• พ่อข้าวปั้น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chai_global@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-16
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 25871
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
พ่อข้าวปั้น
ไม่มีจุดกึ่งกลางระหว่างความดีกับความชั่ว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/himalai
วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by พ่อข้าวปั้น , ผู้อ่าน : 636 , 21:50:01 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตึกสูง ควันพิษ ปัญหาเศรษฐกิจและการขยายถนน

All in One, All in Chiang mai

// วิชัย จันทวาโร

 

เชียงใหม่เปลี่ยนไปมากยอมรับหรือไม่ว่า เราที่อยู่เชียงใหม่ หรือคนซึ่งเคยมาเยือนเชียงใหม่มากกว่า 2 ครั้ง ต้องเคยรู้สึกแบบนี้

 

ในยุคผู้ว่า CEO (จะแปลว่าอะไรก็ช่าง) ได้มีการวางเป้าหมายการพัฒนาเมืองเชียงใหม่ให้เป็น นครแห่งชีวิตและความมั่งคั่ง ซึ่งมุ่งเน้นพัฒนาถนนหนทาง ตึกรามสูงใหญ่ โดยต้องการปรับยกระดับให้เชียงใหม่เป็นเมืองค้าขายและท่องเที่ยวระดับเอเชีย โดยคำตอบสุดท้ายจะทั้งผลักทั้งดันให้เชียงใหม่เป็น มหานคร ภายใน 20 ปี

 

การเร่งพัฒนาต่างๆ กลับเพิกเฉย ละเลยที่จะให้ความสำคัญต่อสังคม ประชาชน วัฒนธรรมและโบราณสถานอย่างไม่น่าให้อภัย โดยให้คุณค่าของรากเหง้าความเป็นเชียงใหม่เพียงแค่เครื่องสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ประเพณี การละเล่น และวัฒนธรรมพื้นถิ่นกลายเป็นการแสดงโชว์เรียกแขก ถ้อยคำสวยหรูที่ปรุงแต่งในบทกล่าวนำของพิธีกรบนเวทีงานเทศกาลต่างๆ เป็นเพียงคำแก้ตัวที่มีไว้ปกปิดความอ่อนด้อยของผู้จัดงานที่อ้างอิงความร่วมสมัยมาใช้แบบพร่ำเพรื่อไร้สำนึก เหล่านั้นค่อยๆ ทำให้ เชียงใหม่เปลี่ยนไปมาก

 

แน่นอน ว่าเรามิอาจปฏิเสธการพัฒนา หากเพียงแต่ การพัฒนาโดยขาดการศึกษาและให้คุณค่าต่อสิ่งที่บรรพบุรุษได้สั่งสมสร้างไว้ก็ถือว่าอกตัญญู ตึกสูงเสียดฟ้า ค้ำยอดเจดีย์และหลังคาวิหารกลายเป็นทัศนะอุจาดในสายตาประชาชน ป้ายโฆษณาในโลกทุนนิยมผุดพรายขึ้นทายท้าลมฝน บดบังความงามอร่ามเรืองรองของดอยสุเทพ แผนส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ลดแลกแจกแถมให้คนมาเชียงใหม่ยิ่งเร่งให้ต้องมีการพัฒนาด้านวัตถุ โดยเข้าใจเอาว่ามีไว้เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเหล่านั้น ถามจริงๆ ว่าคนมาเที่ยวเชียงใหม่เพราะเป็นเมืองที่สะดวกสบายหรือ?

 

ยิ่งคนมาก การก่อสร้างยิ่งเยอะส่งผลผูกโยงไปถึงปัญหามลภาวะทางอากาศ ฝุ่นละอองจากการก่อสร้างที่ตอนนี้มีรายงานการวิจัย และผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศยืนยันว่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในเขตเมืองนั้นอยู่ในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ!!! ยิ่งใจกลางเมืองเชียงใหม่มีลักษณะทางกายภาพเป็นแอ่งกระทะคือมีภูเขาล้อมรอบ ยากต่อการถ่ายเททั้งอากาศและน้ำ คำว่า เมืองเชียงใหม่อากาศดี จึงจะค่อยๆ เลือนหายกลายเป็นตำนานไปในที่สุด

 

นอกจากนี้ มลพิษทางอากาศจากยวดยานพาหนะที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณของผู้คนที่หลั่งไหลมาอยู่เชียงใหม่ก็หนักหนาสาหัส ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาเกิดปรากฎการณ์รถติดยาวหลายกิโลเมตร ตั้งแต่ทางขึ้นดอยสุเทพลากยาวไปถึงทางหลวงซุปเปอร์ไฮเวย์ เกิดควันพิษในเขตเมือง

 

นี่ยังไม่รวมถึงการเผาทางการเกษตร และการเผาขยะสิ่งปฏิกูลที่เพิ่มขึ้นจากความมักง่าย หรืออาจจะเพราะหน่วยงานรัฐไม่มีทางออกให้ชาวบ้าน ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ อำเภอสารภี ถนนสายต้นยางที่สวยงามควรค่าแก่การอนุรักษ์นั้น เมื่อถึงฤดูกาลที่ต้นยางผลัดใบ ใบยางที่ร่วงหล่นไร้คนดูแลกลายเป็นปัญหาที่ชาวบ้านต้องกำจัดทิ้ง แม้มีป้ายรณรงค์หรือบทบัญญัติห้ามเผาอันหน่อมแน้มมากำกับแต่ยากจะแก้ปัญหา ในเมื่อรัฐไม่มีคำตอบหรือทางออกให้ประชาชนว่าแล้วจะทำอย่างไรกับเศษใบไม้มากมายเหล่านั้น ชาวบ้านก็ต้องเลือกที่จะเผาทิ้ง ใครจะปล่อยขยะให้ท่วมหน้าบ้านตัวเอง นั่นทำให้สารภีเป็นอำเภอที่มีประชากรที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจมากเป็นอันดับสอง รองจาก อ.แม่เมาะ ลำปาง (มีโรงไฟฟ้าถ่านหิน)

 

ทุกวันนี้ ภาพเมืองเชียงใหม่ขยับเข้าใกล้กรุงเทพมหานครเข้าไปทุกที เสาร์ อาทิตย์ ถนนค่อนข้างโล่ง แต่ถ้าเป็นเช้าและเย็นวันจันทร์ถึงวันศุกร์จะเกิดอาการรถติดให้พอหายคิดถึงกรุงเทพฯ เมื่อการจราจรทำท่าจะเริ่มแออัด ท่านหน่วยงานรัฐผู้ปราดเปรื่องก็คิดได้แค่ว่าต้องขยายถนน และจ้องหาประโยชน์โภชน์ผลเข้าตัว โดยไม่ได้มองถึงผลกระทบในระยะยาวถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะตามมา ลักษณะการดำรงชีวิตที่จะเปลี่ยนไป พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย จะมีแรงข้ามถนนสี่เลนไปมาหาสู่กันได้อย่างไร เด็กๆ จะปลอดภัยที่จะเดินถนนแค่ไหนเมื่อรถจะแล่นเร็วขึ้น ทั้งที่สิ่งอันควรคิดและชาวบ้านร้านตลาดเขาเห็นปัญหาอยู่ตำตา คือ ระบบขนส่งมวลชนในเมืองเชียงใหม่ไม่เคยเข้าใกล้คำว่า มีประสิทธิภาพ นี่อาจเป็นประเด็นเดียวที่ไม่ยอมเปลี่ยนไปของเชียงใหม่

 

รถสองแถวที่วิ่งบริการในเมืองก็คิดราคาตามใจ แพงมากแพงน้อยขึ้นอยู่กับภาษาที่ใช้ในการต่อรอง วันก่อนบนเวทีแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับผังเมืองใหม่ที่จัดขึ้นที่คริสตจักรที่ 1 เชียงใหม่นายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เผยว่ามีโครางการหารถขนส่งมวลชนใหม่มาบริการในเมืองก็ไม่วายที่จะมีชาวบ้านเตือนว่ารถต้องคันไม่ใหญ่จนต้องขยายถนนเพราะเลี้ยวไม่ได้ถึงกับฮาไม่ออก

 

ภาพรวมการพัฒนาที่ไร้ทิศทาง และขาดความยั้งคิดของเชียงใหม่ เริ่มส่งผลกระทบให้เห็นเป็นรูปธรรมในลักษณะของเศรษฐกิจที่ซบเซา นักท่องเที่ยวเริ่มใช้เชียงใหม่เป็นแค่ทางผ่านเพื่อไปยังจุดหมายที่บริสุทธิ์กว่ารอบนอก

 

เมื่อการเต้นรำจำอวด ขบวนแห่ที่มีนางหรือนายรำทำท่าอ่อนๆ แข็งๆ อยู่บนเสลี่ยงคานหามต่างๆ ที่ผู้คนเริ่มจับทางได้ว่า กลวงโบ๋ทางคุณค่าในการอนุรักษ์ ค่อยๆ ขายไม่ออก ฯพณฯจากแหล่งต่างๆ จึงหาทางออกด้วยการสร้างจุดขายใหม่ๆ อย่างเชียงใหม่ไนซ์ซาฟารี ที่ตอนนี้นักอนุรักษ์ต่างเรียกขานว่า สุสานสัตว์เชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมี เชียงใหม่ซูอควาเรียม ที่อดีตนายกฯสมชายมาเป็นประธานในพิธีเปิดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม เวลาประมาณ 10.00 น. และปิดปรับปรุงเมื่อ เวลาประมาณ 11.00 น.ของวันเดียวกัน ทำให้จุดขายใหม่ที่คาดหวังได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นได้แค่จุดขายหน้าเท่านั้นเอง

 

ปัญหาต่างๆ ที่รุมเร้าเชียงใหม่ในวันนี้ หนักหนาสาหัสเกินกว่าที่คนเพียงบางกลุ่มหรือหน่วยงานบางแห่งจะแก้ไขได้โดยลำพัง โดยเฉพาะถ้ายังปล่อยให้ผับบาร์อยู่ติดกำแพงวัด พื้นที่รอบคูเมืองยังเป็นถังขยะของบริโภคนิยมที่สนองตอบเพียงเม็ดเงินสู้มือเจ้าของทุน เรื่องใหญ่ๆ อย่างการพัฒนาเมืองเก่าที่ควรอนุรักษ์แล้วมุ่งขยายหรือสร้างเมืองใหม่รอบนอก แทนที่จะดันทุรังปลุกชีวิตให้เมืองเก่าแบบไร้วิญญาณอย่างที่เป็นอยู่ คำถามคือ คนเชียงใหม่จะปล่อยให้ภาครัฐกำหนดอนาคตเชียงใหม่ หรือเราต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ร่วมกันกวาดบ้าน กวาดเมืองให้เป็นไปในทางที่ควรจะเป็น และแน่นอนการรักเชียงใหม่คงไม่ใช่แค่รักที่ชื่อกลุ่มอย่างเดียว


เผยแพร่ครั้งแรกใน วารสารประชาภิวัฒน์ ฉบับที่ 2 กุมภาพันธ์ 52

 



/1