• ลูกบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 1745566
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1303 คน
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...
++แอร์โฮสเตส คืออาชีพหลัก...หิ้วของขายคืออาชีพรอง งานเขียนคือสิ่งที่รัก++ว่างๆ แวะมาอ่านได้นะคะ อ้อ...แล้วอย่าลืมอ่านเรื่องราวดีๆ ย้อนหลังด้วยนะคะ พลาดไปเสียใจแย่.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/happytofly
วันศุกร์ ที่ 31 พฤษภาคม 2556
Posted by ลูกบัว , ผู้อ่าน : 36175 , 11:05:41 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

คาดเอาเองว่า เกือบ 90% เลยมั้งค์คะสำหรับคนที่เล่นอินเตอร์เนตในไทย สามารถเล่นเฟสบุ๊คเป็น อย่างน้อยไม่เล่นก็ต้องมี account ไว้ส่องดูคนอื่นเค้าล่ะ ทีนี้เรามาดูกันว่าจะทำให้เฟสบุ๊คทำประโยชน์ให้เราในเชิงธุรกิจได้อย่างไร บ้างนะคะ จากตอนแรกที่ได้เกริ่นไปแล้วค่อนข้างเยอะ (ในตอนที่1) วันนี้มาลงในรายละเอียดกันเลยนะคะ ว่าเรามีวิธีลงโฆษณาสินค้า บริการ หรือเพจอะไรของเราได้อย่างไรในเฟสบุ๊ค

การโฆษณามันจะมีอยู่แบบนี้ค่ะ

สามแบบคือ  Get More Page Likes, Promote Page Posts, See Advaced Options

Get More Page Likes ก็คือให้โฆษณามาแว๊บๆ อยู่ตรงด้านขวามือของเฟสบุ๊คคนอื่นๆ แล้วก็เชื้อเชิญให้เค้ามา click like เพจเรา

แต่ สิ่งที่อยากจะแนะนำโดยความเห็นส่วนตัวนะคะ ก็คือ อย่าลงโฆษณาแบบนี้เลยค่ะเพราะ หลายคนคงเข้าใจว่าหากมีคน click like เยอะๆ แล้วจะดูดี เราโพสอะไรเค้าก็จะเห็น แต่จริงๆ ไม่ใช่เลย มันเป็นการลงโฆษณาที่เปลืองเงินมากโดยใช่เหตุ เพราะหลังจากที่คนมา click like เราแล้วเราก็จะต้องมาเสียค่าโฆษณาให้เค้ามองเห็นโพสเราอีก...

อัน นี้ทราบดี(จากตอนที่ 1) จึงไม่เลือกโฆษณาแบบนี้ เนื่องจากว่าจำนวน like ในแฟนเพจ ตามติดฯ ของลูกบัวมีอยู่หลายหมื่นอยู่แล้ว และยิ่งมีมากเท่าไหร่ ยิ่งต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะอะไร? เพราะอย่างที่บอกไว้ในตอนแรก หากมีคนคลิกไลท์เรา 10,000 คนเวลาเราโพสอะไร อัพเดทอะไรในเพจเรา ใช่ว่าคนทั้งหมื่นนั้นจะมองเห็น FB เค้าล็อคไว้ให้โดยประมาณแค่10% มองเห็นเท่านั้น ทีนี้อยากให้คนทั้ง 100%หรือ หนึ่งหมื่นมองเห็นก็ต้องจ่ายค่าโฆษณา promote post แบบนี้อีก ... ไงล่ะ เจอสองต่อละ

นี่ไงจำนวนคนเล่นเฟสบุ๊คในไทยทั้งหมดไม่รู้จริงไหม สิบแปดล้านกว่าคนค่ะ...แต่เราจะไม่เลือกทั้งสิบแปดล้านเป็นกลุ่มเป้าหมายของ เราหรอก มันเยอะไปค่ะ เปลืองค่าโฆษณา

ใน แต่ละโฆษณาเราสามารถเลือกได้ว่าจะให้มันไปโผล่อยู่ที่กลุ่มเป้า หมายใด เพื่อเป็นการเฉพาะเจาะจงลงไปเช่น เลือกประเทศ อายุ เพศ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายแคบลง ทำไมต้องทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบลง กว้างๆ ไม่ดีกว่าเหรอ? ไม่ดีหรอกค่ะ เพราะการที่ลงโฆษณาไปนั้น FB จะชาร์ทจะจำนวนคนที่เห็น ถึงแม้เค้าเห็นแต่ไม่ทำอะไร ขอแค่ระบบได้แสดงโฆษณาเราโผล่ขึ้นหน้าจอของเค้าก็ชาร์ทแล้วค่ะ  และหากเห็น+มีปฏิสัมพันธ์ เช่น คลิกไลท์ให้ คลิกเข้าไปดู ฯลฯ ก็จะมีอัตราการชาร์ที่แตกต่างกัน ดังนั้น อย่างกรณี ของเพจลูกบัวก็จะพยายามเลือก

ประเทศไทย (เพราะเพจเราเป็นภาษาไทยค่ะ ปล่อยไปประเทศอื่นเค้าคลิกเข้ามาดูก็อ่านไม่รู้เรื่อง เปลืองค่าโฆษณาเปล่าๆ)

เลือก อายุ 20-60 และเพจหญิง เท่านั้น เพราะสินค้าของเรากลุ่มเป้าหมายเราคือคนพวกนี้ค่ะ หากเป็นพวกโฆษณาเกมส์อะไรเค้าก็จะเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุน้อยๆ และเป็นผู้ชาย บางคนอาจคิดว่า แหม บางทีผู้ชายเค้าก็อาจจะรู้สึกสนใจพวกของที่ลูกบัวขายอยู่ด้วยนะ ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิง อันนี้ก็จริงไม่เถียงค่ะ มีบ้างแต่ถามว่าคุ้มค่ากับการลงทุนปล่อยให้ผู้ชายเห็นโฆษณาของเราไหม เคยหว่านโฆษณาแบบเลือกเพศทั้งหญิงและชายลองดูแล้วค่ะ ก็ไม่ได้ผลตามคาดค่ะ ผู้ชายจะไม่ค่อย shopping online และซื้อของแบบที่เราขายเท่าไหร่ โฆษณาไปก็เปลืองเงิน ไม่คุ้มจริงๆ ค่ะ

การ เลือกที่จะให้ไปโผล่ก็เหมือนกัน บางคนอาจเลือกให้ไปโผล่ในหน้าทุกๆ คนเล้ย หรือบางคนอาจเลือกให้ไปโผล่เฉพาะหน้าเฟสคนที่ยังไม่เคยเป็นเพื่อนกะเรา หรือคลิกไลท์เพจเรา เพื่อดึงดูดให้เค้าเข้ามาน่ะ อย่างที่บอกยิ่งพยายามทำให้กลุ่มเป้าหมายแคบเท่าไหร่ก็จะเป็นการประหยัดค่า โฆษณาเท่านั้น ตามรูปด้านล่างนี้เลยค่ะ

และ รูปล่างสุดนี้คืองบประมาณที่เราสามารถกำหนดได้ค่ะว่าในหนึ่งวันจะเสียค่า โฆษณาเท่าไหร่ เริ่มต้นที่วันละ 10 บาท หุหุ ซึ่งสิบบาทนี้ก็คงจะมีคนเห็นสักสิบคนมั้งค์ค่ะ ไม่น่าจะได้ผลอะไร

ของ ที่ลูกบัวลงจะตั้งไว้ที่ วันละ 500 บาทในช่วงแรกค่ะเพื่อรอดูกระแสก่อนว่าดีหรือไม่ (สามารถตั้งเป็นรายเดือนได้ด้วยนะคะ และเลือกได้ด้วยว่าจะให้ชาร์ทหน่วยเป็นบาท หรือสกุลเงินต่างๆ ก็ได้ แต่เพื่อความสะดวกใช้เงินบาทนี่แหละค่ะ)

อ้อลืมบอกวิธีการลงโฆษณา เนี่ยFB จะตัดผ่านบัตรเครดิตนะคะ หากไม่มีบัตรก็ต้องใช้วิธีการซื้อคูปอง หรือจ่ายผ่าน paypal อะไรด้วยแต่ยุ่งยากค่ะไม่ถนัดเลยให้ตัดผ่านบัตรเครดิตเอา (ซึ่งก็ถูกแฮค ถูกโจรกรรมข้อมูล จนต้องปิดบัตรไปเรียบร้อยลองหาอ่านดู entry ก่อนหน้าเรื่องนี้ค่ะ เจ็บแค้นน) .... จึงหยุดการลงโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คไปแล้วค่ะ

 

ถาม ว่าการลงโฆษณาผ่านเฟสบุ๊ค ได้ผลไหม มันก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างนะคะ เพราะบางคนลงโฆษณาให้คนมา click like เยอะๆ หรือโปรโมทโพส โปรโมทเพทเยอะๆ แต่พอคนเข้ามาดูแล้วเพจคุณ ไม่มีอะไร คนที่เข้ามาก็ หมดความสนใจไม่อยากเข้ามาต่อ บางเพจ ขายครีม มีครีมอยู่ห้าตัวสิบตัว ก็โพสอยู่นั่นแหละว่าครีมนี้ดีอย่างนู้นอย่างนี้ เอาข้อความที่ได้แชทกับลูกค้าผ่านทางไลน์มาโชว์ ลูกค้าเขียนชมนู่นนี่นั่นก็เอามาลง ซ้ำไปซ้ำมา วนไปวนมา นำรูป Before and After มาลง ซึ่งบางรูปก็เห็นๆ ว่ามันคือ Before and After ที่ใช้โปรแกรม หรือที่เค้าเรียกว่าแอ๊ป (application) อะไรต่างๆ ไม่ก็โพสโชว์แต่รูปหน้าตัวเองที่ใสสวย ไม่ก็ใสเวอร์ๆ แต่ดูแป๊บเดียวก็รู้ว่าสวยแบบศัลยกรรม ฯลฯ เพจพวกนี้สังเกตุได้ว่ามาไว ไปไวค่ะ ไม่ก็อยู่ได้เพราะกำไรต่อหน่วยเยอะมากพอที่จะลงโฆษณาได้เรื่อยๆ  ^^"

สิ่ง สำคัญ ที่พึงระลึกไว้เสมอของ "แม่ค้า" ที่ทำเพจขึ้นมา เราไม่ใช่คนดัง เราไม่ใช่ดารา หรือไม่ใช่นักวิชาการอะไรที่จะสามารถมีอะไรให้คนเค้าติดตามได้ตลอดเวลา พูดง่ายๆ ก็คือชีวิตของเรามันไม่ได้น่าสนใจเหมือนชีวิตของคนอื่นเค้า ดังนั้นการที่จะให้มีคนมาติดตามเพจเราเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

กรณี ของลูกบัวหลายคนอาจมองว่าได้เปรียบแม่ค้าคนอื่นๆ ตรงที่มีความเป็น "แอร์โฮสเตส" ที่เป็นอาชีพที่คนหลายๆ คนสนใจอยากเป็น อยากรู้ว่าเค้ามีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร ไปบินยังไง แต่งตัว แต่หน้า ทำผม ยังไง ไปช้อปปิ้งประเทศไหนอะไรยังไง ฯลฯ แต่พอลาออกมาแล้วไม่ได้เป็นแอร์ฯ แล้วทำไมยังมีคนติดตาม? ก็คือเรา "พยายาม" หาเรื่อง หรือหาสินค้าอะไรที่มันแปลกๆ ใหม่ๆ หาจุดยืนอะไรที่มันเป็นของเราที่ "พอจะน่าสนใจ" ให้คนเค้าได้ติดตามกันได้เรื่อยๆ ในขณะที่แอร์โฮสเตสหลายๆ คนก็มีเพจเหมือนกันแต่ทำไมไม่ค่อยมีคนติดตามหรือพูดถึง ... บาง ครั้งการทำหน้าสวยๆ แต่งตัวดีดี ได้ไปกิน ไปเที่ยวในสถานที่ ที่หลายๆ คนเค้าอยากไปแต่ไม่มีโอกาส หรือโพสด่าว่าผู้โดยสาร เพื่อนร่วมงาน แสดงความเก่งกาจหรือฉลาดของตัวเราเอง ไม่เพียงพอให้ชีวิตคุณน่าติดตามค่ะ ....

ถาม ว่าชีวิตของลูกบัว และเพจ "ตามติดชีวิตแอร์ฯ (ลูกบัว)" นี่มันน่าติดตามไหม ลูกบัวว่ามันก็มีบ้าง แต่ก็คงไม่เหมือนชีวิตของคนที่ลูกบัวบอกไว้ข้างต้นคือคนดังทั้งหลายค่ะดัง นั้นเราจะระเริง หรือคิดว่าตัวเราเป็นศูนย์รวมของจักรวาลไม่ได้เลย ก็ต้องพยายามเจียมเนื้อเจียมตัวด้วย และกราบเรียนตามตรงคือทุกวันนี้ลูกบัวเบื่อที่จะอัพเดทอะไรลงเฟสบุ๊คแล้ว ค่ะ   ^^"

แต่ก็จะพยามอัพเดทต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะไม่มีอะไรมาอัพเดทเนอะ

บางวันมีคนแอบเข้ามาส่องเพจมากแบบนี้โดยที่ไม่ได้โฆษณา...(หลักฐานดูจากรูปด้านล่าง)

เดี๋ยว นี้เค้าบอกว่าให้ดูว่าเพจไหนมีคนตามได้จากจำนวนยอด talking about ไม่ใช่ยอด like เพราะยอดไลท์มันปั่นได้ หรือได้มาจากการโฆษณา ไม่ใช่จากการที่คนมา follow page เยอะๆ ดังนั้นจำนวน talking about จึงเป็นสิ่งที่ตัดสินความคึกคักของเพจ เค้าว่ากันอย่างนั้นนะ  (กรณีที่เราเป็นแม่ค้านะไม่เกี่ยวกับพวกดารา หรือคนดังๆ ทั้งหลายนั่นเค้ามากันด้วยใจเจงๆไม่ต้องโฆษณาก็ได้) แต่ลูกบัวมองว่านี่เป็นกลยุทธ์ของเฟสบุ๊คอีกอย่างหนึ่งที่บังคับเจ้าของเพจ ทางอ้อมให้ลงโฆษณา หากไม่ลงโฆษณาถึงจะมียอด like เยอะแต่คนเค้ามองไม่เห็นโพสเรา มองไม่เห็นเพจเรา จำนวน talking about ก็จะน้อยๆ ง่อยๆ อยากให้คึกคักก็ต้องลงโฆษณา เห็นหรือยังคะว่าเราต้องโฆษณาซ้ำซ้อน? ....​เฮ้ออออ เพลีย หลังจากโดนชาร์ทแบบมั่วๆ จากการลงโฆษณาผ่านเฟสบุ๊คตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ครึ่งเดือนแล้วค่ะที่ ลูกบัวไม่ลงโฆษณา (ลองด่านดูนะ)

ระวังการทำธุรกรรมออนไลน์ (เจอมาแล้วกับตัวผ่าน facebook)

 

 

ต่อมาคือโฆษณา Promote Page Posts นอกจากจะเข้าไปเซทเหมือนในรูปแรกๆ ที่บอกไว้แล้ว วิธีง่ายๆ ที่เฟสบุ๊คออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของเพจเสียเงินแบบรวดเร็ว ก็คือทุกๆ โพสที่เราโพสจะมีปุ่ม Boost Post ค่ะก็เลือกจ่ายกันตามสะดวกว่าจะเท่าไหร่ จ่ายเยอะ จำนวนคนที่มองเห็นโพสเราก็จะเยอะ จ่ายน้อยคนก็เห็นน้อยค่ะ ซึ่งหากเลือกผ่านหน้าเพจเลย ก็ไม่สามารถระบุกลุ่มเป้าหมายได้ค่ะ เฟสบุ๊คจะทำการสุ่มให้ไปโผล่หน้าคนที่ใช้งานเฟสบุ๊คหน้า new feed เอง แต่ก็คงสุ่มให้เป็นคนในประเทศเดียวกันนะคะ ไม่ได้ไปโผล่ในประเทศอื่นๆ

มี คนบอกว่าคนลงโฆษณาแบบนี้น่ะ "โง่" หากเฟสบุ๊คสุ่มไปโผล่ที่ประเทศอะไรก็ไม่รู้อีกซีกโลกหนึ่ง แล้วก็ชาร์ท account คุณเข้ามาล่ะ นี่มีเงินอย่างเดียวไม่ได้นะ ต้องโง่ด้วยถึงจะลงโฆษณาแบบนี้ได้ ... งานนี้ก็ไม่รู้ว่าคนที่เค้าพูดน่ะ เค้าได้คิดก่อนหรือเปล่านะคะ อันนี้ขอกัด และประจานออกสื่อพวกที่ชอบพูดก่อนคิด และแสดงความคิดเห็นโดยไม่ปรึกษาชาวบ้านชาวช่อง ชอบว่าคนอื่นโง่ แต่ลืมมองดูตัวเอง...เพราะลองใช้สมองคิดดูสิหากเฟสบุ๊คทำอย่างนั้นจริง หน้า new feed ของเราก็คงมีแต่โฆษณาอะไรก็ไม่รู้จากต่างประเทศเต็มไปหมด แต่นี่มีแต่ของในไทยนะคะ

 

ซึ่ง การ promote post คืออีกวิธีหนึ่งที่ลูกบัวเลือกใช้ เพราะสามารถให้ทั้งคนในกลุ่มเรา และคนอื่นๆ ได้เห็นโพสที่เราต้องการโฆษณาด้วย หรืออีกแบบหนึ่งคือ See Advaced Options พวกนี้จะเป็นแบบว่าโฆษณาเวบไซด์ให้ลิงค์ไปใน www. อะไรก็ได้ที่เราต้องการ ไม่ก็ตั้งโพสขึ้นมาใหม่เพื่อโฆษณาโดยเฉพาะ ซึ่งลูกบัวก็ใช้วิธีนี้ด้วยเหมือนกัน

หลัก การคือเราต้อง "จั่วหัวโฆษณาให้น่าสนใจ" เพราะที่มันจะแว๊บๆ มาด้านข้างให้คนเค้าได้เห็นแล้วน่ะ นอกจากรูปก็จะมีคำพูดเพียงไม่กี่คำเท่านั้นที่คนเค้าจะเห็นและตัดสินใจดูว่า จะคลิกเข้ามาดูหรือไม่

เพ จอื่นๆ อาจจะใช้ว่า ผิวสวย หน้าใส เด้งภายใน 1วัน  หรือ ของแท้ ส่งตรงถึงบ้าน หรือ ถูกสุดในประเทศไทย ฯลฯ แล้วแต่ว่าจะใช้คำพูดอะไรจูงใจ ส่วนคำพูดที่ลูกบัวเลือกใช้และได้ผลมากนั่นคือ ให้มีคำว่า "แอร์โฮสเตส" โผลไปด้วย เช่น แบรนด์แอร์โฮสเตส ลิขสิทธิ์จากญี่ปุ่น (ในขณะที่ร้านอื่นๆ ก็ไม่สามารถใช้ได้เนอะ เพราะจะเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง หรือหลอกลวงหากคุณไม่ได้เป็นจริงๆ)

ตอน นั้นที่เริ่มลงโฆษณาไปวันละ 500 บาท ปรากฎว่าคนตอบรับเยอะมาก มีการสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น มีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ เข้ามาเยอะ จนตัดสินใจเพิ่มการโฆษณาเป็นวันละ 1,000-3,000 บาท (แล้วแต่ว่าวันไหนจะมีเรื่องอะไรให้โฆษณาเยอะหรือน้อย)

ทำ แบบนี้มาได้ราวๆ 4 เดือนกว่า ช่วงเดือนที่ 1-2  เป็นช่วงที่ยอดขายพุ่งเยอะมาก เอาแบบคร่าวๆ นะคะขอใช้ "ตัวเลขสมมติ" นะคะ จากเดิมก่อนโฆษณาขายได้วันละ 30,000 - 50,000 บาท พอลงโฆษณาไปขายได้วันละ 100,000-120,000 บาท ต่อวัน ... ยอดขายพุ่งมาแบบนี้เลยค่ะ ก็เลยตัดสินใจและอัดโฆษณาไปเรื่อยๆจนหมดค่าโฆษาไปในเวลา 5 เดือนคือประมาณ 170,000 บาท แต่ยอดขายที่ได้เพิ่มขึ้นมานั้น ถือว่าคุ้มค่ามากๆ


จึง ได้แนะนำให้เพื่อนๆ ที่มีเพจ หรือขายของอยู่ให้ลงโฆษณากับเฟสบุ๊คดูด้วย อยากให้เค้ามียอดขายเพิ่มขึ้นเยอะๆ เหมือนกับเรา (คนดีอะเนอะ) แต่ 80% ของบุคคล หรือเพจที่ลูกบัวแนะนำให้ทำ "ไม่ประสบความสำเร็จค่ะ" ยอดขายกระเตื้องขึ้นมานิด แต่ก็ไม่คุ้มกับค่าโฆษณาที่ลงไป หรือพอเอามาเฉลี่ยแล้วก็พอๆ กับที่ไม่ลงโฆษณา ดังนั้นลูกบัวจึงมองว่า การลงโฆษณาในเฟสบุ๊คจะให้ผลดีหรือไม่ หรือเราจะได้ลูกค้า และผู้ที่สนใจมากขึ้นหรือไม่ มันอยู่ที่เพจ หรือเวบไซด์ของเราด้วยค่ะว่าน่าสนใจแค่ไหน อย่างที่บอกไป โฆษณาอ่ะ มันทำให้คนเค้าเห็นเยอะจริง แต่ว่าพอเห็นแล้ว พอคลิกเข้ามาดูแล้วเค้าจะสนใจหรือไม่ นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งค่ะ

ด้าน ล่างนี้คือโฆษณาตัวแรกๆ ที่ลูกบัวปล่อยลงเฟสบุ๊ค ได้รับการตอบรับดีมาก ลงแป๊บเดียวคนคลิกไลท์เป็นหมื่น กดแชร์อีกหลายร้อย ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่กลายเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้นค่ะ 

ในขณะที่ การลงโฆษณาผ่านนิตยสารดีดี หรือดังๆ ที่มีค่าโฆษณาอยู่ที่ประมาณ 30,000-50,000 บาทต่อหน้า (ราคาหลังส่วนลด) แทบจะไม่มี feedback ตอบกลับมาจากลูกค้าที่อ่านเจอจากนิตยสารเหล่านั้นเลยค่ะ แต่สิ่งที่เราจะได้นั่นคือ "ความน่าเชื่อถือ" จากสังคมออนไลน์ ที่เห็นว่ามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ลงนิตยสารดังๆ ด้วยน่ะ เพจนี้แบรนด์นี้ เค้าก็กล้าที่จะตัดสินใจซื้อ เหมือนมันเป็นส่วนประกอบกันด้วยน่ะค่ะ

ค่ะหลังจากอ่านแล้วก็ลองตัดสินใจกันเอาเองนะคะว่าจะเลือก facebook ให้เป็น "สื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์" ของคุณหรือไม่

อย่างไรก็ตามอย่าลืมแวะไปอ่านเรื่องสองเรื่องนี้ด้วยนะคะ

มารู้จัก การโฆษณาผ่าน Face Book กันค่ะ (ตอนที่ 1)

ระวังการทำธุรกรรมออนไลน์ (เจอมาแล้วกับตัวผ่าน facebook)

 

 





คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คอลลาเจนเข้มข้น (นำเข้าจากนิวซีแลนด์)

ชื่อแบรนด์ : เฟิร์สท ไพรส์ ชื่อสินค้า : มารีน คอลลาเจน ปริมาณ : 100 กรัม ประเทศผู้ผลิต : นิวซีแลนด์ ราคา 1 กระปุก 650 บาท 2 กระปุก 1,200 บาท (@600) 6 กระปุก 3,000 บาท (@500)

View All
<< พฤษภาคม 2013 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


ชอบอะไรใน Blog นี้กันบ้างเอ่ย?
ชอบแวะมาดูรูป
17 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องท่องเที่ยว
42 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องแอร์ๆ ชีวิตการทำงาน
183 คน
ชอบหมดเลย ทั้งรูปทั้งเรื่อง
910 คน
อื่นๆ (ส่งความคิดเห็นมาหลังไมค์ได้ค่ะ)
29 คน

  โหวต 1181 คน