• ทนายเบิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-04-13
  • จำนวนเรื่อง : 1553
  • จำนวนผู้ชม : 3995639
  • ส่ง msg :
  • โหวต 460 คน
ทนายเบิ้ม ณ สัมมากร
บทความที่เผยแพร่นี้ เกิดขึ้นจากมุมมองและความคิด ด้วยสติสัมปะชัญญะ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบทุกประการ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/hardcorelawyer
วันพฤหัสบดี ที่ 15 กรกฎาคม 2553
Posted by ทนายเบิ้ม , ผู้อ่าน : 8727 , 09:24:20 น.  
หมวด : ดนตรี

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



บอกเล่าเกี่ยวกับบทเพลง : นกเขาไฟ

น้าหมู พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ หรือที่ใครๆ เรียกว่า "กวีศรีชาวไร่" เป็นสมาชิกคนหนึ่ง

ของวงดนตรีเพื่อชีวิต คาราวาน ยุคเริ่มต้น รวมทั้งได้"เข้าป่า" ไปพร้อมกับคาราวาน และ

นักศึกษาในยุค 6 ตุลา 2519 แต่ความเป็นศิลปินเพลงของเขา เริ่มต้นเมื่อกลับออกมาจาก

ป่าแล้ว เพลงที่สร้างชื่อเสียงให้ พงษ์เทพ มากที่สุด เห็นจะเป็น 'ตังเก' เพลงสามช่าสนุกๆ

ที่อยู่ในอัลบั้ม คนจนรุ่นใหม่ แต่เพลงที่จะนำเสนอ ณ ที่นี้ เป็นเพลงในชุดแรก ช่วงแรกๆของ

ชีวิตนักดนตรี 'นกเขาไฟ' เพลงที่บางคนบอกว่า นี่คือ เพลงที่ดีที่สุด ลุ่มลึกที่สุดของ พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ หลังจากกลับออกมาจากป่า พงษ์เทพก็พักอาศัยอยู่กับ 'วิสา คัญทัพ' ที่แฟลต

การเคหะ คลองจั่น โดยใช้เวลาที่ไม่มีอะไรทำ หัดเล่นกีตาร์ (ตอนเล่นกับคาราวาน เล่นตำแหน่ง

เพอร์คัสชั่น) โดยแกะทำนองเพลง ซอล่องน่าน ของชนชาติลัวะ จังหวัดน่าน ที่ได้ยินติดหูมาจาก

ในป่า นำมาเป็นทำนอง แล้วแต่งเนื้อร้องลงไป ซึ่งก็เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเหตุการณ์ในป่าเช่นกัน

และเนื่องจากเป็นเพลงพื้นบ้าน เพลงชุดนี้จึงไม่มีความถูกต้อง ในแง่ของหลักทฤษฎีเพลงสากล

เช่น ไม่มีท่อนแยก ท่อนฮุก ท่อนร้อง1 ร้อง2 เป็นต้น และที่ว่าเป็นชุด ก็เพราะพงษ์เทพ นำทำนอง

นี้ แต่งเป็นเพลง 3 เพลง ได้แก่ นกเขาไฟ, ลิงทะโมน และจูบฟ้าฝากดิน

'นกเขาไฟ'พูดถึงประเพณีการหาคู่ ของคนลัวะ ซึ่งเขียนบรรยายไว้ค่อนข้างละเอียด และโดด

เด่นทางวรรณศิลป์ ด้วยภาษาที่เข้าใจยาก บวกทำนองเพลงพื้นบ้าน เพลงจึงไม่ได้รับความนิยม

ในช่วงที่เทปชุดแรกออกวางแผง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ศิลปะที่แท้จริงย่อมมีคุณค่าในตัวเอง ก็แสดง

ให้เห็นถึงคุณค่าของมัน

ทีนี้ ลองติดตามเรื่องราวของ'นกเขาไฟ' กันครับ :

"กลับออกมาจากป่าปี 2524 เข้าไป 19 ได้เจอเรื่องหนึ่งที่ผมเขียน แล้วก็ได้การยอมรับพอสมควร

ในเรื่องเพลง นั่นก็คือ นกเขาไฟ ไปทำไร่อยู่จังหวัดน่าน ตอนนั้นพี่หงาอยู่น่านใต้ ผมอยู่น่านเหนือ

คือ...ผู้หญิงที่นั้น เป็นคนแข็งแรง แข็งแรงมากๆ เลย แบบ...ข้าวเป็นถังๆ ใหญ่ๆ เป็นเปอะ ใส่หน้า

ผากแล้วก็เดินขึ้นภูสูงๆๆ แข็งแรงจริงๆ ทำไร่ ฟัดไร่ ปลูกข้าวโพด ปลูกข้าว เป็นผู้หญิงที่แข็งแรง

ความแข็งแรง ทำให้รู้สึก...รู้สึก มีอารมณ์ (ฮา) คือ..อารมณ์ที่จะมองว่าเธอทำไมถึงแข็งแรง (ฮา)

ก็ได้ดูแล้วก็ได้เรียนรู้ ได้เข้าใจเธอว่า เธออยู่ได้เพราะความรัก เธออยู่ได้ด้วยการรัก รักตรงนี้ รัก

ห้วยตัวนี้ รักป่าผืนนี้ รักต้นไม้ที่ให้ประโยชน์ต่อชีวิต ให้เป็นยาเป็นอะไร และรักคนคนหนึ่งที่ทำไร่อยู่

ข้างๆ ทีนี้ไร่ของชาวบ้านมันอยู่ไกลกันนะครับ เป็นลูกเขา ลูกภูเลย ไอ้จะไปวิ่งจีบกันเหมือนศูนย์การ

ค้า พลาซ่านั้นไม่ได้แน่ๆ ก็ใช้วิธีของธรรมชาติ ก็คือ เอาใบไม้ไปหักขวางทางไว้ให้รู้ว่า...มาน่ะ

อย่างเงี๊ยะ ละก็...ทำอะไรทุกวิถีทางที่เกี่ยวกับธรรมชาติเอา เอามาสื่อ สื่อความหมายเป็นการ

เคาะไม้ไผ่ การเรียกกัน การอะไรต้องใช้ธรรมชาติทั้งหมด จนกระทั่ง มีประเพณีอันหนึ่งที่น่ารัก

คือ ผู้หญิงบอกรักผู้ชาย ...สวยงามจริงๆ ผมขออนุญาตย้อนเล่า ผมเคยเล่าเมื่อสักปี 25-26 มาแล้ว

คือ คนลัวะจะบอกรักกัน คือ ผู้หญิงบอกรักผู้ชาย คือการมวนบุหรี่ให้ บุหรี่ของเธอนี่จะต้องปลูก

ยาสูบเอง แล้วเก็บยาสูบที่แก่แล้วเนี่ยะ มาห่อใบตองตึงไว้ หมักด้วยน้ำผึ้ง ในมุมหนึ่งในห้องนอน

ของเธอ พอหมักน้ำผึ้งได้ที่ ก็ต้องเอามาตากน้ำค้างอีก เมื่อตากน้ำค้างเสร็จก็จะสอย สอยยาเอง

สอยสวยๆสอยงามๆ พอสอยเสร็จ ยามวนจะต้องห่อด้วยใบสลอเปรา สลอเปรานี่เป็นต้นไม้ยืนต้นที่

อยู่บนภูเขา ที่แข็งแแรง แล้วใบสลอเปราจะร่วงในขณะที่ยังเหลืองอยู่ ยังไม่แก่ ไม่แห้งร่วง พอเหลืองๆ ร่วงลงมาสักขณะหนึ่ง สองสามวันก็จะนุ่ม มวนบุหรี่ได้พอดี แล้วมันจะมีความหอมของ

ไม้ตัวนี้ แล้วเธอก็รู้อีกว่า เมื่อมวนใบสลอเปราแล้ว บุหรี่ถ้าถือไว้มันก็จะคลี่คลายออก ต้องเอาด้าย

แดงมามัด คือ สีแดง เป็นสีที่สุดยอดที่สุดของคนภูเขา แล้วด้ายสีแดงเนี่ยะ ต้องทำมาจากต้นกัญชา

ซึ่งคนบนเขาเรียกว่า กัญชง คือเขาจะปลูกต้นกัญชา หรือกัญชงไว้เยอะๆ เพื่อทำเสื้อผ้า เพื่อถักทอ

เป็นธรรมชาติ แล้วก็เอาไอ้...เปลือกของต้นกัญชง หรือกัญชาน้อยนี่ ลอกจากต้นที่แก่แล้ว มัดเป็น

มัด ปล่อยยาวๆ ไปทิ้งไว้ในสายแม่น้ำ ในห้วย เอาหินทับไว้ ให้น้ำในห้วยมันพัด พัดขัดเกลาเส้นใย

ที่อ่อนแอหลุดไปกับสายน้ำ เหลือเส้นที่แข็งแรงสู้กับแม่น้ำได้ เป็นเส้นที่เหนียวที่สุด นุ่มที่สุด ขึ้น

มาแล้วถักเป็นเส้นด้าย ฟั่นเป็นเส้นด้าย แล้วไปเอาเปลือกไม้ฝาด มาทุบๆๆ ยอมสี เป็นสีแดง แล้วก็

พันบุหรี่ ยื่นให้ผู้ชาย โดยไม่ต้องพูดอะไร เขารู้ว่า ฉันรักเธอ

อืมฮืม...ทำไมเธอมีเวลาขนาดนั้น (ฮา) คือถ้าคนบ้านเราน่ะ ตายห่าไปก่อนแน่ ไม่ได้รักกัน ตาย

แน่ๆ เลย ถูกฉุดไปหมดแล้วป่านเนี๊ยะ (ฮา) นั่นหมายถึงความนุ่มนวล ความลึกซึ้งที่จะทำความรัก

ให้เป็นเรื่องของสังคม เรื่องของครอบครัว ถ้าเธอสามารถอดทนได้ ทำได้ขนาดนี้ ผู้ชายรับรู้ และ

เข้าใจตรงนี้ได้ ครอบครัวนี้ต้องมีความสุขแน่ๆ เลย ผมคิดอย่างนะ เพราะงั้นเขาถึงเปรียบผู้หญิงที่

นั่นว่าเป็น นกเขาไฟ เป็นนกที่แข็งแรง ปราดเปรียว เข้าใจภูเขา อดทนเมื่อมีความรัก....

เมื่อเวลาตีข้าว ก็จะซ้อนฟ่อนข้าว สาวๆก็จะเอาดอกไม้แดง ก็คือ ดอกหงอนไก่ ซ่อนไว้ที่ฟ่อนข้าว

ที่นี้ พอผู้ชายคนไหนตีข้าวแล้ว ไปเจอดอกไม้แดง ก็จะเอาดอกหงอนไก่ไปให้ผู้หญิงที่อยู่ในวงตี

ข้าวนี่ นั่นก็หมายความว่า มีจิตใจผูกพัน อยากพูดด้วย อยากคุยด้วย แล้ววันนั้น เป็นประเพณี ก็คือ

ถ้าผู้หญิงคนไหน ได้รับดอกไม้หรือดอกหงอนไก่จากผู้ชาย ผู้หญิงคนนั้นก็จะ ทำตัว ทำอารมณ์เข้า

ร่วม เหมือนกับเป็นแฟนกัน อะไรอย่างนี้ เพียงแต่วันนั้น วันต่อไปก็ค่อยสืบสาว ราวเรื่อง หาที่อยู่ที่

กินกันไปแล้วแต่ เป็นประเพณีที่สวยงามจริง..."


ที่มา   http://www.innnews.co.th/wb/show_Home.php?category=innnews&No=10046

นกเขาไฟ
คำร้อง, ทำนอง : พงษ์เทพ กระโดนชำนาญ

ภูบ่สูง แต่ว่าห้วยมันลึก ภูบ่ลึก แต่ว่าเมืองมันไกล
ภูบ่เล็ก แต่ว่าฟ้ามันใหญ่ นกเขาไฟ พาใจเรามา
ดอกไม้ มาแซมเสียบผม เด็ดดม ชมทั่วภูผา
เรียงร้อย เป็นถ้อยมาลา โปรดมา รับมาลัยแห้ง
ดอกไม้ มาลัยห้อยคอ แก้มหนอ ก็ทาสีแดง
ผ้าถุง นั้นอีหล้าฮักแห้ง เสื้อแดง แต่งแต้มลายดอก

ภูบ่สูง แต่ว่าห้วยมันลึก ภูบ่ลึก แต่ว่าเมืองมันไกล
ภูบ่เล็ก แต่ว่าฟ้ามันใหญ่ นกเขาไฟ บินร่ายเริงลม.
เจ้าฟ้อน ไม่อ่อนแต่สวย ผ้ามวยโพกสวยสุดสม
ผิวคล้ำ ผมดำ ตาตม เอวกลม ฟ้อนรอบกองไฟ
สูบยา พันด้ายสีแดง ลงแรง ถางดงพงไพร
ดอกเหงื่อ มันหอมหวลนวลใย สุขใจ ไร่ข้าวหอมกรุ่น

ภูบ่สูง แต่ว่าห้วยมันลึก ภูบ่ลึก แต่ว่าเมืองมันไกล
ภูบ่เล็ก แต่ว่าฟ้ามันใหญ่ นกเขาไฟ ลงไร่ปลายนา
ดอกไม้ มาแซมเสียบผม เด็ดดม ชมทั่วภูผา
เรียงร้อย เป็นถ้อยมาลา โปรดมา รับมาลัยแห้ง
ดอกไม้ ซ่อนในรวงข้าว หนุ่มสาว เจ้าช่วยออกแรง
ตีข้าว เอาดอกไม้แดง ญาติแย่ง ไปรอบลอมฟาง

ภูบ่สูง แต่ว่าห้วยมันลึก ภูบ่ลึก แต่ว่าเมืองมันไกล
ภูบ่เล็ก แต่ว่าฟ้ามันใหญ่ นกเขาไฟ ดวงใจชาวดอย
ภูผา เวลาเย็นย่ำ ถิ่นถ้ำ เสียงน้ำตกย้อย
หนุ่มสาว คลอเคล้าใจลอย เกี่ยวก้อย นกน้อยละเมอ
ภูผา เวลาย่ำค่ำ ถิ่นถ้ำ เสียงน้ำตกเพ้อ
นกน้อย ใจลอยละเมอ เกี่ยวเธอ ฟ้อนรอบกองไฟ
เกี่ยวเธอ ฟ้อนรอบกองไฟ
เกี่ยวเธอ ฟ้อนรอบกองไฟ







อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
jonathan_seagull วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seagull

เพลงนี้วงโฮปเอาไปร้องก็เพราะ
เนื้อหาดี ทำนองดีซะอย่าง ไม่มีท่อนฮุก...ก็เพราะได้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
นักอ่าน วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pongthep25

ขอบคุณเรื่องราวดีดี ที่เอาแบ่งปันครับ
ผมเป็นแฟนเพลง น้าหมู มานานแล้วครับ เรื่องนี้เคยได้ยินน้าหมู เล่าให้ฟังในคอนเสิร์ต แต่มาอ่านอีกรอบก็ยังชอบอยู่ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
the-chicshop วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thechicshop

+1

เพิ่มความรู้ให้อีกแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปุ๊กขอนแก่น วันที่ : 15/07/2010 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konkhonkaen

ขอบคุณมากๆครับ
ที่นำเรื่องราวเบื้องหลังบทเพลงดัง "นกเขาไฟ"
มาให้ได้รับทราบถึงที่มาของเพลงนี้
ปกติผมชอบมาก ชอบภาษาที่สวยงาม ที่กวีศรีชาวไร่ ได้บรรจงเขียนขึ้นมาอย่างละเมียดละไมย

ยิ่งรู้ที่มาที่ไปยิ่งทำให้รักเพลงนี้มากขึ้นครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]