• พ่อข้าวปั้น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chai_global@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-16
  • จำนวนเรื่อง : 29
  • จำนวนผู้ชม : 25768
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
พ่อข้าวปั้น
ไม่มีจุดกึ่งกลางระหว่างความดีกับความชั่ว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/himalai
วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม 2553
Posted by พ่อข้าวปั้น , ผู้อ่าน : 1033 , 10:50:12 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน


ปูม้าต้มกะทิใส่ยอดมะขามที่อยู่ตรงหน้าเป็นอาหารที่นานๆ ที บ้านเราจะได้กินกันสักครั้ง วงอาหารฉบับนั่งพื้นอย่างชาวบ้านของเราวันนี้จึงครึกครื้นด้วยเสียงขบ แทะ และดูดกินเนื้อปูอย่างเอร็ดอร่อย เพราะปูสดใหม่นี้เพิ่งเดินทางมาจากทะเลกลาย อ.ท่าศาลา มาถึงเมื่อไม่มีอึดใจก่อนหน้านี้

แล้วเรื่องเล่าจากชายฝั่งทะเลกลายจึงเริ่มขึ้นในวงข้าวของเรา

“ปูนี่ ไม่ได้มาง่ายๆ นะ ผมลงเรือออกทะเลไปเอามาเองกับมือเลย”

เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะทันทีที่ได้รับชวน ให้ลงเรือไปดูการขึ้นอวนปูที่กลางทะเล ผมก็ตกปากรับคำทันที ทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขาออกเรือกันตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันทาบแสงแรกแห่งวัน

เมื่อมาถึงจุดนัดพบตอนตีห้า บังกอบ วิดน้ำในเรือรอท่าอยู่แล้ว แกบอกว่ามาถึงก่อนผมสักห้านาที เพิ่งได้ลงเรือ จุดที่เรานัดกันคือจุดที่บังกอบจอดเรือซึ่งติดกับปากน้ำคลองกลาย จุดนี้มีการสร้างเขื่อนกันคลื่นยื่นออกไปในทะเลเป็นแนวเดียวกับตลิ่งคลอง และสร้างอีกแนวหักมุมมาขนานกับหาดทรายให้เรือได้หลบคลื่นลมยามหน้ามรสุม ที่มีคลื่นลมแรง


เราบ่ายหน้าออกทะเลได้สักครู่หัวเรือก็แล่นขนานกับชายหาด บังบอกว่าเรือของชาวบ้านกลายล้วนแต่เป็นเรือประมงชายฝั่ง ออกไปไกลไม่ได้ อาจเสี่ยงกับคลื่นลม ทั้งยังไม่รู้จะออกไปทำไม ในเมื่อใกล้ๆ แบบนี้ยังมีปู ปลาให้หากินเลี้ยงครอบครัว อยู่กันมาหลายชั่วอายุคนปู ปลาก็ยังไม่หมดจากทะเล


“ช่วงหลังนี้แย่ เรือที่อื่นมาหากินที่นี่ หากินธรรมดาเราไม่ว่าหรอก ทะเลมันถึงกันหมด แต่เขามาเป็นเรือใหญ่ เป็นเรืออวนรุน ปูเล็ก ปูใหญ่เอาไปหมด ไม่สามารถเล็ดลอดตาข่ายขนาดเล็กได้ อย่างอวนของเรา ตาข่ายห่างใหญ่ ปูเล็กๆ ไม่ติด ช่วงหลังก็รู้สึกได้ว่าปูน้อยลง อย่างปกติเราหากินกันทั้งฤดูกาล เรืออวนรุนพวกนี้มาไม่เกินสิบวันปูหายหมด” กว่าเราจะพอจับปูได้อีกก็รอกันอีกหลายวัน ให้ปูฝูงใหม่เข้ามา แจ้งไปทางเจ้าหน้าที่ บางทีก็เงียบหาย และที่บ่อยกว่าคือออกไปลาดตระเวนแต่ไม่เคยทำอะไรได้สักอย่าง”


 ผมฟังคล้ายๆ เป็นเสียงรำพึงรำพันเล็กๆ ที่ไม่อาจดังกว่าเสียงเครื่องยนต์ขนาดใหญ่และผลประโยชน์มหาศาลจนทำให้ใครหลายคนไม่ได้ยิน หรือแกล้งไม่ได้ยินเสียงเหล่านี้ เสียงของชาวบ้าน!

“นี่ถ้าเชฟรอนมา ไม่รู้จะทำยังไงกันอีก ทุกวันนี้ต่อให้ปูปลาไม่มากเหมือนเก่า แต่ก็ยังพอได้หากิน อนาคตไม่รู้ยังไง”

“ก็ขายที่ ขายเรือ ได้เงินชดเชย ย้ายไปตั้งตัว ไปทำอย่างอื่นสิพี่” ผมหยั่งเชิง

“เห็นหลายคนแล้ว เป็นชาวเล หาปู หาปลาออกเรือมาแต่เด็ก ย้ายไปทำอย่างอื่น ทำสวน ทำไร่ ทำนา ที่สุดก็ต้องกลับมา เพราะมันไม่ชำนาญ ไม่เก่ง สู้คนอื่นไม่ได้ เราต้องทำในสิ่งที่เราทำได้ดี ออกเรือมันอยู่ในสายเลือดเรา คลื่นมาแบบนี้ เอาเรือเข้าทางไหน ลมแบบนี้อยู่กลางทะเลต่อได้หรือไม่ ทะเลแบบนี้ออกเรือได้หรือไม่ได้ เราดูปราดเดียวเรารู้ ไปทำอย่างอื่นไม่รุ่งหรอก มันไม่ใช่เรา”

นอกจากปูม้า ปูดำ แล้วที่ทะเลกลายยังมีปลาทู ปลาจารเม็ด ปลาทราย ปลาลัง หอยขี้ผึ้ง และตัวเคย ผลัดกันวนเวียนมาให้ชาวบ้านได้ออกเรือทำมากินไม่ได้ขาด

“แล้วถ้าเขามาจริงๆ พี่จะทำยังไง” ผมอยากรู้

“ไม่รู้เหมือนกัน คนใหญ่คนโตเขาจะเอา เราจะทำอะไรได้ ถ้ามีใครยันหลักจะสู้ ก็จะสู้กับเขาว่าเราไม่อยากได้ แต่ถ้าไม่มีใคร จะให้เราสู้คนเดียวคงสู้ไม่ไหว เราเก่งแต่ทะเล นี่ก็ไม่เข้าใจว่าเงินชดเชยที่เขาให้มา มันจะมาชดเชยอะไรได้ เงินที่เขาให้ ซื้อรถเครื่อง (มอเตอร์ไซค์) คันหนึ่งก็หมด กี่วัน กี่เดือนกันเชียว เดี๋ยวก็หมด แต่ที่นี่ เราหากินเท่าไหร่ก็ไม่หมด ปู่ก็ออกเรือ พ่อก็ออกเรือ พี่มีลูกชายยังมาช่วยออกเรือเมื่อโรงเรียนปิด จนป่านนี้ยังไม่มีวันไหนที่ไม่ได้ของกลับบ้าน ปูปลามีไม่ขาดหรอก ขยันแค่ไหนก็ทำได้แค่นั้น ถ้ามีแรงจะออกเรือวางอวนมากขนาดไหนก็ทำเอา แต่นี่เราทำไม่ไหว แต่แค่กำลังที่มีอยู่มันก็พอกินไปตลอดแล้ว ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าจะยอมเลิกอาชีพนี้กันได้อย่างไร บางบ้านได้ข่าวว่าซื้อเรือเพิ่มมาเก็บไว้ เพราะเขาจะให้เงินตามเรือที่มี นี่แสดงว่ามันจะทำประมงไม่ได้จริงๆ ใช่ไหม ไม่เข้าใจจริงๆ”

คล้ายเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ ผมจึงเงียบฟังเสียงคลื่น  ระหว่างนั้นยืนดูบังกอบสาวอวนขึ้นจากน้ำ มีปูติดอวนขึ้นมาเป็นระยะ วันนี้ได้ปูน้อยกว่าเมื่อวาน บังกอบจึงเลือกแกะปูจากอวนเลยโดยที่ไม่ยังกลับเข้าฝั่งเพื่อจะได้วางอวนลงน้ำทันที ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันอย่างเปล่าเปลืองกลับมาวางอวนอีกครั้ง เป็นการจัดการต้นทุนที่ดี สักพักลมทางตะวันตก (ลมบก) พัดมาแรงขึ้น พร้อมๆ กับบังกอบเสร็จจากการแกะปูออกจากอวน เราจึงค่อยๆ ช่วยกันวางอวนกลับสู่ทะเลอีกครั้งเร่งกับเวลาและคลื่นลมโดยมีบังกอบขับเรือ และผมช่วยปล่อยอวน เสร็จแล้วก็บ่ายหน้ากลับฝั่งที่เราจากมา


ผมเพิ่งมีโอกาสได้เห็นหาดทรายทะเลกลายเต็มๆ ตาก็คราวนี้ ระยะที่ห่างจากฝั่งพอสมควรทำให้ภาพที่เห็นเบื้องหน้าคือหาดทรายสีขาวยาวเหยียดติดต่อกัน ถัดออกไปเป็นทิวแถวมะพร้าวสูงใหญ่กำลังไหวลู่ด้วยแรงลม ไกลไปสุดตา คือภูเขาพนมไตรรัตน์ที่ตอนนี้เหลือเพียงซีกเดียว เพราะอีกซีกเขาหนึ่งกลายสภาพมาเป็นก้อนหินที่รัฐนำมาถมทะเลในโครงการพัฒนาปากแม่น้ำกลาย ซึ่งภาพที่เห็นทำให้ไม่อาจแน่ใจได้ว่านั่นคือการพัฒนาหรือการทำลาย? กันแน่

เมื่อต้มกะทิปูม้ายอดมะขามของมื้อเย็นวันนี้หมดลง เราคงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าหากวันหนึ่งทะเลกลายหรือทะเลส่วนใดส่วนหนึ่งของประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไป ย่อมส่งผลกระทบถึงเราไม่มากก็น้อย แตกต่างกันไปตามแต่พื้นที่ วิถีชีวิต เหนืออื่นใด สิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในทางลบนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อโลก กระทบต่อคนบนโลก กระทบต่อสัตว์ทะเล และกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกใบนี้...อย่างแน่นอน



/1