• wullopp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 5182
  • จำนวนผู้ชม : 6188858
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1543 คน
บ้านสุขภาพ
บล็อกสุขภาพ เรื่องทั่วไป และ อธิบายด้วยภาพ... นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ วว.รังสีวิทยาทั่วไป, อบ.เวชศาสตร์ครอบครัว, M.P.A.
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you
วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2552
Posted by wullopp , ผู้อ่าน : 31712 , 23:50:51 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

...

 > [ U Cambridge ]

...

ท่านอาจารย์นายแพทย์ลิพแมน เป็นแพทย์แผนปัจจุบันในอาฟริกาใต้ ทำการรักษาคนอาฟริกาผิวดำยากจนสังเกตว่า

คนที่นั่นจนก็จริง แต่เกือบจะไม่เป็นโรคซึมเศร้า โรคปวดตรงโน้นตรงนี้ (บางคนก็ปวดไปทั่วตัว) หรือโรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเองเลย ต่างจากคนไข้ฝรั่งผิวขาวที่ร่ำรวย

...

ต่อมาท่านไปเรียนต่อสาขาแพทย์แผนจีนและฝังเข็ม ทำให้สนใจการแพทย์แบบองค์รวม (holistic approach) ซึ่งไม่เน้นการรักษาแต่ทางกาย หรือใช้แต่สารเคมี ทว่า... พยายามหาต้นตอ (root out) และกำจัดสาเหตุของโรค

อาจารย์ลิพแมนแนะนำวิธีรักษาอาการอ่อนเพลียแบบธรรมชาติบำบัดไว้ดังต่อไปนี้

...

(1). Cut out caffeine = งดกาเฟอีน

  • งดอาหารและเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน โดยเฉพาะกาแฟ

...

  • กาเฟอีนออกฤทธิ์กระตุ้นได้นานจนถึง 7 ชั่วโมง และอาจนานขึ้นถ้ากินยาคุมกำเนิด ทำให้สารสื่อสมองที่ทำให้หลับทำงานได้น้อยลง และกระตุ้นฮอร์โมนเครียดจากต่อมหมวกไต
  • แอลกอฮอล์ (เหล้า เบียร์ ไวน์ ฯลฯ) ก็ร้ายพอๆ กัน เนื่องจากทำให้สมองได้รับออกซิเจนน้อยลง นอกจากนั้นเครื่องดื่มกลุ่มนี้หลายชนิดยังมีน้ำตาลสูงอีกด้วย

...

(2). Cut out sugar = งดน้ำตาล

  • น้ำตาลทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนเครียดมากขึ้น

...

  • ถ้าอยากดื่มอะไรที่หวานๆ จริง... ควรลอง "สมูตตี (smoothie)" หรือใช้ผลไม้ทั้งผลปั่น ไม่กรองกาก (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรอง)
  • เวลาดื่มน้ำผลไม้ปั่นทั้งผล... ไม่ควรจิบช้าๆ เนื่องจากกรดผลไม้อาจทำให้ฟันสึกได้

... 

  • ทางที่ดีคือ ดื่มให้เร็วหน่อย บ้วนปากแรงๆ หลายครั้งหลังดื่มทันที ไม่แปรงฟันก่อน 30-60 นาที เนื่องจากหลังดื่มน้ำผลไม้ หรือกินผลไม้ใหม่ๆ เคลือบฟันจะอ่อนลงชั่วคราว ถ้าแปรงทันทีอาจทำให้ฟันสึกได้ง่าย
  • ควรกิน "ซูเปอร์ฟูด (superfood = อาหารคุณค่าสูง)" เช่น เบอรี (เมืองไทยเรามี 'mulberry' = ลูกหม่อน) บรอคโคลี ฯลฯ ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายกลับคืนสู่สมดุล (rebalance) ได้เร็ว

...

(3). No processed fats = ไม่กินไขมันแปรรูป

  • ไขมันแปรรูปหรือไขมันทรานส์ (trans fats = ไขมันเติมไฮโดรเจน เช่น เนยขาว ครีมเทียม คอฟฟี่เมต) พบมากในอาหารจานด่วน (ฟาสต์ฟูด) อาหารสำเร็จรูป ขนมกรุบกรอบ เบเกอรี

...

  • ไขมันทรานส์ทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ลดลง เพิ่มโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) และมีส่วนทำให้สุขภาพสมอง ตา ข้อ และผิวหนังแย่ลง

... 

(4). Eat early, eat well = กินแต่เช้า และกิน(อาหาร)ดีๆ

  • ร่างกายคนเรามีระดับการเผาผลาญอาหารสูงสุดในช่วงเที่ยงวัน... อาหารที่ดีคือ อาหารที่กินแต่เช้า (ภายในชั่วโมงแรกหลังตื่นนอน)

...

  • ควรกินมื้อเช้าและมื้อเที่ยงเป็น "มื้อหลัก" หนักไปทางโปรตีน (ถั่ว โปรตีนเกษตร เนื้อไม่ติดมัน ไข่ นมไขมันต่ำ) และไขมัน
  • อาหารมื้อเย็นควรเป็นมื้อเล็กหน่อย หนักไปทางคาร์โบไฮเดรต (คาร์บ = ผลไม้ ผัก ธัญพืช) ที่มีคุณค่าสูง เช่น ผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรอง) ผัก ธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท ฯลฯ)

...

  • อาหารกลุ่มคาร์บช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย (relax) หลับสบาย และช่วยล้างพิษ (detoxity) ในช่วงที่เราหลับอยู่

...

(5). Make your food more colourful = ทำให้อาหารมีสีสัน หรือกินอาหารหลากสี

  • การกินพืชผักหลากสี ซึ่งทำได้ง่ายๆ โดยเทียบสีรุ้ง "ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง" หรือสีไฟจราจร "เขียว เหลือง แดง" แถมสีขาวของแสงแดด (ผักผลไม้ที่มีสีออกไปทางขาว เช่น หอม กระเทียม กล้วย ฯลฯ) และพยายามกินให้ได้ 5 สีขึ้นไปทุกวัน

...

  • การกินพืชผักหลากสีทำให้ได้สารคุณค่าพืชผัก หรือพฤกษเคมี (phytonutrients) ซึ่งช่วยป้องกันโรค ต้านการอักเสบ (ธาตุไฟกำเริบ) ล้างพิษ และช่วยรักษาสมดุลฮอร์โมน
  • สารคุณค่าพืชผักตามธรรมชาติออกฤทธิ์แบบเสริมกัน ดังนั้นการกินธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ฯลฯ (การกินข้าวหลายสายพันธุ์มีแนวโน้มจะดีกับสุขภาพเช่นกัน) ผัก ผลไม้ ถั่ว เห็ดให้ได้วันละหลายๆ อย่างจะดีกับสุขภาพมากกว่าการกินอาหารอย่างเดียวมากๆ

...

(6). Sleep smarter = นอนให้เป็น หรือนอนอย่างฉลาดขึ้น (smart = ฉลาด; smarter = ฉลาดมากกว่า)

  • กฏข้อแรกของการนอนให้ดีขึ้นคือ ไม่ดู TV บนเตียง และไม่ใช้เตียงทำอะไรอย่างอื่น ยกเว้นการนอนกับเพศสัมพันธ์

...

  • พวกเราส่วนใหญ่มีธรรมชาติ "ไวต่อแสง" เพราะฉะนั้นกลางคืนควรหรี่แสง นั่นคือ ค่ำลงอย่าเปิดไฟจ้า เวลานอนปิดไฟ และพยายามอย่าให้แสงภายนอกเข้าไปในห้องนอน
  • ตรงกันข้ามกลางวันควรรับแสง... เมื่อตื่นนอนขึ้นมาควรเปิดไฟที่คล้ายแสงธรรมชาติ (หลอดไฟแต่ละรุ่นมีแสงคล้ายแสงธรรมชาติไม่เท่ากัน แสงไฟกลุ่ม 'cool white' จะดูเป็นธรรมชาติมากกว่า 'daylight' - ผู้เขียน) หรือเปิดประตู-หน้าต่างรับแสงธรรมชาติเข้ามาในบ้าน เพื่อให้นาฬิกาเวลาทำงานได้ดี

...

(7). Breathe properly = หายใจให้เป็น (breathe = หายใจ; properly = อย่างเหมาะสม ถูกวิธี)

  • หาเวลาสบายๆ ก่อนนอนทำ 'breathing break (breathing = การหายใจ; break = เบรค ช่วงพัก)' หรือทำการหายใจแบบสบายๆ

...

  • วิธีการฝีก "หายใจแบบสบายๆ" ทำได้โดยการหาที่นั่งเงียบๆ ขอเวลาให้ตัวเองสัก 5 นาที นั่งตัวเกือบตรง (หลังไม่งอ และไม่เกร็ง)
  • วางมือข้างหนึ่งไว้ที่หน้าอกเบาๆ วางอีกข้างไว้ที่หน้าท้องเบาๆ...

... 

  • หายใจเข้าช้าๆ เวลาหายใจเข้าให้ทำความรู้สึกว่า "หายใจเข้า ฉันผ่อนคลาย" , เวลาหายใจออกให้ทำความรู้สึกว่า "หายใจออก ฉันผ่อนคลาย"
  • สังเกตการเคลื่อนไหวของมือที่วางไว้บนหน้าท้อง... เวลาหายใจเข้า ท้องควรจะป่องออกเล็กน้อย ถ้าหายใจเข้าแล้วท้องไม่ป่องออกเลย แสดงว่า ยังหายใจไม่เป็น... ไม่ต้องตกใจ ขอให้หายใจช้าลง ร่างกายจะเริ่มผ่อนคลาย แล้วท้องจะป่องออกมาเล็กน้อยเวลาหายใจเข้าได้เอง

...

  • เรื่องหายใจนี้... คนไทยมีแนวโน้มจะรู้สึกว่า ท้อง "ยุบเข้า-พองออก (in-and-out)" คนชาติอื่นๆ ทั้งชาวพม่าและฝรั่งจะรู้สึกว่า ท้อง "สูงขึ้น-ลดลง (up-and-down)" ถนัดแบบไหนใช้ได้ทั้งนั้น...

...

(8). Choose gentle exercise = เลือกออกกำลังแบบนุ่มนวล

  • การออกกำลังแบบตะวันออก เช่น โยคะ มวยจีน ไทชิ-ไทเกก รำกระบองชีวจิต ฯลฯ ช่วยกำจัดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย ช่วยให้ท่าทางดีขึ้น

...

(9). Soak up the sun = อาบแสงแดดอ่อน

  • แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า (ก่อน 9.00 น.) และยามเย็น (หลัง 16.00 น.) ให้พลังในการบำบัดสูงมาก

...

  • อาจารย์ท่านแนะนำว่า 'There is no greater healer than the sun, so make the most of lighter nights and brighter days to give your whole body a boost.'> [ Dailymail ]
  • แปลว่า "ไม่มีนักบำบัดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าพระอาทิตย์, เพราะฉะนั้น... กลางวันให้รับแดดอ่อน (bright = สว่าง; brighter = สว่างกว่า หมายถึงรับแดดอ่อนให้มากขึ้น) กลางคืนให้รับแสงอ่อนลง (light = เบา; lighter = เบากว่า หมายถึงกลางคืนรับแสงให้น้อยลง หรือไม่เปิดไฟจ้า ทำงานให้น้อยลง พักผ่อนให้มากขึ้น) เพื่อเสริมสร้าง (boost = เพิ่ม) พลังทั่วร่างกายของคุณ" > [ Dailymail ] 

...

ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ  

...  

ที่มา                                                        

  • Thank Dailymail.co.uk > Rowan Pelling. The exhaustion epdemic: How to stop feeling tired in six weeks... But are you too worn out to read this? > [ Click ] > 23 March 2009.
  • ข้อมูลในบล็อกมีไว้เพื่อส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค > ท่านที่มีโรคประจำตัว หรือมีความเสี่ยงโรคสูง ควรปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้ 
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ โรงพยาบาลห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ > ยินดีให้ท่านผู้อ่านนำไปเผยแพร่ได้ ห้ามนำไปใช้เพื่อการค้า > 27 มีนาคม 2552.



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น