• wullopp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 5182
  • จำนวนผู้ชม : 6219848
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1543 คน
บ้านสุขภาพ
บล็อกสุขภาพ เรื่องทั่วไป และ อธิบายด้วยภาพ... นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ วว.รังสีวิทยาทั่วไป, อบ.เวชศาสตร์ครอบครัว, M.P.A.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you
วันพุธ ที่ 7 พฤศจิกายน 2550
Posted by wullopp , ผู้อ่าน : 1182 , 16:35:06 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พวกเราคงจะชื่นชอบหรือชิงชังเจ้าไขมันรอบพุงกันไม่มากก็น้อย บางท่านอาจดูภูมิฐานขึ้นเมื่อมีไขมันรอบพุง วันนี้มีข่าวดีว่า อาหารหลายอย่างมีส่วนช่วยต้านโรคอ้วนลงพุงได้ครับ

ไขมันรอบพุงเป็นไขมันที่สะสมรอบๆ อวัยวะในช่องท้องไม่ได้เป็นไขมันที่ "อยู่เฉยๆ" ทว่า... ทำหน้าที่คล้ายต่อมไร้ท่อที่ปล่อยสารเคมีออกมามากมาย

... 

ท่านอาจารย์เดวิด ซิงเช็งโก บรรณาธิการนิตยสาร "เม็นส์เฮลธ์ (Men's health)" และผู้เขียนหนังสือ "โภชนาการต้านไขมันรอบพุง (The abs diet ultimate nutrition handbook)" กล่าวว่า

กลุ่มสารเคมี "อะดิโพคายส์ (adipokines)" ที่ไขมันรอบพุงปล่อยออกมาได้แก่

... [ Click ] , [ Click ] , [ Click ]

(1). รีซิสทิน (resistin) >

  • เป็นฮอร์โมนที่มีความสัมพันธ์กับระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น เบาหวาน และโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน

(2). พลาสมิโนเจน แอคทิเวเทอร์ อินฮิบิเทอร์ (plasminogen activator inhibitor) >

  • เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือด ทำให้ความเสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจอุดตัน เส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาตเพิ่มขึ้น

(3). อินเทอร์ลิวคิน-6 (interleukin-6) >

  • เพิ่มการอักเสบที่ผนังเส้นเลือดแดง ทำให้คราบไขมันอุดตันที่ผนังเส้นเลือดหนาตัวเร็ว เสี่ยงโรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โรคเส้นเลือดสมองแตก-ตีบตัน อัมพฤกษ์ อัมพาตเพิ่มขึ้น

(4). แองจิโอเทนซิน (angiotensin) >

  •  เพิ่มความดันเลือด

... 

นอกจากไขมันรอบพุงจะปล่อยสารเคมีร้ายๆ ออกมาสู่กระแสเลือดแล้ว เซลล์ไขมันที่โตขึ้นจากการสะสมไขมัน ยังทำให้ระดับสารเคมีฝ่ายดีคือ อะดิโพเนคทิน (adiponectin) ซึ่งทำหน้าที่ต้านการอักเสบมีระดับลดลง

ผลคือ อวัยวะต่างๆ โดยเฉพาะผนังเส้นเลือดจะเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น ตีบตันได้ง่ายขึ้น

...

ข่าวดีคือ มีอาหารดีๆ ที่มีส่วนช่วยต้านโรคอ้วนลงพุง 10 อย่างได้แก่

  1. ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ
  2. ข้าวโอ๊ต
  3. ผักต่างๆ เช่น มะเขือเทศ หัวหอม กระเทียม ฯลฯ
  4. ผักใบเขียว
  5. ถั่วต่าง เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วแดง ฯลฯ
  6. ถั่วเปลือกแข็ง (นัท / nuts) เช่น อัลมอนด์(อันแสนแพง) ฯลฯ... ถั่วที่มีคุณสมบัติคล้ายถั่วเปลือกแข็งมากที่สุดคือ ถั่วลิสงต้ม
  7. นมชนิดไม่มีไขมัน และไม่เติมน้ำตาล
  8. ไข่ขาว
  9. เนื้อไม่ติดมัน ซึ่งผู้ใหญ่ไม่ควรกินมากเกิน (ไม่ควรเกินสัปดาห์ละ 3 ฝ่ามือถ้าไขมันในเลือด หรือโคเลสเตอรอลสูง) เนื่องจากเนื้อไม่ติดมันก็ยังมีไขมันสัตว์แฝงอยู่แบบ "มองไม่เห็น"
  10. ไข่ขาว

... 

อาจารย์ซิงเชงโกแนะนำว่า การกินอาหารต้านอ้วนลงพุงให้ได้ผลดีควรแบ่งเป็นมื้อเล็กๆ วันละหลายมื้อหน่อย ดีที่สุดคือ วันละ 6 มื้อ

ผู้เขียนขอเรียนเพิ่มเติมหน่อยคือ อาหารต้านลงพุงจะออกฤทธิ์ได้ดีขึ้นถ้าทำดังต่อไปนี้

  1. กินมื้อเช้า
  2. ไม่กินข้าวขาว(เปลี่ยนเป็นข้าวกล้อง) มันฝรั่ง เครื่องดื่มเติมน้ำตาล และน้ำผลไม้ ถ้าชอบผลไม้ควรกินทั้งผล และควรกินผลไม้ในสัดส่วนที่น้อยกว่าผักเสมอ
  3. ออกกำลังพื้นฐานทุกวันได้แก่ เดินและเดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส(แทนลิฟต์)... คนเราควรเดินอย่างน้อยวันละ 30 นาที และเพิ่มเป็นอย่างน้อยวันละ 60 นาทีถ้าอ้วน อ้วนลงพุง(เส้นรอบเอวมากกว่า 90 เซนติเมตรในผู้ชาย หรือ 80 เซนติเมตรในผู้หญิง) เป็นโรคเบาหวาน ไขมันในเลือด(โคเลสเตอรอล)สูง หรือความดันเลือดสูง
  4. ไม่จำเป็นต้องออกแรง-ออกกำลังคราวเดียวนานๆ แบ่งเป็นช่วงๆ เช่น เดินคราวละ 10-20 นาที ฯลฯ ก็ได้
  5. ออกกำลังต้านแรง เช่น ยกน้ำหนัก เล่นเวท ดึงสปริง ดึงยางยืด ฯลฯ สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อไว้ ไม่ให้กล้ามเนื้อฝ่อหรือลีบตามอายุที่เพิ่มขึ้น
  6. การออกกำลังต้านแรงไม่ควรฝึกทุกวันติดต่อกัน ควรมีช่วงเว้น เช่น วันเว้นวันขึ้นไป ฯลฯ เพื่อป้องกันโอกาสบาดเจ็บจากการออกกำลัง

...

การป้องกันโรคอ้วนลงพุงช่วยลดความเสี่ยงจากโรคหลายๆ โรคพร้อมกัน ซึ่งคุ้มค่ามากที่จะทำ

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

ที่มา                                                        

  • Thank Reuters & 'Basil & Spice' blog > Beware the belly fat! > [ Click ] , [ Click ] > November 6, 2007.
  • ขอขอบคุณ > อาจารย์ณรงค์ ม่วงตานี + ทีม IT โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี > สนับสนุนด้าน IT.
  • ข้อมูลในบล็อก "บ้านสุขภาพ" เป็นไปเพื่อส่งเสริมสุขภาพ + ป้องกันโรค ไม่ใช่รักษาโรค
  • ท่านที่มีโรคประจำตัว > โปรดปรึกษาหมอ พยาบาล เภสัชกร อนามัยที่ดูแลท่านก่อนนำไปใช้
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 7 พฤศจิกายน 2550.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
wullopp วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณ rirut / น่าลองครับ เชียร์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
wullopp วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณประทีปฯ / เมืองไทยเรามีอาหารดีๆ มากมาย ที่น่าสนใจคือ สมุนไพรไทยมีแนวโน้มจะมีสารพฤกษเคมี และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ออกฤทธิ์ป้องกันโรคได้มากมายทีเดียว...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wullopp วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 17.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณกิตเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
rirut วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rirut

จะลองเอาไปทำดูบ้าง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณ lady / ขอขอบคุณที่จะนำไปเผยแพร่ครับ... เทคโนโลยีทุกวันนี้จะทำให้คนเราอายุยืน + มีโรคมาก เพราะเน้นการรักษาพยาบาล ทีนี้ถ้าเราใส่ใจสุขภาพมากขึ้นหน่อย จะมีโอกาสอายุยืน + มีโรคน้อยได้... เชียร์+เชียร์+เชียร์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ประชุมประทีปไศลภูลี้เขาบังภู วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 17.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puprasit
puprasit

อาหารใกล้เบี้ยใต้ถุนร้าน ข้างรั้ว ในสวนแปลงผักตัวเอง และพืชสมุนไพร ธัญญาพืชของเราเอง ผลไม้ท้องถิ่นไทยเอง กินไว้ไม่บั่นทอนสุขภาพเหมือนผักปัญญาอ่อนทั้งหลาย ครับ เห็นด้วยอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
กิต วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ครับ
ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
lady วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ladystudio

เดี๋ยวจะเอาไปฝากให้เพื่อนดู

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน