• wullopp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 4962
  • จำนวนผู้ชม : 5580341
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1538 คน
บ้านสุขภาพ
บล็อกสุขภาพ และเรื่องทั่วไป --- เรียนมาด้วยความเคารพ & สวัสดีครับ... นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you
วันพฤหัสบดี ที่ 13 พฤศจิกายน 2557
Posted by wullopp , ผู้อ่าน : 1095 , 10:24:52 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ลูกเสือหมายเลข9 , ณัฐรดา โหวตเรื่องนี้

ภาพ__ หัวคนผ่าซีก ให้เห็นสมอง 2 ซีก (ซ้าย-ขวา)

รหัสพันธุกรรม (DNA) 2 เส้นคู่ แสดงด้วยรูปกากบาท คล้ายปาท่องโก๋

.

ทฤษฎีมะเร็ง คือ มะเร็งจะเกิด เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอน

รหัสพันธุกรรม (DNA) ที่แสดงผลได้ เรียกว่า "ยีนส์ (genes)"

(1). มียีนส์มะเร็ง (oncogenes)

(2). ยีนส์ที่กดยีนส์มะเร็งไว้ ไม่ให้แสดงออก (suppressor genes) ไม่ทำงาน 

(3). ระบบภูมิต้านทานโรค ทำลายเซลล์มะเร็ง ไม่ได้

.

ถ้ายีนส์มะเร็ง เป็นผู้ร้าย หรือผู้ก่อการร้าย

ยีนส์ที่กดยีนส์มะเร็ง จะคล้าย ผู้คุม หรือ เรือนจำ

ภูมิต้านทานโรค จะคล้าย สายตรวจ หรือ สายลับ

ถ้าพลาด 3 ขั้นตอน = เกิดมะเร็ง

                                                    

                                                    

การศึกษาใหม่จากสวีเดน

เปรียบเทียบคนเป็นมะเร็งสมอง 1,380 คน

กับ กลุ่มควบคุม ที่ไม่เป็น

.

พบ "สวีดส์ (Swedes = ชาวสวีเดน) ที่ใช้โทรศัพท์ไร้สาย (cordless) หรือมือถือ (mobile)

เพิ่มเสี่ยงมะเร็งสมอง (glioma) ดังนี้

(1). 20-25 ปี = 2 เท่า

(2). นานกว่า 25 ปี = 3 เท่า

.

ทีนี้ข่าวร้าย มักจะมาคู่กับ ข่าวดี

ข่าวดีที่ว่านี้ คือ มะเร็งสมองแบบนี้ พบน้อยมาก

ในยุโรป พบเกิน 5 ในแสนเล็กน้อย

= คน 100,000 คน เป็นมะเร็งนี้ น้อยกว่า 5 คนใน 1 ปี

.

การศึกษาก่อนหน้านี้ มีทั้งสนับสนุน และ คัดค้าน

เรื่อง การใช้มือถือ เพิ่มเสี่ยงมะเร็งหรือไม่

วิธีที่ใช้วิจัยส่วนใหญ่ คือ

คนเรา มักจะใช้มือข้างที่ถนัด ถือมือถือ

ถ้าเป็นมะเร็งจากมือถือ

มักจะเป็นสมองข้างเดียวกับมือที่ถนัด

คน 90% ถนัดขวา

อีก 10% ถนัดซ้าย

.

ถ้าถนัดขวา = น่าจะ เป็นมะเร็งสมองด้านขวา

การศึกษาก่อนหน้านี้ มีทั้งสนับสนุน และคัดค้านว่า

มือถือ เพิ่มเสี่ยงมะเร็งสมองหรือไม่

ทว่า... ผู้เชี่ยวชาญ แนะวิธีใช้โทรศัพท์ไว้อย่างนี้

.

(1). ควรจำกัดเวลาใช้โทรศัพท์ ในเด็ก

เพราะกะโหลกบางกว่า หัวเล็กกว่า

และ สมองดูดซับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้มากกว่าผู้ใหญ่

ความเสี่ยงในการก่อมะเร็ง อาจใช้เวลาหลายสิบปี

ทำให้ คนที่อายุน้อย เสี่ยงมากกว่า คนอายุมาก 

.

(2). อย่าวางโทรศัพท์ไว้ใกล้ส่วนหัว หรือใกล้หมอน

เด็กผู้หญิงฝรั่ง มีแนวโน้มจะวางโทรศัพท์ไว้ใต้หมอน มากกว่าคนกลุ่มอื่น

คำแนะนำทั่วไป คือ ให้ปิดโทรศัพท์มือถือก่อนนอน 

และ วางไว้ไกลตัว (ระวังหายด้วย)

.

(3). ใช้ small talk

การใช้สายต่อ สมอลล์ ทอล์ค แบบมีสาย ไม่แพง

ช่วยลดปริมาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไปยังสมองได้มาก

สมอลล์ ทอล์ค แบบใช้สายต่อ ดีกว่าแบบบลูทูธ หรือไร้สาย

.

(4). ฝึกยืนหรือเดิน แทนนั่งรับโทรศัพท์

การยืน หรือเดิน จะทำให้โทรศัพท์ได้ไม่นาน เท่านั่ง

แถมยังได้ออกกำลังไปในตัว

.

(5). ฝึกฟังสลับหู

ฝึกฟังสลับหู ซ้าย-ขวา ทุกๆ 15-20 นาที

วิธีนี้ลดเสี่ยงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าด้วย

ลดเสี่ยงหูตึงได้ด้วย

                                                                 

                                                                 

การศึกษาที่ทำในหนูทดลอง จากมหาวิทยาลัยลุ้นท์ (Lung U), สวีเดน 

พบว่า หนูที่ได้รับคลื่นจากมือถือมากๆ มีความจำแย่ลง

นักวิจัยอธิบายว่า

การได้รับคลื่นจากมือถือ นานๆ อาจะทำให้ชุดเส้นเลือดในสมองเสื่อมสภาพชั่วคราว

.

เส้นเลือดในอวัยวะเกือบทั้งหมด (ยกเว้นสมอง + ไต)

มีผนัง 1 ชั้น มาจากผนังเส้นเลือดชั้นใน

เส้นเลือดที่สมองมีผนังกั้น 2 ชั้น

คือ เพิ่มผนังจากเซลล์พี่เลี้ยงสมองอีก 1 ชั้น

.

เรียกว่า เจ้า 3B = BBB

(blood-brain barrier)

ผนังเส้นเลือด ทำหน้าที่คล้ายเป็นด่าน หรือตัวกรอง

ยอมให้น้ำ ออกซิเจน น้ำตาล เกลือแร่ ฮอร์โมน และสารบางอย่าง เช่น ยา ฯลฯ ผ่าน

.

ไม่ยอมให้อะไรอีกหลายอย่างผ่าน

เช่น ไม่ยอมให้โปรตีนไข่ขาว หรืออัลบูมิน ซึมผ่าน

แต่เมื่อหนูโดนคลื่นมือถือ แรงๆ นานๆ

พบว่า โปรตีนไข่ขาวซึมออกจากเส้นเลือดได้

.

ทำให้สมองบวม

แถมยังพบเซลล์สมองส่วนนอก

และ ส่วนเก็บความจำ (hippocampus) เสื่อมสภาพได้

.

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

From > http://www.reuters.com/article/2014/11/11/us-brain-cancer-mobilephone-idUSKCN0IV26Y20141111 

SOURCE by Reuters: Pathophysiology, online October 28, 2014.

Fromhttp://drmirkin.com/public/ezine011109.html





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน