*/
  • wullopp
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 4810
  • จำนวนผู้ชม : 5292506
  • จำนวนผู้โหวต : 1520
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1520 คน
วันเสาร์ ที่ 15 กันยายน 2561
Posted by wullopp , ผู้อ่าน : 608 , 08:19:44 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ภาพ: สัดส่วนประชากรอาเซียนที่เรียนจบระดับต่างๆ

(ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา จากซ้ายไปขวา)

 

ยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2

ทุกประเทศแข่งกันที่การอ่านออกเขียนได้ (literacy)

หรือ

ระดับประถมศึกษา

.....

ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ทุกประเทศเริ่มแข่งขันกันที่แรงงานฝึมือ

แรงงานความรู้ 

หรือระดับมัธยมศึกษา

.....

ตาราง: สัดส่วนประชากรอาเซียนที่เรียนจบระดับต่างๆ

.....

ประเทศแนวหน้าของอาเซียน

ในระดับประถมศึกษาได้แก่

  • ฟิลิปปินส์ = 97%
  • เวียดนาม = 94%
  • ไทย = 91%
  • มาเลเซีย = 90%

.....

แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว

และมีรายได้สูง

 

ทว่า... 

มีสัดส่วนคนจบประถมศึกษาค่อนข้างน้อย = 85%

(ค่าที่น่าจะดี = 90% ขึ้นไป)

.....

กลไกที่เป็นไปได้ คือ 

สิงคโปร์เพิ่งก่อตั้งประเทศในปี 1957/2500

หรือมีอายุ = 61 ปีในปี 2018/2561

 

อาจมีคนรุ่นเก่าที่อายุยืนมาก

เหลืออยู่ในสังคม

.....

ภาพ: สัดส่วนประชากรอาเซียนที่เรียนจบระดับต่างๆ

(ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา เรียงจากซ้ายไปขวา)

.....

ประเทศที่จะก้าวเข้าสู่ระดับรายได้ปานกลาง

อย่างเสมอภาค

 

หรือความเหลื่อมล้ำทางฐานะ

(คนรวย-ปานกลาง-จน)

ไม่ต่างกันมาก

ควรมีคนจบมัธยมศึกษา = 50% ขึ้นไป

.....

ภาพ: สัดส่วนประชากรอาเซียนที่เรียนจบระดับต่างๆ

(ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา)

.....

กลุ่มอาเซียนที่ผ่านเกณฑ์นี้ได้แก่

  • สิงคโปร์ = 67%
  • ฟิลิปปินส์ = 67%
  • มาเลเซีย = 55% 

 

มักจะมีแรงงานกึ่งฝีมือ-แรงงานฝีมือมากพอ

ที่จะขับเคลื่อนประเทศ

.....

แม้คนฟิลิปปินส์

จะมีระดับรายได้ไม่สูงนัก

 

ทว่า... การมีคนจบมัธยมศึกษาค่อนข้างสูง

เป็นต้นทุน(กำไร)ที่ยิ่งใหญ่ของฟิลิปปินส์

.....

ทำให้ฟิลิปปินส์มีรายได้จากแรงงานฝีมือ

หรือแรงงานความรู้ เช่น

  • ส่งออกพยาบาลไปทั่วโลก
  • ส่งออกครู เช่น ส่งมาสอนภาษาอังกฤษในไทย
  • ทำธุรกิจข้ามชาติ เช่น คอลล์ เซ็นเตอร์(call center) ได้

 

มาเลเซียก็มีต้นทุน(กำไร)ทางการศึกษา

ที่ยิ่งใหญ่คล้ายๆ กัน

.....

ภาพ: สัดส่วนประชากรอาเซียนที่เรียนจบระดับต่างๆ

(ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา เรียงจากซ้ายไปขวา)

.....

กลุ่มอาเซียนที่ผ่านเกณฑ์มัธยมศึกษา 50% ได้แก่

(1). สิงคโปร์ = 67%

(2). ฟิลิปปินส์ = 57%

(3). มาเลเซีย = 55%

.....

กลุ่มอาเซียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มัธยมศึกษา 50% ได้แก่

(1). อินโดนีเซีย = 31%

(2). เมียนมาร์ = 31%

(3). เวียดนาม = 27%

(4). ไทย = 23%

.....

ที่ประชุมเศรษฐกิจโลก 

(World Economic Forum)

รายงานว่า

 

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้คนในประเทศต่างๆ

ประสบความสำเร็จไม่เท่ากัน

คือ 

โอกาสในการศึกษาระดับมัธยมศึกษา

.....

ในปี 2030/2573 

โอกาสเรียนจบมัธยมศึกษา

เป็น 1 ในตัวชี้วัดระดับรายได้ประเทศดังนี้

  • ประเทศรายได้ปานกลาง = 50%
  • ประเทศรายได้ต่ำ = 10%

.....

ประเทศแนวหน้าอาเซียนที่จบระดับอุดมศึกษา

(มหาวิทยาลัย อาชีวศึกษาระดับ ปวส.ขึ้นไป)

ได้แก่

  • ฟิลิปปินส์ = 21%
  • สิงคโปร์ = 16%
  • ไทย = 11%

.....

ในกลุ่มอาเซียน...

ประเทศไทยมีสัดส่วนคนจบการศึกษาระดับต่างๆ

เทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียนดังนี้

  • จบประถมศึกษาสูง = 91%
  • จบมัธยมศึกษาต่ำ = 23%
  • จบอุดมศึกษา(ปริญญา ปวส.)สูง = 11%

.....

การที่คนไทยจบมัธยมศึกษาน้อย

เป็นตัวบ่งชี้ว่า

 

ประเทศไทยน่าจะขาดแรงงานฝีมือ

แรงงานที่มีทักษะ-ความชำนาญ

หรือแรงงานความรู้

.....

ภาพ: โอกาสทางการศึกษากับรายได้ประเทศ(ต่ำ ปานกลาง สูง)

  • สีน้ำเงิน = ไม่ได้เรียนประถมศึกษา-ฝึกทักษะเบื้องต้น
  • สีดำ = เรียนประถมศึกษา-ฝึกทักษะเบื้องต้น
  • สีเขียว = เรียนมัธยมศึกษา-ฝึกทักษะชั้นกลาง

.....

มัธยมศึกษาเป็นตัวกำหนดรายได้ประเทศ

  • ยากจน = 8%
  • ปานกลาง = 49% (หรือประมาณ 50%)
  • สูง = 70%

.....

ประเทศจะก้าวข้ามความยากจนได้

ควรมีสัดส่วนคนจบมัธยมศึกษาเฉลี่ย 10% ขึ้นไป

 

ประเทศจะก้าวข้ามกับดักรายได้ปานกลาง

(ไปสู่กลุ่มรายได้สูง)

ควรมีสัดส่วนคนจบมัธยมศึกษาเฉลี่ย 50% ขึ้นไป

(กรณีสิงคโปร์ = 67%)

.....

ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง...

แม้คนไทยจะด้อยโอกาสทางการศึกษา

คือ

 

มีคนจบมัธยมศึกษา

อยู่อันดับท้ายๆ ในอาเซียน = 23%

ก็ยังก้าวไปได้ไกลขนาดนี้

.....

นี่ถ้ารัฐบาลลงทุนพัฒนาการศึกษาอย่างจริงจัง

ทำให้คนไทยจบมัธยมศึกษาเพิ่มขึ้นให้ได้ 

 

ประเทศไทย...

น่าจะก้าวไปเป็นแนวหน้าของอาเซียนได้ต่อนข้างแน่

.....

เชื่อมั่นในประเทศไทย

ถึงตรงนี้... ขอให้ทุกๆ ท่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

.....

From - https://www.weforum.org/agenda/2018/09/heres-how-we-prepare-asean-youth-for-the-future

From - http://report.educationcommission.org/report/

.....



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
wullopp วันที่ : 20/09/2018 เวลา : 00.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

(3). การนำเสนอด้วยสื่อ

เช่น
น่าจะมีวิชาเขียนแผนที่ เขียนภาพประกอบ
เพื่อให้ในการอธิบายง่ายๆ

คนยุคหุ่นยนต์
จะชอบอ่านเรื่องยาวๆ น้อยลง

ตรงนี้
ใครทำสื่อง่ายๆ
อธิบายเก่งๆ
จะมีความได้เปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ...

(4). ทักษะด้านช่าง อาชีวะ
เป็น
จุดอ่อนของการศึกษาไทย

ดีที่สุด คือ
รัฐบาลน่าจะลงทุนส่งเสริมอาชีวะ
โดยเฉพาะ
ระบบทวิภาคีคล้ายๆ เยอรมนี

เรียนจริง + ฝึกงานจริง = เก่งจริง

ยิ่งมีหุ่นยนต์
ความต้องการ แรงงานไร้ฝีมือ จะลดลง
ความต้องการ แรงงานมีฝีมือ แรงงานความรู้หลายสาขา จะเพิ่ม

สถาบันการศึกษาควรจะ...
ยกเลิก
การรับน้องแบบโหดเหี้ยม

เพราะ
เป็น 1 ในปัจจัยหลัก
ที่ทำลาย-ความน่าเชื่อถือ-ความน่าเรียน
ของ ชื่อเสียงอาชีวะไทย

สถาบันการศึกษาในไทย
เช่น ม.ราชภัฎ ม.ราชมงคล
สถาบันกีฬา สถาบันอาชีวะ

น่าจะหาทางเปิดสอนพยาบาล
ผู้ช่วยพยาบาล
เพราะ
ความต้องการสูงขึ้นเรื่อยๆ
จบมาแล้ว โอกาสมีงานทำสูง

เชื่อมั่นในประเทศไทย
ขอให้คนไทย ประสบความสำเร็จในด้านดีทุกๆ ด้าน ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wullopp วันที่ : 19/09/2018 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ถ้าถามว่า
โลกกำลังจะเข้าสู่ยุคหุ่นยนต์
คนไทยน่าจะเรียนรู้เรื่องอะไรมากขึ้น

คำตอบอาจจะเป็นอย่างนี้
(1). ภาษาอังกฤษ...
ยิ่งจำเป็น
เพราะ
เป็นภาษาหลักของโลก

ทั้งออฟไลน์(ชีวิตจริง)
และออนไลน์
(โลกคอมพิวเตอร์ เช่น อินเตอร์เน็ต การเขียนโปรแกรม ฯลฯ)

(2). ภาษาคน
ความสามารถในการสื่อสารกับคน
เช่น

ทำอย่างไรจะอธิบายเรื่องนี้
ให้
กลุ่มเป้าหมายซาบซึ้ง เข้าใจ
จะมีความสำคัญมากขึ้น

สมัยก่อน...
เราเรียนวิชาเรียงความ
ซึ่ง
เป็นวิชาที่ทรงคุณค่า

สมัยนี้...
น่าจะมีวิชา "อธิบายความ"
โดย
เน้นให้นักเรียนไปค้นคว้าอะไรสักเรื่อง
แล้ว
อธิบายให้คนอื่นฟัง

พร้อมกับ
หาทางพัฒนา know how
หรือ "วิธีคิด พูด ทำ"
ให้การอธิบายง่ายขึ้นเรื่อยๆ

ทักษะในการอธิบาย
เป็น
ทักษะของผู้บริหารในโลกประชาธิปไตย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wullopp วันที่ : 15/09/2018 เวลา : 09.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

อีกครั้ง คือ
การให้เด็กไทยเรียนฟรี 12-15 ปี

ขอกราบเรียน-เรียนเสนอรัฐบาล
ลงทุน
เพิ่มเรียนฟรีในระดับก่อนอนุบาล-อนุบาล

ตรงนี้...
จะเป็นการลงทุนการศึกษา
สร้างชาติด้วย

ลดปัญหาเด็กเกิดใหม่น้อย
ประชากรหดตัว
ขาดคนวัยแรงงาน
โดย
ลดภาระให้กับคุณแม่คุณพ่อด้วย

กราบเรียน-เรียนมาด้วยความเคารพครับ....

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
wullopp วันที่ : 15/09/2018 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

การเปลี่ยนแปลงที่ทรงคุณค่าในประวัติศาสตร์ไทย
เกิดในสมัย ร.5

ทรงเลิกทาส
ทรงตั้งโรงเรียน

มรดกทางการศึกษา
ส่งผลดีต่อคนไทยมาจนทุกวันนี้...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน