*/
  • Damian
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : happynewdear@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-05-21
  • จำนวนเรื่อง : 173
  • จำนวนผู้ชม : 199315
  • จำนวนผู้โหวต : 746
  • ส่ง msg :
  • โหวต 746 คน
วันเสาร์ ที่ 13 สิงหาคม 2554
Posted by Damian , ผู้อ่าน : 1079 , 22:40:11 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน Damian โหวตเรื่องนี้

สวัสดีกันอีกครั้งครับน้องๆ นานๆกลับมาเขียน blog ที feedback คราวที่แล้วดีทีเดียว น้องๆเข้ามาให้การติดตามมากขึ้น หวังว่าเนื้อหาสาระคงจะพอเป็นประโยชน์ให้กับน้องๆรุ่นหลังๆได้บ้าง อ่านกันไปเถอะครับพี่น้อง เคยอ่านแต่คอลัมน์ของคนดังๆ มาอ่านของพี่ดีกว่า unique ดี ไม่เหมือนใคร รับรองว่าสนุกกว่าแน่นอน เนื่องจากไม่ต้องฟังใครมานั่งคอยกำหนดให้เขียนโน่นเขียนนี่ พี่คิดของพี่เอง เขียนเอง ไม่ต้องแคร์ บก. หน้าไหนๆทั้งสิ้น

มีน้องๆบ้างคนมาเม้นท์ว่า “มาเขียนเพื่อระบายอะไรหรือป่าวครับพี่???” 555 ต้องบอกเลยว่า จริงๆไม่ต้องการจะเป็นคนที่ดุดัน กระโชกโฮกฮากอะไรเลย แค่นำเรื่องจริง (อาจจะมีแต่งแต้มบ้างเพื่อให้เนื้อความสนุกขึ้น และสร้างภาพให้น้องๆที่เข้ามาอ่านได้เข้าถึงอารมณ์มากขึ้น) มานำเสนอ เรื่องที่เคยเจอ และเจ็บมาบ้างก็มีมานำเสนอกัน พี่วาง concept กับตัวเองว่า ต้องเสนอแบบตรงๆ เห็นภาพ ชัดเจน และภาษาก็ไม่ต้องสวยมาก อยากจะเขียน เด๋วนี้, สวดยอด, กร๊ากกกกกก… ต้องเรียนตามตรงว่า blog นี้เป็น blog ของพี่ ใครที่พอใจจะตามเรื่องราวในมุมที่พี่อยากจะนำเสนอ รับรองได้เลยว่าเต็มๆ ไม่มีกั๊ก จงอ่านและพอใจไปกับมัน ส่วนคนที่อ่านแล้วไม่ชอบ คนแบบนี้มันบ้าบอ อคติ เกรี้ยวกราด ขี้โมโห ก็แค่มองขึ้นไปบนมุมขวาหน้าจอของท่านและก็คลิก x ปิดหน้าต่างนี้ไปก็เท่านั้นเอง (แต่ยังไงผมได้ 1 view ของคุณแล้วนะครับ อิ อิ jubu jubu)… แต่อย่าลืมบอกต่อให้ท่านอื่นๆมาอ่าน blog ผมด้วยนะครับ 555 ขอบคุณนะครับ ;-)

… โทษทีครับ เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำ (ทำเป็นรายการสดไปเลย) ก่อนที่จะเข้าเรื่องราวที่เกี่ยวกับ office ขอ share ประสบการณ์หน่อย พอดีว่าเพิ่งพาท่านพ่อไปหาหมอมา รอหมอนานมากกกกกกก ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง พยาบาลบอกว่าคุณหมอเดินตรวจคนไข้อยู่… ความจริงที่ซ่อนอยู่คืออะไรรู้ไหม การที่คุณหมอเดินตรวจคนไข้ที่ admit อยู่ที่โรงพยาบาลเนี่ย ได้กะตังค์ด้วย! พอดีว่าคุณพ่อพี่พึ่งจะออกจากการ admit มา โชว์ในบิลค่าใช้จ่ายมาเลยว่า “หมอเยี่ยมไข้ x 2 (ครั้งละ 600 บาท … สวัสดีคร้าบบบ เป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นหรือยัง หยิบหูฟังของหมอมาแนบที่อก 2-3 จุด เป็นอันจบ process… ที่นี้รู้คำตอบหรือยังว่า ทำไมคุณหมอถึงลงมาตรวจพ่อพี่ช้าเหลือเกิน??? และอีกเรื่องนึงที่คิดว่าทั่วๆไปก็ทราบกันอยู่แล้วว่า คุณหมอก็มีเป้า มียอดที่จะต้องทำให้กับโรงพยาบาลเหมือนกัน ทำหน้าที่เหมือน sale คนหนึ่งนั่นเอง! ไม่ทราบว่าฟังแล้วรู้สึกแปลกๆกันมั๊ยครับ??? ถ้าสมมติว่าน้องรู้สึกมึนหัว คลื่นไส้ แค่กินยาแก้ปวดหัวก็หายแล้ว แต่ว่า nature ของน้องเป็นคนที่ขี้ตระหนกตกใจ กลัวตายว่างั้นเถอะ รีบแจ้นไปโรงพยาบาลเลย, step แรก คุณหมอขอให้น้องลอง x-ray ดูก่อนนะครับ, step สองตรวจเลือด, ตรวจฉี่, step สุดท้าย ขอให้ admit ดูอาการซัก 2-3 วัน, step สุดท้าย ถ้าน้องดูมีกะตังค์หน่อย ก็อาจจะบอกว่าห้องธรรมดาเต็มครับ มีแต่ห้อง vip แล้วยิ่งน้องเป็นคนกลัวตายด้วยละก็ นอนค่ะ นอนเลย เดี๋ยวหนูจะอาการหนักไปกว่านี้!!!... ด้วยกลไกแบบนี้ที่หมอต้องมีเป้าเนี่ย ในบางครั้งทำให้พี่คิดเหมือนกันนะว่า ตกลงกรูเป็นจริงๆ หรือว่าพวกคุณกำลังทำเป้าอยู่กันแน่เนี่ย??? ที่พี่พูดมาเนี่ย พี่ไม่ได้ว่าคุณหมอนะครับ พี่ว่ากลไก หรือ policy ของโรงพยาบาลเอกชนเนี่ย มันดูทำให้เราคลางแคลงใจกับคุณหมอนั่นเอง… และยิ่งไปเจอคุณหมอบางท่านที่ไม่มีจรรยาบรรณด้วยละก็ น้องเอ๊ยยยยยย โจรในคราบเสื้อสีขาวสะอาดดีๆนี่เอง โดนปล้นเงินไม่รู้เนื้อรู้ตัว

พี่เคยนำเสนอไปแล้วนะว่า ยิ่งโตยิ่งหาเงินง่าย event ดีๆที่เห็นตามหน้า magazine ต่างๆก็เชิญคนรวย คนมีตำแหน่งสูงๆไปร่วมงานทั้งนั้น ทั้งๆที่แต่ละคนก็มีเงินกันชนิดที่ว่าใช้ไม่หมดอยู่แล้ว แปลกมั๊ยคนมีตังค์กลับไม่ต้องใช้ตังค์ ส่วนคนจน หรือตอนที่น้องๆเพิ่งจะเข้าทำงาน หาเงินแทบตายผ่อนรถ ผ่อนบ้าน จ่ายค่ามือถือ จะพาแฟนไปเที่ยวหรูๆทั้งที ยังต้องนั่งคำนวณเงินเลยว่า เดือนนี้กรูจะพอใช้ไปถึงปลายเดือนหรือป่าวเนี่ย??? ไม่เคยจะมีใครเชิญไปไหนเร๊ยยยยยย หากินเอง จ่ายเองทั้งนั้น เงินเดือนก็น้อย พาผู้หญิงไปเที่ยว จะให้ share กันจ่าย ลับหลังก็ว่ากรูขี้เหนียวอีก ต่อหน้าก็ทำเป็นแย่งจ่ายอย่างโน้น อย่างนี้ เฮ้อ! ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ 555

ที่พอจะนึกออกก็คือ “ค่าเบี้ยประชุม” ตลกมั้ย สำหรับผู้บริหารระดับสูง แค่เข้าไปนั่งประชุมก็ได้สะตังค์กันแล้ว ย้ำแค่เซ็นชื่อว่ามา แล้วเข้าไปนั่งร่วมประชุมก็ได้เงินไปใช้กันฟรีๆแล้ว อย่าคิดว่าได้แค่ร้อย สองร้อยนะครับ บางที่หวดขึ้นไประดับหมื่นหรือแสนก็มี ที่พูดมาเนี่ยไม่ได้พูดเกินจริงเลยนะ เอานะ ก็ยังถือว่าท่านมีประสบการณ์ทำงานมานาน และเก่งฉกาจฉกรรกันซะเหลือเกิน คำพูด หรือ ideas ที่หลุดออกมาจากปากพวกท่าน อาจจะ gain profit ให้กับองค์กรอีกเป็นแสนล้านก็ได้ อย่าเจือกไปนั่งหลับให้คนเค้านินทากันก็พอ ดื่มกาแฟแรงๆซักแก้วก่อน meeting นะครับท่าน เดี๋ยวเด็กรุ่นใหม่จะเอาพวกท่านไปเผาซะเกรียมกันเลยทีเดียว 555 

อีกซักตัวนะ “ค่าดูแลศิลปิน” อันนี้ได้คุยกับเพื่อนๆวงการนี้ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าจริงหรือไม่นะ เค้าเล่าว่า สมมติว่ามีงาน concert ของนักร้องคนนึง นอกจากจะได้ที่นั่งระดับ vip เนื่องจากเป็นองค์กรที่ตัวเองทำอยู่แล้ว ยังได้ค่าที่มานั่งร่วมชม concert ที่เรียกว่า ค่าดูแลศิลปินอีกด้วย??? สมมติว่าค่าดูแลศิลปิน 1,000 บาท + ค่าตั๋วบัตรระดับ vip ตีซะประมาณ 5,000 บาท นอกจากจะได้ดู concert ของนักร้องระดับประเทศแล้ว ยังได้มูลค่าเงินไปเหนาะๆอีก 6,000 บาทด้วยกัน wow!!! สวดยอดดดดดด

วันนี้มา share เรื่อง “วัฒนธรรมองค์กร” กันบ้าง จำได้ลางๆว่าเคย share กันไปบ้างแล้ว แต่คาดว่าน่าจะมีกลุ่มผู้อ่านใหม่ๆเข้ามาที่ blog พี่พอสมควร (ไม่รู้นายแอบมาอ่านบ้างหรือป่าวเนี่ย 555)… บอกตรงๆว่าตอนที่พี่เรียนและได้สัมผัสกับเรื่องวัฒนธรรมองค์กรเป็นครั้งแรกนั้น งง??? อะไรวะเนี่ย ทำไมต้องเรียนด้วย เคยได้ยินแต่ขนบธรรมเนียม  (ถ้าเป็นทำเนียน นี่คงไม่ต้องจะสอนเพราะว่าทำเป็นมานานแว้ววว) วัฒนธรรมประเพณีไทยอะไรประมาณนี้ ซึ่งพี่ก็คิดว่าไม่ได้สลักสำคัญอะไร เนื่องจากส่วนใหญ่สถาบันครอบครัวจะเป็นผู้สอนเราอยู่แล้ว… บอกได้เลยนะครับว่าวัฒนธรรมองค์กรสำคัญมาก!!!

วัฒนธรรมองค์กร สอนกันแบบไม่ต้องมีปริญาทางด้านครูบาอาจารย์เลยนะ มันคือการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมการทำงานที่น้องๆทำงานอยู่ก็แค่นั้นเอง! ฟังดูง๊าย ง่าย แต่เชื่อหรือไม่ว่ามากกว่าครึ่งของเด็กใหม่ๆที่พึ่งทำงานไม่สามารถทำได้, มาฟังแบบ case by case ไปเลยละกันนะ เอาเท่าที่พี่พอจะจำได้บ้าง

Case แรกเป็นเรื่องเบาๆจากตัวพี่เอง จากการที่พี่ทำงานธนาคารมาก่อน ซึ่งย้ำมาตลอดว่าทำไมพ่อแม่ถึงอยากให้ลูกเข้ากันนักหนา งานธนาคารไม่ได้ผูกไท ใส่สูทโก้หรู เหมือนสมัยก่อนๆแล้วนะครับ ครอบครัวพี่เป็นครอบครัวธนาคาร พี่ถึงกล้าบอกน้องๆได้ว่าเอาไว้แค่เป็นประสบการณ์เพื่อประดับ cv น้องๆซัก period นึง 3-5 ปีก็พอ อย่าทำไปจนเกษียณเลย งานมันค่อนข้างหนัก และจุกจิก เดี๋ยวนี้เน้นขายทุกอย่าง สากเบือยันเรือรบ เป้าก็สูง ไอ้คนออก strategy ต่างๆนั่งอยู่ headquarter คอยสั่งการให้พนักงานสาขาเป็นคน operate ผู้ใหญ่ที่ทำงานสาขาหลายๆท่านที่เคารพ ยังถึงกับเอ่ยปาก ลองให้พวกมันมาทำซิ ว่าจะทำยอดได้ขนาดไหน ทั้งขายบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ประกัน ไหนจะต้องมานั่งรองรับอารมณ์ของลูกค้า ซึ่งบอกเลยว่ามีเข้ามาทุกวัน แล้วยิ่งเป็นเรื่องเงินๆทองๆด้วย อารมณ์ความร้อนแรงยิ่งสูงขึ้นเป็นร้อยเท่าพันทวี ร้อย สองร้อย ก็ผิดใจกันได้แล้ว, คุณพ่อพี่นี่บางครั้ง กลับมาแบบหมดสภาพ คืออาบน้ำ และนอนทันที แบบไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว ขอพักผ่อนดีกว่า ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องของสังคมเจ้าขุน มูลนาย ซึ่งเป็นกันแทบจะทุกธนาคาร… ขออีกนิดก่อนเข้าเรื่อง ณ เวลานี้งานพี่อยู่สาย marketing ของ consumer product การทำงานจะไม่ใช่นั่งออก strategy วางแผนแต่อยู่ใน office เพียงอย่างเดียวเพื่อให้ sale คอย operate ตามไปซะทุกอย่าง marketing จะต้องมีการออกเดินตลาด ตรวจตลาดความต้องการของผู้บริโภคว่าจริงๆแล้วลูกค้า และกลุ่มเป้าหมายมีความต้องการอย่างไรบ้าง เห็นภาพจริงๆ ลงมือจริง เจอทั้งอาแปะ อาม่า ขายของตามโชว์ห่วยข้างถนน ไปจนถึงองค์กรณ์ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละความต้องการนั้นมากมาย หลากหลายและแตกต่างกันไปตามพื้นที่ต่างๆ ของชิ้นเดียวกันภาคเหนือขายดี แต่ภาคใต้อาจจะขายสู้คู่แข่งแค่รายเล็กๆในพื้นที่เค้ายังไม่ได้เลย มันต้องเข้าถึง มันต้องรู้ให้ถึงแก่นว่าคนพื้นที่นั้นเค้าชอบอะไร เค้ามีวัฒนธรรมอะไรที่ซ้อนเร้นที่เรามองไม่เห็นอยู่, สิ่งนี้คือสิ่งที่อาจจะไม่เหมือนกับธนาคารที่ส่วนใหญ่คนที่ทำงานใน headquarter แทบจะไม่เคยออกมาเยี่ยมลูกค้ารายย่อยๆเลย ภาระอันหนักอึ้งจึงตกไปอยู่ที่สาขาแต่เพียงผู้ดียว ไหนจะต้องทำตามเป้าที่ถูกกำหนดไว้สูงลิ่วจากเด็กเมื่อวันซืนที่อาจจะจบนอก มาดดีมาเลย แต่ว่ายังไม่ได้ทราบ mechanic หรือกลไกต่างๆของทางธนาคารอย่างแท้จริง พยายามทำในสิ่งที่ตัวเองคิดว่าดี ว่าถูกต้อง แต่ขาดประสบการณ์การทำงานที่แท้จริง ไหนจะต้องคอยหมั่นตระเวนเยี่ยมลูกค้าแต่เพียงผู้เดียว น้องๆเคยเห็นมั๊ยว่าระดับบิ๊กเนมทั้งหลายมาเยี่ยม มาหา อย่างมากก็มานั่งกินเลี้ยง ขำๆกันไป น้องๆบางคนอาจจะบอกว่า เค้าก็ให้แต่ละสาขาคอยดูแลอยู่แล้วนี่พี่?, พี่ไม่เถียง แต่น้องๆคิดว่ามัน fair enough ที่สาขาต้องทำงานแทบเป็นแทบตาย และกว่าเรื่องที่พวกลูกค้าร้องเรียนต่างๆจะเข้าไปถึงสำนักงานใหญ่ พี่ว่าน้องๆคงจะลืมมันไปเรียบร้อยแล้วคร้าบบบบบ, มันเลยทำให้คนที่สำนักงานใหญ่ นอกจากจะสื่อสารกับ sale หรือพนักงานสาขาที่ออกมาคนละทางตลอดแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงลูกค้าด้วย เนื่องจากไม่ได้เคยรับรู้อะไรเลย นั่งทำงานแต่ในห้องสี่เหลี่ยมโก้หรู หรือว่ากะลาใบใหญ่ก็เท่านั้นเอง 555  

ตกลงยังไม่ได้เริ่ม case แรก เลยอะคับ พบกันครั้งหน้า รับรองไม่มีน้ำแล้ว เข้าเรื่องทันที วันนี้ ไปเที่ยวสยามก่อนนะคร้าบบบบ หาไอติมกินอร่อยๆดีกว่า ;-)

 

Damian

happynewdear@hotmail.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
DinSor วันที่ : 24/10/2011 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dinsor

อ่านแล้วได้ความรู้เหมือนเดิมนะคับเฮีย นานๆจะแวะเข้ามาที แต่ก็ตามอ่านย้อนหลังนะคับ
ได้อ่านเรื่องเบี้ยประชุมแล้ว ใช่เลย เป็นเหมือนกันทุกองค์กรครับ ไม่เว้นกระทั่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัย เอะอะอะไรก็ประชุมๆๆๆ คุมสอบก้ได้เงิน ตรวจกระดาษคำตอบก็ได้เงิน สัมภาษณ์ทุนนักศึกษาก็ได้เงิน (ก็แค่อาจารย์มานั่งจิบน้ำชา พุดคุยเฮฮากัน ราวกับไม่เจอกันมาเป็นปีๆ) ถามนักศึกษาคำสองคำแล้วจบ เหอๆ
กลับมาที่เรื่องที่เฮียเขียน "พาผู้หญิงไปเที่ยว จะให้ share กันจ่าย ลับหลังก็ว่ากรูขี้เหนียวอีก ต่อหน้าก็ทำเป็นแย่งจ่ายอย่างโน้น อย่างนี้ เฮ้อ! ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ" เข้าใจว่ามาจากชิวิตจริงแน่นอนคับ 5555

ยังรอติดตาม case แรกของเฮียอยู่นะคับ

เจอกันปีละครั้งจิงๆนะเฮีย 5555

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน