• hathairat2011
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : hathairattrai2005@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2018-05-29
  • จำนวนเรื่อง : 76
  • จำนวนผู้ชม : 9876
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ตำนานอาถรรพ์ อาชญากรโลกไม่ลืม ฆาตกรรมบันลือโลก
เก็บรวบรวมเรื่องราวของตำนาน อาถรรพ์ สิ่งลี้ลับ คดีอาชญากรรม-ฆาตกรรม ที่ตัวเองชอบไว้ในบล๊อกเดียว แบ่งปันเพื่อนคอเดียวกันให้ได้อ่านไปด้วยกัน ก๊อปปี้ไปรบกวนก๊อปไปทั้งหมดนะคะ เพราะในบทความจะใส่ลิงค์ต้นทาง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/hathairat2011
วันเสาร์ ที่ 11 สิงหาคม 2561
Posted by hathairat2011 , ผู้อ่าน : 205 , 13:20:03 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เธอมีความผิดต้องโทษประหารชีวิต จากโทษฐานที่เธอขายความลับให้กับพวกเยอรมัน ทำให้ฝรั่งเศสต้องเสียท่า และยังถูกตราหน้าว่าเธอคือจารชนรหัส H21

เธอคือ มาตา ฮารี ผู้หญิงที่ยังคงทิ้งปริศนาไว้แก่ชาวโลกว่า แท้ที่จริงแล้วเธอคือใครกันแน่ ระหว่างสายลับสุดเซ็กซี่ หรือก็แค่สตรีธรรมดาผู้มีอาชีพเป็นนักระบำเปลื้องผ้าก็เท่านั้น และวันที่ 7 สิงหาคม 1876 หรือเมื่อ 142 ปีก่อน คือวันที่เธอถือกำเนิดขึ้น

มาตา ฮารี เป็นชาวฮอลันดา (ฮอลแลนด์ หรือเนเธอร์แลนด์ในปัจจุบัน) ครอบครัวของเธอมีบ้านอยู่ใกล้กับชายแดนเยอรมนี เธอเกิดในครอบครัวช่างทำหมวกมีอันจะกิน เดิมมีชื่อว่า มากาเรธา เกียร์ทรูดา เซลล์ แต่แล้วหลังพ่อของเธอสิ้นเนื้อประดาตัว เพราะนำเงินไปเล่นหุ้นน้ำมันจนหมด พ่อแม่ของเธอจึงแยกทางกัน เด็กหญิงตัวน้อยแทนที่จะมีชีวิตที่สดใสอย่างที่ควรจะเป็น นอกจากจะเจอกับสภาพของครอบครัวที่แตกแยกล่มสลายแล้ว แม่ของเธอยังตายจากตั้งแต่เธออายุเพียง 14 ปี เท่านั้น

วันวานผ่านไปจนเมื่ออายุได้ 18 ปี สาวน้อยมาตา ฮารี ไปเจอประกาศหาคู่ในหนังสือพิมพ์ โดยฝ่ายชายเป็นนายทหารแม้อายุจะห่างกันคราวพ่อ แต่ รูดอล์ฟ แมคลาว เชื้อสายสก็อต กับวัย 39 ปี ผู้เป็นนายทหารแห่งกองทัพอาณานิคมดัตช์ ที่ประจำอยู่ที่เกาะชวา ก็ไม่ได้แก่เกินไปที่จะมีเมียสาว

ไม่รู้ด้วยเหตุผลกลใด มาตา ฮารี แค่ลองสมัครไปเล่น ๆ แต่ปรากฏว่านายทหารคนนี้เล่นด้วยสุดท้ายพวกเขาได้แต่งงานกัน การแต่งงานทำให้ มาตา ฮารี หรือ เกรธา ชื่อเดิมที่ยังคงใช้อยู่เวลานั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมาก หลายคนอาจโล่งใจว่า ในที่สุดเธอก็ได้มีความสุขในชีวิตเสียที แต่ชีวิตมักเล่นตลกกับเราเสมอ เพราะเมื่อทั้งคู่ย้ายไปใช้ชีวิตร่วมกันที่ชวาซึ่งเป็นอาณานิคมของฮอลันดาสมัยนั้นใน 1895 (พ.ศ.2438) โดยมีลูกชายด้วยกัน คน เกรธาก็เกิดสนใจที่จะใช้เวลาว่างในการฝึกฝนการเต้นระบำแบบพื้นเมืองชวา จนที่สุดก็พบว่าเป็นความถนัด จนกลายเป็นความสามารถติดตัวที่สร้างชื่อให้เธอในภายหลัง

7 ส.ค.2419  รู้จัก


ตามข้อมูลหลายแหล่งยังเล่าตรงกันโดยไม่มีข้อมูลยืนยันว่าจริงหรือไม่ โดยระบุว่า สองผัวเมียหาลำไพ่พิเศษด้วยการหลอกรีดไถเงินจากเหยื่อ ซึ่งเกรธาใช้ลีลายั่วสวาทให้เข้ามาหลงกล จากนั้นฝ่ายสามีจะเข้ามาทำทีว่าจับได้ และต้องการที่จะเอาเรื่อง ทำให้เหยื่อต้องยอมควักสตางค์ให้ไป 
ดังนั้นจึงพูดได้เลยว่า ชีวิตของเกรธาหลังจากนั้นไม่น่าจะดีอย่างที่คาดการณ็กันไว้ เพราะบ้างก็ว่า เธอถูกสามีทำร้ายร่างกาย เพราะหึงหวงที่เกรธาผู้ทรงเสน่ห์มักมีหนุ่ม ๆ มาติดพัน ทำให้ทั้งคู่มักทะเลาะกันอย่างรุนแรงเสมอ

นอกจากนี้ยังว่ากันว่าเกรธานั้นยังเคยติดเชื้อซิฟิลิสจากสามี ซึ่งประชดเธอด้วยการไปมีสัมพันธ์กับผู้หญิงนอกบ้าน และโรคร้ายยังส่งผลไปยังลูก ๆ ของเธอทั้ง นอร์แมน ลูกชายคนโต และ นอน ลูกสาวที่เพิ่งเกิดมาภายหลัง โดยพวกเขาเกิดป่วยหนักอย่างหาสาเหตุไม่ได้ โดยที่สุดนอร์แมนเสียชีวิต เหลือเพียงบุตรสาวที่รอดตายมาได้แบบหวุดหวิด

สุดท้ายทั้งคู่ได้เดินทางกลับฮอลันดาช่วงปี 1902 แต่ได้แยกกันอยู่ในที่สุด เกรธาในวันที่กลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ตัดสินใจย้ายไปหางานทำที่กรุงปารีสในปี 1905 และแน่นอนอาชีพที่เธอสามารถทำได้ คือการเป็นนักเต้นระบำแบบตะวันออก โดยใช้ชื่อในวงการว่า คุณหญิงแมคลาว ก่อนเปลี่ยนไปใช้ชื่อ มาตา ฮารี ภาษามาเลย์ ที่หมายถึงแสงสว่างของดวงอาทิตย์ และที่สุดชื่อของมาตา ฮารี ก็กลายเป็นชื่อที่น้อยคนจะไม่รู้จัก ด้วยลีลาการระบำที่แปลกตาสำหรับชาวยุโรปในยุคนั้น บวกกับชุดระบำที่มีสีสันลวดลายระยิบระยับงดงามน่าหลงใหลยิ่ง แถมยังเต้นด้วยท่วงท่ายั่วยวน และพร้อมที่จะแสดงเนื้อหนังอันเปลือยเปล่าได้อย่างไม่เกรงใจสายตาผู้คน

7 ส.ค.2419  รู้จัก

ภาพจาก https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_5515     

ที่สุดในปี 1906 ขณะที่ชีวิตคู่ของมาตา ฮารี พังพินลง เพราะเธอได้หย่าขาดกับสามีอย่างเป็นทางการ แต่ชีวิตนางระบำของเธอกลับโดดเด่น มีชื่อเสียงยิ่งขึ้นทุกวัน แต่ชีวิตมีขึ้นย่อมมีลง อาชีพนักเต้นย่อมจบลงเมื่ออายุมากขึ้น ว่ากันว่าหลังจากนั้น มาตา ฮารี เปลี่ยนไปเป็นนางบำเรอให้กับชนชั้นสูง ทั้งนักการเมือง และนายทหารมากหน้าหลายตา และหลายเชื้อชาติ แต่ใครกันจะคาดคิดว่า เพียงเพื่อความอยู่รอด เธอกลับถูกต้องสงสัยว่า การที่คลุกคลีอยู่กับผู้คนในกลุ่มที่มีอำนาจทางการเมืองและการทหาร กระทั่งยังเดินทางเข้าออกหลายประเทศ นั้นเพราะเธอเป็นสปาย

แต่ดูเหมือนว่า ข้อมูลหลายแหล่งจะระบุคล้าย ๆ กันว่า เธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานลับ ๆ เพียงเพื่อต้องการยังชีพและช่วยคนรักเท่านั้น

7 ส.ค.2419  รู้จัก

มาตา ฮารี เมื่อถูกจับกุมตัวในปี 1917
ภาพจาก  https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_5515

กล่าวคือ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มาตา ฮารี พำนักอยู่ในเยอรมนี แต่เมื่อเธอเดินทางไปยังฝรั่งเศสทางเยอรมนีก็ยึดทรัพย์สินทั้งหมดของเธอ จากนั้นเธอจึงเดินทางกลับไปฮอลันดา ฝ่ายข่าวกรองของเยอรมนีได้ขอให้เธอเดินทางไปยังฝรั่งเศสในฐานะสายลับแลกกับเงิน 5 หมื่นฟรังซ์ ซึ่งภายหลังเธออ้างว่าเธอรับปากก็เพื่อชดเชยกับทรัพย์สินที่ถูกพวกเยอรมันปล้นไป โดยไม่มีเจตนาที่จะช่วยเหลือพวกเยอรมันแต่อย่างใด

ต่อมาขณะที่อยู่ในปารีสเธอรักกับวาคิม มาสลอฟ นักบินรัสเซียที่ประจำการในกองทัพฝรั่งเศส หากทว่ามาสลอฟ ได้รับบาดเจ็บจนตาบอด มาตา ฮารี ซึ่งต้องการไปเยี่ยมคนรักของเธอที่รักษาตัวอยู่ในแนวหน้า แต่ฝ่ายข่าวกรองฝรั่งเศสได้ยื่นเงื่อนไขกับเธอว่า เธอจะต้องเป็นสายลับให้กับฝรั่งเศสเพื่อล้วงความลับจากเยอรมนีเธอจึงจะมีสิทธิได้เยี่ยมคนรัก โดยเสนอค่าตอบแทนอีกต่างหาก 1 ล้านฟรังซ์

แน่นอนที่ มาตา ฮารี จะยอมรับเงื่อนไขดังกล่าวด้วยหวังจะได้เริ่มชีวิตใหม่กับคนรักใหม่ แต่แล้วขณะที่เธอทำงานลับ ๆ นี่โดยต้องมีความสัมพันธ์กับนายทหารและชนชั้นนำหลากหลาย ปรากว่าช่วงปี 1917 เธอถูกทางการฝรั่งเศสจับกุมตัว และถูกพิจารณคดีเป็นการลับ

กระทั่งศาลตัดสินให้เธอมีความผิดต้องโทษประหารชีวิต โทษฐานที่เธอขายความลับให้กับพวกเยอรมันทำให้ฝรั่งเศสต้องเสียท่า และยังถูกตราหน้าว่าเธอคือจารชนรหัส “H21”

มาตา ฮารี ถูกประหารชีวิตในวันที่ 15 ตุลาคม 2460 ว่ากันว่า ในวาระสุดท้ายของหญิงวัย 41 มาตา ฮารี ขอให้เพชฌฆาตไม่ต้องปิดตาของเธอขณะลั่นไก เธอหมดลมที่ลานแห่งหนึ่งชานกรุงปารีสของฝรั่งเศส ในขณะนั้นแทบไม่มีใครรู้จักว่าเธอคือใครด้วยซ้ำ

7 ส.ค.2419  รู้จัก

การประหารชีวิต มาตา ฮารี 

แน่นอนเรื่องราวของเธอได้ทิ้งปริศนานับแต่วันนั้น มาจนทุกวันนี้ว่าเธอคือใครกันแน่ นอกเหนือจากข้อมูลที่ทางการฝรั่งเศส เพิ่งเปิดเผยเมื่อปี 2017 ที่ผ่านมาว่า เป็นบันทึกการสอบสวนมาตา ฮารีในการสอบปากคำเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1917 เธอยอมรับสารภาพว่าเป็นสายลับให้เยอรมนีจริง แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 1915 ครั้งที่เธออยู่ในกรุงเฮก และไม่สามารถเดินทางกลับกรุงปารีสตามที่ต้องการได้ กงสุลเยอรมันผู้หนึ่งได้เสนอตัวเข้าช่วยเหลือ แต่ก็ขอให้เธอให้ข้อมูลบางอย่างกับเขาเป็นครั้งคราวด้วย ในการให้ปากคำดังกล่าวเธอยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาจะช่วยเหลือเยอรมนีจริง ๆ แต่แค่ตกปากรับคำไปเพราะต้องการเงินก้อนหนึ่งเพื่อใช้หนีกลับกรุงปารีสเท่านั้น เธอสาบานว่าจงรักภักดีต่อฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่เธอช่วยสืบความลับให้ฝรั่งเศสหลายครั้ง แต่น่าเสียดายว่า คำให้การนี้เป็นหลักฐานมัดตัวเธอเองจนทำให้ต้องโทษประหารในที่สุด

หลังมาตา ฮารี เสียชีวิต โรงเรียนแพทย์แห่งหนึ่งในกรุงปารีส ได้นำร่างของเธอไปใช้ในการเรียนการสอนกายวิภาค เพราะไม่มีญาติมาติดต่อขอรับศพ ว่ากันว่าศีรษะของเธอถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์ทางการแพทย์ แต่ภายหลังจากนั้นหลายปีศีรษะนั้นได้หายไป โดยสันนิษฐานกันว่าอาจถูกขโมยลักเอาไป........

 


°.•°•.★* *★ .•°•.°°.•°•.★* *★ .•°•.°°.•°•.★* *★ .•°•.°°.•°•.★* *★

 

ที่มา : http://www.komchadluek.net/news/today-in-history/337947

 

 




/1