*/
  • เจ้านางred
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-08
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 19327
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
วันพุธ ที่ 11 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by เจ้านางred , ผู้อ่าน : 678 , 16:47:06 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตัวเราเองไม่เคยได้รู้จักกับหญิงสูงวัย ที่ชื่อสมปอง  เวียงจันทร์ มาก่อน อดีตเธอเป็นแม่ ค้าขายปลาคนหนึ่ง อยู่ดีดีเธอก็ถูกแนะนำตัวขึ้นในรายวิชาหนึ่งที่เราเรียนอยู่ เธอเดินเข้ามาบอกเล่นเรื่องราวการต่อสู้อันยายนานของกลุ่มสมัชชาคนจนกรณี เขื่อปากมูลในมุมมองของเธอ ที่กระทบต่อเธอและคนในหมูบ้านที่ไม่มีที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน จากการสร้างเขื่อนแห่งนี้ปัญหานั้นถูกปล่อยปะละเลยมาเป็นเวลาอันยาวนานหลัง จากที่ไดมีการเรียกร้องความเป็นธรรมหรือข้อเสนอต่าง ๆ นานา จากรัฐสภา เพียงเพราะว่าพวกเขาเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ที่ไม่มีเงินจ้างสื่อมาทำข่าวใหย๋โต ตรงกันข้ามกับทางของรัฐบาลที่สื อจะให้ความสนใจมากกว่า พวกเขาผิดด้วยหรือ  ??

เรื่อที่เกิดขึ้นเป็นข่าวใหญ่โตเมื่องตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2533 อนุมัติ ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เขื่อนปากมูล ที่บ้านหัวเห่ว ต.โขงเจียม อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี ในวงเงิน 3,800 ล้านบาท พร้อมให้ดำเนินการแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมตามความเห็นของสำนักงานคณะ กรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งกำหนดให้กรมประมงรับผิดชอบงานศึกษาและกำหนดแผนการพัฒนาประมง โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ ซึ่งได้จัดสรรพื้นที่ให้กรมประมงบริเวณเหนือแนวสันเขื่อน บ้านหัวเห่ว หมู่ที่ 4 อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ เพื่อดำเนินการก่อสร้างเป็นศูนย์พัฒนาการประมงเขื่อนปากมูล ซึ่งแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายพัฒนาการประมงเขื่อนปากมูล และฝ่ายอนุรักษ์ทรัพยากรประมงเขื่อนปากมูล โดยในส่วนของฝ่ายพัฒนาการประมงเขื่อนปากมูลก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2538 งบประมาณการก่อสร้าง 10,242,000 บาท ต่อมาได้จัดตั้งเป็นหน่วยพัฒนาการประมงเขื่อนปากมูล สังกัดศูนย์พัฒนาประมงน้ำจืดอุบลราชธานี โดยมีหน้าที่ความรับผิดชอบในขณะนั้น คือ ผลิตพันธุ์สัตว์น้ำโดยเน้นปลาท้องถิ่นในลำน้ำมูล และแม่น้ำโขง บริหารและจัดการบันไดปลาโจน ศึกษาและวิจัยทรัพยากรประมง ระบบนิเวศน์ต่าง ๆ ในลำน้ำมูล และเพาะพันธุ์ปลาซึ่งไม่สามารถเดินทางผ่านบันไดปลาโจนได้ รวมทั้งพัฒนาด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบริเวณพื้นที่เขื่อนปากมูล
                 ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2546 กรม ประมงได้มีคำสั่งจัดตั้งหน่วยวิจัยและพัฒนาทรัพยากรประมงน้ำจืดเขื่อนปาก มูล แทนหน่วยพัฒนาการประมงเขื่อนปากมูลเดิม โดยอยู่ในความรับผิดชอบของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรประมงน้ำจืด และสำนักวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด โดยมีหน้าที่ในการศึกษาวิจัยและพัฒนาทรัพยากรประมงน้ำจืดในอ่างเก็บน้ำ เขื่อนปากมูล ซึ่งสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2546 ที่ ได้มอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยกรมประมง ดำเนินการศึกษา วิจัย และพัฒนาการประมงในลำน้ำมูลตอนล่าง เพื่อเร่งรัดช่วยเหลือดูแลผู้ประกอบอาชีพด้านการประมงที่ได้รับผลกระทบจาก การสร้างเขื่อนปากมูลให้สามารถประกอบอาชีพด้านการประมงต่อไปได้ โดยให้กระทรวงพลังงาน(การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย)พิจารณาให้การสนับสนุน งบประมาณ

ในขณะเดียวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี กลุ่มสมัชชาคนจนเกือบ 1,000 คน จาก 3 อำเภอ คือ อ.โขงเจียม อ.สิรินธร อ.พิบูลมังสาหาร ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนปากมูลเมื่อ 15 ปี ก่อน โดยเรียกร้องให้คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนลุ่มน้ำมูล ซึ่งประชุมเรื่องการบริหารการจัดการน้ำในลุ่มน้ำมูลวันนี้ นำผลการสำรวจความต้องการของราษฎรชุมชนลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบหลังจากสร้าง เขื่อน ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูลอย่างถาวร เพื่อฟื้นฟูพันธุ์สัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมที่เสียหายให้คืนสภาพ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำมูลจะได้ทำกินเลี้ยงชีพได้ต่อไป

ทั้ง นี้ หากรัฐบาลไม่เปิดประตูระบายน้ำ จะต้องชดเชยที่ดินทำกินแก่ชาวบ้านลุ่มน้ำที่ได้รับผลกระทบจำนวนกว่า 11,000 ราย หรือหากไม่สามารถหาที่ดินมาชดเชยได้ ให้จ่ายเงินชดเชยค่าเสียโอกาสการทำกินให้กับชาวบ้านครอบครัวละ 500 บาทต่อวัน
เบื้องต้น นายสุรพล สายพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฟผ.ประมงจังหวัด ตัวแทนกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน และตัวแทนสมัชชาคนจน เข้าหารือ เพื่อสรุปข้อเรียกร้องเสนอให้รัฐบาลทราบ
       
       สำหรับปัญหา ดังกล่าว กลุ่มชาวบ้านสมัชชาคนจนได้ยื่นข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อ มาเป็นเวลากว่า 15 ปี และ ครม.เมื่อปี 2540 มีมติให้ กฟผ.จ่ายเงินชดเชยชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบครอบครัวละ 525,000 บาท แต่ชาวบ้านยังไม่ได้รับ ต่อมาชาวบ้านได้เปลี่ยนข้อเรียกร้องต้องการให้ กฟผ.เปิดประตูระบายน้ำเขื่อนปากมูล คืนธรรมชาติให้กับแม่น้ำมูลอย่างถาวร แต่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยไม่ยอม
       
       ต่อมาเดือน พฤษภาคม 2543 ชาวบ้านสมัชชาคนจนบุกยึดเขื่อนปากมูลนานเกือบ 2 เดือน เพื่อกดดันรัฐบาล นายชวน หลีกภัย และนำมาสู่ข้อเสนอเปิดประตูเขื่อนปากมูลปีละ 4 เดือนให้ปลาจากแม่น้ำโขงเข้ามาวางไข่ในแม่น้ำมูลที่ยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน นี้

ส่วนสถานภาพปลาในลำน้ำมูลกับเขื่อนปากมูล

          จาก การความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลาในลุ่มน้ำโขงตลอดสาย มีการสำรวจพบปลาถึง 1,238 ชนิด และลุ่มน้ำโขงเฉพาะบริเวณที่อยู่ในประเทศไทยพบประมาณ 33 ชนิด ซึ่งปลาทั้งชนิดปลาที่พบในประเทศไทยทั้งหมด 700 ชนิด จะเห็นว่าในลุ่มน้ำโขงเป็นถิ่นอาศัยที่สำคัญของปลาหลากชนิด ปลาที่พบมีขนาดตัวตั้งแต่ 5-200 ซม. จำนวนที่พบโดยส่วนใหญ่จะอยู่ระหว่าง 10-15 ซม. ซึ่งล้วนแต่เป็นปลาเศรษฐกิจทั้งสิ้น
          สำหรับลุ่มน้ำพบ 258 ชนิด เป็นชนิดที่อาศัยเฉพาะแก่งและย้ายถิ่น 160 ชนิด ซึ่งปลาอาศัยแม่น้ำสายหลักเป็นที่อาศัยและหากิน บางชนิดวางไข่และอาศัยหากินในแก่งหิน บางชนิดหากินและเลี้ยงตัวในพื้นที่ป่าทามริมน้ำ และบางชนิดมีวงจรชีวิตหากิน วางไข่ เลี้ยงตัว ตามลำธาร แน่นอนว่าการสร้างเขื่อนปากมูลขวางลำน้ำขนาดใหญ่ ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในน้ำ โดยเฉพาะปลา ซึ่ง Tyson R.Robert ผู้ เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ปลา จากมหาวิทยาลัยสมิทโซเนียน ได้ศึกษาและให้ข้อมูลว่า บริเวณล้ำน้ำมูลเป็นแหล่งวางไข่ของปลาจำนวนมาก ซึ่งปลาจะขึ้นมาวางไข่ในช่วงฤดูฝน ทั้งนี้พฤติกรรมการวางไข่ของปลาแต่ละชนิดจะแตกต่างกันไป โดยเฉพาะปลาขนาดเล็กมีการอพยพเพื่อหากินตลอดทั้งปี
เมื่อปลาไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เนื่องจากเขื่อนที่ขวางทางน้ำ กฟผ. จึงสร้างบันไดปลาโจน เพื่อให้ปลากระโดดและสามารถว่ายขึ้นไปวางไข่และอพยพหากินได้ แต่จากการศึกษาของ Tyson และดร.ชวลิต วิทยานนท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ปลาจากกรมประมง มีข้อสรุปที่สอดคล้องกันว่าจำนวนชิดพันธุ์ปลาหลังจากการสร้างลดจำนวนลงอย่าง มาก มีปลาที่สามารถใช้ประโยชน์จากบันไดปลาโจนเพียง 63 ชนิด (26%) ขนาดลำตัวที่สามารถผ่านบันไดปลาโจนได้ 3-30 ซม. และพวกปลาตระกูลปลาสวาย (Catfish) ซึ่งไม่เคยพบว่าสามารถกระโจนขึ้นบันไดได้เลย และบันไดปลาโจนไม่สามารถออกแบบเพื่อให้ปลาทุกชนิดในลำน้ำได้ใช้ประโยชน์

สภาพปัญหา ความไม่ยุติธรรมที่ชาวบ้านได้รับ

กระบวนการสร้าง เขื่อนปากมูล ไม่เคารพต่อสิทธิของชาวบ้าน ที่ไม่ต้องการให้มีการสร้างเขื่อนตั้งแต่แรก แต่กลับกีดกัน ชาวบ้านออกไป อีกทั้งใช้ตรรกะคนส่วนน้อยต้องเสียสละเพื่อคนส่วนใหญ่ แม้กระทั่งเขื่อนสร้างจวนเสร็จชาวบ้านก็เพิ่งทราบว่าที่ดิน ทำกินและที่อยู่อาศัยของตนจะถูกน้ำท่วมหรือไม่ กฟผ. ยังได้ปกปิดข้อมูลการระเบิดแก่งท้ายเขื่อนเพื่อสร้างร่องระบายน้ำ และเมื่อเกิดการคัดค้าน ยังได้ใช้วิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง โดยดึงชาวบ้านส่วนหนึ่งที่อิงกับอำนาจรัฐออกไปดูงานและโน้มน้าวให้สนับสนุน การ สร้างเขื่อน จนกระทั่งชาวบ้านต้องแบ่งแยกออกเป็น 2 ฝ่ายที่ขัดแย้งกัน

ยิ่ง ไปกว่านั้น แรกเริ่ม กฟผ. ยังได้บิดเบือนข้อมูลว่าจะมีการสร้างฝายยาง ขณะที่ทำตัวเลขผู้ได้รับผลกระทบให้ดูน้อยโดยระบุ ว่าคาดว่าจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ 241 ครอบครัวใน 11 หมู่บ้าน แต่ในความเป็นจริงมีชาวบ้านถึง 1700 ครอบครัวที่ต้องสูญเสีย บ้าน ที่ดิน หรือทั้ง 2 อย่าง

การ จ่ายค่าชดเชยไม่ได้มาจากการวางแผน ทำให้ชาวบ้านต้องชุมนุมประท้วงอย่างยืดเยื้อเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม จนกระทั่งได้มีการชดเชย แต่มาตรการการแก้ปัญหาอาชีพของผู้ได้รับผลกระทบของ กฟผ. โครงการอบรมวิชาชีพให้แก่ชาวบ้าน เช่น ทำขนมเค็ก ตัดผม ดัดผม ซ่อมจักรยานยนต์ ช่างไฟ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในชีวิตจริง

ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะแก้ไขได้ไหม ?  จากที่สร้างเขื่อนมาใครละเป็ฯคนที่ได้รับประโยชน์  ?   ชาว บ้านในหมู่บ้านมีมีอาชีพจับปลาขายละพวกเขาต้องอพยพไปทำงานที่ต่างจังหวัด บ้าง ในเมืองใหญ่บ้างทำให้คนในหมู่บ้านเหลือเพียงคนแก่เฒ่าที่เลี้ยงหลานทำไม้ กวาดขาย นายทุนก็มีบทบาทเข้ามาในที่สุด พวกเขามีอำนาจ มีเงินทอง แล้วชายบ้านละ ?  เอาพวกเขาไปไว้ที่ไหน ?ยังเป็นคำถามที่อยู่ในใจจนทุกวันนี้

 

อ้างอิง

แม่สมปอง เวียงจันทร์  (สมาชิกคนหนึ่งในกลุ่มสมัชชาคนจน)

ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 06 มีนาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 31 ฉบับที่ 3981 (3181) คอลัมน์ ล่องคลื่นโลกาภิวัฒน์ โดย สฤณี อาชวานัทกุล
www.thaingo.org/story/book_034.htm
www.searin.org/Th/PMD/PMDinf/PMDin2.htm
www.consumerthai.org/cms/index.php?option=com_content&task=view&id=388&Itemid=38
www.egat.co.th
www.prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&ID=8824&Key=HilightNews
th.wikipedia.org/wiki/เขื่อนปากมูล
www.dams.org/news_events/media84.htm
www.dams.org/news_events/media32.htm
www.oknation.net/blog/print.php?id=186633
www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9500000039703

http://www.fisheries.go.th/if-ubon/personal/p3.htm

หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

ห้องสมุดสิ่งแวดล้อม (มูลนิธิสืบนาคะเสถียร)

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 13.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

เดี๋ยวเขาก็มีเขื่อนกั้นทุกแม่น้ำแล้วล่ะ แม่สมปองคงไม่เหงา ไม่ต้องต่อสู้เพียงลำพังแล้วล่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน