• งานอิสระ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hason028@windowslive.com
  • วันที่สร้าง : 2009-07-28
  • จำนวนเรื่อง : 12
  • จำนวนผู้ชม : 211452
  • ส่ง msg :
  • โหวต 3 คน
ชีวิตอิสระไปวันๆ
งานอิสระ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/hason
วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม 2552
Posted by งานอิสระ , ผู้อ่าน : 7654 , 12:35:42 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วัยรุ่นบ้านป่าหลวง อำเภอยะหริ่งกับภูมิปัญญาท้องถิ่น      
เมื่อ กล่าวถึงวัยรุ่นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ความรู้สึกของคนทั่วทุกภาค จะมองวัยรุ่นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตามทิศทางการนำเสนอข่าวจากสื่อต่าง ๆ บ่อยครั้งว่าวัยรุ่นสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกชักชวนให้เข้าไปมีส่วนร่วมกับเหตุการณ์อยู่เสมอ
ด้วย สาเหตุมาจากด้านการศึกษา ศาสนา สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ภาพที่สะท้อนออกมาจากการมองในลักษณะอย่างนี้ กลายมาเป็นตราบาปให้กับวัยรุ่นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่วัยรุ่นส่วนมากยังดำเนินชีวิตไปในทิศทางที่สังคมควรจะยกย่อง และนำเอาไปเป็นแบบอย่างในการพัฒนากับวัยรุ่นกลุ่มอื่น ๆ ยิ่งวัยรุ่นที่ไม่มีโอกาสทางด้านการศึกษาในระดับอุดมศึกษา  แต่ สามารถร่วมกลุ่มกันได้เพื่อสืบสานอนุรักษ์ด้านศิลปะ จากการนำเอาวัสดุภายในท้องถิ่นมาสร้างชิ้นงาน สร้างรายได้ กลายเป็นเอกลักษณ์แห่งความงามของชุมชน
         การ ตั้งชื่อเรื่องว่าวัยรุ่นกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ได้ให้ความหมายกับวัยรุ่นโดยทั่วไป แต่จะกล่าวถึงวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ได้เข้ามาร่วมกิจกรรมงานมหกรรมศิลป วัฒนธรรมครั้งที่ 14 ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 10 กรกฎาคม 2549 ที่ผ่านมา ได้มีร้านค้า หน่วยงานราชการ เอกชน และการ สาธิตและจำหน่ายสินค้าOTOP  เข้า ร่วมทำกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย แต่ที่จะนำเสนอในวันนี้ เป็นกลุ่มวัยรุ่นจากบ้านป่าหลวง ตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ที่ได้รวมกลุ่มกันสร้างชิ้นงานขึ้นมาโดดเด่นต่อผู้คนที่เข้าร่วมชมงานมหกรรม ศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 14  วัยรุ่นกลุ่มนี้ได้จัดตั้งชมรมด้วยการนำเอากะลามะพร้าวที่มีอยู่ในท้องถิ่นของตนเองนำมาสร้างชิ้นงานในนาม  “ชมรมเตะกระป๋อง ”





                ผู้เข้ามาชมงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่14 และ ได้มีโอกาสขึ้นไปหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ของสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทุกคนต้องเข้าไปเยี่ยมชมการสาธิตการนำเอากะลามะพร้าวและวัสดุอื่นๆ ที่มีอยู่ภายในท้องถิ่นของกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ติดป้ายข้างหน้าว่า “ชมรมเตะกระป๋อง” ประมาณ 15 คน โดยทุกคนจะทำหน้าที่ในการสาธิตอยู่ตลอดเวลา และมีการโชว์ผลงานที่ได้สร้างขึ้นมาไว้ข้างหน้า ทุกชิ้นเป็นวัสดุที่มีอยู่ภายในท้องถิ่น โดยเน้นวัสดุจากกะลามะพร้าวเป็นหลัก จาก การนั่งร่วมวงพูดคุย โดยมี นายเฉลิมชัย โสวิรัตน์ ประธานชมรม และนายมานะ เจ๊ะมะรองประธานชมรม ได้พูดถึงเรื่องราวการตั้งชมรม เริ่มต้นจากการไม่มีงานทำ นำมาซึ่งการรวมแก๊งตามริมถนน เพื่อฟังวิทยุของ มอ.ปัตตานี เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของการรวมกลุ่มตามริมถนนเพียงเพื่อความเพลิดเพลิน สนุกสนาน ทำให้นายเฉลิมชัย โสวิรัตน์ มีความคิดที่จะทำอะไรขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อรุ่นน้องและชุมชน จึงได้เกิดการรวมตัวแต่ละแก๊งขึ้นมาตั้งเป็นชมรมเตะกระป๋อง
การรวมตัวของวัยรุ่นบ้านป่าหลวงกับคำว่า “แก๊ง”
                วัยรุ่นกับคำว่า “แก๊ง” เป็นของคู่กันภายในชุมชน ดังนั้นวัยรุ่นภายในชุมชนบ้านป่าหลวงก็เหมือนกัน จะมีการรวมตัวกันและจัดตั้งแก๊งขึ้นมา หมู่บ้านป่าหลวง ตั้งอยู่ในตำบลยามู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีคลอง    ยะหริ่งรอบล้อม ทำให้หมู่บ้านป่าหลวงเหมือนกับเป็นเกาะ มีประชาชนเป็นชาวไทยมุสลิม 100% ประมาณ 84 หลังคาเรือน วัยรุ่นส่วนใหญ่เรียนจบแค่ ป6 น้อยคนที่มีโอกาสเรียนระดับมัธยมศึกษาต้อนปลาย และประมาณ 4-5 คนที่จบปริญญาตรี วัยรุ่นส่วนใหญ่เมื่อจบป.6 แล้ว จะประกอบอาชีพภายในหมู่บ้าน โดยเฉพาะการเลี้ยงปลากระพง ทำให้มีเวลาว่างในช่วงเวลากลางคืน ซึ่งภายในหมู่บ้านป่าหลวงไม่มีแสงสีเสียง เหมือนในตัวเมืองปัตตานี วัยรุ่นส่วนใหญ่จึงต้องมีการรวมตัวกันตามริมถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งจะมีวิทยุ 1 เครื่อง กับกีตาร์ 1 ตัว เพื่อหาความสุขจากการฟังรายการเพลง และรายการเพลงที่กลุ่มวัยรุ่นบ้านป่าหลวงนิยมมากที่สุดรายการหนึ่งก็คือ รายการวิทยุ มอ.ปัตตานี   การรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นในช่วงแรก ๆ นั้น มีประมาณ 6-7 คน ทุกคนต่างมีลักษณะนิสัย และบุคลิกการแสดงออกที่คล้ายกัน จึงได้ตั้งชื่อกลุ่มของตนเองว่า  “แก๊งกาซ่าร์” และการเกิดแก๊งกาซาร์ภายในชุมชนขึ้นมา กลายเป็นการจุดฉนวนให้วัยรุ่นคนอื่น ๆ เข้ามาสมทบในการรวมกลุ่มตามริมถนนเพื่อฟังรายการเพลงวิทยุของ มอ.ปัตตานี และระหว่างที่ดีเจยังไม่เปิดเพลง ทุกคนจะล้อมวงเล่นกีตาร์ บางคืนนำปลาที่เลี้ยงไว้มาย่างร่วมวงกินด้วยกัน
                ช่วงเวลา 21.00 น. – 24.00 น. วัยรุ่นในหมู่บ้านต่างจะรู้ถึงจุดนัดพบตามริมถนน ทุกคืนจะมีกลุ่มวัยรุ่นมารวมกลุ่มกันประมาณ 20-30 คน เพื่อแย่งชิงกันโทรศัพท์ไปขอเพลง ถ้ากลุ่มใดขอเพลงและ ดีเจ เปิดให้ก่อนกลุ่มอื่น ก็จะมีเสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะในคืนนั้น เมื่อวันเวลาการรวมกลุ่มกันดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง ทำให้ทุกคนภายในกลุ่มเริ่มรู้นิสัยของวัยรุ่นแต่ละคน จึงทำให้มีการแยกกันนั่งคุยกันเป็นกลุ่มบนริมถนน ถึงเกิดเป็นแก๊งต่าง ๆ ขึ้นมา โดยกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้ให้ความหมายการรวมแก๊งขึ้นมาว่า เพื่อต้องการเพื่อนที่มีลักษณะนิสัยที่คล้ายกัน ค่อยปรึกษาหารือ พูดคุย ต้องมีสมาชิกประมาณ 2 คน ขึ้นไป ทำให้เกิดแก๊งขึ้นมาภายในกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ประมาณ 8 แก๊งด้วยกัน คือ
                1. แก๊งกาซ่าร์ มีสมาชิกอยู่ภายในแก๊ง 7 คน ด้วยกัน ซึ่งเป็นแก๊งที่เกิดขึ้นมาก่อนแก๊งอื่น ๆ โดยมีนายเฉลิมชัย โสวิรัตน์เป็นหัวหน้าแก๊ง การตั้งชื่อว่า แก๊งกาซ่าร์ เพราะทางกลุ่มชอบความหมายของ คำว่า     กาซ่าร์ ตามภาษายาวี แปลว่า อลังการ ยิ่งใหญ่ สุดยอด กลุ่มนี้มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย
                2. แก๊งสามตัวร้อย แก๊งนี้มีลักษณะนิสัยชอบคุยโทรศัพท์ตลอดทั้งวันทั้งคืน ทุกกลุ่มเลยตั้ง สโลแกนให้ว่า “กลุ่มบริโภคความรัก” และที่สำคัญคือชอบใส่เสื้อผ้ามือสอง 3 ตัวหนึ่งร้อยบาท แต่ความหมายอีกอย่างหนึ่งที่ให้เข้ากับนิสัยของแก๊งนี้เกี่ยวกับความรัก พวกเขาให้ความหมาย คำว่า 3 ตัว คือ ตัวที่ 1คือ ร ตัวที่ 2 คือ ไม้หันอากาศ ตัวที่ 3 คือ ตัว ก สามตัวรวมกันแปลว่า รัก
                3. แก๊ง 4 คูณ100 แก๊ง นี้ลักษณะนิสัยค่อนข้างเสเพล และเป็นแก๊งที่เคยทดลองสิ่งเสพติดมาก่อน แต่ทุกคนที่เข้าแก๊งสำนึกได้ และเลิกสิ่งเสพติดทั้งหมด มีสมาชิกด้วยกัน 4 คนโดยสมาชิกอีกหนึ่งคนตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการเข้ารับการบำบัดยาเสพติด คำว่า 4 คูณ100 มาจากการผสมของสิ่งเสพติด4ตัวด้วยกันคือ 1.ใบกระท่อม 2.ยาแก้ไอ 3.ยากันยุง            4. น้ำโค้ก
                4. แก๊ง หร่อยโถ่ย สมาชิกแก๊งนี้ทุกคนจะรู้ว่าเป็นวัยรุ่นที่ไม่ได้เรื่องราวอะไร ทำอะไรไม่เป็น คิดจะทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง จึงได้ชื่อเป็นภาษาท้องถิ่นว่า “หร่อยโถย” แต่ตอนนี้แก๊งนี้สามารถทำอะไรได้หลายอย่างและเป็นที่ยอมรับของแก๊งอื่นมากขึ้น
                5. แก๊ง รักสามเศร้า เป็นแก๊งที่ชอบจีบผู้หญิงภายในหมู่บ้าน แต่ไม่เคยสมหวังอกหักตลอดเวลา จึงได้ชื่อว่า รักสามเศร้า แต่บทบาทของแก๊งนี้ในปัจจุบันหมดไปแล้ว ไม่สามารถรวมกันเป็นแก๊งได้
                6. แก๊งจิ้กโก้ขาแด็ฟ สมาชิกแก๊งนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบแต่งตัว เป็นผู้นำแฟชั่นของวัยรุ่นภายในหมู่บ้าน มีสมาชิกอยู่ 5 คน
                7. แก๊งกาตุง สมาชิกกลุ่มนี้เป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 13-15 ปี เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่อ่อนวัยกว่าแก๊งอื่น ๆ ที่ได้ชื่อว่า กาตุง เพราะกาตุง เป็นภาษาถิ่นที่แปลว่า แมลงเม่า เป็นแก๊งยังอ่อนหัด แต่เวลาได้กลิ่นของกินเวลาใด แก๊งกาตุงจะมาถึงก่อนแก๊งอื่นๆ แต่แก๊งนี้เวลามีอะไรทำที่ชมรมจะเป็นกองหนุนในการช่วยเหลือได้ตลอดเวลา
                8. แก๊งสองสาววัยเวริ์ค เป็นแก๊งของผู้หญิงสองคนที่มีวัยต่างกัน คนหนึ่งอายุ 80 ปี อีกคนหนึ่งอายุ 18 ปี ทั้งสองคนทำหน้าที่เป็นแม่บ้านของชมรม ในการที่จะช่วยปัดกวาด และเก็บข้าวของ
                จากคำบอกเล่าสมาชิกของชมรมเตะ กระป๋อง ถึงการรวมแก๊งของกลุ่มวันรุ่นภายในชุมชนว่า เหมือนกับเป็นดาบสองคม เพราะสามารถถูกชักชวนทำในสิ่งต่าง ๆ ได้ ทั้งเรื่องที่ดีและไม่ดี ยิ่งสถานการณ์ความไม่สงบในปัจจุบัน ยิ่งทำให้เป็นเป้าหมายความหวาดระแวง สงสัย จากชุมชนและสังคมภายนอก
ความสัมพันธ์ระหว่างแก๊งกับชมรม “เตะกระป๋อง”
                เมื่อ วัยรุ่นภายในชุมชนได้รวมตัวกันเป็นแก๊งต่าง ๆ บนริมถนน ด้วยจุดประสงค์หลัก คือ การฟังเพลงและความสนุกสนานตามประสาวัยรุ่นบ้านป่าหลวงไปได้ระยะหนึ่ง ทำให้เกิดมีการตั้งคำถามภายในแก๊งต่าง ๆ ในช่วงเวลานั่งคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน โดยนายเฉลิมชัย โสวิรัตน์ ซึ่งหัวหน้าแก๊งกาซ่าร์ และเป็นที่ยอมรับของวัยรุ่นในหมู่บ้าน ต้องการรวมแก๊งต่าง ๆ ทั้งหมดมาเป็นชมรม เพื่อต้องการสร้างงานและรายได้ในการเลี้ยงตัวเอง เพราะการรวมตัวเป็นแก๊งตามริมถนน นำมาซึ่งการไม่เห็นด้วยของคนเฒ่าคนแก่ภายในหมู่บ้าน ด้วยเหตุผลจากสถานการณ์ในปัจจุบัน  หลังจากนั้นทุก คืนที่มีการร่วมตัวกันตามริมถนนของแก๊งต่าง ๆ จึงได้มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดในการรวมแก๊งๆ ขึ้นมา จึงได้เกิดเป็นชมรม “เตะกระป๋อง”
                 คำ ว่า เตะกระป๋อง เป็นภาษาถิ่นภายในชุมชนที่บ่งบอกว่า เป็นวัยรุ่นที่ไม่มีงานทำ ว่างงาน และไม่เป็นที่ต้องการของชุมชน แนวคิดการที่จะรวมแก๊งทั้งหมดขึ้นมาเป็นชมรมนั้น นายเฉลิมชัย โสวิรัตน์ บอกว่า ชมรมมีความหมายที่แตกต่างจากคำว่า แก๊ง เพราะชมรมเป็นการรวมตัวจากแก๊งต่างๆ เพื่อให้เป็นหนึ่งเดียวในการทำงาน สร้างรายได้ ให้เกิดประโยชน์ภายในชมรม แต่คำว่า แก๊ง รวมตัวขึ้นมาเพื่อความสนุกสนานเพลิดเพลิน เมื่อเกิดเป็นชมรมขึ้นมา ทุกคนต่างเริ่มมีแนวความคิดของตนเองมาที่การสร้างงาน สร้างรายได้ และมองหาความถนัดของแต่ละแก๊งที่จะผลิตชิ้นงานในนามของชมรมเตะกระป๋อง จุดเด่นของผลงานทุกชิ้นจะมาจากวัสดุภายในหมู่บ้าน คือการนำกะลามะพร้าว และวัสดุภายในชุมชนมาเกาะสลักเป็นรูปต่าง ๆ  
     




 การ สร้างชิ้นงานในช่วงเริ่มก่อตั้งชมรม ยังเป็นแบบคลาสสิคตามความคิดของวัยรุ่น ผลงานแต่ละชิ้นไม่มีแบบตัวอย่าง ไม่มีชื่อ มองเห็นวัสดุที่มีอยู่ก็นำมาเกาะสลักให้เข้ากัน ทุกชิ้นงานจะมีกะลามะพร้าวเป็นแกนหลัก ยังไม่มีลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ของชมรม วันออกงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมครั้งที่ 14 ผู้เข้าชมให้ความสนใจ เสนอราคาในการขอซื้อ เช่น รูปที่ 1 ราคา 1,500 บาท รูปที่ 2 ราคา 250 บาท โดยราคามาตั้งขึ้นในวันนั้น จากผู้ที่เข้าเยี่ยมชน ซึ่งมีทั้งอาจารย์ หน่วยงาน และบุคคลทั่วไป พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปรับเปลี่ยนชิ้นงาน และการกำหนดราคา




ชมรมเตะกระป๋องบริเวณบาซา
       การ สร้างงานด้วยวัสดุจากธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาดันแปลง แกะสลัก ตกแต่งเป็นรูปต่าง ๆ ได้รับการสนับสนุนการกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้เฒ่าผู้แก่ภายในชุมชนมากขึ้น ทางชมรมจึงได้ตกลงด้วยกันในการสร้าง บาซา หรือภาษาไทยเรียกว่า กระท่อม ขึ้นมาหนึ่งหลังเพื่อเป็นที่ทำการของชมรม ดังนั้นการสร้างงานทุกอย่างมาทำที่บริเวณบาซา เมื่อชมรมเตะกระป๋องได้เกิดขึ้นอย่างเป็นทางการตามความรู้สึกของแก๊งต่าง ๆ แล้ว การชุมนุมบนท้องถนนแบบแก๊งได้เลื่อนหายไป บริเวณบาซาของชมรมเป็นที่ประชุมสมาชิกแก๊งต่าง ๆ แทน แต่เวลาเข้าชมรมแก๊งต่าง ๆ จะสลายตัวเป็นหนึ่งเดียวคือ สมาชิกชมรมเตะกระป๋อง และเมื่อรองประธานซึ่งเคยเป็นช่างตัดผมมาก่อน ชื่อว่า นายมานะ เจ๊ะมะ ซึ่งเป็นสมาชิกคนเดียวที่อยู่หมู่ที่ 2 สมาชิกนอกจากนั้นจะอยู่หมู่ที่ 3 ทั้ง หมด ซึ่งนายมานะ เจ๊ะมะ มีความชำนาญด้านตัดผม เลยมีการตกลงที่จะสร้างบาซาขึ้นมาอีกหนึ่งหลัง เพื่อไว้สำหรับบริการประชาชนรวมทั้งเด็กและผู้ใหญ่ภายในชุมชนได้ใช้บริการ นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของชมรมที่สามารถสร้างบาซาขึ้นมาใหม่ติดกับหลังเก่า เพื่อไว้สำหรับทำการของชมรม 1 หลัง และไว้สำหรับบริการชุมชนในการตัดผมอีก 1 หลัง
           ผลงานในช่วงต่อมาเริ่มมีการผลิตเป็นลาย ได้แก่ ลายประจำเมืองปัตตานี ทางชมรมจะใช้กะลามะพร้าวและลายปัตตานีเป็นเอกลักษณ์ในการสร้างชิ้นงานของ ชมรม นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการสร้างผลงานชิ้นเล็ก ๆ ออกมาไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า กำไล แหวน เป็นต้น ซึ่งเป็นที่สนใจของผู้ที่เข้าเยี่ยมชมงาน และขอซื้อเป็นจำนวนมาก
ความหวังกับการเข้าร่วมงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม
                การเข้าร่วมงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมครั้งที่ 14 ที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เพื่อต้องการจุดประกายความหวังให้กับสมาชิกภายในชมรม และต้องการให้หน่วยงานภายนอกได้เข้ามามีส่วนในการช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ผ่านการมองเห็นคุณค่าชิ้นงานที่สะท้อนออกมาด้วยกลุ่มวัยรุ่นในนามของชมรม “เตะกระป๋อง”  ตั้งแต่ ก่อตั้งชมรมขึ้นมาไม่เคยได้ออกงานที่ไหนมาก่อน และเครื่องมือในการผลิตชิ้นงานต่าง ๆ นั้นยังไม่มี มีแต่อุปกรณ์ที่พอจะหาได้ในชุมชนเท่านั้น เมื่อได้รับข่าวสารจากเจ้าหน้าที่ของสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนาให้ เข้าร่วมการสาธิตและจำหน่วยสินค้าOTOP ทางชมรมมี ความต้องการอย่างมากที่จะเข้าร่วมการสาธิตชิ้นงาน เลยต้องไปยืมเครื่องมือจากหน่วยงานอื่นที่รู้จัก เพื่อจะนำมาสาธิตชิ้นงานและเป็นการเปิดตัวต่อสังคมภายนอกอย่างเป็นทางการ ครั้งแรก และการเข้าร่วมงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมถือว่าประสบความสำเร็จมากกว่าที่คิดเอา ไว้ เพราะมีหลายหน่วยงานให้ความสนใจและพร้อมที่จะช่วยเหลือ แต่การช่วยเหลือยังไม่ได้เป็นรูปธรรมชัดเจน บวกกับเหตุการณ์ความไม่สงบของบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องที่ลำบากใจต่อหน่วยงานต่าง ๆ ในการลงพื้นที่เพื่อไปดูการผลิตชิ้นงาน ที่ทำการบริหารของชมรมเตะกระป๋อง  ทาง ชมรมยังไม่ได้ตั้งความหวังเอาไว้ แต่ทั้งนี้ทางประธานชมรมได้บอกว่า หมู่บ้านป่าหลวง เป็นหมู่บ้านสันติสุข การร่วมกลุ่มของชมรมเพื่อต้องการสร้างชิ้นงาน และที่สำคัญต้องการให้วัยรุ่นภายในชุมชนได้มีงานทำ มีรายได้
แนวคิดการบริหารของชมรมกับความสำเร็จในอนาคต
                จาก การร่วมวงพูดคุยกับชมรมเตะกระป๋องในวันนั้น ทำให้เราได้รับรู้ถึงวิถีชีวิตของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่สามารถต่อสู้กับสภาพ สังคมที่ซับซ้อน เพื่อที่จะสร้างรายได้เลี้ยงตัวเอง และช่วยพยุงกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านมิให้หลงผิด สร้างปัญหาให้กับสังคม แต่สิ่งที่ทางชมรมกำลังต่อสู้ด้วยกำลังความคิด กำลังทรัพย์ จากพื้นฐานการศึกษาน้อย และที่สำคัญทุกคนอยู่ในช่วงของวัยรุ่น วัยที่เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของการดำเนินชีวิต ทำให้บทบาทและหน้าที่ของประธานชมรม คือนายเฉลิมชัย โสวิรัตน์ และรองประธานชมรมคือนายมานะ เจ๊ะมะ ต้องรับภาระในการดูแลสมาชิกในชมรมให้เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือ เพราะสมาชิกในกลุ่มทั้งหมดมีสองคนเท่านั้นที่มีอาชีพหลัก คือประธานและรองประธานชมรม คือ ทำงานเป็น อส. (สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน) เงินเดือน 4,500 บาท ภาระหน้าที่ของทั้งสองต้องดูแลครอบครัวและดูแลสมาชิกในชมรม บางครั้งนำมาซึ่งความไม่เข้าใจต่อสมาชิกภายในครอบครัว
                โดย เฉพาะประธานชมรมต้องรับภาระหนัก จึงต้องมีการบริหารจัดการตามรูปแบบกำลังของตน โดยเงินเดือนจากการเป็น อส. (อาสารักษาดินแดน) ต้องนำไปใช้จ่ายในครอบครัว ดังนั้นทุกวันจะต้องหางานพิเศษนอกเหนือจากงานในชมรมเพื่อให้สมาชิกในชมรมได้ มีงานทำ เพื่อนำเงินมาบริหารภายในชมรม โดยมี กระบอกไม้ไผ่หนึ่งอัน เป็นที่เก็บสะสมเงินของชมรม โดยมีกติกาที่ทุกคนให้การยอมรับ คือ เงินที่ทำงานพิเศษ ครึ่งหนึ่งของรายได้ต้องนำมาใส่ในกระบอกไม้ไผ่ พอถึงหนึ่งเดือน จึงทำการผ่าและนำเงินมาบริหารภายในชมรมเดือนต่อเดือน
                ทุก คนภายในชมรมต้องทำงานพิเศษ ไม่เว้นแม้แต่ประธานและรองประธาน จากคำบอกกล่าวของสมาชิกว่า ทุกวันประธานจะต้องหาเงินเข้าชมรม โดยไปขอทำงานภายในชุมชนต่อกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตามหมู่บ้านต่าง ๆ ซึ่งสมาชิกภายในชมรมสามารถทำงานได้ทุกอย่าง ที่เป็นงานสุจริตภายในชุมชน ให้ผู้ว่าจ้างบอกมา และทุกวันนี้สมาชิกส่วนหนึ่งก็มีรายได้จากการเข้าไปเป็นสมาชิกดิเกร์ฮูลู คณะแหลมทราย ซึ่งในคืนวันที่ 10 กรกฎาคม 2549 ก็มีโอกาสแสดงบนเวทีในงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมด้วย
                งานมหกรรมศิลปวัฒนธรรมครั้งที่ 14 ได้ เปิดโอกาสให้วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งในนามชมรมแตะกระป๋องได้เปิด ตัวเองอย่างเป็นทางการ และได้มีหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ได้มองเห็นคุณค่าชิ้นงานทางด้านศิลปะและให้การช่วยเหลือทางด้านต่าง ๆ ของกลุ่มวัยรุ่นที่ไม่มีโอกาสทางด้านการศึกษา แต่มีกำลังความคิด ความสามารถที่จะสร้างชิ้นงานด้านศิลปะด้วยวัสดุในท้องถิ่น  เพื่อ ที่จะให้ชมรมเตะกระป๋อง ได้ดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ เพราะตามกำลังของประธานและสมาชิกในชมรมยังอยู่ในวงแคบ สร้างชิ้นงานขึ้นมา ยังไม่รู้กลุ่มเป้าหมายที่จะนำของไปจำหน่าย ยังมองไม่เห็นตลาดที่จะรองรับ และค่าใช้จ่ายภายในชมรมมีทุกวัน จึงทำให้ประธานมีความกังวล ถ้าวันใดชมรมเตะกระป๋องเกิดยุบตัวขึ้นมาด้วยปัญหาทางด้านการตลาดรองรับชิ้น งาน การเงิน และอื่น ๆ สมาชิกภายในชมรมซึ่งยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ต้องกลับไปสู่สภาพเดิม ๆ อีกครั้งหนึ่ง อันจะนำมาสู่ปัญหาต่อชุมชนและสังคม เพราะจากคำบอกเล่าของประธานชมรมเกี่ยวทัศนคติของวัยรุ่น มักจะเชื่อถือในตัวของรุ่นพี่มากกว่าสมาชิกในครอบครัวของตัวเอง การที่รุ่นพี่จะสร้างตัวเองขึ้นมาเพื่อให้กลุ่มวันรุ่นภายในชุมชนเชื่อถือ เป็นเรื่องที่ยาก แต่ถ้ากลุ่มวัยรุ่นมีความเชื่อถือต่อบุคคลใดแล้ว เป็นเรื่องที่ง่ายที่จะทำให้กลุ่มวัยรุ่นดำเนินรอยตามและเชื่อฟัง
เอกสารอ้างอิง
                สัมภาษณ์สมาชิกชมรมแตะกระป๋อง,  ในงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  วิทยาเขตปัตตานี  วันที่ 9-11 กรกฎาคม 2549.
 นายเฉลิมชัย  โสวิรัตน์     ประธานชมรม (หัวหน้าแก๊งกาซ่าร์)
 นายมานะ เจ๊ะมะ              รองประธานชมรม (แก๊งกาซ่าร์)
 นายมะราวี เบ็ญดารา       เลขา (หัวหน้าแก๊ง 3 ตัว 100)
 นายเฉลิมพล โสวิรัตน์      หัวหน้าฝ่ายผลิต (หัวหน้าแก๊งหร่อยโถ่ย)
 นายอุสมาน ดอเลาะ         ฝ่ายวัตถุดิบ (แก๊ง 3ตัว100)
 นายอับดุรอนิง สมาแอ     หัวหน้าผลิตภัณฑ์เครื่องใช้(แก๊ง3ตัว100)
 นายมูฮัมหมัดอาซัน อาแว  หัวหน้าผลิตภัณพ์ประยุกต์ (แก๊งหาซ่าร์)
 นายอิสมาแอ เบ็ญดารา     (แก๊ง 4 คูณ 100)
 นายมูฮัมหมัด มะลี             (แก๊งหร่อยโถ่ย)
 นายอิสมาแอ มะลี                (แก๊งจิ๊กโก้ขาเดฟ)
 นายมูฮัมหมัดอัลวา มะแซ    (แก๊งกาซ่าร์)
 นายอัสมิง ยีมายอ                (แก๊งหร่อยโก่ย)
 นายมุสตาฟา บีรู                  (หัวหน้าแก๊งรักสามเศร้า)
 นายอับรอเฮม มะดาโอะ        (แก๊งหร่อยโถ่ย)
 ด.ช.มะซาบรี มะลี                 (หัวหน้าแก๊งกาตุง)
 
ที่มาhttp://culture.pn.psu.ac.th/mainpage/index.php?option=com_content&task=view&id=182&Itemid=105
 

 


 

 

 

 

 

โค้ดHi5 โค้ดเพลงHi5หูไม่ตรงกับตา- DJ_maxnum99.mp3



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน