• ทนายเบิ้ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2010-04-13
  • จำนวนเรื่อง : 1553
  • จำนวนผู้ชม : 4007584
  • ส่ง msg :
  • โหวต 460 คน
ทนายเบิ้ม ณ สัมมากร
บทความที่เผยแพร่นี้ เกิดขึ้นจากมุมมองและความคิด ด้วยสติสัมปะชัญญะ ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบทุกประการ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/hardcorelawyer
วันพฤหัสบดี ที่ 25 ตุลาคม 2555
Posted by ทนายเบิ้ม , ผู้อ่าน : 1016 , 17:07:12 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน fahsaisai โหวตเรื่องนี้

๒๘ ตุลาคม ๕๕ ที่สนามม้านางเลิ้ง คนจะไปเพียงครั้งเดียว แล้วไม่ไปต่อ หรือมีครั้งที่ ๒-๓-๔ ต่อไปไม่อาจคาดเเดา อยู่ที่ความจริงใจต่อคระผู้จัดงาน พลเอกบุญเลิศจะคิดแบบ เสธ. หรือ ข้าราชการเกษียณ จะทันเหลี่ยมเฉลิม ผู้ค่ำหวอดทางการเมืองระดับเขี้ยวลากดิน ที่การขอเข้าพบเมื่อวานนี้ เหมือนกับหยิบยืมอุบายของโจโฉ เมื่อคราวยุแยงตะแตงรั่วให้หันซุยผิดใจกับม้าเฉียว จนเกิดความระแวง ซึ่งกันและกัน

คราวนี้ จุดไม่ติด ไม่เป็นไร คราวหน้าจุดใหม่ก็ได้ แต่ถ้ามาเกิน ๒ ใน ๔ ของสถานที่ ครั้งต่อไป มีแน่ และน่าคิดในแนวทางของรูปขบวนที่เกิดขึ้นกดดันรัฐบาลนี้ แม้จะปรับคระรัฐมนตรี ก็เป็นการปรับเพื่อลดแรงกระเพื่อมในพรรคของตน และเพื่อทำให้แรงกดดันการอภิปรายไวม่ไว้วางใจเบาบางลง แต่เมื่อถึงคราวทีมป้อแป้ ตำสำรองในระดับตัวจริงลงมาจะช่วยอะไรได้ กาารรักษาอายุรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์คือสิ่งที่จำเป็นที่สุด

โจทย์สามข้อของเสธ.อ้ายนั้น เอาแค่ข้อ ๑. ปล่อยให้มีการจาบจ้วงสถาบัน แค่นี้รัฐบาลนี้ก็เถียงไม่ออกแล้ว หลักฐานก็เต็มที่เว็บยูทูป เฟสบุ๊ค และเว็บสีของพวกนั้น วึ่งแต่ละช๊อตคนไทยที่เป็นคนที่มีสำนึกในความเป็นคนไทย เขาไม่ทำกัน

ทักษิณ กับพวก กับสีของตน ต่างสถาปนาตนเองเป็นฝ่ายประชาธิปไตย แล้วเรียกอีกฝ่ายว่าฝ่ายอำมาตย์ หลังจากที่ฝ่ายประธิปไตยรุกไล่หนัก ๒ ปีซ้อน ๒-๕๓ ตบท้ายกับเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง และความกังขาในเรื่องของชายชุดดำ แตวันนี้ทั้งสองฝ่ายต่างอยู่ในภาวะที่นิ่ง แต่ฝ่ายอำมาตย์นิ่งกว่า จนแทบไม่มีเรื่องราวใดๆกระเซ็นกระสายออกมา

ในขณะเดียวกันฝ่ายทักษิณหรือฝ่ายประชาธิปไตยในขณะที่รอนั้น ก็จัดระบบโยกย้ายข้าราชการเอาคนของฝ่ายตนเองเข้ามา โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งตอนนี้เหมือนรัฐๆหนึ่งทีเดียว และรัฐบาลก็ได้เดินหน้านโยบายประชานิยมตามที่หาเสียงไว้ พยายามเข้าไปแทรกแซงกองทัพ ที่ดูเหมือนตอนนี้จะเข้าไปได้บ้างแล้ว และยังหาทางเจาะเข้าต่อไป แต่อำนาจหลักที่พลพรรคหน้าเหลี่ยมยังแทรกไม่ได้ คืออำนาจตุลาการ ซึ่งเสมือนเป็นหอกข้างแคร่ของทักษิณแอนด์เดอะแก๊งค์ทีเดียว ถ้ายึดไม่ได้ ก็ต้องลดอำนาจเสีย เชื่อว่า คิดกันแบบนี้

๑. แบ่งแยก ๒. ทำลาย ๓. ปรองดอง ๔. ทักษิณกลับไทย ๕. รีเซ๊ตประเทศ นี่คือ ๕ ข้อ ที่ฝ่ายต่อต้านทักษิณเกรงที่สุด ว่าจะเกิดขึ้นจริง พฤติกรรมเหล่านี้ ต้องเริ่มจากโจทย์ข้อที่ ๑. ของเสธ.อ้ายที่ตั้งไว้ และพร้อมที่จะนำมาเผยแพร่ที่สนามม้านางเลิ้งในวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๕๕ นี้ ถ้าชี้ชัดว่ารัฐบาลจงใจหรือเจตนปล่อยปละละเลย ให้มีขึ้นอย่างชุกชุมจริงๆ ๔ ข้อ ที่กล่าวมา ก็อาจนำมาผสมผสานให้เห็นภาพได้

อำนาจบริหารอยู่ในมือ อำนาจนิติบัญญัติเหลือเฟือ รัฐบาลกับสภาอยู่มา ๑ ปีเศษแต่สิ่งที่ทำไม่ได้แม้ใกล้เคียงคือการนำทักษิณกลับประเทศไทย ทั้งๆที่พร้อมทุกอย่าง แต่ถ้าหักลำทำไปทันที แน่นอน พลังต่อต้านจากมวลชนข้างนอก ย่อมเป็นแรงส่งเพื่อกดดันรัฐบาลที่มีน้องสาวทักษิณเป็นนายกได้ เพราะยิ่งลักษณ์จะมีน้ำอดน้ำทนขนาดไหน ถ้าโดนมวลชนกดดันอย่างรุนแรง ดังนั้น การนิ่งของทักษิณ คือเหมือนรอโอกาส รออะไรสักอย่าง ซึ่งถ้าทำไม่ได้ดั่งหวัง รับรองว่าปิดประตูกลับบ้านถาวรแน่

ในส่วนฝ่ายอำมาตย์แม้จะอยู่นิ่งๆเหมือนหุ่นขี้ผึ้ง แต่ก็มีกลุ่มคน ซึ่งไม่สามารรถจำแนกได้ว่าเป็นฝ่ายอำมาตย์หรือไม่ ต่างก็ออกมาชี้ถึงความบกพร่องในการบริหารงานของรัฐบาล การทุจริต การเอาด้วยช่วยพวกเดียวกันเอง อย่างเรื่อยๆ โดยเฉพาะเรื่องจำนำข้าว ซึ่งเหมือนจุดตายของรัฐบาล เพราะยิ่งทำไป ระยะยาว บาดแผลต่างๆก็จะปริขึ้นมาให้เห็นเรื่อยๆ

ความชอบธรรมคือสิ่งที่รัฐบาลจ้องรักษาไว้ ในขณะเดียวกัน ถ้ารักษาไม่ได้ อายุของรัฐบาลอาจจบลงไปทันที

การนิ่งทั้งสองฝ่ายที่เกิดขึ้ัน ก็คือ ฝ่ายทักษิณนิ่ง เมื่อถึงเวลาและโอกาสที่เหมาะสม เมื่อนั้น ก็จะรุกไล่ปิดเกมส์ทันที ส่วนการนิ่งของฝ่ายอำมาตย์นั้น คือ นิ่งเสมือนเฉยชา ดูรัฐบาลสร้างความผิดพลาดเอง จากการบ้อท่าไร้ปัญญาแก้ปัญหาเศรษกิจ การทุจริตคอรับชั่นที่มีอยู่กลาดเกลื่อน และความผิดพลาดนั้น รัฐบาลล้มลงไป โดยไม่สามรถจะลุกขึ้นมาได้อีก

"ซุนวู"ผู้เขียนตำราพิชัยสงครามในการรบอันลือลั่น เจ้าของนิยามคำว่า"รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง"ได้เกริ่นนำไว้ในตำราตนก่อนที่จะไปถึง ๑๓ บท ในกลยุทธการศึก มีใจความสำคัญว่า

"สงครามทุกรูปแบบ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของกลอุบาย"และ "นโยบายที่ดีที่สุดของการชนะสงคราม คือ การทำให้ข้าศึก ยอมแพ้โดยไม่ต้องสู้รบ"

หมายถึง การใช้สติปัญญา ความรอบรู้ กำหนดแผนยุทธศาสตร์ เพื่อทำลายล้างข้าศึก หรือทำให้ข้าศึก เกิดความอ่อนแอภายในเสียก่อนที่จะต้องใช้กำลังทหารเข้าทุ่มเท

ซุนวูกล่าวว่า.....

"แม่ทัพที่ชำนาญการสงคราม เอาชนะข้าศึกได้โดยมิต้องสู้รบ ยึดเมืองได้โดยมิต้องใช้กำลังเข้าตี  และล้มอาณาจักรของศัตรูได้โดยมิต้องทำการรบเรื้อรัง"

"ผู้ทำสงครามโดยหวังชัยชนะ" ดวรปฏิบัติตามหลักสำคัญ ๓ ประการ :-

            ๑. ทำสงครามให้สุดสิ้นเด็ดขาด ด้วยระยะเวลาสั้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
            ๒. ทำสงครามโดยให้สูญเสียทรัพย์สินสิ่งของ ชีวิตทหาร และการใช้ความพยายามให้น้อยที่สุด
            ๓. สร้างความเสียหายให้ข้าศึกมากที่สุด โดยตัวเองมีความเสียหายน้อยที่สุด

"หลักสำคัญที่ซุนวูยึดถือ" คือ ความสามัคคีกลมเกลียวของประชาชนในบ้านเมือง สิ่งจำเป็นยิ่งที่จะช่วยให้ชนะสงครามได้ คือ ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของบ้านเมือง            

"แม่ทัพที่ฉลาด" จะสร้างสถานการณ์ที่ช่วยทำให้เขาแน่ใจได้ว่า จะช่วยให้เขาตัดสินใจได้รวดเร็ว         

ซุนวูย้ำเสมอว่า สิ่งจำเป็นที่สุดในการทำสงคราม คือ "ความสามารถในการโจมตีที่ความคิดของข้าศึก"  

ยุทธวิธีของแม่ทัพผู้สามารถ ขึ้นอยู่กับการนำเอาการรบแบบธรรมดา (เจิ้ง) และการรบแบบพิสดาร (ฉี) มาใช้ให้ถูกต้อง ผสมผสานกันโดยเหมาะสม จะให้ผลในทางที่ดีเสมอ

เจิ้งกับฉี เปรียบได้กับวงแหวนสองวง เกี่ยวกันอยู่ ใครเล่าจะบอกได้ว่า ห่วงกลมทั้งสองที่คล้องกันอยู่นั้น เริ่มคล้องที่ใดและสิ้นสุดตรงไหน  ปฏิบัติการของกำลังส่วนที่เป็นฉี  หรือพิสดารเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ข้าศึก ไม่คาดคิดเสมอ

"แม่ทัพที่ดี รู้จักระมัดระวัง รอคอย แต่ไม่รีรอลังเล"  เขาเห็นโอกาสเปิดเขาลงมือกระทำการ โดยฉับพลันทันที และเด็ดขาด

ทฤษฎีของซุนวู ให้รู้จักปรับตนเองได้ตามสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น ซุนวูเห็นว่า ผู้ที่ไม่รู้จักเลือกใช้พื้นที่ให้ ถูกต้อง ย่อมเป็นแม่ทัพมิได้"

"ไม่มีบ้านเมืองใดที่ได้ประโยชน์จากการทำสงครามยืดเยื้อ"ซึ่งเป็น "เมาเซตุง"ได้นำมาใช้ในยุทธวิธี ดังหลักการว่า"เอ็งมาข้ามุด เอ็งหยุดข้าแหย่ เอ็งแย่ข้าตี เอ็งหนีข้าตาม" ซึ่งทราบกันดีว่ามาจากของทฤษฎีของซุนวู

                ๑. เมื่อข้าศึกรุก เราถอย
                ๒. เมื่อข้าศึกหยุดพัก เรารบกวน
                ๓. เมื่อข้าศึกอิดโรยหลีกเลี่ยงการสู้รบ เราเข้าตี
                ๔. เมื่อข้าศึกถอย เราติดตามทำลาย

ฉะนั้น ยุทธวิธีของเมาเซตุง จึงไม่ใช่ความคิดใหม่ของเมาเซตุง ที่แท้มาจากความคิดและทฤษฎีตามตำราพิชัยสงครามของซุนวูนั่นเอง

ถ้าเป็นเช่นกรณี ๒ ฝ่ายในไทย ฝ่ายหนึ่งกุมอำนาจรัฐ ย่อมได้เปรียบ ใช่หรือไม่ ก้ไม่เสมอไป ถ้าประชาชนทนไม่ไหว ทหารที่จงรักภัคดีต่อชาติศาสน์กษัตริย์ ไม่ใช่มีเพียงพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา คนเดียว กรณีนี้จะเกิดได้จากการหลอมรวมเป็น ๑ เดียว หากจะเกิดขึ้นได้ ก็คือ หากปล่อยไว้ชาติจะเกิดวิกิฤติครั้งยิ่งใหญ่ ที่ไม่อาจหยุดยั้งได้เลย

ฝ่ายทักษิณแม้จะใช้แผนนิ่ง แต่ถ้ามีช่องว่างรูโหว่เมื่อไร เร่งเกมส์แน่ๆ สำคัญที่่ฝ่ายอำมาตย์ที่ดูเหมือนนิ่งเฉยนี้ จะเยือกเย็นเป็นน้ำแข็งอีกนานเท่าไร ถ้าถึงขนาดรัฐล้มเหลว และประชาชนทั้งประเทศรับได้ เพราะอยู่ไป ก็คงถึงคราวกัดก้อนเกลือกินเป็นแน่ แต่ถ้านิ่งเฉยไปเรื่อยๆ ถึงขนาดปล่อยให้ประเทศล่มจม ก็คงต้องไปตั้งไข่มาใหม่ เช่นนี้ ไม่ดีแน่นอน รัฐบาลนี้จะมีอายุขัย 8 ปี 4ปี 2 ปี หรือจะเป็นอีก 2 เดือน คงไม่มีใครรู้ได้ แต่เกมส์ยาวแบบนี้ อยู่ที่ใจของแต่ละฝ่าย 

ตอนนี้ยังไม่จบ และตอนต่อไป ก็ยังไม่เขียน แต่คิดว่ามีแน่ เมื่อถึงเวลา





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]