระที่ผับ  ผมรีบขับรถเครื่องไปหาพ่อที่โรงพยาบาลด้วยความร้อนรน ก้าวแรกที่

เหยียบเข้าไปในห้องนั้น สายตาของผมรีบมองไปยังเตียงของพ่อ  แต่  ไร้ร่างของพ่อนอนอยู่ตรงนั้น  ใครพาพ่อไปไหนนะ

          ผมรีบสอบถามพยาบาลด้วยความร้อนใจ  จึงได้รับคำตอบว่า

          "ญาติได้นำผู้ป่วยกลับบ้านแล้วค่ะ "

          "นานรึยังครับ"

          "ประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ"

          ใจผมหายแว๊บ..รีบโทรศัพท์ติดต่อทางบ้านด้วยความร้อนใจ  จึงได้รับคำตอบจากปลายสายว่า หลังจากที่นำพ่อกลับมาถึง

บ้านด้วยรถของโรงพยาบาล แม่และพี่ ๆ รวมทั้งญาติ ได้ลงมติว่า ให้พยาบาลถอดเครื่องช่วยหายใจออกจากตัวพ่อได้ เพราะระบบ

ภายในของพ่อหยุดทำงานไปแล้ว

          ในวาระสุดท้ายของพ่อจากคำบอกเล่านั้น หลังจากที่ถอดเครื่องช่วยหายใจออก  พ่อกระตุกดิ้นเฮือกเป็นครั้งสุดท้ายภายใน

อ้อมแขนของน้องสาว และลูกชาย จากนั้น พ่อก็สงบแน่นิ่งหลับสนิทไปชั่วนิจนิรันดร์

          ผมรับทราบข่าวร้ายจากปลายสายด้วยใจหดหู่ ในวาระสุดท้ายของพ่อ ผมน่าจะได้ดูใจแกบ้างก็ยังดี ยกโทษให้ผมด้วยนะครับ

พ่อผมมัวแต่วุ่นวายเรื่องตัวเอง และคนอื่นมากไป  จนทำให้ผมดูแลพ่อได้ไม่ดีเท่าที่ควร

          งานศพของพ่อผ่านพ้นไป  ผมกลับไปทำงานและเล่นดนตรีที่ร้านเหมือนเดิมอีกครั้ง  แต่ไม่นาน ร้านแห่งนั้นก็ปิดตัวลง ผมจึง

ว่างงานกลางคืนอยู่ระยะหนึ่ง จากนั้นก็ได้ทราบข่าวว่า พี่โจ้กำลังจะเปิดร้านใหม่  ผมจึงได้กลับไปร่วมงานกับแกอีกครั้ง

          2543 ผมมีโอกาสเข้าไปแข่งขันประกวดร้องเพลงของ พงษ์สิทธิ์ คำภีร์ ซึ่งจัดขึ้นโดย ค่ายรถไฟดนตรี  ผมกลับมาพร้อมกับ

รางวัลรองชนะเลิศ  และนั่นคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ผมคิดอยากจะมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง  ผมได้ชักชวนพี่บุญเลิศกับพี่สมเกียรติมา

ร่วมลงทุนทำเพลงขึ้นสักชุด โดยเพลงเกือบทั้งหมดผมรับหน้าที่เป็นคนเขียน ใช้ชื่ออัลบั้ม สหายพันจอก ในนาม ป้อม กีตาร์เมา

          แต่..บทเพลงที่ทำขึ้นมานั้น ไม่ใช่แนวที่ตลาดต้องการ รวมถึงปัญหาเรื่องเวลา และการเดินสายโปรโมทของเราด้วย สุดท้าย

อัลบั้มแรกในชีวิตของผม ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน เราสามคน จึงเฉลี่ยกันขาดทุนพอหอมปากหอมคอ

          นึกเห็นใจพี่ ๆ ทั้งสองคน ที่ต้องมาเจ็บตัวกับเราในครั้งนี้ แต่สิ่งที่ทุ่มเททำไปใช่จะจมหายไปทั้งหมดเสียทีเดียว ชื่อของผมเริ่ม

เป็นที่รู้จักในวงการกว้างขึ้นเรื่อย ๆ มีงานเข้ามาหาเป็นระยะ ๆ

          ร้านพี่โจ้ปิดตัวลงอีกครั้งภายในช่วงเวลาปีกว่า ๆ  ผมได้ย้ายที่เล่นใหม่ไปอยู่ร้านขายอาหารทะเลสดชื่อ ฉลวยซีฟู๊ด  มันเป็น

ร้านสุดท้ายที่ผมเล่นในขอนแก่น ก่อนที่การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ในฐานะนักดนตรีเต็มตัวของผมจะเริ่มต้นขึ้น

          ปลายปี 2545 ย่างเข้าปี 2546 การเดินทางไกลในชีวิตนักดนตรีของผมก็ได้เริ่มต้น..เมื่อผู้บริหารจากโรงแรมดังของเมือง

ปากน้ำโพ มาขอดูตัว เพื่อจะติดต่อไปเล่นในผับเพื่อชีวิตบ้านคอนหวัน ซึ่งกำลังโด่งดังสูงสุดในนครสวรรค์

          เคยได้ยินแต่ชื่อและเคยได้แต่ร้อง สำหรับเพลง พบรักที่ปากน้ำโพ  แต่ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตที่นั่น ผมเกิดการ

ลังเลใจ และนึกตรึกตรองอยู่หลายวัน ก่อนที่จะตัดสินใจเดินทาง  จนสุดท้าย จึงให้คำตอบกับตัวเองว่า 

          "ชีวิตคือการเดินทาง อนาคตรออยู่ข้างหน้า เมื่อโอกาสมาถึงก็ต้องคว้ามันไว้สิเรา"

           ผมตัดสินใจอำลาลูกเมียจากขอนแก่นมุ่งสู่นครสวรรค์  เพื่อเริ่มทำงานที่ตัวเองถนัดแบบจริงจังเป็นครั้งแรก  ระหว่างช่วงรอย

ต่อก่อนที่จะเดินทางนั้น ผมมีโอกาสได้ร่วมเขียนเพลงให้กับศิลปินลูกครึ่งไทย-อเมริกัน นาม เดวิด อินธี กับอัลบั้ม ฝรั่งบนหลังควาย

ซึ่งต่อมาอัลบั้มชุดนี้โด่งดังแบบถล่มทลาย เรียกว่าแจ้งเกิดศิลปินได้เพียงชั่วข้ามคืน แม้จะไม่ได้ถูกเลือกให้เป็นเพลงเด่นในอัลบั้ม

แต่ผมก็พอใจที่ผลงานของตัวเองถูกยอมรับ เพราะการที่เพลงแต่ละเพลงจะถูกเลือกบรรจุลงในอัลบั้มใดสักชุดนั้น ต้องผ่านขั้นตอน

การคัดกรองเห็นชอบจากหลาย ๆ ฝ่ายในที่ประชุม โดยเฉพาะค่ายใหญ่ ๆ  เพลงเป็นร้อยต้องถูกคัดให้เหลือแค่เพลงที่ดีที่สุดเพื่อ

บรรจุลงในอัลบั้มนั้น ๆ ผมว่า มาถึงจุดนี้ได้  มันก็น่าภูมิใจในระดับหนึ่งแล้วล่ะ

          ทุกอย่างกำลังเริ่มก้าวไปได้ด้วยดีทั้งการเงิน และการงาน  แต่เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สองของการมาอยู่ที่เมืองปากน้ำโพ ชีวิต

ครอบครัวของผมก็จบลงแบบไม่ได้ตั้งใจ ผมยอมรับว่า..ตัวเองเป็นคนผิดอย่างไม่น่าให้อภัย อ่อนไหวและอ่อนต่อโลก จนทำให้ตัวเอง

ต้องสูญเสียครอบครัวอันอบอุ่นไป

          ผมเริ่มต้นชีวิตคู่อีกครั้ง คราวนี้ผมให้กำเนิดลูกสาวอีกคนคือ พาขวัญ (ข้าวปุ้น)  แต่..อีก 7 ปีต่อมา ชีวิตครอบครัวของผมก็พัง

พาบซ้ำรอยเดิมอีกครั้งจนได้ มันเกิดจากสาเหตุมากมายที่รุมเร้า ในช่วงเวลาที่การงานและการเงินของผม กำลังตกต่ำ

          จากวันนั้นถึงวันนี้..ผมก็ยังคงเดินอยู่บนถนนสายดนตรีดังดิม ผมหวลกลับคืนขอนแก่นด้วยจิตใจที่ปวดร้าว นึกทบทวนเรื่อง

ราวมากมายต่าง ๆ ที่ผ่านมา มันมีทั้งสุขเศร้าเคล้ากันไป..การลงเอยที่เจ็บปวดกับชีวิตครอบครัวที่ล้มเหลวถึงสองครั้งสองครา ผ่าน

ทั้งช่วงเวลาที่ดีที่สุด และตกต่ำที่สุด  คิด ๆ ดูแล้ว..ชีวิตของผม คงไม่ต่างกับนิยายน้ำเน่าในละครมากสักเท่าใด

          ผมยังคงอยู่บนความจริงที่ขมขื่น กับบทเพลงแห่งชีวิตที่ร้าวรวด ตัวโน๊ตแห่งความเจ็บปวดยังคงครวญคร่ำอยู่ในหัวใจเรื่อยมา

          แต่...ผมยังไม่ยอมแพ้ในโชคชะตาหรอกนะ เพราะเมื่อบทเพลงแห่งความเศร้าได้จบลงไป..บทเพลงที่กำลังเริ่มต้นใหม่ อาจจะ

สดใสสวยงามก็เป็นได้...มิใช่หรือ

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 10/06/2012 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ขอบคุณครับผม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
T.GAng วันที่ : 10/06/2012 เวลา : 18.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naturegang
ร่วมท่องเที่ยวแบบฮาๆ ตามประสา "เดอะแก๊งค์"   http://www.oknation.net/blog/tripbythegang

ชีวิต ก็คือการเดินทางแระพี่จ๋า
เพียงแต่เราอย่าไปเล็งแต่จุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว
ระหว่างทางมีสิ่งสวยงามมากมาย เมื่อไหร่เหนื่อยล้า..ก็หยุดพัก..เป็นกำลังใจสำหรับทุกการเดินทางค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 12.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ขอบคุณครับครูอ๊อฟ....ที่แวะมาทักทายและให้กำลังใจ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 07.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

เวลาเราล้มเหลวมันจะไม่เป็นการล้มเหลวที่เหมือนก้อนดินที่ตกลงพื้นเพราะมันจะตกแล้วแตกแต่จงเป็นเหมือนลูกฟุตบอลที่ตกลงพื้นเมื่อไหร่มันจะกระดอนขึ้นมาด้วยความหวังทุกครั้ง
ชีวิตเป็นของเรา.....ใช้ซะ
ขอบคุณที่แวะไปทักทายแล้วจะแวะมาอ่านเรื่องดีๆๆบ่อยๆๆครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 17.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

ขอบคุณมากครับพี่ ยังรักพี่ๆเหมือนเดิมครับ กลับไปจะแวะไปหานะครับ ฝากความคิดถึงทุกคนด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สลาตัน วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salatan

เพิ่งมีโอกาสได้เข้ามาตามอ่านประวัติชีวิตของป้อมทั้ง 13 ตอน ทำให้คิดถึงวันเวลาที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้ผ่านมันมาด้วยกัน ทั้งสุขและทุกข์ ... 10 กว่าปีมาแล้ว ถึงวันนี้พี่สาวและพี่ชายอีก 2 คนที่ขอนแก่น ก็ยังเป็นกำลังใจให้เสมอนะ (รวมพี่นิดด้วยที่มักถามไถ่ถึงเสมอ)

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ป้อมกีตาร์เมา วันที่ : 05/02/2012 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guitarpom
สหายพันจอก...ป้อมกีต้าร์เม..า.เพลงชีวิตของคนจร  บ้านไกล

เฮ้อ....จบซะที...กับ13ตอน ละครชีวิต..ผมใช้เวลา จากตอนที่1...คือฝนแรก-ตอนที่13.....ชีวิตต้องเดินทาง ไปร่วมๆ2ปีกว่าๆ........ลำดับเรื่องราวชีวิตของตัวเองที่ผ่านมาตั้งแต่จำความได้จนถึงปัจจุบัน.....อนาคตต่อไปจะเป็นเช่นไร.....ก็คงเป็นเรื่องอนาคต....13ตอนที่ผมบันทึกเอาไว้นี่คือ เรื่องราวที่บอกอะไรๆไว้หลายๆอย่างพอสมควร...เกี่ยวกับผม..

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เดโม เพลง หนูยังรอ (เพลงใหม่) - ป้อม กีต้าร์เมา

เพลงใหม่

View All
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      



[ Add to my favorite ] [ X ]


งานพลงเพื่อชีวิต...คุณเคยฟังหรือไม่ ?
เคยฟังอยู่เหมือนกันจ๊ะ
44 คน
ไม่เคยฟัง..อะไรเหรองานเพลงเพื่อชีวิตใต้ดินเนี๊ยะ..
3 คน

  โหวต 47 คน