*/
  • เจ้านางred
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-12-08
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 19339
  • จำนวนผู้โหวต : 28
  • ส่ง msg :
  • โหวต 28 คน
วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2552
Posted by เจ้านางred , ผู้อ่าน : 1153 , 02:38:43 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ความแตกต่างระหว่าง ประเทศพัฒนาแล้ว กับ ประเทศกำลังพัฒนา

เสียงสะท้อนเพื่อก่อให้เกิดการแก้ไข ปรับเปลี่ยน
ความแตกต่างระหว่างประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนา กับ ประเทศพัฒนาสูงสุดแล้ว ไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่ของอารยธรรมของประเทศนั้นๆ
สามารถดูได้จากประเทศ อินเดีย และ อียิปต์ ซึ่งมีอารยธรรมมานานกว่า 2000 ปีแต่ก็ยังยากจนอยู่   
ใน ขณะเดียวกัน คานาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ที่เคยเป็นประเทศเล็กๆ ไม่มีศักยภาพเมื่อ 150 ปีที่แล้ว แต่วันนี้กลับพัฒนาจนกลายเป็นประเทศพัฒนาร่ำรวยได้
และความแตกต่าง ระหว่างประเทศเจริญแล้วที่ร่ำรวย กับประเทศด้อยพัฒนาที่ยากจน ก็ดูเหมือนไม่ได้อยู่ที่ทรัพยากรของประเทศนั้นๆอีกนั่นแหละ
ญี่ปุ่น เป็นประเทศที่มีพื้นที่ทำกินน้อยมาก 80% ของพื้นที่เป็นภูเขา ไม่เหมาะในการทำเกษตรกรรม แต่ญี่ปุ่น กลับเป็นประเทศที่ส่งออกสินค้าการเกษตรที่สำคัญของโลก และ ยังเป็นเหมือนโรงงานกลางที่รับเอาวัตถุดิบจากที่ต่างๆ ของโลกมาเปลี่ยนให้เป็นสินค้าส่งออกกลับไปทั่วโลก
อีกตัวอย่างคือ สวิสเซอร์แลนด์ ที่ไม่มีการทำไร่โกโก้เลย แต่กลับเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อด้านการทำช๊อคโกแล็ตของโลก ทั้งๆที่พื้นที่ทำเกษตรกรรมมีอยู่เล็กมาก และอากาศหนาวจัดจนทำเกษตรได้เพียง 4 เดือน ใน 1 ปี และ สวิสเซอร์แลนด์ ยังนำเอาความมีระบบระเบียบของคนและบ้านเมืองมาใช้ประโยชน์ จนได้รับการยอมรับให้เป็นธนาคารของโลก
นักบริหารจากประเทศที่เจริญแล้วยืนยันกับคู่ค้าของเขาในประเทศที่ด้อยพัฒนาว่า ไม่เห็นมีความแตกต่างด้านสติปัญญาของแรงงาน ระหว่างประเทศพัฒนา และ ประเทศด้อยพัฒนา เลย
สีผิว และ เผ่าพันธ์ ก็ไม่ใช่เหตุผล เพราะเมื่อแรงงานที่เคยขี้เกียจในประเทศของตน ย้ายไปอยู่และหากินในประเทศที่เจริญแล้ว กลับกลายเป็นแรงงานที่ขยันเสียด้วยซ้ำไป

แล้วอะไรที่ทำให้แตกต่าง?
สิ่งที่แตกต่างคือ ทัศนคติ ที่ฝังรากลึกมานานปี ผ่านระบบการศึกษา และ การอบรมปลูกฝัง

จากการวิเคราะห์พฤติกรรมของคนในประเทศที่พัฒนาแล้ว พบว่า คนส่วนใหญ่ดำเนินชีวิตอยู่บนหลักปรัชญาเหล่านี้ คือ

ใช้จริยธรรมนำทางชีวิต (Ethics as the basic principle)

ความซื่อสัตย์ (Integrity)

ความรับผิดชอบในบทบาท หน้าที่ (Responsibility)

การเคารพต่อกฎระเบียบ (Respect to the law and rules)

การเคารพต่อสิทธิของผู้อื่น (Respect to the rights of other citizens)

ความรักในงาน (Work Loving)

ความสนใจในการอดออม และ การลงทุน (Strive for saving and investment)

แรงผลักดันสูง สู่ความเป็นหนึ่ง (Will of super action)

การตรงต่อเวลา (Punctuality)
ในประเทศที่พัฒนา มีคนจำนวนน้อยที่ใช้หลักปรัชญาเหล่านี้ในการดำเนินชีวิต
ประเทศ เรายังไม่เป็นประเทศพัฒนา ไม่ใช่ว่าเราขาดทรัพยากร หรือ มีปัญหาทางด้านภัยธรรมชาติ แต่เรายังไม่พัฒนาไปได้ดีกว่านี้ เพราะเราขาดทัศนคติ และ แรงผลักดันที่สอดคล้องไปตามหลักปรัชญาการดำเนินชีวิตที่กล่าวมาแล้ว
การส่งเสริมทางด้านการศึกษา ค้นคว้าวิจัย รวมไปถึงการปลูกฝังวัฒนธรรม ระเบียบแบบแผนที่พึงประสงค์ จึงควรนำมาประยุกต์เริ่มใช้ตั้งแต่บัดนี้ เพื่อสร้างรากฐานประชากรในสังคมไม่ว่าท่านจะอายุเท่าใดก็ตาม เพื่อให้มีแนวคิด และ ทัศนคติที่เหมาะสมต่อการพัฒนาประเทศให้กลายมาเป็นประเทศที่มีวินัย เคารพตนเองและคนอื่น ซื่อสัตย์ และมีคุณธรรม จะทำให้ประเทศของเราทั้งประเทศก้าวหน้าไปถึงจุดสูงสุด ทำให้ประชาชนทั้งประเทศอยู่ดีกินดีกันต่อไป

เราจะใช้อะไรเป็นตัวชี้วัดประเทศที่ พัฒนาแล้ว ประเด็นนี้ต้องกล่าวถึงมหาอำนาจสักนิด ซึ่งถ้าเอาสหรัฐเป็นตัวตั้งคงตอบว่า"เศรษฐกิจและรายได้ต่อหัวต่อปีของ ประชากร" หรือแม้กระทั่งการศึกษา รสนิยมและรูปแบบแนวคิดก็เป็นตัวชี้วัดได้

                     


.............เราเองก็ไม่กล้าฟันธงในเรื่องเศรษฐกิจเพราะความรู้ไม่ถึง อยากมองย้อนประเทศไทยมากกว่า ตอนนี้รัฐบาลปัจจุบันกำลังทำสงครามกับเรื่องนั้นเรื่องนี้ไปหมด แม้แต่ความยากจน เพื่อที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ ดังนั้นนายกทักษิณเขาใช้เศรษฐกิจเป็นตัวชี้วัด สังเกตุได้จากโครงการต่างๆที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของภาค อุตสาหกรรม เช่น ท่อก๊าซไทย-มาเลเซีย ซึ่งถูกมองว่าเป็นหัวใจหลังของภาคอุตสาหกรรม ถ้าดูในแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้ ก็น่าตกใจอยู่มากพอควร เพราะอภิมหาโปรเจค 200ปีอย่างคลองกระคลองไทยกำลังตามมา หากเกิดขึ้นจริงภาคใต้จะเกิดการสร้างเมืองใหม่ในรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม ระบบขนส่งสินค้านำเข้า-ส่งออกจะครึกครื่น เกิดการเร่งใช้ก๊าซในภาคอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้น
..............
เมื่อมีก๊าซใช้แล้วก็ต้องมีเขื่อน เพื่อนำน้ำสะอาดมาใช้ในโรงงาน และกำลังจะเกิดขึ้นจริงๆแล้วใน จ.ตรัง นี่แค่ส่วนหนึ่งที่จะเกิดขึ้นยังมีอีกเยอะ เรียกได้ว่าบ้านเมืองต้องเกิดความระส่ำระสายอีกครั้ง ชาวบ้านไร้ที่อยู่ วิถีชีวิตสิ่งแวดล้อมโดนทำลาย วัฒนธรรมที่ดีงามก็จะสูญหาย การอพยพของฝูงชนจะมาก การขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมจะเข้าไปแทนที่เกษตรกรรม
................
ผลเสียของการเอาเงินเป็นตัวตั้ง เอาเศรษฐกิจเป็นตัวชี้วัดของนายกฯเป็นเรื่องอันตรายมาก ประเทศพัฒนาก็จริงแต่เราต้องเสียอะไรอีกมากมาย เป็นการพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน และเป็นการพัฒนาที่เอื้อต่อคนบางกลุ่มเท่านั้น เรื่องของการกระจายรายได้ที่รัฐบาลพยายามแก้ไขก็ต้องล้มระบบไป.........แต่ สุดท้ายแล้วนายกฯจะออกมาพูดปลอบใจเชิงด่าNGOs หรือนักวิชาการว่า "อย่าไปคิดมาก ผมอยู่ทั้งคนไม่มีปัญหา ทุกอย่างต้องเรียบร้อย เรื่องอย่างนี้มีได้ก็ต้องมีเสียบ้างเป็นธรรมดา อันนี้คนส่วนน้อยต้องยอมรับ พวกคุณไม่ช่วยพัฒนาประเทศแล้วอย่าเอาเท้าราน้ำ" หรือด่านักพัฒนาอย่างNGOs ว่า "เอากระโปรงคลุมหัวซ่ะ " อีกตามเคย........

จะมีใครคนไหน กลุ่มไหนละลุกขึ้นมารักษาผลประโยชน์ส่วนรวมบ้างละ ?

ส่วนเกณฑ์ที่ใช้วัดประเทศพัฒนาแล้ว (developed countries), ประเทศกำลังพัฒนา (developing countries), ประเทศด้อยพัฒนา (underdeveloped countries) คืออะไร
1.
วัดโดยรายได้ต่อบุคคล (GNI - Gross National Income per capita)

1.1 ประเทศพัฒนาแล้ว : ประเทศหรือระบบเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่อบุคคลในปี ค.ศ. 2004 ตั้งแต่ 10,066 เหรียญสหรัฐฯ ขึ้นไป
1.2
ประเทศกำลังพัฒนา : แบ่งเป็น 2 ประเภท
1.2.1
รายได้ปานกลางค่อนข้างต่ำ (lower middle income) มีรายได้ต่อบุคคลในปี ค.ศ.2004 ตั้งแต่ 826 - 3,255 เหรียญสหรัฐฯ
1.2.2
รายได้ปานกลางค่อนข้างสูง (upper middle income) มีรายได้ต่อบุคคลในปี ค.ศ.2004 ตั้งแต่ 3,256 - 10,065 เหรียญสหรัฐฯ
1.3
ประเทศด้อยพัฒนา : ประเทศหรือระบบเศรษฐกิจที่มีรายได้ต่อบุคคลในปี ค.ศ.2004 น้อยกว่าหรือเท่ากับ 825 เหรียญสหรัฐฯ
2.
ปัจจัยทางด้านทรัพยากรมนุษย์ - พิจารณาด้านโภชนาการ, สุขภาพ, อายุขัยเฉลี่ย,การศึกษา และการอ่านออกเขียนได้
3.
ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ - พิจารณาด้านผลิตผลทางการเกษตรและอุตสาหกรรม, การส่งออกสินค้าและบริการ, อัตราการเจริญเติบโตของประชากร, มาตรฐานการครองชีพ

 

วนิดาพร
ที่มา: http://en.wikipedia.org/wiki/Developing_countries
http://www.tangnamo.com

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ธีร์/อันมัย วันที่ : 25/03/2009 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teeanmai
คนเช่นไร แสดงออกเช่นนั้น

ตัวหนังสือขี่กันน่าดูเลยนะ
ขอให้มีความสุขกับการใช้ความคิดครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
lovelyoil7 วันที่ : 04/03/2009 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lovelyoil7

งาน เสด ก่อน เพื่อน เลยน้ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน