• นักสืบความสุข
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : happysyndrome2014@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2014-09-03
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 19912
  • จำนวนผู้โหวต : 8
  • ส่ง msg :
  • โหวต 8 คน
<< กุมภาพันธ์ 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 29 กุมภาพันธ์ 2559
Posted by นักสืบความสุข , ผู้อ่าน : 854 , 16:09:53 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

หมู่ที่ 9 บ้านนาเกาะไทร ต.ปกาสัย อ. เหนือคลอง จ. กระบี่ มีทั้งพุทธและมุสลิม ส่วนใหญ่มีอาชีพทำสวนปาล์ม สวนยางและรับจ้าง บางครอบครัวต้องออกไปทำงานที่อื่น ทิ้งลูกหลานอยู่บ้านลำพังทำให้เด็กสุ่มเสี่ยงต่อปัญหาหลายด้าน

         สมชาย เนียมหวาน คณะทำงานโครงการ ร่วมสร้างชุมชนและท้องถิ่นให้น่าอยู่ โครงการเยาวชนคนสร้างสุขหมู่ที่ 9 บ้านนาเกาะไทร มองปัญหาโดยเฉพาะครอบครัวมุสลิม 120 หลังคาเรือนในชุมชนว่ามีกลุ่มเด็กและเยาวชนส่วนหนึ่งกำลังออกนอกลู่นอกทางจะต้องเร่งหาทางออก  

ในฐานะกรรมการมัสยิดสมชายเคยมองเห็นปัญหายาเสพติดและการพนันที่แพร่ระบาดในชุมชนมาก่อน เคยมีนายทุนมาเช่าบ้านในชุมชนเปิดบ่อนไพ่ขาว เป็นพฤติกรรมใกล้ตัวที่เด็กเห็นจนชินตา ทุกวันนี้บ่อนดังกล่าวถูกกดดันจากชุมชนอย่างหนักจนย้ายออกไป กระนั้นในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และปิดเทอม เด็กมีเวลาว่างมากก็ยิ่งน่าห่วง เพราะผู้ใหญ่ไม่มีทางรู้ว่ากลุ่มเด็กและเยาวชนไปอยู่ที่ตรงไหนหรือกำลังทำอะไร  ในสภาพสังคมยุคใหม่ ยิ่งถ่างช่องว่างระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กห่างกันเกินกว่าจะมาพบกันได้ง่ายๆ   จึงพบว่ามีปัญหาเด็กติดยาจึงคิดว่าน่าจะมาทำอะไรสักอย่างจนมาทำโครงการเยาวชนสร้างสุขบ้านนาเกาะไทรกับ สสส.  โดยเน้นการทำงานสู่เป้าหมายหลักๆ  3 ประการ

-พัฒนาศูนย์จริยธรรมและคุณธรรม ประจำมัสยิด 

-การทำกิจกรรม เน้นใช้กิจกรรมทางศาสนาอิสลาม ที่เป็นวิถีชีวิตของทุกคนเป็นศูนย์กลาง

-ต้องการเปิดพื้น หรือสร้างเวทีให้เด็กในชุมชน  เพื่อให้เด็กสะท้อน ความคิดเห็นของเขา

        เมื่อทำโครงการฯ เด็กในชุมชน แม้อยู่ต่างโรงเรียนกันแต่ก็มารวมตัวกันได้  ช่วงเย็นจะมีการนัดเล่นกีฬาก่อนจะเข้ากิจกรรมทางศาสนาที่มัสยิดนาเกาะไทร  ตอนค่ำสามารถดึงเด็กมาเรียนคัมภีร์กุรอานและเข้าร่วมละหมาด ส่วนช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ สามารถจัดเวทีเปิดโอกาสให้เด็กและผู้ใหญ่พูดคุยกัน สร้างการสื่อสารที่ขาดหายไปนานกลับมาใหม่

        กระบวนการจัดการมีการจัดกลุ่มเด็กแกนนำกลุ่มละ 5-6 คน เป็น 6 กลุ่ม มีหน้าที่ชวนเด็กคนอื่นมาร่วมกลุ่มและโครงการฯ มีการประกาศออกไปว่าเด็กในหมู่บ้านทุกคนต้องเข้ากลุ่ม ส่วนใครจะเลือกเข้ากลุ่มไหนก็ได้ตามถนัด   จากจุดนั้นทำให้ได้เริ่มงานสำคัญคือการทำหลักสูตรชุมชน ที่แบ่งเป็น 2 หมวดใหญ่ ประกอบด้วย1.ศาสนา และ2.วิถีชุมชน

        หลักสูตรศาสนาเน้นหลักฟัรดูอีน หรือหลักปฏิบัติตนพื้นฐานของมุสลิม ซึ่งใช้หลักสูตรของสมาคมคุรุสัมพันธ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นแกน  ขณะที่ด้านวิถีชุมชนต้องการให้เด็กได้รู้จัก ชุมชน ตำบล อำเภอ จังหวัด ของตนเอง ในทุกด้าน ว่า  สังคม เศรษฐกิจ ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี  จึงมีการแต่งตั้งอาสาเยาวชนเพื่อเก็บข้อมูลชุมชน ถ่ายภาพ บันทึกข้อมูลกับประชาชน คนเฒ่าคนแก่ที่มีความสามารถด้านต่างๆ  หลังจากนั้นมีการวิเคราะห์ข้อมูลและกำหนดเนื้อหาหลักสูตรโดยคณะ นายกอบต.ปกาสัย ผู้ใหญ่บ้าน  ผู้นำศาสนา คณะกรรมการมัสยิด  คณะกรรมการหมู่บ้าน ตัวแทนการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย คณะครู นักเรียนและผู้ปกครอง โรงเรียนบ้านนาเกาะไทร ช่วยทำงานในรูปแบบคณะกรรมการ

        มีการให้ความรู้กับเด็กในเรื่องอื่นๆ อีกเช่นเกี่ยวกับยาเสพติด การร่วมกันทำแปลงเกษตรประจำหมู่บ้าน ใช้ตัวหลักที่เป็นเด็กแกนนำ 20 คน จากระดับ ป.5-ม.3   ปลูกผัก พื้นบ้าน  และร่วมกันดูแลแปลงปาล์มสมบัติส่วนรวมของมัสยิด   

การตื่นตัวของหลายกิจกรรมนำมาสู่การเกิด “กองทุนน้ำชา” นับว่าเป็นสิ่งที่เปิดมุมมองการพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนของคนนาเกาะไทร  เพราะเป็นการมองเรื่องทุนที่จะมาใช้ขับเคลื่อนชุมชนต่อไปในอนาคต เพราะทุกคนเข้าใจได้ว่า สสส. เองมีข้อจำกัด ไม่สามารถเข้ามาสนับสนุนชุมชนตลอดไป

        “ทางโครงการฯ เห็นว่าในวันอาทิตย์ร้านน้ำชาในชุมชนมักจะหยุดบริการ ทางกลุ่มเด็กและเยาวชนเห็นโอกาสดังกล่าวจึงมาช่วยกันเปิดร้านน้ำชา โดยใช้ศูนย์อบรมคุณธรรมและจริยธรรมของมัสยิดดำเนินการ    ในส่วนนี้จะมีเด็กเข้ามาช่วยงาน 20 คน ต้องตื่นมาเตรียมงานตั้งแต่ตี 4 หัวรุ่งกว่าเสร็จงานราว 10 โมง”

ร้านน้ำชามีบริการน้ำชา กาแฟ ข้าวต้ม ข้าวยำ  ข้าวหมก รับขนมสดหรือขนมพื้นเมือของชาวบ้านมาวางขาย และทุกสิ้นเดือนทางร้านยังทำแกงแพะ ซึ่งเป็นอาหารพื้นถิ่นที่คนนิยมบริโภคออกมาขาย

ขณะที่เด็กกลุ่มหนึ่งขะมักเขม้นกับร้านน้ำชาเด็กอีกส่วนหนึ่งไปทำกิจกรรมเครือข่ายกลุ่มปั่นจักรยาน ออกเชิญชวนชาวบ้านจากชุมชนอื่นมาใช้บริการที่ร้านน้ำชา   เป็นกิจการสาธารณะของเด็กๆ ด้วยโดยมีเงินลงทุนครั้งแรก 8,000 บาท  ทุกวันนี้สามารถทำกำไรวันละ 1,000-1,500 บาท

        การบริหารกองทุนน้ำชาเป็นรูปแบบคณะกรรมการ ซึ่งมีทั้งผู้ใหญ่และเด็ก 15 คนมาร่วมกันบริหาร  มีการจัดทำบัญชีรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายและได้สรุปรวบรวมเงินเพื่อทำการเปิดบัญชี กองทุนน้ำชาเพื่อพัฒนาการศึกษา หลังจากทำมาระยะหนึ่ง มีเงินผลกำไร ได้จัดสรรเงินจำนวนหนึ่งช่วยเหลือการศึกษาของเด็ก  โดยให้ทุนการศึกษา และซื้ออุปกรณ์การเรียนให้เด็กกำพร้าในชุมชน

       ร้อโสน ลูกเหล็ม ประธานกองทุนน้ำชานาเกาะไทรเล่าว่า

แนวคิดของกองทุนน้ำชา เริ่มมาจากอยากจะมีการรวมกลุ่ม  และเล็งเห็นว่า คนที่ด้อยโอกาสมีมากโดยเฉพาะคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา คนยากจน เลยหาวิธีว่า จะช่วยตัวเองอย่างไร

“แกนนำในชุมชน มาช่วยกันคิดช่วยกันทำ เพื่อให้ มีเงินช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ ให้เขาอยู่ได้ นั่นคือความคิดเริ่ม

รูปแบบการทำกองทุนก็มีการทำกองทุนขึ้นมา” เขาเล่า หลังจากนั้นก็มีการใช้คนหลายรุ่นมาทำงานร่วมกัน  รวมคนไม่ให้มีความห่างเหินใช้เยาวชน เป็นอนุกรรมการกองทุน  โดยเยาวชน ก็มีส่วนในการช่วยมาดำเนินกิจกรรม ของร้านน้ำชาโดยตรงแบบจิตอาสา

“การทำงาน เพื่อให้เขาได้รู้ว่า สิ่งที่เขาทำนั้นมีคุณค่า เขาจะได้เห็นถึงทุกส่วน ของการทำที่จะได้เงินมา เขาจะได้เห็นคุณค่าของเงิน และค่าของเงินจะทำให้เกิดประโยชน์ แต่เขาในอนาคตคือการศึกษาตลอดชีวิต”

ร้อโสนกล่าวและว่า สิ่งที่ได้ทำมาแล้ว ทำให้เห็นถึงการพัฒนาคน จากกองทุนน้ำชา ภาพชัดเจนในช่วงของการปิดภาคเรียน กองทุนน้ำชาจะจัดให้เด็กและเยาวชนกลุ่มเหล่านี้ได้มาเรียนภาษาอังกฤษให้ เนื่องจากพวกเขา ส่วนมากไม่มีศักยภาพที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มด้วยตนเอง เองได้ เนื่องจากฐานะยากจน  กองทุนน้ำชายังได้สนับสนุนนักเรียนฟัรดูอีน เป็นตัวแทนของชุมชน ตำบล ก้าวไปสู่ตัวแทนจังหวัดไปแข่งขันตอบปัญหาฟัรดูอีน ระดับประเทศของสมาคมคุรุสัมพันธ์  ที่เคยติดอันดับ 9 ในระดับประเทศมาแล้ว

“กองทุนยังไปใช้ให้ทุนการศึกษาเด็ก ในการเรียนต่อในระดับชั้นที่สูงขึ้น เราก็สะท้อนไปอีกทีว่าสิ่งที่เขาทำ เกิดประโยชน์แก่ตัวเขาและสังคม”  

ร้อโสนกล่าวว่า เป้าหมายที่ผ่านมา กิจกรรมขายน้ำชาได้กำไรมาด้านเดียว ในอนาคตยังคาดหวังว่าจะมีการระดมทุนในอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เงินมากกว่าเดิม เพื่อให้ยกระดับการศึกษาของเด็กให้มากกว่านี้

เขาว่าที่มองที่การศึกษาเป็นหลัก เพราะเด็กจำนวนมากที่นี่ถือว่าด้อยโอกาสทางการศึกษา ขณะที่ศาสนาอิสลามก็ส่งเสริมให้ทุกคนเรียนรู้ตั้งแต่อยู่ในเปลจนถึงหลุมฝังศพ  การศึกษาจะยกระดับของคน กองทุนน้ำชามีส่วนช่วย เพื่อยกระดับคน และชุมชนต่อไปในอนาคต

“สิ่งสำคัญ เราอยากเห็นเด็กเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง คิดเป็น ทำเป็นรู้จักคิด รู้จักทำ  กองทุนน้ำชาสามารถแก้ปัญหาเยาวชนได้มากทีเดียว ก่อนที่เรายังไม่ทำเรื่องนี้ เยาวชนขาดคนดูแล อยู่สะเปะสะปะ ไม่มีใครสนใจใคร มาถึง ณ ตอนนี้ทุกคน ก็ได้ร่วมชวนคิดชวนทำ ซึ่งยังช่วยลดช่วงว่างระหว่างคนต่างวัยได้ด้วย”

ผลปรากฏชัดจากโครงการ สสส. อย่างหนึ่ง คือสามารถช่วยปัญหายาเสพติด ผลจากการขับเคลื่อนโครงการทำให้ได้รู้ ว่าเด็กอยู่อย่างไร เด็กที่เคยแอบทำพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงออกมาอยู่ในที่แจ้ง ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า รู้เขารู้เรา ก็ไม่ได้ห่างกันมาก

“เมื่อเด็กมีความสุข ผู้ปกครองมีความสุข ชุมชนมีความสุข เพราะทุกคนก็ห่วงลูกหลานในเรื่องพฤติกรรม พอเห็นลูกมาช่วยกิจกรรมมัสยิดก็มีความสุข ที่จะได้ช่วยเหลือสังคม และสิ่งเหล่านั้นก็จะได้เป็น เกราะป้องกันเขาในเรื่องความชั่วร้ายได้ด้วย”

เขากล่าวสำหรับในการจัดการกองทุน  ใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลาง ในการจัดการใช้หลักที่เรียกว่า “กรรมวิถีเพื่อชีวิตมุสลิม” โดยอธิบายคำว่ากรรมว่าก-กลุ่ม ใช้คนทุกกลุ่ม ,ร-เรียนรู้ ประสบการณ์จริงของชีวิต ,ร-รวมตัวในการทำกิจกรรมร่วมกัน ,ม-มัสยิดเป็นศูนย์กลาง สำหรับวิถีชีวิตมุสลิม นั้นสอนให้เอื้อต่อกัน กับเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่ามุสลิม และต่างศาสนา

ณัฐเสน แท่นทอง เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่ามาทำงานนี้ด้วยจิตอาสา เด็กที่มาร่วมทำให้ได้พัฒนาตัวเองไปด้วยในตัว กรณีตัวเขาเองเดิมเป็นเด็กติดเกม หมกมุ่น เก็บตัวไม่เข้าสังคม พูดกับใครไม่รู้เรื่อง การมีโอกาสมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ทำให้สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น  โดยทุกวันนี้ลดเลิกพฤติกรรมที่เคยมีปัญหาเดิม สามารถปรับตัวในการอยู่ร่วมกับคนอื่นและยังเป็นผู้นำของกลุ่มเด็กอีกด้วย  ซึ่งนับเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างหนึ่ง

ขณะนี้กองทุนน้ำชามัสยิดนาเกาะไทร ถูกมองเห็นความสำคัญ และได้รับความร่วมมือจากภาคเครือข่ายเพิ่มขึ้น เป็นลำดับ ตั้งแต่ ผู้ใหญ่บ้านนาเกาะไทร ,ผู้นำศาสนา ,กลุ่มขี่จักรยานหลายชมรมในอำเภอเหนือคลอง ,รพ.สต.บ้านคลองเสียด , เครือข่ายโครงการชุมชนท้องถิ่นน่าอยู่ จ.กระบี่  และแนวคิดกองทุนน้ำชายังเป็นต้นแบบไปทำเป็นกองทุนมัคคุเทศน์เยาวชนที่ชุมชนท่าเลน กระบี่อีกด้วย 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน