• ลูกบัว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-02-03
  • จำนวนเรื่อง : 293
  • จำนวนผู้ชม : 1745877
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1303 คน
HappyToFly By ลูกบัว @ แอร์ฯ ไทยในสายการบินต่างชาติ...
++แอร์โฮสเตส คืออาชีพหลัก...หิ้วของขายคืออาชีพรอง งานเขียนคือสิ่งที่รัก++ว่างๆ แวะมาอ่านได้นะคะ อ้อ...แล้วอย่าลืมอ่านเรื่องราวดีๆ ย้อนหลังด้วยนะคะ พลาดไปเสียใจแย่.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/happytofly
วันพฤหัสบดี ที่ 25 มกราคม 2561
Posted by ลูกบัว , ผู้อ่าน : 5482 , 11:58:53 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ห่างหายจาก blog ไปนานมากๆๆๆๆๆ กล้บมาอีกทีมีลูกแล้ว 55 ตอนนี้ลูกชายอยู่ในวัยกำลังโตค่ะ ใกล้จะ 4 ขวบแล้ว เลยเริ่มพาเที่ยวรัวๆ แล้วจะแวะมาอัพเดทเรื่อยๆ นะคะ วันนี้มารีวิว อันนี้ก่อนเลย ....

🎉💥โปรฯไฟไหม้ ไปญี่ปุ่นโตเกียว ฟูจิ 5 วัน 3 คืน ในราคาเพียงคนละ 20,992 บาท ซื้อไปเอง เสี่ยงไปเอง จ่ายเงินเอง ไม่มีสปอนเซอร์ ไม่ได้ค่าจ้างหรือรับจ้างรีวิวใดๆ ดังนั้นขอสงวนสิทธิ์ไม่บอกชื่อบริษัททัวร์ที่ซื้อนะคะ เนื่องจากไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียค่ะ😇

คือลูกบัวเห็นโฆษณาทัวร์พวกนี้ตามหน้า Facebook แล้วรู้สึกสนใจ เลยกดติดตามเขาผ่านทาง LINE OFFICIAL เค้าก็จะมีโปรโมชั่นส่งมาเรื่อยๆ ประมาณว่าลดราคาถูกมาก...

✈️โอนวันนี้...บินพรุ่งนี้
หรือไม่ก็โอนภายในบ่ายโมงวันนี้...บินคืนนี้ 2 ทุ่ม (เค้าเลยเรียกกันว่า โปรไฟไหม้ เพราะต้องรีบจ่ายเงิน และเก็บกระเป๋า พร้อมบินเลย)

ซึ่งราคาก็จะถูกมากๆ คิดว่าเค้าก็คงต้องยอมขายดีกว่าปล่อยที่ให้ว่างก็จะไม่ได้อะไรเลย

📌อย่างทริปนี้ ราคาเต็มอยู่ที่ 27,999 บาท แต่ลูกบัวซื้อตอนเย็นวันที่ 12 บินคืนวันที่ 13 เลยได้ในราคาพิเศษ (ซึ่งแอบไปถามคนที่เดินทางด้วยกันก็มีคนซื้อราคาเต็มจริงๆด้วยนะคะ และบางท่านก็จะซื้ออีกราคาหนึ่ง เช่น 24,990 / 25,990 ส่วนใหญ่ที่ซื้อแพงจะเป็นการซื้อตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่ได้มีเวลาเตรียมตัวนานๆ พวกที่ซื้อแบบโปรโมชั่นไฟไหม้ซื้อวันนี้บินพรุ่งนี้จะได้ราคาถูกเพราะถือว่าไม่ได้มีเวลาคิด หรือเตรียมตัวนาน ดังนั้นคนที่ต้องลางานล่วงหน้า หรือคนที่ต้องวางแผนเตรียมทำอะไรไว้ล่วงหน้าก็จะไม่เหมาะกับโปรโมชั่นนี้ และอีกอย่างหนึ่งโปรโมชั่นพวกนี้ไม่ได้มีทุกครั้งสำหรับทุกทริปนะคะ จะมีก็ต่อเมื่อเค้าขายไม่ออกแล้วจริงๆเท่านั้น)

ก่อนโอนเงินก็แอบลุ้น จะมีที่จริงไหม หรือจะแค่โฆษณา ทำเป็นว่ามีของราคาถูก แต่พอจะซื้อจริงไม่มีหรือเปล่า

พอทักเข้าไปใน LINE เค้าบอกว่ามีที่เหลือ 3 ที่ตามต้องการพอดี ให้โอนเงินได้เลย .... อุ้ยพอบอกมีจริงก็แอบหวาดเสียวเหมือนกันว่าถ้าโอนเงินไปแล้วจะได้ไปจริงหรือเปล่า ทำไมมันพอดีแบบนี้ 😂

ทั้งๆที่ ก่อนหน้านี้ก็เคยเอาชื่อบริษัททัวร์ของเค้าไปค้นใน Google แล้วว่าเป็นยังไงบ้าง ก็มีทั้งคนชมและคนด่า อิอิ ของแบบนี้ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็นมันต้องลองด้วยตัวเองค่ะ พอดีคุณแม่บัวมาเยี่ยมที่กรุงเทพ และชีอยากไปญี่ปุ่นก็เลยเอาวะลองดู ติดวันเสาร์อาทิตย์ด้วยลูกชายก็จะลาโรงเรียนแค่สองวัน...จะพาไปเที่ยวเองมีทั้งคนแก่และเด็กก็คงไม่ไหวเลยต้องอาศัยไปกับทัวร์นี่แหละค่ะ

จ่ายเงินเสร็จเค้าก็โทรมาแจ้งว่าไกด์เราคือใคร และดึงเราเข้ากรุ๊ปผู้ที่ร่วมเดินทางด้วยกัน เราซื้อทัวร์จากเอเจนซี่บริษัทเอ ... แต่วันไปจริงไกด์ผู้ที่นำทีมมาจากบริษัทบี

ซึ่งอันนี้ก็พอรู้มาบ้างว่าบริษัทเอเจนซี่พวกนี้เค้าก็จะขายทัวร์ขายทริปที่เหมือนๆกัน แต่ละบริษัทก็จะมีลูกค้าของตัวเองและมีวิธีการขายที่แตกต่างกันออกไป (ก็เลือกอุดหนุนกันไป...ชอบเจ้าไหนก็อุดหนุนเจ้านั้น)

แต่สุดท้ายแล้วที่เราเห็นๆว่าทำไมโปรแกรมของแต่ละที่ทำไมเหมือนกัน เคยสงสัยใช่ไหมคะจริงๆก็คือเค้ารับมาจากเจ้าใหญ่เจ้าเดียวกันค่ะ แต่บางครั้งบางทริปราคาจะต่างกันเยอะหน่อย อาจเพราะสายการบินที่เลือกเดินทาง หรือโรงแรมที่เลือกไปพัก

ซึ่งแต่ละทริปจะถูกจัดมาจากบริษัททัวร์เจ้าใหญ่จากทางต่างประเทศค่ะ ถ้าเอเจนซี่เจ้าไหนขายทัวร์ได้จำนวนเยอะที่สุดของทริปนั้นก็จะได้เป็นผู้นำทัวร์และส่งไกด์ของตัวเองมาถือธงและดูแลลูกทัวร์ทุกคนไม่ว่าจะซื้อจากเอเจนซี่เจ้าไหน ซึ่งเค้าก็ไม่ได้เลือกปฏิบัติว่าคนนี้ซื้อกับอีกที่หนึ่งไม่ได้ซื้อกับบริษัทเค้าต้องมีการเทคแคร์ที่ด้อยกว่า หรือใครที่ซื้อกับบริษัทเค้าเค้าจะดูแลดีกว่า...ไม่นะคะเค้าดูแลทุกคนเท่ากัน ลูกบัวว่าเค้าก็เปลี่ยนๆกัน ทริปนี้เอเจนซี่นี้ขายเยอะก็นำทีมไปอีกทริปหนึ่งก็จะเป็นอีกเจ้าหนึ่งขายเยอะก็จะนำทีมไปแบบนี้ค่ะ

จากนั้นก็ไปเจอกันที่สนามบิน กรุ๊ปเรามีทั้งหมด 33 คน ... มีแจกเอกสารการเดินทาง พร้อม จ่ายค่าทิปให้ไกด์ก่อนเลยคนละ 4,000 เยน หรือประมาณ 1,200 บาทต่อคน ซึ่งในเอกสารก็มีบอกไว้แล้วนะคะ ว่าต้องจ่าย...จ่ายแล้วเค้าจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา เพราะถือว่ามันเป็นข้อตกลงที่เราต้องจ่ายไม่คิดมากค่ะ

✈️จากนั้นก็เช็คอิน ขึ้นเครื่อง Air Asia X เดินทางสู่สนามบินนาริตะ (โตเกียว) เค้าก็มีอาหารซึ่งทางทัวร์เค้าก็เลือกให้เราเสร็จสรรพแล้วว่าเราจะกินอะไรพร้อมให้น้ำเปล่าอีกหนึ่งขวด ทุกคนที่ไปกับทัวร์นี้ได้กินเหมือนกันเลย

ถึงนาริตะ ตรงเวลา ไม่ดีเลย์ 8.00 แต่กว่าจะออกมาขึ้นรถได้ก็ สิบโมงกว่าๆ เลยค่ะ ตอนแรกเราเข้าใจว่ารอคนนั้น คนนี้ ค่อนข้างเสียเวลา ปกติถ้าไปเอง 1 ชั่วโมงก็ขึ้นรถได้แล้ว เพราะพิธีการตรวจคนเข้าเมือง+การรอรับกระเป๋าที่สนามญี่ปุ่นจะไม่นาน

มารู้ทีหลังว่าที่ช้าเพราะจริงๆ ไกด์เค้านัดรถไว้ สิบโมงกว่าๆ แหละ เพราะเผื่อเครื่องดีเลย์ เผื่อติดขัด หรือล่าช้าอะไร รถจะได้ไม่ต้องรอนาน และเผื่อใครจะเข้าห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้า แปรงฟัน สารพัด เค้าคำนวนเวลาไว้ให้แล้วดังนั้นไม่ต้องรีบ เสร็จเร็วก็ไม่ได้ไปเร็วหรอก😅

พอขึ้นรถที่เค้ามารับก็แอบกรี๊ดเลย มีที่ชาร์ทแบต + Free Wifi สัญญาณใช้ได้ค่ะไม่ช้าจนเกินไป แต่ก็ไม่แรงมาก เข้าเวบได้ เล่นไลน์ เล่นเฟสได้ แต่ดูหนังไม่ได้ (แต่ว่ารถบางคันก็ไม่มีนะคะ แล้วแต่ดวง)

จากนั้นไกด์ก็แนะนำตัว และบอกโปรแกรมอีกครั้ง ซึ่งมีเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยคือแทนที่จะได้เล่นหิมะในวันแรกก็ไปเล่นในวันที่สองแทนเนื่องจากสภาพอากาศจะเอื้ออำนวยมากกว่า

ที่เหลือเค้าก็พาไปตามโปรแกรมนะคะ ซึ่งเท่าที่อ่านดูโปรแกรมมันแน่นมาก จะได้ไปเยอะเลย แต่ก็ทำใจไว้แล้วว่าแต่ละที่คงจะได้ไปแค่แป๊บๆ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆด้วย

ไปไหว้พระที่วัดนาริตะซัง 30 นาที

ไป AEON Mall (ช้อปปิ้ง+กินข้าวเที่ยง) 2 ชั่วโมง

จากนั้นก็นั่งรถกันยาวๆ 3 ชั่วโมง ไปศูนย์จำลองแผ่นดินไหว ซึ่งก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากมาย เค้าก็จะเล่าเรื่องแผ่นดินไหว และวิธีเตรียมตัวว่าถ้าเจอแผ่นดินไหวจะต้องทำยังไง

1. ถ้าสามารถออกจากอาคารให้ไปในที่โล่งแจ้งได้ก็ให้ทำ (ข้อนี้คาดว่าใครๆ ก็รู้ใช่ไหมคะ)
2. ถ้าออกไปไม่ทันหรือไม่สามารถออกไปได้ ก็ให้เข้าไปซ่อนใต้โต๊ะหรือใต้เตียงใช่ไหมคะที่เรารู้กันมาแต่เค้าบอกว่าไม่ใช่ค่ะปัจจุบันคือถ้าเราไม่สามารถออกจากอาคารได้ก็ให้เข้าไปหลบในห้องน้ำ เพราะห้องน้ำของประเทศญี่ปุ่นเค้าทำเป็นกล่องพลาสติก ถ้าเข้าไปอยู่ในนั้นแล้วจะปลอดภัยมากกว่าที่อื่นๆ ในตัวตึกค่ะ

ได้ความรู้นิดหน่อย และได้ทดลองเข้าไปนั่งว่าเวลามีแผ่นดินไหวเราจะรู้สึกยังไง...หลังจากนั้นเขาก็จะพาเราเข้าไปเลือกชม และเลือกซื้อสินค้า อารมณ์ประมาณทัวร์เกาหลี พาเข้าศูนย์โสมของรัฐบาลเลยค่ะ แต่ไม่มีการบังคับให้ซื้อนะคะ ไกด์ก็ไม่บังคับ แต่ก็จะมีเจ้าหน้าที่ของเค้าซึ่งเป็นคนไทยมาช่วยเชียร์ + เสนอขายค่ะ ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1 ชั่วโมง

จบไป 2 วัน (วันแรกคือวันเดินทาง) จากนั้นก็พาพวกเราไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่ง อารมณ์ประมาณว่าอยู่ในหุบเขาค่ะคือไกลมาก ไร้แสงสี ความเป็นญี่ปุ่นเลย ไปถึงแล้วก็ออกไปที่ไหนอีกไม่ได้ ไม่มีที่ให้เดินช้อบรอบๆ โรงแรมนะ

พอเข้าไปในห้องแล้วตกใจมาก ไม่ใช่อะไร ห้องเค้าใหญ่สุดๆ ปกติมาญี่ปุ่นเคยพักแต่ห้องเล็กๆ แคบๆ เลยเพิ่งเข้าใจว่าถ้าเป็นโรงแรมที่อยู่รอบนอกแบบนี้ก็จะมีพื้นที่กว้าง เพราะส่วนใหญ่เราอยู่แถวในตัวเมืองสงสัยที่มันแพงเค้าเลยต้องทำเล็กๆ เข้าไว้

🦀วันนี้มีพิเศษบุฟเฟ่ขาปูยักษ์ เห็นว่าเป็นไฮไลท์ของทัวร์อยู่เหมือนกัน...ก็อยากรู้ว่าจะดีแค่ไหน ... สรุปว่าดีงามค่ะ ทางโรงแรมเค้าก็มาเติมเรื่อยๆ ไม่มีกั๊กนะคะ ที่สำคัญและทำให้ทานได้อร่อยมากคือไกด์พกน้ำจิ้มซีฟู้ดจากไทยไปให้พวกเราด้วย (เดี๋ยวไปเองครั้งหน้าจะพกไปมั่ง) นอกจากขาปูยักษ์ก็มีอาหารอื่นๆอีกด้วยเหมือนกัน เหมือน บุฟเฟ่โรงแรมทั่วไป มีเครื่องดื่ม มีของว่าง เรียกได้ว่ามาถึงแค่นี้ก็รู้สึกคุ้มค่า เกินราคาทัวร์แล้วค่ะ แต่ก็ยังไม่อยากฟันธงว่าดีงาม เลิศเลอ เพราะยังเหลืออีกตั้งหลายวัน

🗻วันที่ 3 ตื่นมาตอนเช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม เก๋มากๆ ค่ะ ตามรูปที่เคยลงไว้คือเห็นภูเขาไฟฟูจิสวยมาก กินข้าวไปชมวิวไปฟินสุดๆ

🍓จากนั้นก็พาไปเก็บสตรอเบอร์รี่ ที่เค้าว่าเก็บได้แบบไม่อั้น กินแบบไม่อั้นอ่ะน่ะ ก็จริงตามที่เค้าบอก แต่เค้าก็จัดการกันพื้นที่ไว้ประมาณว่ากรุ๊ปของเราเข้าไปได้แค่เพียงบางส่วนแค่ 4 แปลงเท่านั้น ให้เวลา 30 นาที ซึ่งมันก็ไม่ได้มีเยอะแยะอะไรมากมาย แล้วก็ลูกไม่ใหญ่ด้วย ไม่เหมือนสตรอเบอร์รี่ญี่ปุ่นที่เคยซื้อกิน แต่ก็ถือว่าสนุกเพราะว่าลูกชายสนุกมากกับกิจกรรมนี้ ได้เข้าไปตัดแล้วกินสดๆ จากไร่

จากนั้นก็พาไปลานสกีที่ ฟูจิเทน ก็อย่างที่บอกทำใจไว้แล้วว่าคงไม่ได้เล่นอะไรมากมาย ก็เลยไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไร แค่เสียดายที่เค้าให้อยู่แค่ 1 ชั่วโมง...มาให้ถ่ายรูปคู่ลานสกีน่ะค่ะ อิอิ แต่ลูกบัวอยากให้ลูกชายได้เล่นสกีมาก อุปกรณ์ที่ให้เช่า เค้าบอกว่าหมดก็เลยไปซื้อสกีเด็กๆ ให้เค้าได้เล่น คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,200 บาท แต่ถือว่าคุ้มลูกชายสนุกมาก

จากนั้นก็นั่งรถอีกยาวๆ ราวๆ 3-4 ชั่วโมงเพื่อเข้าไปชมพิพิธภัณฑ์ราเมน+ทานราเมงที่นั่น ให้เวลา 1 ชั่วโมง แค่ต่อคิวกินก็ 30 ถึง 40 นาทีแล้วคนเยอะมาก กินไปแทบไม่รู้ว่าอร่อยหรือเปล่าเพราะว่ารีบกินบางคนไม่ได้กินในนั้นต้องไปหาร้านข้างนอกกินเพราะคนเยอะมากๆ กินไม่ทันค่ะ

จากนั้นก็ไปดูกันดั้ม+เข้าห้าง ราวๆ 2 ชั่วโมง แล้วก็พาเข้าโรงแรมอีกที่ ซึ่งที่นี่อยู่ใกล้ความเจริญมากกว่ารอบๆโรงแรมก็จะมีแหล่ง Shopping (ค่อยยังชั่ว)

🤣ส่วนวันที่ 4 เค้าก็เน้น Shopping กันตามที่ดังและมีพาไปไหว้พระที่วัดอะซากุสะด้วย และที่บอกว่า แวะไปถ่ายรูปคู่กับโตเกียวสกายทรีก็คือเดินไปตรงลานกว้าง ซึ่งจะมองเห็นโตเกียวสกายทรีไกลๆ ตรงจุดนั้นแหล่ะค่ะเราถ่ายรูปคู่ได้ 555 อันนี้เจ๋งมาก คือตอนแรกเราก็คิดว่าจะพาไปที่ตึกโตเกียวสกายทรีเลยไง แต่ใครจะขึ้นชมวิวหรือเปล่าก็อีกเรื่องหนึ่งแต่เปล่าค่ะ มันเจ๋งกว่านั่นคือให้ยืนมองไกลๆ แล้วถ่ายรูป อารมณ์ประมาณว่ามาถึงแล้วนะญี่ปุ่น แล้วฉันก็เห็นโตเกียวสกายทรีแล้ว อิอิ (กลับมาดูในโปรแกรมทัวร์อีกครั้งเขาก็ทำถูกต้องนะคะไม่มีอะไรผิดเลยเพราะเขาบอกไว้ชัดเจนแล้วว่าพาเราไปยืนที่สะพานตรงนั้นใกล้ๆกับวัดอาซากุสะซึ่งสามารถมองเห็นโตเกียวสกายทรี และถ่ายรูปคู่ได้ อิอิ เราอ่านไม่ละเอียดเอง เข้าใจผิดไปเองนั่นแหละ55)

ถ่ายรูปเสร็จ วันนี้ก็จะมีพิเศษคืออาหารกลางวันฟรีซึ่งเค้าก็บอกว่าเป็นร้านที่เก่าแก่เป็นเบนโตะ ที่ขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ซึ่งก็โอเคอยู่ค่ะ กินได้ อร่อย สมราคา ไม่เวอร์วังเหมือนขาปูยักษ์

จากนั้นก็จะพาไป Shopping ตามย่านแหล่งช็อปปิ้งดังดัง เช่น ชินจุกุ ชิบุย่า ให้เวลาแต่ละที่ก็ประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งก็ดีกว่ามาเองเพราะว่าสามารถ Shopping ของหนักหนักได้เยอะแยะแล้วไม่ต้องแบกขึ้นรถไฟช็อปเสร็จก็เอาขึ้นมาเก็บไปบนรถบัสแล้วก็กลับไปพักที่โรงแรมแล้วก็ขึ้นรถบัสกลับอะไรประมาณนั้น

วันสุดท้ายที่ขึ้นเครื่องกลับต้องออกจากโรงแรมตั้งแต่เช้าตรู่ 6.00 (ซึ่งวันนี้ก็ถือเป็นหนึ่งวันในโปรแกรมทัวร์นะ สรุปเอาจริงๆก็ได้เที่ยวที่ 3 วันเต็มค่ะ)

พอไปถึงก็ไปรับของที่ไกด์เขานำมาเสนอขายบนรถตั้งแต่วันแรกๆ ซึ่งก็จะเป็นพวกขนม เครื่องสำอาง ซึ่งคงเป็นบริษัทที่เขาโคกันไว้ค่ะ เพราะว่าปกติขนมพวกนี้ไปเดินตามร้านทั่วไปจะหาซื้อไม่ได้ซึ่งเค้าก็ไม่ได้ยัดเยียดขายนะคะ เค้าก็เอามาให้ชิมแล้วก็เอาใบราคาแต่ละตัวมาให้ดูใครสนใจก็ติ๊กติ๊กสั่งไป กรุ๊ปเราก็มีคนสั่งไปเยอะเหมือนกันค่ะตัวเราเองก็สั่งไม่ได้ซีเรียสว่าต้องช่วยเค้าซื้อ แต่ซื้อเพราะว่าเราอยากได้จริงๆไม่ซื้อเค้าก็ไม่ว่า

(ลูกบัวรู้สึกว่าธุรกิจที่เอาสินค้าไปจำหน่ายบนรถบัสแบบนี้น่าสนใจมาก อยากเอาสินค้าตัวเองขึ้นไปจำหน่ายให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในเมืองไทยบ้าง ใครพอจะแนะนำได้ช่วยแจ้งเข้ามาด้วยนะคะ)

ไปถึงสนามบินกว่าจะเช็คอิน กว่าจะผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง เดินไปที่เครื่องแทบไม่มีเวลาได้ Shopping เลยค่ะเพราะเวลากระชั้นชิดมากและเดี๋ยวนี้ที่ดิวตี้ฟรีญี่ปุ่นโดยเฉพาะส่วนขนมและของฝากแถวจะยาวมากมากๆมากๆมากๆเลยนะคะใครต้องการซื้อต้องเผื่อเวลาไปเยอะหน่อย

ส่วนลูกบัวตั้งใจจะไปซื้อขนมกลับมากินที่ไทยก็หมดสิทธิ์ เพราะไม่ทันจริงๆเสียดายมาก คือมันจะเหมาะถ้าเดินทางกันกับเพื่อนแล้วคนหนึ่งไปหยิบของเลือกของ อีกคนก็ต่อแถวทิ้งไว้ พอเลือกของเสร็จหยิบของเสร็จ ก็จะใกล้ถึงคิวจ่ายเงินของเราพอดีค่ะ...ถ้าไปเลือกเองแล้วกลับมาต่อคิว ต้องมีเวลาประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมงได้

⭕️สรุปแล้วเราโอเคนะ กับทัวร์นี้ ถือว่าคุ้มค่า เกินราคาที่เสียไปค่ะ จะแอบเสียดายก็แต่เวลาที่ต้องไปนั่งบนรถเยอะไปหน่อย แต่ก็นั่นแหละถ้าไม่นั่งบนรถแบบนี้จะเดินทางไปแต่ละที่ซึ่งมันอยู่ไกลกันได้ยังไง หากมาเองก็คงลำบากและได้ไม่ครบแบบนี้ค่ะ

🇯🇵ตัวลูกบัวเองเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นน่าจะประมาณ 70 ครั้ง (ยังไม่ถึง 100 ค่ะอิอิ) ซึ่งการมาแต่ละครั้งก็แตกต่างกันไป ส่วนใหญ่ก็จะบินมาทำงานซึ่งเวลาเที่ยวก็จะเที่ยวแค่ในตัวเมือง Shopping ซื้อของกินข้าว หรือเวลามาเที่ยวเองก็จะเน้นการนั่งรถไฟไปตามสถานที่ต่างๆ เพิ่งจะมีโอกาสได้มาใช้บริการทัวร์ญี่ปุ่นครั้งนี้ครั้งแรก

🌷ซึ่งลูกบัวรู้สึกว่าเฮ้ยมันดีมากเลยนะ มันเหมาะสำหรับการที่พาครอบครัว คนแก่หรือเด็กมาเที่ยว เพราะว่าสะดวก ไม่เหนื่อย หรือหากเหนื่อยก็นั่งพักบนรถ ไม่ต้องหิ้วของหนักขึ้นรถไฟ ไม่ต้องคอยคิดว่าจะเดินทางยังไงไปทางไหน ไม่ต้องกลัวหลงแค่จำไว้ว่าเค้านัดตรงไหนให้มาตรงจุดนั้นให้ได้ก็พอ ที่สำคัญประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากเลย

และการมาเที่ยวกับทัวร์สามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ดีค่ะเพราะเราจะรู้งบประมาณที่จะต้องจ่าย ใครที่ต้องการเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งแรกลองใช้บริการกับบริษัททัวร์ก็ไม่เลวนะคะ หรือใครที่เคยมาบ่อยแล้วอยากเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้างสำหรับราคานี้ลูกบัวถือว่าโอเคมากๆเลยค่ะ ...

ช่วงนี้แค่จะจองตั๋วเครื่องบินมาเองก็ 20,000 กว่าบาทแล้วค่ะ ไหนจะค่าโรงแรม ค่าเดินทาง ค่ากิน 30,000 บาทต้องมีค่ะ แต่ซื้อผ่านทัวร์ได้ราคาถูกเพราะว่าเหมือนมาหารกันมาแชร์กันเดินทางเลยถูกลงค่ะ

📌หมายเหตุ : การรีวิวครั้งนี้เป็นทริปประเทศญี่ปุ่นนะคะซึ่งประเทศนี้เค้าไม่ค่อยเน้นการยัดเยียดขายของ แต่ถ้าจะซื้อทัวร์แล้วเดินทางไปในประเทศที่เขาเน้นการยัดเยียดขายของให้ลูกทัวร์เช่น เกาหลี จีน ไต้หวัน ฮ่องกง เซินเจิ้น และอีกหลายๆ ประเทศ ก็ต้องทำใจค่ะ มันอาจจะไม่ได้สนุกหรือราบลื่นเหมือนกับทัวร์ญี่ปุ่นนะคะ

และทริปนี้ได้เพื่อนร่วมทางที่ดีมีมารยาทไม่ส่งเสียงดังในรถบัส เวลานัดก็มาตรงเวลาไม่ช้า ไกด์ก็ดีช่วยเหลืออย่างดี ไม่มียัดเยียดขายของไม่พูดมากไม่เวิ่นเว้อ

🌷ตอนนี้ลูกบัวก็กำลังเล็งจะซื้อโปรโมชั่นไฟไหม้ไปเที่ยวประเทศอื่นอีกค่ะ ... คือบางทีการไปเที่ยวเองบ่อยๆ มันก็เบื่อเหมือนกันที่ต้องมานั่งคิดว่าจะเดินทางยังไงจะไปไหนยังไง...ซื้อทัวร์เลยง่ายดี

ปีนี้ตั้งใจไว้แล้วด้วยว่า จะทำงานให้น้อยลง และจะให้เวลากับตัวเองมากขึ้นจะเที่ยวมากขึ้น❤️

ปล. ถึงแม้ว่าจะประทับใจกับบริษัททัวร์นี้แต่ก็ไม่สามารถบอกชื่อบริษัทที่ซื้อได้นะคะเนื่องจากว่าไม่อยากจะแนะนำกลัวว่าหากคุณไปซื้อแล้วถ้ามันไม่ดีจะกลายเป็นว่าเราผิด เอาเป็นว่าให้มองภาพรวมก็แล้วกันนะคะว่าโปรโมชั่นแบบนี้มันมีจริงๆ แต่ก็เลือกบริษัทที่ไว้ใจได้ด้วยนะคะเอาชื่อบริษัทมาหาข้อมูลจากในอินเตอร์เน็ตดูคร่าวๆ ค่ะ จากนั้นก็ไปลุ้นกันเอาเอง😍

---------------------------------------

🙏ขอบพระคุณที่ตามติดติดตามนะคะ ถูกใจกด like กด share หรือจะติดตามเราผ่าน line official ได้นะคะ

หรือเข้าไปที่เพจ : ตามติดชีวิตแอร์ฯ (ลูกบัว) www.facebook.com/happytofly

😇ไลน์ ID : @suirenthailand (พิมพ์ตัว @ ด้วยนะคะ)

หรือคลิกลิงค์นี้จากมือถือคุณเพื่อแอดไลน์ตามติดชีวิตแอร์ฯ ได้เลยค่ะ https://goo.gl/wHepRL

มีอะไรจะอัพเดทตลอดเวลาค่ะ  ขอบคุณค่ะ

 




คอมเมนต์อ่านได้เฉพาะเจ้าของ
แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คอลลาเจนเข้มข้น (นำเข้าจากนิวซีแลนด์)

ชื่อแบรนด์ : เฟิร์สท ไพรส์ ชื่อสินค้า : มารีน คอลลาเจน ปริมาณ : 100 กรัม ประเทศผู้ผลิต : นิวซีแลนด์ ราคา 1 กระปุก 650 บาท 2 กระปุก 1,200 บาท (@600) 6 กระปุก 3,000 บาท (@500)

View All
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


ชอบอะไรใน Blog นี้กันบ้างเอ่ย?
ชอบแวะมาดูรูป
17 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องท่องเที่ยว
42 คน
ชอบแวะมาอ่านเรื่องแอร์ๆ ชีวิตการทำงาน
183 คน
ชอบหมดเลย ทั้งรูปทั้งเรื่อง
910 คน
อื่นๆ (ส่งความคิดเห็นมาหลังไมค์ได้ค่ะ)
29 คน

  โหวต 1181 คน