• wullopp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 5182
  • จำนวนผู้ชม : 6223124
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1543 คน
บ้านสุขภาพ
บล็อกสุขภาพ เรื่องทั่วไป และ อธิบายด้วยภาพ... นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ วว.รังสีวิทยาทั่วไป, อบ.เวชศาสตร์ครอบครัว, M.P.A.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you
วันพฤหัสบดี ที่ 22 พฤศจิกายน 2550
Posted by wullopp , ผู้อ่าน : 799 , 18:01:45 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพจากสำนักข่าว BBC > [ Click ]

  • ภาพแสดงสัดส่วนคนทำงานต่อคนสูงอายุในญี่ปุ่น ซึ่งน้อยลงไปเรื่อยๆ จากปี 1990, 2000, 2025 หรือ พ.ศ. 2533, 2543, 2568 ตามลำดับ

...

ท่านอาจารย์ฟิลิพพา โฟการ์ที แห่งสำนักข่าว BBC ญี่ปุ่นตีพิมพ์บทความเรื่อง "จะหาเงินมาเลี้ยงสังคมสูงอายุญี่ปุ่นได้อย่างไร" ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มีสัดส่วนคนสูงอายุ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ทำงาน หรือเกษียณงานไปแล้วมากที่สุดในโลก

... 

สัดส่วนคนทำงานต่อคนเกษียณเพิ่มจาก 5.8 ต่อ 1 ในปี พ.ศ. 2533 จะค่อยๆ เพิ่มเป็น 2.1 ต่อ 1 ในปี พ.ศ. 2568

นั่นคือ คนทำงานซึ่งเป็นฝ่ายผู้เสียภาษีจะต้องแบกภาระคนสูงอายุหลังเกษียณซึ่งเป็นฝ่ายใช้เงินภาษีมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการคนสูงอายุ ฯลฯ

...

อาจารย์โฟการ์ทีกล่าวว่า ทางออกมีอยู่ 4 ทางได้แก่

  1. เพิ่มภาษี > ภาษีที่มีโอกาสขึ้นสูงคือ ภาษีบริโภค (consumption tax) ซึ่งมีลักษณะคล้ายภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ซึ่งมีอัตราอยู่ที่ 5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศตะวันตกที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่
  2. เพิ่มงานหลังเกษียณ > คนญี่ปุ่นเชื่อว่า จะต้องทำงานจนถึงอายุ 65 ปีภายในปี พ.ศ. 2573 เพื่อให้มีคนทำงานที่มีส่วนจ่ายภาษีมากขึ้น
  3. เพิ่มอัตราการเกิด หรือกล่าวง่ายๆ คือ ผลิตลูกกันให้มากขึ้น จะได้มีคนหนุ่มสาวเข้ามาทำงานมากขึ้น
  4. เพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริการสุขภาพ โดยจ่ายให้น้อยลง แต่ให้ได้ผลผลิตมากขึ้น เรื่องนี้ก็เข้าข่าย "พูดง่าย-ทำยาก" เช่นกัน

...

ศาสตราจารย์ยูซูชิ อิวาโมโตะ แห่งมหาวิทยาลัยโตเกียวกล่าวว่า ระบบทำงานของญี่ปุ่นมีแนวโน้มจะจ่ายค่าจ้างตามผลผลิต ดังนั้นค่าจ้างคนสูงอายุจึงต่ำกว่าคนวัยหนุ่มสาวหรือวัยกลางคน

ข่าวดีคือ คนญี่ปุ่นค่อนข้างขยัน และชอบทำงาน ตัวอย่างเช่น คุณยามาดะ อายุ 68 ปี ทำงานในหน่วยรักษาความปลอดภัย (รปภ.) ที่ลานจอดรถแห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองโตเกียวกล่าวว่า ดีใจที่ได้ทำงาน และเต็มใจจะทำงานต่อไปตราบเท่าที่ยังมีเรี่ยวมีแรงอยู่

...

เมืองไทยเรามีสัดส่วนคนสูงอายุเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะเรียกว่า เดินตามญี่ปุ่นต้อยๆ เลยก็ว่าได้ ต่างกันที่บ้านเราจนกว่าญี่ปุ่นมาก

การใส่ใจรักษาสุขภาพการเงิน โดยการอยู่แบบพอเพียง หลีกเลี่ยงหนี้สิน ออมทรัพย์ไว้ และใส่ใจสุขภาพเป็นหลักประกันสำคัญที่จะช่วยให้พวกเรามีชีวิตหลังเกษียณที่ดีกว่าการหวังพึ่งแต่รัฐบาลครับ

ที่มา                                                                           

  • Thank BBC > Phillippa Fogarty > How to fund Japan's ageing society > [ Click ] > November 22, 2007.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ > 22 พฤศจิกายน 2550.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
wullopp วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณ thaipay // ขอขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียน และให้กำลังใจครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
thaipays วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 20.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/adsenseblogger

บทความเป็นประโยชน์มากครับ ขอบพระคุณครับผม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... kkhanha // จริงครับ... ขอยืมสำนวนรายการ "ชีพจรโลก" ข่าวเช้าช่อง 9 มาหน่อย "ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป"...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณ... คุณ feng_shui // จริงครับ... น่ากลัวทีเดียว อาจารย์ท่านหนึ่งเพิ่งคำนวณว่า คนเราควรมีเงินออมหลังเกษียณ 4 ล้านบาทจึงจะมีชีวิตที่ดีมากๆ ได้ // ทีนี้ถ้าจะมีชีวิตดีรองลงไปหลังเกษียณ ต้องมีสุขภาพดีหน่อย + อยู่แบบพอเพียงครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kkandha วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kkandha

ถึงจะยังไม่ใกล้วัยเกษียณ แต่เป็นเรื่องไม่ไกลตัวค่ะ ขอบคุณนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
feng_shui วันที่ : 22/11/2007 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

คิดถึงชีวิตหลังเกษียณแล้ว น่าหวาดเสียวค่ะ

นึกแล้ว เราต้องทำงานหนักตลอดวัยทำงาน เพื่อเก็บเงินไว้รักษาตัวเมื่อยามชรา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน